แลมโบร์กีนี่ เวเนโน กระทิงโด๊ปสเตียรอยด์! รูปทรงโดยรวมของ “เวเนโน” นั้นมีความเป็นแลมโบร์กีนี่อย่างเต็มรูปแบบก็คือ การเป็นรถที่สามารถลากเส้นจากหัวไปจรดท้ายได้เป็นเส้นเดียวโดยไม่มีการเปลี่ยนเคิร์ฟ (curve) และพื้นผิวเป็นเหลี่ยมสัน อันเป็นเอกลักษณ์ของรถซูเปอร์คาร์ทุกรุ่นของค่ายนี้ แต่เอกลักษณ์การออกแบบของ “เวเนโน” ที่เพิ่มเติมจากรุ่นอื่นๆที่เห็นได้ชัดก็คือ ช่องเปิดมากมายทั่วคัน และการเล่นกับฟอร์มสามเหลี่ยมและหกเหลี่ยม และเส้นรูปตัว Y ทั้งในส่วนไฟหน้า และไฟท้าย
ในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ 2013 ที่ผ่านมานี้ ค่ายซูเปอร์คาร์ระดับโลกจากแดนมักกะโรนี 2 ค่ายคือเฟอร์รารี่ และ แลมโบร์กีนี่ ได้เปิดตัวรถซูเปอร์คาร์ระดับท็อป หรือจะเรียกว่าเป็น “ไฮเปอร์คาร์” (Hypercars)ก็ไม่ผิดนัก โดยทั้งสองค่ายได้เปิดตัวยอดรถของตนออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยแต่ละค่ายได้นำเสนอนวัตกรรมทั้งทางด้านวิศวกรรมและการออกแบบ ที่สะท้อนถึงตัวตนและปรัชญาการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละค่ายอย่างชัดเจน เรามาดูกันว่าแต่ละคันนั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง คำว่า “ลาเฟอร์รารี่” หรือ LaFerrari ในภาษาอิตาเลียนนั้นหากจะแปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษก็จะได้เป็นคำว่า “The Ferrari” หรือเป็นไทยๆ ก็จะได้ว่า “นี่แหละเฟอร์รารี่” ชื่อง่ายๆ แต่แฝงไว้ด้วยความภาคภูมิใจ เพราะรถคันนี้ถือเป็นตัวแทนของนวัตกรรมแห่งยุคทศวรรษที่จะมาถึงของเฟอร์รารี่อย่างแท้จริง
เริ่มต้นด้วยรูปทรง “ลาเฟอร์รารี่” นั้นออกแบบโดยทีมงานเฟอร์รารี่ นำโดยมร. ฟลาวิโอ มันโซนี (Flavio Manzoni) โดยได้รับอิทธิพลจากรถแข่งต้นแบบของเฟอร์รารี่จากยุค 1960 ผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ของรถแข่ง F - 1 จนได้มาซึ่งรูปทรงของรถซูเปอร์คาร์ในอุดมคติพึงจะเป็น มีความเซ็กซี่ชวนให้ลุ่มหลง และมีรูปทรงตามหลักอากาศพลศาสตร์ในด้านเสถียรภาพในความเร็วสูง และการเกาะถนนทุกย่านความเร็วจากการออกแบบให้รถสร้างแรงกดได้สูง ด้านการออกแบบภายในนั้นนับว่าได้รับอิทธิพลจากการทำงานร่วมกับนักแข่งรถสูตรหนึ่ง โดยที่นั่งคนขับจะตรึงอยู่กับที่และเป็นส่วนหนึ่งของโครงรถเพื่อเสถียรภาพรวมถึงลดนํ้าหนักของรถลงได้และยังเพื่อรักษาสมดุลด้านจุดศูนย์ถ่วงของรถ อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นนวัตกรรมชิ้นเอกที่ “ลาเฟอร์รารี่” นำเสนอก็คือระบบไฮบริดแต่ระบบนี้ต่างจากที่เราคุ้นเคยกัน เพราะระบบนี้เป็นการนำเอาพลังงานไฟฟ้ามาใช้เป็นเหมือนบูสเตอร์ ระบบนี้เรียกว่า HY-KERS หรือ Hybrid Kinetic EnergyRecovery system แปลได้ว่า ระบบไฮบริดที่ได้พลังงานจากการสำรองพลังงานจลน์โดยเก็บพลังงานจลน์ (Kinetic Energy) ที่ได้ขณะเบรค “ลาเฟอร์รารี่” ตั้งเป้าว่าจะผลิตเพียง 499 คันเท่านั้น โดยตั้งเป้าไว้สำหรับนักสะสมโดยเฉพาะและเชื่อว่าปัจจุบันน่าจะขายหมดไปนานแล้ว เพื่อต้อนรับการมาถึงของคู่แข่งร่วมสัญชาติอย่าง “ลาเฟอร์รารี่”ค่ายแลมโบกีนี่ ก็ได้นำเสนอความบ้าคลั่งไร้ขีดจำกัดคันล่าสุดที่มีชื่อว่า เวเนโน(Veneno) รถที่ได้ชื่อมาจากชื่อของกระทิงนักสู้ในตำนาน อันเป็นเอกลักษณ์การตั้งชื่อของรถจากค่ายแลมโบร์กีนี่
(0)
Share
idesign
Keep by idesign
2838
FOLLOWER

แลมโบร์กีนี่ เวเนโน กระทิงโด๊ปสเตียรอยด์!

"รูปทรงโดยรวมของ “เวเนโน” นั้นมีความเป็นแลมโบร์กีนี่อย่างเต็มรูปแบบก็คือ การเป็นรถที่สามารถลากเส้นจากหัวไปจรดท้ายได้เป็นเส้นเดียวโดยไม่มีการเปลี่ยนเคิร์ฟ (curve) และพื้นผิวเป็นเหลี่ยมสัน อันเป็นเอกลักษณ์ของรถซูเปอร์คาร์ทุกรุ่นของค่ายนี้ แต่เอกลักษณ์การออกแบบของ “เวเนโน” ที่เพิ่มเติมจากรุ่นอื่นๆที่เห็นได้ชัดก็คือ ช่องเปิดมากมายทั่วคัน และการเล่นกับฟอร์มสามเหลี่ยมและหกเหลี่ยม และเส้นรูปตัว Y ทั้งในส่วนไฟหน้า และไฟท้าย "
1 KEEP
idesign
0 LOVES
COMMENT
SQUARE