Oris 4e RHFS Limited Edition Beyond the Horizon 
หากคุ้นเคยกับแวดวงการบินมาก่อน คงพอรู้จักกับชื่อเสียงโด่งดังของ โฟร์ท สเปเชียล ฟอร์ซ เฮลิคอปเตอร์ เรจิมองก์ (4th  Special Force Helicopter Regiment) หรือ 4e RHFS หน่วยทหารการบินพิเศษของฝรั่งเศษ ที่ในวันนี้ได้กลายเป็นนักบินกลุ่มล่าสุดที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับการออกแบบนาฬิกาสำหรับนักบินมืออาชีพรุ่นจำนวนจำกัดพิเศษเพียง 1,000 เรือนเท่านั้น ในชื่อเดียวกันว่า โอริส โฟร์ท อาร์เอชเอฟเอส ลิมิเต็ด เอดิชั่น (Oris 4e RHFS Limited Edition) โดยได้อิทธิพลของงานออกแบบตัวเรือนมาจากผลงานรุ่นพี่อย่าง โอริส บีซีโฟร์ เอวิเอชั่น (Oris BC4 Aviation) คอลเลกชั่นที่ได้เคยคว้ารางวัลอันทรงเกียรติมาแล้ว นำมาประยุกต์เป็นงานประดิษฐ์จากวัสดุแข็งแกร่งของสเตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีเทาเข้มกันการสึกกร่อนและการเกิดรอยขีดข่วนได้ดี ทั้งยังเป็นสีที่ช่วยในการพรางตัวของกองทหารขณะกำลังปฏิบัติภารกิจอันท้าทายได้ดีอีกด้วย
	เช่นเดียวกับการออกแบบเม็ดมะยมขันเกลียว ประกอบตัวเรือนเข้ากับสายหนังพร้อมตัวล็อคแบบบานพับที่ออกแบบขึ้นพิเศษเพื่อช่วยทำให้ผู้สวมใส่สามารถปรับสายนาฬิกาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว เหมาะสำหรับเหล่าทหารหาญที่ต้องเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์ ด้วยหัวใจภายในบรรจุด้วยกลไกจับเวลาคุณภาพมาตรฐานสวิสแท้ และผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานจริงมาแล้วจากสมาชิกนักบินของกองทัพ 4th Special Force Helicopter Regiment จึงมั่นใจได้ถึงสมรรถนะสูงสุดของเรือนเวลาสำหรับบุรุษผู้กล้าเช่นนี้

NOTE
Oris 4e RHFS Limited Edition
เปี่ยมด้วยสมรรถนะความแข็งแกร่งและงานออกแบบสุดพิเศษภายในตัวเรือนขนาด 42.7 มิลลิเมตร ทำจากสเตนเลสสตีลหลายชิ้น เคลือบด้วย PVD สีเทา ติดตั้งเม็ดมะยมขันเกลียวและปุ่มกดเคลือบ PVD สีเทา ผนึกกระจกคริสตัลแชพไฟร์ทรงโค้งกันรอยขีดข่วนและเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีดำสองชั้นพร้อมเครื่องหมายบอกเวลาเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวาและประดับด้วยโลโก้ 4e Regiment โดย ณ ปลายเข็มจับเวลาวินาทีจะเป็นสีน้ำเงิน ขาว แดง ตามสีของธงชาติฝรั่งเศส ควบคู่กับการแสดงเวลาหลักและระบบจับเวลาอันแม่นยำ รวมถึงการแสดงวันที่ทางช่องหน้าต่างที่ 6 นาฬิกา ขณะที่ฝาหลังสลักโลโก้ 4e Regiment พร้อมหมายเลขประจำตัวเรือน ประกอบเข้ากับสายหนังสีดำเดินตะเข็บขาวและตัวเลือกแบบบานพับเคลือบ PVD สีเทา กันน้ำได้ลึกระดับ 100 เมตร นาฬิการุ่นนี้จะมาพร้อมใบประกาศนียบัตรรับรองและพวงกุญแจโลโก้ 4e Regiment ทรงคุณค่าแห่งการสะสม
