AUDEMARS PIGUET Jules Audemars with Audemars Piguet Escapement ความถี่ 6 เฮิรตซ์, 43,200 ครั้ง/ชั่วโมง  ครองตำแหน่งความถี่สูงสำหรับนาฬิกาจักรกลไฮเอ็นด์อยู่ไม่น้อย นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกของ โอเดอะมาร์ส ปิเกต์ เอสเคปเมนต์ (Audemars Piguet Escapement) ในปี 2006 พร้อมกับคุณสมบัติเด่นอย่างการไม่จำเป็นต้องหยอดน้ำมันหล่อลื่นและมั่นใจได้ถึงศักยภาพการทำงานอันยอดเยี่ยม ที่เป็นผลมาจากการปกป้องจากแรงสั่นสะเทือนได้อย่างล้ำเสิศของเอสเคปเมนต์ใหม่นี้ จนกระทั่งต่อมาแบรนด์ได้พัฒนาต่อยอดให้จักรกลชิ้นนี้ไปปรากฏอยู่ร่วมกับกลไกไขลานชุดใหม่ Calibre 2908 with Audemars Piguet Escapement ขนาด 39.0 มิลลิเมตร ด้วยพัฒนาการด้านความถี่ที่ยกระดับขึ้นเป็น 6 เฮิรตซ์ หรือเท่ากับ 43,200 ครั้ง/ชั่วโมง ให้ความเที่ยงตรงสูงสุด จากการประกอบชิ้นส่วนกลไกรวม 267 ชิ้น ทับทิม 34 เม็ด ติดตั้งกระปุกลานคู่ ยังผลให้สามารถสำรองพลังงานได้นานสูงสุด 56 ชั่วโมง ด้วยความประณีตของการตกแต่งและประกอบชิ้นส่วนด้วยมือทั้งหมด ครบด้วยฟังก์ชันการแสดงเวลาบนสามหน้าปัด อันได้แก่ หน้าปัดหลักสีขาวแต่งด้วยตัวเลขโรมันสีดำและเข็มชี้สีน้ำเงินซึ่งแสดงเวลาชั่วโมงและนาที แยกแสดงวินาทีบนหน้าปัดอยู่ พร้อมหน้าปัดย่อยแสดงพลังงานสำรองคงเหลือ ภายในตัวเรือน 46.0 มิลลิเมตร ทำจากแพลทินัม 950 ผลึกกระจกคริสตัลแซพไฟร์ทั้งบนหน้าปัดและฝาหลัง กันน้ำได้ลึก 20 เมตร นับเป็นความสำเร็จของแบรนด์และเป็นมาตรฐานสำหรับต่อยอดสู่ทายาทกลไกและนาฬิการุ่นใหม่ในทุกวันนี้

NOTE
Case : 950 platinum. 46.0 mm diameter. sapphire crystal. sapphire crystal caseback
Dial : white enamel dial. painted black Roman numerals. blued steel hands 
Movement : hand-wound Calibre 2908 with Audemars Piguet Escapement. 39 mm. diameter. 34 jewels. 267 parts. Up to 56-hour power-reserve. 43,200 vph
Function : hours. minutes. small seconds. power-reserve indication
Strap : alligator leather
ฉายาจรวดทางเรียบอย่าง อูเซน โบลท์ (Usain Bolt) ระหว่างการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรในกีฬาโอลิมปิก 2008 และจบลงด้วยความเร็วทำลายสถิติโลกด้วยเวลา 9.96 วินาที หรือ
เสือชีตาห์ สัตว์บกที่วิ่งได้เร็วที่สุดในโลก กับความเร็วที่ทำได้สูงสุดถึง 80 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ
เครื่องบิน แอร์บัส 380 (Airbus 380) ที่บินระหว่างซูริกและสิงคโปร์ได้เร็วระยะทาง 24 เซนติเมตรต่อวินาที หรือ
กระสุน เอ็ม 16 (M16) ที่พุ่งได้เร็ว 97 เซนติเมตรต่อวินาที หรือ
แสงที่เดินทางได้เร็วถึง 300 กิโลเมตรต่อวินาที หรือ
นวัตกรรมจักรกลและนาฬิกาที่ถูกพัฒนาด้านความถี่การทำงานให้เร็วมากขึ้นเรื่อยๆ เหล่านี้

What will be the most attractive faster things between technological and mechanical subjects. Considered from these 5 watches beat in the moment, you might find the answer in your mind!
