คุณสมบัติ 
ตัวแทนจำหน่าย : 
บริษัท นิคอน เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
โทร.0-2633-5100
ราคา : 72,500 บาท (บอดี้), 90,500 บาท (บอดี้+AF-S 
24-85mm f/3.5-4.5G ED VR)
กล้องในฝันของนักถ่ายภาพมือโปร ด้วยขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา พร้อมเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาใหม่ทั้งหมด มาพร้อมกับเซ็นเซอร์รับภาพ FX-format CMOS รุ่นล่าสุด ที่มีความละเอียดสูงถึง 24.3 ล้านพิกเซล ตอบสนองการทำงานที่รวดเร็วมากขึ้นด้วยหน่วยประมวลผลใหม่ EXPEED 3 นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเด่น อาทิ ช่องมองภาพแบบออพติคอลครอบคลุมการมองเห็นได้ 100 เปอร์เซ็นต์ 

Look and Feel 
สำหรับหน้าตาของ D600 ก็คงไม่ต่างอะไรมากมายกับกล้อง DSLR รุ่นอื่นๆ ของค่ายนี้ แต่สิ่งที่นิคอนใส่ใจและปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ใช้ก็คือน้ำหนักและความแข็งแรงของตัวกล้อง โดยออกแบบ D600 ให้เป็นกล้อง Full Frame ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดด้วยการรื้อส่วนประกอบต่างๆ ของกล้องเสียใหม่เพื่อให้มีพื้นที่ว่างในตัวกล้องให้มากที่สุด เช่นการใช้โมดูลเซ็นเซอร์ออโตโฟกัสที่มีขนาดเล็กลง รวมถึงการใช้วัสดุอย่างแม็กนีเซียมอัลลอยด์ที่มีความแข็งแรงทนทานทั้งด้านบนและด้านหลัง ผลก็คือกล้องมีน้ำหนักเบาประมาณ 760 กรัมแต่มีความแข็งแรง สามารถป้องกันความเสียหายจากการกระแทก นอกจากนี้ยังมีการซีลรอบตัวบอดี้เพื่อป้องกันสภาพอากาศบางอย่าง เช่นฝุ่นละออง, ความชื้น ฯลฯ เหมือนกับรุ่นใหญ่อย่าง D800 เพื่อการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบัน ความโดดเด่นของ D600 ประการแรกก็คือการใช้เซ็นเซอร์แบบ Full Frame หรือ 35.9 x 24 มม. ข้อดีของเซ็นเซอร์ประเภทนี้ก็คือได้จำนวนพิกเซลและรายละเอียดภาพสูง สามารถให้ bokeh ที่สวยงาม เนื้อสีดี ส่วนหน่วยประมวลผลก็ใช้รุ่นเดียวกันกับรุ่นใหญ่อย่าง D4 และ D800 นั่นคือ EXPEED 3 ซึ่งมีข้อดีคือประมวลผลภาพรวดเร็วทั้งการบันทึกข้อมูลลงการ์ด, การแสดงภาพและการถ่ายโอนภาพ อีกทั้งยังสามารถลดสัญญาณรบกวนได้ดีอีกด้วย ดังนั้นไม่ว่าจะใช้ค่า ISO สูงแต่ภาพก็จะไม่สูญเสียรายละเอียด โดยมีให้เลือกตั้งแต่ 100-6400 อย่างไรก็ตาม สำหรับการใช้งานในสถานการณ์ที่มีแสงจ้ามากๆ เช่นตอนเที่ยงหรือในที่ที่มืดมากมายๆ นิคอนก็เตรียมค่า ISO แบบสำเร็จรูปมาให้เพื่อใช้งานในสถานการณ์ดังกล่าว โดยมีให้ 2 ค่าคือ ISO 50 (Lo 1) และ ISO 25600 (Hi 2) 
	ทางด้านของระบบโฟกัส กล้องรุ่นนี้มาพร้อมกับระบบออโต้โฟกัสสูงสุด 39 จุด ซึ่งถือว่าละเอียดมาก แต่ก็ยังสามารถเลือกใช้โหมดอื่นๆ ได้ตามความต้องการโดยมีให้เลือกอีก 2 โหมดคือโหมดโฟกัส 9 จุดและ 21 จุด ขณะที่การถ่ายภาพต่อเนื่องสามารถทำได้ด้วยความเร็วประมาณ 5.5 ภาพต่อวินาที หรือถ้าพูดเป็นตัวเลขก็อยู่ที่ 0.13 วินาที บวกกับเวลาหน่วงก่อนลั่นชัตเตอร์ประมาณ 0.052 วินาที เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะพลาดภาพสำคัญแม้ในสถานการณ์ที่ subject มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วก็ตาม 	สำหรับช่อง Electronic View Finder ทำมาจากปริซึมแก้วที่นิคอนพัฒนาขึ้นใหม่ซึ่งครอบคลุมการมองเห็นภาพได้ 100 เปอร์เซ็นต์ซึ่งมีข้อดีคือเราสามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจน ซึ่งเมื่อเทียบกับจอ LCD แล้วช่างภาพมืออาชีพน่าจะมีความเคยชินกับการใช้ EVF มากกว่าจอแสดงผลด้านหลังกล้องและยังช่วยให้ถ่ายภาพได้รวดเร็วมากกว่า โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องมีการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว การมองภาพผ่านช่อง Electronic View Finder จะช่วยให้เรามองภาพได้ชัดเจน สามารถจัดองค์ประกอบได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม จอแอลซีดีก็มีความสำคัญเช่นกันโดยเฉพาะตอนถ่ายวิดีโอ จอของกล้องรุ่นนี้มีขนาด 3.2 นิ้ว ความละเอียดประมาณ 921,000 จุด ออกแบบให้ป้องกันแสงสะท้อนได้ พร้อมระบบปรับความสว่างอัตโนมัติ พูดถึงการถ่ายวิดีโอ D600 ออกแบบมาเพื่อการใช้งานด้านการบันทึกวิดีโอโดยรองรับการถ่ายวิดีโอ Full HD 30 fps ในรูปแบบ H.264/AVC HD ได้นานราว 30 นาทีต่อ 1 คลิป โดยสามารถเลือกบันทึกได้ทั้งรูปแบบ FX และ DX (ครอปภาพ) และยังมีฟังก์ชั่นถ่ายภาพ Time-lapse มาให้สำหรับการถ่ายภาพแบบเหลื่อมเวลาด้วย ส่วนระบบเสียงมาพร้อมกับช่องเสียบไมโครโฟนสเตอริโอและสามารถควบคุมความไวของไมโครโฟนได้ถึง 20 ระดับ
	นอกจากนี้แล้ว จุดเด่นอื่นๆ ของ Nikon D600 ก็มีอีก เช่นมาพร้อมกับช่องเสียบ SD Card จำนวน 2 ช่องและรองรับการ์ดประเภท UHS-I ใหม่ล่าสุดเพื่อการถ่ายทอดข้อมูลที่รวดเร็วกว่า เช่นเดียวกันกับการ์ด SDXC และ SD Card ที่มี Eye-Fi, บันทึกภาพ RAW และ JPEG ได้พร้อมกัน, เทคโนโลยี Active D-Lighting ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Nikon สำหรับการปรับระดับคอนทราสต์ของภาพให้เหมาะสม โดยคงรายละเอียดของส่วนไฮไลต์ไว้โดยไม่สูญเสียรายละเอียดในส่วนของเงามืด, HDR หรือการถ่ายภาพ 2 ภาพในการลั่นชัตเตอร์ครั้งเดียว โดยภาพหนึ่งมีความสว่างกว่าและอีกภาพหนึ่งจะมืดกว่า แล้วนำ 2 ภาพนั้นมารวมกันโดยอัตโนมัติ ทำให้ได้ภาพที่ยังคงรักษาความอิ่มตัวและโทนสีไว้เช่นเดิม, การรองรับอุปกรณ์เสริมแบบไร้สาย (WU-1b) เพื่อใช้งานกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต โดยสามารถสั่งลั่นชัตเตอร์ เลือกจุดโฟกัสและถ่ายภาพในโหมดจับเวลาได้ หากถ่ายภาพเสร็จก็สามารถแชร์ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กหรืออีเมลได้ด้วย ขณะที่เรื่องของแบตเตอรี่ นิคอนได้ออกแบบวงจรภายในกล้องใหม่ทั้งหมดทำให้ประหยัดพลังงานได้มากขึ้น โดยสามารถถ่ายภาพได้ประมาณ 900 ภาพต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (แบตรุ่นเดียวกันกับ D7000 และ D800)

In my Hands
นิคอนออกแบบมือจับด้านขวาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้เหมาะกับขนาดมือที่ต่างกัน  ร่องนิ้วด้านหน้ามีความลึกและยาวขึ้นเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความกระชับ ขณะที่ด้านหลังก็เปลี่ยนรายละเอียดเล็กน้อยเพื่อให้นิ้วโป้งจับได้ถนัดมากขึ้น แป้นหมุนเลือกโหมดอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม สามารถล็อคได้เช่นเดียวกับโหมดลั่นชัตเตอร์เพื่อป้องกันการเปลี่ยนโหมดโดยไม่ตั้งใจ ขั้วต่อต่างๆ ถูกแบ่งอย่างเป็นสัดส่วนโดยมีฝาปิดที่มีคุณภาพเพื่อป้องกันฝุ่นและความชื้นที่ด้านล่างของตัวกล้อง วงแหวนสำหรับปรับค่าความเร็วชัตเตอร์และค่ารูรับแสงถูกแยกอิสระจากกันทำให้มีความสะดวกในการปรับอย่างยิ่ง สำหรับเรื่องน้ำหนัก ถือว่าไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนที่ใช้กล้อง DSLR เป็นประจำอยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยใช้กล้องประเภทนี้ แม้นิคอนจะออกแบบมาให้น้ำหนักเบาที่สุดแล้ว เขาก็ยังรู้สึกว่ามันใหญ่อยู่ดี  