	บนเส้นทางการเดินกว่า 107 ปีที่ผ่านมา Oris ได้สืบทอดประเพณีการประดิษฐ์และธำรงรักษามาตรฐานเรือนเวลาคุณภาพสูงของตนเองไว้อย่างเหนียวแน่น จนได้รับความไว้วางใจจากผู้หลงใหลในนาฬิกาจักรกลทั่วโลก ขณะที่ในอีกภาคหนึ่งของบทบาทการเป็นผู้ผลิตนาฬิกา Oris ยังได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับอีกหลายกิจกรรมหลายด้านที่เกิดขึ้นทั้ง วัฒนธรรม การดำน้ำ การบิน และมอเตอร์สปอร์ต โดยได้ส่งผลงานภายใต้ 4 คอลเลกชั่นหลักของแบรนด์มาเติมเต็มโลกแห่งกาลเวลาอันไร้ขีดจำกัด และแน่นอนเพื่อรังสรรค์นวัตกรรมสามารถตอบสนองความต้องการของเหล่าลูกค้าผู้ทรงเกีรยติ ตามเจตนารมณ์แห่งการสร้างสรรค์ของแบรนด์ที่ยึดมั่นอยู่เสมอ นั้นก็คือ	“real watch for real people”
Style and Substance
สะท้อนประเพณีและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าในการประดิษฐ์นาฬิกาจักรกลสุดประณีตจากความสำเร็จอย่างงดงามของคอลเลกชั่น อาร์เตอลิเยร์ สเกเลตัน (Artelier Skeleton) สำหรับสุภาพบุรุษ กลับมาครั้งนี้ Oris ได้รังสรรค์ความงดงามรูปลักษณ์ใหม่เพื่อเอาใจสุภาพสตรีเป็นครั้งแรก ภายใต้ตัวเรือนขนาด 31.0 มิลลิเมตร งามสง่าเหนือกาลเวลา ที่นอกจากบรรจุด้วยกลไกจักรกลสเกเลตัสผ่านฝีมือการสลักเสลาอันประณีตและเผยให้เห็นความวิจิตรบรรจงทั้งบนหน้าหน้าปัดและฝาหลังผนึกด้วยกระจกคริสตัลแซพไพร์ โดยเสริมภาพแห่งความหรูหราคู่ควรข้อมืออิสตรีด้วยงามประดับเพชรน้ำหนึ่งมากกว่า 56 เม็ด น้ำหนัก 0.50 กะรัต ไว้บนขอบตัวเรือน และเพชรอีก 10 เม็ด ประดับไว้บนหน้าปัดแทนตำแหน่งตัวเลขบอกชั่วโมงทำให้เรือนเวลารุ่นนี้กลายมาเป็นเพื่อนที่เคียงข้างสุภาพสตรีไปอีกตราบนานเท่านาน

NOTE
Oris Artelier Skeleton Diamonds
	เผยความประณีตและงดงามแห่งประเพณีการประดิษฐ์นาฬิกาสเกเลตันชั้นสูง ผ่านตัวเรือนสำหรับสุภาพสตรีขนาด 31.0 มิลลิเมตร ประกอบขึ้นจาก 3 ชิ้นส่วนทำจากสเตนเลสสตีล คู่กับขอบตัวเรือนประดับเพชร VS 1 จำนวน 56 เม็ด น้ำหนัก 0.50 กะรัต และวงแหวนรอบหน้าปัดสีเงินแกะสลักลวดลายกิโยเซ่และประดับเพชร SI จำนวน 10 เม็ด น้ำหนัก 0.048 กะรัต แทนตำแหน่งตัวเลขบอกชั่วโมง ปกป้องหน้าปัดและฝาหลังด้วยกระจกคลิสตัลแชพไฟร์ทรงโดมเคลือบด้วยสารกันแสงสะท้อน และเผยให้เห็นความงดงามกลไกลสลักเสลาแบบสเกเลตันและประดับลวดลายหลุยส์ที่ 14 Calibre 560 พัฒนาขึ้นจากกลไกฐาน ETA 2671 ประกอบทับทิม 25 เม็ด ขับเคลื่อนการแสดงชั่วโมง นาทีและวินาทีด้วยเข็มชี้บนหน้าปัด พร้อมคุณสมบัติของการกันน้ำในระดับความกดอากาศ 30 เมตร จับคู่สายหนังวัวแท้คุณภาพหลากสี หรือสายสเตนเลสสตีล