 ไล่ตามนวัตกรรมกันมาติดๆ เพราะหลังจากเปิดตัวนาฬิกาความถี่สูงอย่าง ฮอยเออร์ คาร์เรรา ไมโครกราฟ 1/100th เซกันด์ โครโนกราฟ (Heuer CARRERA MIKROGROGRAPH 1/100th Second Chronograph) ผลงานเรือนเวลาจักรกลโครโนกราฟข้อมือเรือนแรกเท่าที่เคยมี ที่บรรจุด้วยเข็มจับเวลาวินาทีกลาง แสดงความละเอียดได้สูงสุดถึง1/100th ของวินาทีได้ไม่นาน แบรนด์นี้ก็ขยับก้าวไปอีกขั้นด้วยการเผยโฉมนวัตกรรมจักรกลความถี่สูงสุด และล่าสุดเพิ่งครองรางวัลสปอร์ต วอทช์ (Sport Watch Prize) จากงาน เจนีวา วอทช์เมกกิ้ง กรังด์ปรีซ์ 2011 (Geneva Watchmaking Grand Prix 2011) ไปครอง ด้วยสมรรถนะที่ทำลายหลายสถิติที่เกี่ยวข้องกับความถี่การทำงานของกลไกจักรกลมาแล้วมากมาย จากกลกึ่งประกอบขึ้นจากชิ้นส่วน 354 ชิ้น ทับทิมรวม 53 เม็ด ขนาด 35.8 มิลลิเมตร หนา 7.95 มิลลิเมตร สำหรับจักรกลนาฬิกอัตโนมัติ ความถี่จะอยู่ที่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง และสำรองพลังงานได้นาน 42 ชั่วโมง ขณะที่กลไกไขลานโครโนกราฟมีอัตราการทำงานด้วยความถี่สูง 3,600,000 ครั้ง/ชั่วโมง เร็วกว่าจักรกลโครโนกราฟทั่วไปถึง 125 เท่า หรือ 10 เท่าเมื่อเทียบกับนาฬิการุ่นพี่อย่าง Heuer CARRERA MIKROGRAPH 1/100th Second Chronograph โดยมาพร้อมการแสดงชั่วโมง นาที เข็มจับเวลาวินาทีบนหน้าปัดกลาง เข็มจับเวลานาที และ 1/12 ของนาทีด้วยเข็มชี้กลาง และหน้าปัดพร้อมเข็มจับเวลา 1/10 ของวินาที ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา พร้อมกันนี้ยังติดตั้งด้วยหน้าปัดสีดำออกแบบพิเศษ ตกแต่งด้วยลวดลาย CÔtes de Genève เคลือบทองสีดำ ขณะที่ตัวเลขและเครื่องหมายขีดฝังด้วยสารเรืองแสง ในตัวเรือนขนาด 45.0 มิลลิเมตร ทำจากไทเทเนียมคาร์ไบด์ กระจกคริสตัลแซพไพร์เคลือบสารกันแสงสะท้อนสองชั้น กันน้ำได้ลึก 100 เมตร ประกอบสายยางสปอร์ต

NOTE
Case : titanium carbide coated . 
45.0 mm diameter. 
double anti-reflective curved sapphire crystal. titanium carbide coated push buttons. 
titanium carbide coated & rubber crown. 
