PIAGET Altiplano Automatic Gem-set Skeleton  ไม่เพียงสะท้อนความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นาฬิกาสเกเลตัน แต่ครั้งนี้ เพียเจต์ (Piaget) ยังเสริมแต่งความน่าหลงใหลให้กับจักรกลสเกเลตันนี้ด้วยเพชรน้ำงาม โดยสำหรับกลไก Calibre 1200D ซึ่งถือเป็นกลไกอัตโนมัติ
สเกเลตันประดับอัญมณีชุดแรกเท่าที่เคยผลิตมา หลังจากสองปีเต็มของกระบวนการพัฒนา ทั้งยังเป็นทายาทกลไกชุดที่ 34 ที่พัฒนาและผลิตขึ้นทั้งหมดภายในโรงงานของตนเองตลอด 15 ปีที่ผ่านมา จากขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 31.9 มิลลิเมตร และยังคงความบางพิเศษ ซึ่งหนาแค่เพียง 3.0 มิลลิเมตร จนครองสถิติกลไกบางพิเศษที่สุดในโลกในสาขาเดียวกัน หรูหราจากหัวใจภายในนี้ด้วยการประดับเพชร 259 เม็ด (หนักราว 0.8 กะรัต) และแซพไฟร์คาโบชองสีดำ 11 เม็ด (หนักราว 0.2 กะรัต) ติดตั้งด้วยแท่นเครื่องประดับเพชร ขัดแต่งมุมด้วยมือ ขณะที่ไมโครโรเตอร์ทำจากแพลทินัมชุบสีดำ
พลทัพนาฬิกาที่เปิดตัวใหม่ล่าสุดของปี 2013 พร้อมกับภาพของความโปร่งใสและเปิดเปลือยบนหน้าปัด กลายเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์แห่งปีที่สะท้อนประเพณีการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงได้อย่างแท้จริง   นับเป็นหนึ่งในผู้นำของการสร้างสรรค์นาฬิกาเปิดเปลือยหน้าปัดแบบสเกเลตันที่มีผลงานมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับเหล่าทายาทของคอลเลกชั่นเอกของแบรนด์ อย่าง เอ็กซ์คาลิเบอร์ (Excalibur) ที่มักจะมาพร้อมการเปิดหน้าปัดแบบเปลือยโปร่งเพื่อเผยให้เห็นทั้งกลไกการทำงาน และความน่ามหัศจรรย์ของทูร์บิญองซึ่งเป็นตัวแทนของความสลับซับซ้อนหลักของวงการนาฬิกาจักรกล โดยในรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ติดตั้งด้วยดับเบิลฟลายอิ้งทูร์บิญองสเกเลตันที่มีความโดดเด่นทั้งในแง่ของคุณภาพและงานออกแบบ เปิดโชว์อัจฉริยะจักรกลคู่นี้ ณ ตำแหน่ง 4-5 นาฬิกา และ 7-8 นาฬิกา โดยได้ลดขนาดของแท่นเครื่องและสะพานจักรให้เล็กลง เพื่ออวดความอลังการของโครงสร้างชิ้นส่วนกลไกมากมายหลายชิ้นได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งหัวใจของเรือนนี้ก็คือ Calibre RD01SQ กลไกสเกเลตันไขลานมือ ในโทนสีเทาถ่านหินและส่วนที่ชุบโรเดียม ประทับตราสัญลักษณ์แห่งคุณภาพ Poinçon de Genève ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนกลไกรวม 319 ชิ้น และทับทิม 28 เม็ด