Flying 
through time
ภาพแห่งความทรงจำและบันทึกทางประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ได้เกิดขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคม 1947 เมื่อเครื่องบินความเร็วเหนือเสียงที่มีชื่อเรียกขานกันว่า เบลล์ เอ็กซ์วัน (Bell X1) ถือกำเนิดขึ้นพร้อมทั้งสร้างสถิติการบินด้วยความเร็วกว่าเสียงได้เป็นครั้งแรกของโลก และเพื่อหวนรำลึกถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่แห่งมวลมนุษยชาติในครั้งนั้น Oris จึงได้พลิกบทบาทครั้งใหม่ให้กับนาฬิกาสำหรับการบินของตนเองสู่ผลงานรุ่นล่าสุดกับโอริส บิ๊กคราวน์ เอ็กซ์วัน แคลคูเลเตอร์ (Oris Big Crown X1 Calculator) ด้วยความโดดเด่นของการบรรจุตารางคำนวณการบินแบบสไลด์ รูล (Slide Rule) อัน แม่นยำ และประสิทธิภาพการกันน้ำได้ลึก 30 เมตร ภายในตัวเรือนเคลือบ PVD สีโลหะที่ใช้ในการผลิตปืน เพื่อสะท้อนถึงสีของตัวเครื่อง Bell X1 รวมถึงการสลักอักษร 'X' ไว้บนปุ่มกดรีเซต (Reset) และตัวเลข '1' บนปุ่มสตาร์ท/สต็อป (Star/Stop) ควบคุมการทำงานของกลไกโครโน กราฟ
	ต้องยอมรับว่าผลงานการสร้างสรรค์ครั้งใหม่นี้สามารถผสานรูปแบบที่ลงตัวและฟังก์ชันที่จำเป็นสำหรับนักบินได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยพิสูจน์แล้วจากการใช้งานของกลุ่มนักบิน Bell X1 กับปฏิบัติการอันเหลือเชื่อก่อนยุคคอมพิวเตอร์และการใช้เทคโนโลยีในการช่วยคำนวณ พวกเค้าไว้วางใจและใช้เครื่องมือในการคำนวณ ทางวิศวกรรมเพียงอย่างเดียว ณ เวลานั้น คือ 'Slide Rule' ที่ Oris ตัดสินใจนำสเกลแบบวงกลมนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของนาฬิการุ่นพิเศษ Big Crown X1 Calculator เพื่อให้เป็นเครื่องมือคู่ใจของนักบินอย่างแท้จริง

NOTE
Oris Big Crown X1 Calculator 
ขับเคลื่อนความเที่ยงตรงแม่นยำด้วยกลไกอัตโนมัติโครโนกราฟ แสดงผลการจับเวลาวินาทีด้วยเข็มชี้กลาง ร่วมกับแสดงผลการจับเวลาบนหน้าปัดย่อย บอกวินาทีบนหน้าปัดเล็กที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา และช่องหน้าต่างแสดงวันที่ระหว่างตำแหน่ง 4-5 นาฬิกา ในตัวเรือนสเตนเลสสตีล ขนาด 46.0 มิลลิเมตร ประกอบขึ้นจาก 3 ชิ้นส่วน เคลือบด้วยสีของโลหะที่ใช้ในการผลิตปืนให้ภาพความแข็งแกร่งทนทาน ขณะเดียวกันก็ผนึกด้วยกระจกคริสตันแชพไฟร์ทรงโดมเคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้งสองด้านและกันรอยขีดข่วนได้เป็นเยี่ยม โดยมาพร้อมกับฝาหลังแบบขันเกลียวผนึกด้วยกระจกมิเนอรัล