Fine brushed titanium horns. Sapphire case back
Dial : ‘Black gold’ coated ‘CÔte de Genève’ and black. Chronograph minute and 1/12th  of a second at 6 o’clock calibrated to 5 seconds. White superluminova Arabic numerals. 1000 yellow Arabic numeral. ‘Black gold’ coated & polished hour and minute hands with luminescent markers. yellow central 1/1000th of a second chronograph hand. black & yellow chronograph hands. monochrome TAG Heuer logo 
Movement : manual chronograph (3,600,000 beats per hour). Automatic watch (28,800 beats per hour) 
Function : hours. minutes. small seconds. chronograph minute and 1/12th of minute. chronograph 1/10th of a second. Chronograph central 1/1000th of a second 
Strap : rubber
 อีกหนึ่งตัวอย่างของนวัตกรรมความถี่ที่ล้ำหน้าไปไกลมากขึ้น เช่นเดียวกับผลงานของเจ้าแห่งกลไกจักรกลอัจฉริยะ ในรุ่นนี้ที่มาพร้อมตัวเรือนสเตนเลสสตีล ขนาด 44.0 มิลลิเมตร ติดตั้งขอบตัวเรือนปรับหมุนได้สองทิศทาง พร้อมบรรจุสเกลบอก 60 นาที เม็ดมะยมหมุนเกลียวล็อก โดยเมื่อดึงเม็ดมะยมมาในตำแหน่งที่สอง จะเป็นการปรับตั้งเวลาไทม์โซนที่สองซึ่งแสดงไว้คู่กับการบอกกลางวันและกลางคืนบนหน้าปัดเล็กที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา และหน้าปัดแสดงเวลาไทม์โซนที่สองแบบ 12 ชั่วโมงที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา บนหน้าปัดออกไซต์สีดำคมเข้ม ตัดกับเข็มชี้และเครื่องหมายขีดบอกชั่วโมงเรืองแสง ขณะที่เข็มจับเวลาวินาทีโครโนกราฟแบ็กกลางหน้าปัดเป็นสีแดงเด่นด้วยอัตราการหมุนที่เร็วขึ้นเป็น 30 วินาที เติมเต็มด้วยการบรรจุหน้าปัดย่อยแสดงเวลาวินาทีที่ขับเคลื่อนครบรอบสมบูรณ์ภายใน 30 วินาทีที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา พร้อมช่องบอกวันที่ที่ 6 นาฬิกา ทรงพลังการขับเคลื่อนด้วยความถี่ 10 เฮิรตซ์ หรือ 72,000 ครั้ง/ชั่วโมงของกลไกอัตโนมัติ ซึ่งนับเป็นความถี่สูงที่ช่วยเพิ่มศักยภาพความเที่ยงตรงของเรือนเวลา อันเป็นผลมาจากนวัตกรรมวัสดุ ‘ซิลิคอน’ ที่นำมาใช้ผลิตเอสเคปเมนต์และบาลานซ์-สปริง ชมการทำงานได้ผ่านช่องหน้าต่างบนฝาหลัง พร้อมประสิทธิภาพการสำรองพลังงานได้นาน 45 ชั่วโมง และกันน้ำได้ลึก 100 เมตร จับคู่สายหนังเย็บตะเข็บประณีต หรือเลือกเป็นสายสเตนเลสสตีล

NOTE
Case : round in stainless steel . 44.0 mm diameter. unidirectional rotating bezel with 60-minute scale. screw-locked crown with two-position for resets the second time-zone indicator. Transparent window on case back
Dial : oxidized black. luminous hands and hour-markers. red chronograph’s second hand on a 
30-seconds basis at the central. 24 hour indicator at 3 o’clock. second time zone indicator at 6 o’clock with luminous Arabic numerals. small second on a 3D-second basis at 9 o’clock. 30/60 second indicator in on aperture at 6 o’clock
Movement : self-winding chronograph with flyback function and second time-zone. high frequency silicon escapement. 10 Hz. Or 72,000 vph. 45-hour power-reserve
Function : hours. minutes. small seconds. flyback Chronograph. second time-zone. date
Strap : integrated alligator strap or stainless steel bracelet