คงประสิทธิภาพการทำงานด้วยความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้นาน 48 ชั่วโมง และกันน้ำได้ลึก 50 เมตร ภายใต้ตัวเรือนทองชมพู ขนาด 45.0 มิลลิเมตร ประกอบขอบตัวเรือนเซรามิก และสายหนังจระเข้แท้สีดำ ซึ่งรุ่นพิเศษนี้จะผลิตจำนวนจำกัดเพียง 188 เรือน สำหรับคอนักสะสมตัวจริง +	เป็นนาฬิกาเปิดเปลือยอย่างแท้จริง ด้วยเพราะทั้งตัวเรือน ซึ่งประกอบไปด้วยขอบตัวเรือนด้านหน้า, ชิ้นส่วนหลักของ
ตัวเรือน และฝาหลังนั้นตัดและเจาะมาจากแท่งของแซพไฟร์ที่มีคุณสมบัติเป็นที่รู้จักกันอย่างดีถึงการป้องกันการเกิดรอย
ขีดข่วนได้เป็นอย่างดีพิเศษ ด้วยความแข็งถึง 1,800 วิกเกอร์ (Vickers) นำมาประกอบร่วมกับคริสตัลอะลูมิเนียมออกไซด์ ซึ่งให้ภาพของความโปร่งใสของทั้งตัวเรือนและหน้าปัดนาฬิการุ่นนี้ โดยแบรนด์จำเป็นต้องใช้เวลาในการสร้างสรรค์ตัวเรือนที่มีคุณภาพมากกว่า 1,000 ชั่วโมงในการจับคู่วัสดุ และอีก 430 ในการสร้างต้นแบบของชิ้นส่วนประกอบตัวเรือน และอีก 350 ชั่วโมงสำหรับการขัดเงาตัวเรือนทั้งเรือน ที่ประกอบร่วมกับสเตนเลสสตีล 316L และสกรูไทเทเนียม เกรด 5 ขณะที่หน้าปัดแบบสเกเลตันโชว์การทำงานของกลไกไขลานมือคู่ทูร์บิญอง Calibre RM 56-01 ด้วยการแสดงชั่วโมง นาที แสดงพลังงานสำรองได้ราว 70 ชั่วโมง (±10%) ผ่านสเกลตัวเลขทางด้านซ้ายของกระปุกลาน แสดงตัวเลือกฟังก์ชัน และแสดงกำลังบิด โดยทุกชิ้นส่วนของกลไกทำจากคริสตัลแซพไฟร์เคลือบด้วยการป้องกันแสงสะท้อนและผ่านการทดสอบความทนทานสูงสุดมาแล้ว +	หนึ่งในสมาชิกรุ่นใหม่ที่มาจากคอลเลกชั่น วิลเลอเร็ต 1858 (Collection Villeret 1858) ที่นับเป็นครั้งแรกของการผสมผสานระหว่างสองความสลับซับซ้อนของฟังก์ชันโครโนกราฟคอลัมน์วีล และทูร์บิญองหมุนรอบทุกๆ สี่นาที ภายในกลไกไขลานมือ Calibre MBM 16.60 ประกอบชิ้นส่วนกลไก 341 ชิ้น ซึ่งรวมถึง 51 ชิ้นสำหรับกรงทูร์บิญอง ทับทิมรวม 32 เม็ด โดยทำงานด้วยความถี่ 18,000 ครั้ง/ชั่วโมง กับศักยภาพของการสำรองพลังงานได้นาน 50 ชั่วโมง  
มาพร้อมกับการปรับหน้าตาใหม่ซึ่งเปิดช่องหน้าต่างโชว์การทำงานของทูร์บิญองนี้ไว้อย่างโดดเด่น ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกา เช่นเดียวกับการจัดวางหน้าปัดแสดงผลเวลาและแสดงผลการจับเวลาโครโนกราฟได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะความโดดเด่นของเข็มนาทีและเข็มจับเวลาวินาทีขนาดใหญ่บนกลางหน้าปัด