FERRARI FF & BENTLEY CONTINENTAL GT เราเป็นไอ้หนุ่มเขตร้อนสองคนในดินแดนอันหนาวเยือก มุ่งหน้าลงใต้ผ่านป่าสน หิมะถูกล้อตะกุย ลอยจากพื้นพัดวนไล่ตามมาตลอดทาง	อยู่แถบนี้ ไม่ว่าเวลาหรือระยะทางต่างไม่มีผล เพราะที่นี่คือสวีเดน ซึ่ง มัน ใหญ่ มาก ประเทศนี้ มีความเร็วกับจังหวะของตัวเอง จะไปถึงจุดหมายได้ก็ต่อเมื่อใจเย็นพอ ไม่มีใครเร่งสวีเดนได้	ซึ่งตรงกันข้ามกับรถเชื้อลายฝั่งละตินของคู่ชุเปอร์ลุกซ์โดยสิ้นเซิง ณ ตำแหน่งละติจูดเดียวกับไอซ์แลนด์ เจ้า Ferrari FF อยู่ไม่สุข พวงมาลัยกระตุก เครื่อง VI2 ครางฮึ่ม แต่เปล่งเสียงจากย่านรอบครึ่งหลังไม่ออก ทั้งรถและคนขับค่อย ๆ เรียนรู้กันไปว่าจะขับ Ferrari บนน้ำแข็ง ต้องขับคนละแบบ ถูกแล้วครับ แม้แต่ Ferrari รุ่นขับ เคลื่อนสี่ล้อตัวนี้ก็ไม่เว้น	ระบบ 4RM เป็นสิ่งที่ทำให้ FF มาอยู่จุดนี้ได้ นี่คือรถ 4x4 คันแรกของ Ferrari ที่ไม่มีกลไกเชื่อม ระหว่างเพลาหน้ากับเพลาหลัง โดยกำลังลงเพลาหน้าได้มาจาก Crank เครื่องยนต์ด้านหน้าปรับลงเกียร์แล้วส่งต่อผ่านคลัตช์คู่ รวมแล้วล้อคู่หน้า สามารถรับแรงได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ จากกำลังขับ ทั้งหมด 651 แรงม้า ในเครื่อง V12 หรือถ้าจำเป็นล้อหนึ่งข้างก็สามารถรับได้ถึง 195 แรงม้า	Bentley แหวกแนวน้อยกว่า แต่แทนที่จะใช้ diff กลางคอยตรวจจับแรงบิดแล้วกระจายแรงจาก เครื่องยนต์ V12 ไปหน้า - หลัง เท่า ๆ กันแบบของเดิม รุ่นใหม่กลับยกให้ภาระตกแก่ล้อหลังราว 60 เปอร์เซ็นต์ของแรงบิดทั้งหมด ยกเว้นว่าจะลื่นไถล ในกรณีนั้นจะมีวงจรอิเล็กทรอนิกส์คุมให้ล่งแรงบิด ไปล้อหน้าทั้งหมดหรือล้อหลังทั้งหมดก็ได้
(0)
Share
TopGear
Keep by TopGear
1210
FOLLOWER

FERRARI FF & BENTLEY CONTINENTAL GT

"เราเป็นไอ้หนุ่มเขตร้อนสองคนในดินแดนอันหนาวเยือก มุ่งหน้าลงใต้ผ่านป่าสน หิมะถูกล้อตะกุย ลอยจากพื้นพัดวนไล่ตามมาตลอดทาง อยู่แถบนี้ ไม่ว่าเวลาหรือระยะทางต่างไม่มีผล เพราะที่นี่คือสวีเดน ซึ่ง มัน ใหญ่ มาก ประเทศนี้ มีความเร็วกับจังหวะของตัวเอง จะไปถึงจุดหมายได้ก็ต่อเมื่อใจเย็นพอ ไม่มีใครเร่งสวีเดนได้ ซึ่งตรงกันข้ามกับรถเชื้อลายฝั่งละตินของคู่ชุเปอร์ลุกซ์โดยสิ้นเซิง ณ ตำแหน่งละติจูดเดียวกับไอซ์แลนด์ เจ้า Ferrari FF อยู่ไม่สุข พวงมาลัยกระตุก เครื่อง VI2 ครางฮึ่ม แต่เปล่งเสียงจากย่านรอบครึ่งหลังไม่ออก ทั้งรถและคนขับค่อย ๆ เรียนรู้กันไปว่าจะขับ Ferrari บนน้ำแข็ง ต้องขับคนละแบบ ถูกแล้วครับ แม้แต่ Ferrari รุ่นขับ เคลื่อนสี่ล้อตัวนี้ก็ไม่เว้น ระบบ 4RM เป็นสิ่งที่ทำให้ FF มาอยู่จุดนี้ได้ นี่คือรถ 4x4 คันแรกของ Ferrari ที่ไม่มีกลไกเชื่อม ระหว่างเพลาหน้ากับเพลาหลัง โดยกำลังลงเพลาหน้าได้มาจาก Crank เครื่องยนต์ด้านหน้าปรับลงเกียร์แล้วส่งต่อผ่านคลัตช์คู่ รวมแล้วล้อคู่หน้า สามารถรับแรงได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ จากกำลังขับ ทั้งหมด 651 แรงม้า ในเครื่อง V12 หรือถ้าจำเป็นล้อหนึ่งข้างก็สามารถรับได้ถึง 195 แรงม้า Bentley แหวกแนวน้อยกว่า แต่แทนที่จะใช้ diff กลางคอยตรวจจับแรงบิดแล้วกระจายแรงจาก เครื่องยนต์ V12 ไปหน้า - หลัง เท่า ๆ กันแบบของเดิม รุ่นใหม่กลับยกให้ภาระตกแก่ล้อหลังราว 60 เปอร์เซ็นต์ของแรงบิดทั้งหมด ยกเว้นว่าจะลื่นไถล ในกรณีนั้นจะมีวงจรอิเล็กทรอนิกส์คุมให้ล่งแรงบิด ไปล้อหน้าทั้งหมดหรือล้อหลังทั้งหมดก็ได้"
1 KEEP
TopGear
0 LOVES
COMMENT