 เผยให้เห็นนวัตกรรมความถี่ผ่านทางช่องหน้าต่างเปิดเปลือยไว้ ณ บริเวณ 9-11 นาฬิกา เพื่อเผยให้เห็นนวัตกรรมจักรกลซึ่งขับเคลื่อนการทำงานด้วยความถี่ 36,000 ครั้ง/ชั่วโมง สูงกว่ากลไกทั่วไปถึง 25 % จากจักรกลอัตโนมัติโครโนกราฟระดับตำนาน และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในกลไกผลิตเป็นชุดที่ดีที่สุดในโลก อย่าง EI Primero 4021P ซึ่งพัฒนาและผลิตขึ้นภายในโรงงานของตนเองมากกว่า 40 ปี พร้อมเติมเต็มความสมบูรณ์และเที่ยงตรงให้กับทั้งการแสดงชั่วโมง นาที วินาที วันที่ บอกพลังงานสำรองคงเหลือ และระบบจับเวลาโครโนกราฟอันแม่นยำ โดยแสดงผลผ่านทางหน้าปัดย่อยส่วนฝาหลังเปิดเปลือยด้วยกระจกคริสตัลแซพไฟร์เพื่อโชว์การทำงานของกลไกและโรเตอร์ผ่านงานตกแต่งและแกะสลักลวดลาย ‘CÔtes de Geneve’ ไว้อย่างวิจิตร ในตัวเรือนออกแบบสไตล์ร่วมสมัย ขนาด 42.0 มิลลิเมตร ทำจากสเตนเลสสตีล หรือเลือกได้ในรุ่นตัวเรือนทูโทนระหว่างทองและสเตนเลสและตัวเรือนทองชมพูสีกุหลาบ 18K ลงตัวด้วยหน้าปัดสีเงินหรือสีดำ ตกแต่งด้วยเครื่องหมายขีดและเข็มชี้สามเข็มสำหรับบอกชั่วโมง นาทีและบนหน้าปัดวินาทีเหล็ก ผ่านการเจียระไนและขัดมุมอย่างประณีต ส่วนเข็มจับเวลาวินาทีกลางและเข็มจับเวลา 30 นาที รวมถึงเข็มแสดงพลังงานสำรองคงเหลือเป็นสีน้ำเงิน โชว์ความสามารถและเชี่ยวชาญด้านงานฝีมือการประดิษฐ์นาฬิกา โดยจับคู่มาพร้อมกับสายหนังจระเข้และประสิทธิภาพการกันน้ำได้ลึก 100 เมตร  อีกหนึ่งผู้นำทางด้านความเร็วและความถี่ของจักรกลการทำงาน โดยล่าสุดในปีที่ผ่านมาพวกเขาเสนอผลงานนาฬิกาบรรจุด้วยกลไกไขลานคู่กับทูร์บิญอง 30 องศา ทำจากซิลิคอน/ไทเทเนียม ทำให้มีน้ำหนักเบาเพียง 0.18 กรัม ติดตั้งอยู่ใน Calibre DB 2009 ซึ่งประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนรวม 298 ชิ้น ผสานเข้ากับแท่นเครื่องตกแต่งด้วยมืออย่างประณีต โดยเฉพาะลายแถบ CÔtes De Bethune อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะหนึ่งเดียวของแบรนด์ นอกจากนี้ยังประกอบกระปุกลานคู่    เพิ่มประสิทธิภาพการสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 5 วัน และขุมพลังความถี่การทำงาน 36,000 ครั้ง/ชั่วโมง หรือ 5 เฮิรตซ์ พร้อมอุปกรณ์รองรับแรงสั่นสะเทือนที่จำเป็นต่อการปกป้องกลไกนาฬิกาซับซ้อนอันละเอียดอ่อน ภายในงานออกแบบตัวเรือนไทเทเนียมเกรด 5 หรือเลือกเป็นเวอร์ชั่นตัวเรือนทองชมพูสีกุหลาบขนาด 45.0×42.0 มิลลิเมตร หนาเพียง 11.0 มิลลิเมตร และตัวเชื่อมสายแบบ ‘ลอย’ สไตล์ของแบรนด์ มาพร้อมหน้าปัดสเตนเลสสตีลสีดำขัดเงา และเล่นระดับด้วยชิ้นส่วนประกอบหลากหลายเพื่อเพิ่มมิติให้กับการแสดงเวลาและการดูเวลาได้ดียิ่งขึ้น ชุดเข็มเปลือยแบบสเกเลตันและเจาะช่องหน้าต่างให้กับกรงทูร์บิญองที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ก่อนจะผนึกทับด้วยกระจกคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน ขณะที่ฝาหลังของนาฬิกาออกแบบสไตล์นาฬิกา เข้าคู่กับลายหนังจระเข้

NOTE
Case : classic round-shaped titanium or 18K rose gold. 45.0×42.0 mm dimension. 11.0 thick, floating lugs in grade 5 titanium with pivoting system. sapphire crystal. 1800 Vickers hardness with double 
anti-reflective treatment. sold ‘hunter - type’ case back inspired by pocket-watch
Dial : black polished stainless steel. tourbillion at 6 o’clock 
Movement : hand wound. Calibre DB 2009. 298 components. 33 jewels. Hand-decorated with circular-grained. snailed. chamfered and polished steel parts. CÔtes De Bethune. self-regulating twin barrel Silicon/platinum balance wheel with flat terminal curve. ultra-light 0.18 gram silicon/titanium tourbillion.