คริสตัล พร้อมตารางสำหรับอ่านมาตรวัดระบบเมตริกและระบบอังกฤษ วงแหวน รอบนอกสุดของขอบหน้าปัดแบบหมุนได้เพื่อใช้อ่านค่าตามตาราง 'Slide Rule' ที่ขอบหน้าปัดด้านใน ตกแต่งด้วยตัวเลขเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา ข้างตัวเรือนติดตั้งด้วยเม็ดมะยมขันเกลียว คงประสิทธิภาพการกันน้ำได้ลึก 30 เมตร ลงตัวด้วยสายหนังวัวแท้สีน้ำตาลเข้มตัดกับขอบสายด้วยการเดินด้ายสีขาวสไตล์นักบิน มาพร้อมกล่องบรรจุด้วยตารางคำนวณ 'Slide Rule' บนฝากล่อง ส่วนภายในประกอบด้วยใบประกาศนียบัตรและรายละเอียดของนาฬิกา พร้อมทั้งแผ่น DVD ภาพยนตร์เรื่อง The Right Stuff กำกับการแสดงโดย ฟิลิป คอฟแมน (Phillp Kautmann) ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการบินด้วยความเร็วเหนือเสียง

The Wings of Time
ถ่ายทอดประวัติศาสตร์การบินที่เคยจารึกในปี 1994 เมื่อเครื่องบิน พาทรุย ซูอิส หรือ PS (Patrouille Suisse-PS) ได้ถูกปลดระวางจากกองทัพอากาศสวิสทำให้บรรดาผู้ที่ชื่นชอบต่างร่วมกันรณรงค์เพื่อเก็บอนุรักษ์อากาศยาน Patrouille Suisse-Hunter อันทรงคุณค่าลำนี้เอาไว้ เช่นเดียวกับ Oris ที่ได้ร่วมปฏิบัติการในภารกิจครั้งนี้ด้วยการผลิตเรือนเวลา 3 เวอร์ชั่นพิเศษ โอริส สวิส ฮันเตอร์ ทีม พีเอส เอดิชั่น (Oris Swiss Hunter Team PS Edition)
	ซึ่งสมาชิกใหม่แต่ละเวอร์ชั่นของ Oris Swiss Hunter Team PS Edition ล้วนถ่ายทอดถึงคุณค่าแห่งเกียรติยศจากเครื่องบิน PS มาผสมผสานเข้ากับเอกลักษณ์ทางคุณภาพอันโดดเด่นในฐานะนาฬิกาจักรกลอัตโนมัติของ Oris โดยทั้งรายละเอียดงานการตกแต่งและงานออกแบบทั้งหมดหล่อหลอมมาจากจิตวิญญาณ การเป็นผู้ผลิตนาฬิกาสำหรับนักบินขนานแท้ของตัวเรือน บิ๊ก คราวน์ (Big Crown)  ต้นฉบับดั้งเดิม ก่อนนำมาปรุงแต่งด้วยสัญลักษณ์และเครื่องมือต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ภายในห้องนักบิน รวมถึงตราสัญลักษณ์ของ Swiss Hunter Team บนกระจกฝาหลัง ทำให้ทายาททั้ง 3 รุ่นนี้ ทรงคุณค่าแห่งความเป็น 'สวิส' อันเข้มข้นได้อย่างแท้จริง

NOTE
Oris Swiss Hunter Team PS Edition 
ผลงานเรือนเวลารุ่นนี้มาพร้อม 3 เวอร์ชั่นให้เลือกระหว่าง ตัวเรือนขนาด 44.0 มิลลิเมตร คู่หน้าปัดสีเทาเข้มบรรจุด้วยช่องหน้าต่างแสดงวันที่ หรือตัวเรือนขนาด 38.0 มิลลิเมตร คู่หน้าปัดสีเทาเข้ม และตัวเรือนขนาด 38.0 มิลิเมตร มาพร้อมหน้าปัดสีเงินประดับเพชรน้ำเงินเจิดจรัส โดยทั้ง 3 รุ่นประดิษฐ์ตัวเรือนจากวัสดุสเตนเลสสตีล เช่นเดียวกับฝาหลังเป็นสเตนเลสสตีลแบบขันเกลียวผนึกด้วยกระจกซึ่งพิมพ์ตราสัญลักษณ์ของ Swiss Hunter Team โชว์การทำงานของกลไกอัตโนมัติ Oris Calibre 733 พัฒนาจากกลไกฐาน Sellita Cal, SW200 ปกป้องหน้าปัดด้วยกระจกคริสตัลแชพไฟร์โค้งนูนรูปโดม ผ่านการเคลือบด้วยสารกันแสงสะท้อน ปลายเข็ม เม็ดมะยมข้างตัวเรือนแบบขันเกลียว กันน้ำได้ลึกระดับ 100 เมตร จับคู่มากับสายหนังหรือเลือกเป็นสายสเตนเลสสตีล พิเศษด้วยกล่องบรรจุที่ภายในมาพร้อมผ้าพันคอไหมลาย Swiss Hunter สำหรับหญิงสาวที่หลงใหลในโลกการบินและใบประกาศนียบัตรรับรอง Fly fast,  fly low,
turn left to Reno
ฉลองชัยชนะและความสำเร็จให้กับทีมอากาศยานของ โอริส บิ๊ก คราวน์ (Oris Big Crown) ที่เมื่อปี 2010 ที่ผ่านมาพวกเขาสร้างประวัติศาตสตร์หน้าใหม่ให้กับโลกการบินของ Oris จากการเข้าร่วมการแข่งขันระดับฟอร์มูล่า โกลด์ เรซ (Formula Gold Race) กับเจ้าแห่งตำนานการบิน เรโน แอร์ เรซ(Reno Air Race) มลรัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา และนับเป็นครั้งแรกของทีมแข็งขันอากาศยานสายเลือดสวิส นำโดย ดอน วิโต ไวแพรคไทเกอร์ (Don Vito Wypraechtiger) ที่สามารถคว้าชัยชนะเป็นลำดับที่สองของการแข่งขันมาครอง และเพื่อเป็นเกียรติแห่งความสำเร็จในครั้งนี้ Oris จึงได้รังสรรค์นาฬิการุ่นพิเศษใหม่ล่าสุด บีซีธรี แอร์ เรซซิ่ง ลิมิเต็ด เอดิชั่น (BC3 Air Racing Limited Edition ในจำนวนจำกัดเพียง 1,000 เรือน ออกมากุมหัวใจของนักบินและผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกานักบินโดยแท้
	โดยหัวใจของการออกแบบนั้นมาจากความปราดเปรียวของเครื่องบินที่ใช้ในการแข็งขัน สการ์เล็ต สกรีมเมอร์ (Scarlet Screamer) และเลือกวัสดุไทเทเนียมที่มีน้ำหนักเบากว่าสเตนเลสสตีลถึง 40 % มาประดิษฐ์เป็นตัวเรือนนาฬิกา พร้อมบรรจุฟังก์ชั่นแสดงเวลาไทม์โซนที่สองแบบ 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่จำเป็นยิ่งสำหรับเหล่านักบินเอาไว้ด้วยผลงานเรือนเวลารุ่นนี้ผลิตจำนวนจำกัด ซึ่งมาพร้อมใบประกาศนียบัตรและบรรจุในกล่องที่ออกแบบพิเศษ พร้อมสายยางและเครื่องมือสำหรับเปลี่ยนสายได้เองอย่างง่ายดาย

NOTE
Oris BC3 Air Racing Limited Edition
รุ่นพิเศษที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,000 เรือนเท่านั้นกับตัวเรือนขนาด 42.0 มิลลิเมตร ทำจากไทเทเนียมผนึกเข้ากับฝาหลังแบบขันเกลียวพร้อมสลักสัญลักษณ์ของ Big Crown Air Racing Team และหมายเลขประจำตัวเรือนติดตั้งเม็ดมะยมสเตนเลสสตีลแบบขันเกลียว คงประสิทธิภาพการกันน้ำในระดับแรงกดอากาศสูงสุด 100 เมตร ปกป้องหน้าปัดสีดำ ตกแต่งด้วยเครื่องหมายขีดบอกชั่วโมงแบบ 3 