ขณะที่หน้าปัดเล็กสำหรับแสดงชั่วโมงและเวลาของไทม์โซนที่สองพร้อมทั้งการแสดงกลางวันและกลางคืนเป็นแบบเยื้องศูนย์ รวมถึงหน้าปัดพร้อมเข็มแสดงผลการจับเวลา 30 นาที บรรจุอยู่ภายใต้ตัวเรือนทองขาวหรือทองชมพูสีเข้ม 18 กะรัต ขนาด 47.0 มิลลิเมตร หนา 16.67 มิลลิเมตร คู่กับหน้าปัดทอง 18K ตกแต่งอย่างมีมิติทั้งในโทนสีดำหรือสีเทาเงิน ผ่านงานขัดเงาและขัดด้าน ตัดกับบรรดาเข็มชี้ผ่านการขัดเงาวาว เป็นรุ่นผลิตจำนวนจำกัดเวอร์ชั่นตัวเรือนละ 8 เรือนเท่านั้น เอาใจคนที่ชอบนาฬิกาพกในสไตล์ล้ำสมัย ด้วยเพราะเทคนิคในการสร้างสรรค์บวกกับนวัตกรรมของวัสดุชั้นเยี่ยมอย่างเซรามิก ที่ พาเนราย (Panerai) นำมาประยุกต์ใช้กับนาฬิกาพกรุ่นนี้จนสวยคมเข้มไปอีกแบบ โดยประกอบไปด้วยตัวเรือนเอกลักษณ์จากคอลเลกชั่น เรดิโอเมียร์ (Radiomir) ในขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 59.0 มิลลิเมตร พร้อมกับทูร์บิญอง เรกูเลเตอร์ และความโดดเด่นที่สุดซึ่งต้องยกให้กับหน้าปัดสเกเลตัน เผยให้เห็นทั้งงานออกแบบโครงสร้างกลไกและรายละเอียดทางด้านเทคนิคของกลไกไขลานสเกเลตัน Calibre P.2005/S แสดงเวลาสองไทม์โซน คู่ทูร์บิญองที่ติดตั้งและเปิดโชว์ไว้ ณ ตำแหน่ง 7-8 นาฬิกา รวมถึงแผ่นดิสก์ขนาดเล็ก สะท้อนให้เห็นการหมุนของทูร์บิญองสองรอบต่อนาทีผ่านทางหน้าปัดบอกวินาทีเล็ก ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา
Board: Showtime
(0)
Share
GMWatch
Keep by GMWatch
1309
FOLLOWER

PIAGET Altiplano Automatic Gem-set Skeleton

"ไม่เพียงสะท้อนความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นาฬิกาสเกเลตัน แต่ครั้งนี้ เพียเจต์ (Piaget) ยังเสริมแต่งความน่าหลงใหลให้กับจักรกลสเกเลตันนี้ด้วยเพชรน้ำงาม โดยสำหรับกลไก Calibre 1200D ซึ่งถือเป็นกลไกอัตโนมัติ
สเกเลตันประดับอัญมณีชุดแรกเท่าที่เคยผลิตมา หลังจากสองปีเต็มของกระบวนการพัฒนา ทั้งยังเป็นทายาทกลไกชุดที่ 34 ที่พัฒนาและผลิตขึ้นทั้งหมดภายในโรงงานของตนเองตลอด 15 ปีที่ผ่านมา จากขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 31.9 มิลลิเมตร และยังคงความบางพิเศษ ซึ่งหนาแค่เพียง 3.0 มิลลิเมตร จนครองสถิติกลไกบางพิเศษที่สุดในโลกในสาขาเดียวกัน หรูหราจากหัวใจภายในนี้ด้วยการประดับเพชร 259 เม็ด (หนักราว 0.8 กะรัต) และแซพไฟร์คาโบชองสีดำ 11 เม็ด (หนักราว 0.2 กะรัต) ติดตั้งด้วยแท่นเครื่องประดับเพชร ขัดแต่งมุมด้วยมือ ขณะที่ไมโครโรเตอร์ทำจากแพลทินัมชุบสีดำ"
1 KEEP
GMWatch
0 LOVES
COMMENT