triple pare-chute shock-absorbing system. 36,000 vph or 5 Hz 5-day power-reserve
Function : hours. minutes. power reserve. tourbillion 3D
Strap : extra-supple alligator leather with pin buckle
Board: Showtime
(0)
Share
GMWatch
Keep by GMWatch
1309
FOLLOWER

AUDEMARS PIGUET Jules Audemars with Audemars Piguet Escapement ความถี่ 6 เฮิรตซ์, 43,200 ครั้ง/ชั่วโมง

" ครองตำแหน่งความถี่สูงสำหรับนาฬิกาจักรกลไฮเอ็นด์อยู่ไม่น้อย นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกของ โอเดอะมาร์ส ปิเกต์ เอสเคปเมนต์ (Audemars Piguet Escapement) ในปี 2006 พร้อมกับคุณสมบัติเด่นอย่างการไม่จำเป็นต้องหยอดน้ำมันหล่อลื่นและมั่นใจได้ถึงศักยภาพการทำงานอันยอดเยี่ยม ที่เป็นผลมาจากการปกป้องจากแรงสั่นสะเทือนได้อย่างล้ำเสิศของเอสเคปเมนต์ใหม่นี้ จนกระทั่งต่อมาแบรนด์ได้พัฒนาต่อยอดให้จักรกลชิ้นนี้ไปปรากฏอยู่ร่วมกับกลไกไขลานชุดใหม่ Calibre 2908 with Audemars Piguet Escapement ขนาด 39.0 มิลลิเมตร ด้วยพัฒนาการด้านความถี่ที่ยกระดับขึ้นเป็น 6 เฮิรตซ์ หรือเท่ากับ 43,200 ครั้ง/ชั่วโมง ให้ความเที่ยงตรงสูงสุด จากการประกอบชิ้นส่วนกลไกรวม 267 ชิ้น ทับทิม 34 เม็ด ติดตั้งกระปุกลานคู่ ยังผลให้สามารถสำรองพลังงานได้นานสูงสุด 56 ชั่วโมง ด้วยความประณีตของการตกแต่งและประกอบชิ้นส่วนด้วยมือทั้งหมด ครบด้วยฟังก์ชันการแสดงเวลาบนสามหน้าปัด อันได้แก่ หน้าปัดหลักสีขาวแต่งด้วยตัวเลขโรมันสีดำและเข็มชี้สีน้ำเงินซึ่งแสดงเวลาชั่วโมงและนาที แยกแสดงวินาทีบนหน้าปัดอยู่ พร้อมหน้าปัดย่อยแสดงพลังงานสำรองคงเหลือ ภายในตัวเรือน 46.0 มิลลิเมตร ทำจากแพลทินัม 950 ผลึกกระจกคริสตัลแซพไฟร์ทั้งบนหน้าปัดและฝาหลัง กันน้ำได้ลึก 20 เมตร นับเป็นความสำเร็จของแบรนด์และเป็นมาตรฐานสำหรับต่อยอดสู่ทายาทกลไกและนาฬิการุ่นใหม่ในทุกวันนี้
NOTE
Case : 950 platinum. 46.0 mm diameter. sapphire crystal. sapphire crystal caseback
Dial : white enamel dial. painted black Roman numerals. blued steel hands
Movement : hand-wound Calibre 2908 with Audemars Piguet Escapement. 39 mm. diameter. 34 jewels. 267 parts. Up to 56-hour power-reserve. 43,200 vph
Function : hours. minutes. small seconds. power-reserve indication
Strap : alligator leather"
1 KEEP
GMWatch
0 LOVES
COMMENT