มิติและเข็มชี้เคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา ด้วยกระจกคริสตัลแซพไฟร์ที่ผ่านการเคลือบสารกันแสงสะท้อนจากด้านในรักษาระดับความเที่ยงตรงด้วยกลไกอัตโนมัติ ETA 2893-2 บอกเวลาไทม์โซนที่สองแบบ 24 ชั่วโมง บนหน้าปัดกลางคู่กับเข็มชี้ ทะมัดทะแมงด้วยสายไทเทเนียมและตัวพับบล็อกแน่นหนา โดยสามารถถอดเปลี่ยนกับสายยางสำรองที่มาพร้อมอุปกรณ์การเปลี่ยนสายและใบประกาศนียบัตรระบุหมายเลขประจำตัวเรือนภายในกล่องบรรจุออกแบบพิเศษ
Breath Taking
คาร์ลอส คอสเต้ (Carlos Coste) กับการสร้างสรรค์ประวัติศาสตร์แห่งโลกของการดำน้ำแบบไร้อุปกรณ์ช่วยหายใจ (Free Diving) ด้วยสถิติโลกครั้งใหม่อันเป็นผลงานล่าสุดที่ได้รับการบันทึกลงใน Guinness World Records สำหรับการดำน้ำแบบ Free Diving ได้ลึกถึง 150 เมตร ผ่านช่องเขาใต้น้ำ Dos Oios ที่หมุนวนเป็นระยะทางถึง 31 ไมล์ ใต้เมืองยูดาทาน ประเทศเม็กซิโก นับเป็นการดำน้ำแบบเสี่ยงตายอีกครั้ง เพราะเข้าใช้เพียงไฟฉายเพื่อส่องนำทางใต้น้ำ และตีนกบชนิดเดี่ยว
	ความกล้าและภารกิจอันท้าทายของเขา กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ Oris รังสรรค์นาฬิการุ่นพิเศษ คาร์ลอส คอสเต้ ลิมิเต็ด เอดิชั่น เซโนเต้ ซีรีส์ (Carlos Coste Limited Edittion Cenote Series) เพื่อประกาศเกียรติคุณกับความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่นี้ โดยได้เก็บเกี่ยวเอาคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับการดำน้ำ อย่าง การบรรจุสารเรืองแสงพิเศษไว้บนเข็ม ชี้เวลาเพื่อให้อ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจนแม่นยำ พิเศษกว่านาฬิกาเรือนใดๆ ด้วยเครื่องหมายทรงสามเหลี่ยม ณ ตำแหน่ง 2 นาที ซึ่งเป็นสถิติที่ Carlos สามารถกลั้นหายใจได้ 2.30 นาที ในการดำน้ำแบบไดนามิก ไดฟ์ (Dynamic Dive) และเครื่องหมายสามเหลี่ยมที่ตำแหน่ง 7 นาที เป็นสถิติที่ Carlos สามารถกลั้นหายใจได้ 7.30 นาที ในการดำน้ำแบบสแตติกไดฟ์ (Static Dive) นั้นเอง

NOTE
Oris Carlor Coste Limited Edition – Cenote Series
ผลงานความโดดเด่นจากห้องปฏิบัติการของ Oris จนได้มาเป็นนาฬิการุ่นพิเศษผลิตจำนวนจำกัดเพียง 2,000 เรือนเท่านั้น กับขนาดตัวเรือน 46.0 มิลลิเมตร น้ำหนักเบาด้วยวัสดุไทเทเนียม ประกอบขอบตัวเรือนเซรามิกบรรจุสเกลตัวเลขและเครื่องหมายขีดบอกนาทีเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา ผนึกแน่นหนาด้วยฝาหลังขันเกลียวพิมพ์สัญลักษณ์พร้อมลายเซ็นของ Carlos Coste เจ้าของสถิติโลกครั้งล่าสุด ครบครันด้วยการแสดงชั่วโมง นาที จับเวลาวินาทีด้วยเข็มชี้กลาง รวมถึงหน้าปัดย่อยแสดงผลการจับเวลา