	ทางด้านของคุณภาพของภาพถ่าย เลนส์ Nikkor 85 mm f 1.8 ให้ภาพที่ใสสะอาดดีมาก ขณะเดียวกันก็ให้ Bokeh ที่มีความสวยงาม ฉากหลังละลายได้อย่างใจต้องการ ส่วนเรื่องรายละเอียดภาพก็มีความคมชัดสูง (สามารถดูตัวอย่างภาพได้จากภาพประกอบ) สามารถเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของภาพได้ดี เช่นคราบเหงื่อ, หยดน้ำตา ฯลฯ ส่วนเรื่องสี ด้วยความที่ใช้เซ็นเซอร์ Full Frame ทำให้ได้ภาพที่มีสีสันที่มีความเข้มข้น อิ่มตัว ส่วนการถ่ายภาพในตอนกลางคืน ขนาดของเซ็นเซอร์ Full Fame และหน่วยประมวลผล EXPEED 3 สามารถทำให้ภาพสว่างและตัดสัญญาณรบกวนได้ดีทีเดียว เช่นตอนที่ถ่ายในบาร์ที่มีแสงสลัวๆ ภาพที่ออกมามีรายละเอียดคมชัด ความสว่างของภาพอยู่ในระดับที่ดี

Final words
สำหรับคนที่อยากได้กล้องมาเพื่อใช้ทำงานหรือประกอบอาชีพ เช่นรับจ้างถ่ายภาพตามงานต่างๆ หรือแม้กระทั่งใช้ในองค์กร D600 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งเพราะให้คุณภาพของภาพในระดับที่น่าพึงพอใจยิ่ง แต่สำหรับคนถ่ายภาพเป็นงานอดิเรกแต่อยากได้ภาพที่มีคุณภาพสูงเหมือนมืออาชีพ อาจจะต้องพิจารณาเรื่องราคาและความสะดวกสบายในการพกพาสักหน่อย เพราะต้องยอมรับว่าการที่คุณต้องพกพากล้อง DLSR ตัวใหญ่ไปไหนมาไหนด้วยไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับและราคาก็นับว่าสูงพอสมควร
• ให้รายละเอียดภาพครบถ้วน subject 
   แยกออกจาก background อย่างเด่นชัด

• ISO 1600 
   ช่วยให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดี

• เลนส์ 80 มม. f 1.4    

• ใช้คู่กับเลนส์ 50 มม. f 1.8 ขนาดของเซ็นเซอร์นั้นสำคัญเพราะมีผลต่อคุณภาพของภาพ เซ็นเซอร์ภาพขนาดใหญ่มีประสิทธิภาพดีกว่าเซ็นเซอร์ภาพขนาดเล็ก โดยสามารถให้ภาพที่มีสีสันเข้มข้นมากกว่า สามารถลดปริมาณ noise ได้ดีกว่า รวมถึงสามารถให้ความชัดตื้น-ชัดลึกของภาพได้ดีกว่า หากวัดกันตามขนาดเซ็นเซอร์ กล้องดิจิตอลที่มีขนาดเซ็นเซอร์ไล่จากเล็กไปหาใหญ่คือ กล้องคอมแพ็ค, กล้องไร้กระจก (Mirrorless Camera) และกล้อง DSLR แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันได้มีการให้ความสำคัญกับขนาดของเซ็นเซอร์มากขึ้น มีผู้ผลิตบางรายที่พัฒนากล้องคอมแพ็คให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น Nikon CoolPix A ที่ใช้เซ็นเซอร์ APS-C ที่มีขนาดเท่ากับกล้อง DSLR และ Sony RX-1 ที่มีเซ็นเซอร์ Full Frame เหมือนกล้อง DSLR ระดับไฮเอนด์อย่าง Nikon D600 และ Canon 6D
(4)
Share
GM2000
Keep by GM2000
1298
FOLLOWER

คุณสมบัติ

"
ตัวแทนจำหน่าย :
บริษัท นิคอน เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
โทร.0-2633-5100
ราคา : 72,500 บาท (บอดี้), 90,500 บาท (บอดี้+AF-S
24-85mm f/3.5-4.5G ED VR)"
1 KEEP
GM2000
4 LOVES
waneejang
tuck.jindarat
temujin1970
orasajj
COMMENT