และบอกวินาที แสดงวันที่ทางช่องหน้าต่างที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา จากการทำงานของกลไกอัตโนมัติโครโนกราฟ ETA 7750 และโรเตอร์แดงของ Oris ติดตั้งข้างตัวเรือนด้วยปุ่มกดควบคุมการทำงานระบบโครโนกราฟ และวาล์วปล่อยก๊าซฮีเลียมอัตโนมัติที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา ด้วยประสิทธิภาพการกันน้ำได้ที่ระดับความกดอากาศ 50 เมตร มาพร้อมสายไทเทเนียม และกล่องบรรจุที่ภายในมีใบประกาศนียบัตรประจำตัวเรือน สายยางสำรองและเครื่องมือสำหรับถอดเปลี่ยนสายได้เองอย่างง่ายดาย The Seas of  Time 
	Oris ได้รังสรรค์เรือนเวลาสปอร์ตสำหรับสุภาพสตรีผู้ที่รักและหลงใหลโลกใต้ท้องทะเลกับรุ่น โอริส ไดเวอร์ส มิด-ไซด์ (Oris Divers Mid-Size) ด้วยรูปลักษณ์ทรงสปอร์ตผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถัน จึงทำให้เรือนเวลารุ่นนี้สามารถตอบรับกับสุภาพสตรีผู้ที่รักการดำน้ำและยังเป็นเรือนเวลาพิเศษที่สามารถใส่ในชีวิตประจำวัน
	กับทางเลือกของรุ่นถึง 5 เวอร์ชั่น ที่แตกต่างด้วยองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นขอบตัวเรือนเซรามิก หรือสเตนเลสสตีล ประดับเพชรน้ำงามระยิบระยับบนหน้าปัด ทั้งสีดำหรือสีขาว เติมเต็มด้วยบ่าปกป้องเม็ดมะยมเอกลักษณ์เฉพาะของ Oris จับคู่กับสายยางคุณภาพดีและให้ความรู้สึกสบายกระชับรับกับข้อมือและคล่องตัวสูงสุด

NOTE
Oris Divers Mid-Size
นาฬิกาสปอร์ตดำน้ำสำหรับสุภาพสตรี มาพร้อมขนาดตัวเรือน 36.0 มิลลิเมตร ทำจากสเตนเลสสตีล ติดตั้งด้วยเม็ดมะยมขันเกลียวและบ่าปกป้องกันการกระแทก มาพร้อมขอบตัวเรือนเซรามิกปรับหมุนได้ทิศทางเดียวตามคุณสมบัติของนาฬิกาดำน้ำ เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนของการแสดงเวลาเมื่ออยู่ใต้น้ำ โดยบรรจุบนขอบตัวเรือนนี้ด้วยสเกลบอกเวลา 60 นาที ทำงานคู่กับเข็มชี้กลางหน้าปัดทำจากนิกเกิลขัดเงาเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา บนพื้นหน้าปัดขัดเงาสีขาวสุดประณีต ประดับด้วยเพชร Sl แทนตำแหน่งตัวเลขบอกชั่วโมง 12 เม็ด น้ำหนัก 0.108 กะรัต ขับเคลื่อนภายในด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre SW 200-1 และโรเตอร์สีแดงของ Oris รักษาประสิทธิภาพการกันน้ำลึกที่ระดับความกดอากาศ 30 เมตร ประกอบเข้ากับสายยางและตัวปรับระดับความสั้นยาวของสายได้
(0)
Share
GMWatch
Keep by GMWatch
1309
FOLLOWER

Oris 4e RHFS Limited Edition

"Beyond the Horizon
หากคุ้นเคยกับแวดวงการบินมาก่อน คงพอรู้จักกับชื่อเสียงโด่งดังของ โฟร์ท สเปเชียล ฟอร์ซ เฮลิคอปเตอร์ เรจิมองก์ (4th Special Force Helicopter Regiment) หรือ 4e RHFS หน่วยทหารการบินพิเศษของฝรั่งเศษ ที่ในวันนี้ได้กลายเป็นนักบินกลุ่มล่าสุดที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับการออกแบบนาฬิกาสำหรับนักบินมืออาชีพรุ่นจำนวนจำกัดพิเศษเพียง 1,000 เรือนเท่านั้น ในชื่อเดียวกันว่า โอริส โฟร์ท อาร์เอชเอฟเอส ลิมิเต็ด เอดิชั่น (Oris 4e RHFS Limited Edition) โดยได้อิทธิพลของงานออกแบบตัวเรือนมาจากผลงานรุ่นพี่อย่าง โอริส บีซีโฟร์ เอวิเอชั่น (Oris BC4 Aviation) คอลเลกชั่นที่ได้เคยคว้ารางวัลอันทรงเกียรติมาแล้ว นำมาประยุกต์เป็นงานประดิษฐ์จากวัสดุแข็งแกร่งของสเตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีเทาเข้มกันการสึกกร่อนและการเกิดรอยขีดข่วนได้ดี ทั้งยังเป็นสีที่ช่วยในการพรางตัวของกองทหารขณะกำลังปฏิบัติภารกิจอันท้าทายได้ดีอีกด้วย
เช่นเดียวกับการออกแบบเม็ดมะยมขันเกลียว ประกอบตัวเรือนเข้ากับสายหนังพร้อมตัวล็อคแบบบานพับที่ออกแบบขึ้นพิเศษเพื่อช่วยทำให้ผู้สวมใส่สามารถปรับสายนาฬิกาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว เหมาะสำหรับเหล่าทหารหาญที่ต้องเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์ ด้วยหัวใจภายในบรรจุด้วยกลไกจับเวลาคุณภาพมาตรฐานสวิสแท้ และผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานจริงมาแล้วจากสมาชิกนักบินของกองทัพ 4th Special Force Helicopter Regiment จึงมั่นใจได้ถึงสมรรถนะสูงสุดของเรือนเวลาสำหรับบุรุษผู้กล้าเช่นนี้
NOTE
Oris 4e RHFS Limited Edition
เปี่ยมด้วยสมรรถนะความแข็งแกร่งและงานออกแบบสุดพิเศษภายในตัวเรือนขนาด 42.7 มิลลิเมตร ทำจากสเตนเลสสตีลหลายชิ้น เคลือบด้วย PVD สีเทา ติดตั้งเม็ดมะยมขันเกลียวและปุ่มกดเคลือบ PVD สีเทา ผนึกกระจกคริสตัลแชพไฟร์ทรงโค้งกันรอยขีดข่วนและเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีดำสองชั้นพร้อมเครื่องหมายบอกเวลาเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวาและประดับด้วยโลโก้ 4e Regiment โดย ณ ปลายเข็มจับเวลาวินาทีจะเป็นสีน้ำเงิน ขาว แดง ตามสีของธงชาติฝรั่งเศส ควบคู่กับการแสดงเวลาหลักและระบบจับเวลาอันแม่นยำ รวมถึงการแสดงวันที่ทางช่องหน้าต่างที่ 6 นาฬิกา ขณะที่ฝาหลังสลักโลโก้ 4e Regiment พร้อมหมายเลขประจำตัวเรือน ประกอบเข้ากับสายหนังสีดำเดินตะเข็บขาวและตัวเลือกแบบบานพับเคลือบ PVD สีเทา กันน้ำได้ลึกระดับ 100 เมตร นาฬิการุ่นนี้จะมาพร้อมใบประกาศนียบัตรรับรองและพวงกุญแจโลโก้ 4e Regiment ทรงคุณค่าแห่งการสะสม
"
1 KEEP
GMWatch
0 LOVES
COMMENT