HOW TO COOL your house อากาศบ้านเราร้อนระอุราวกับอยู่ในทะเลทราย จะเปิดเครื่องปรับอากาศก็เปลืองค่าไฟ จะออกไปเดินเล่นก็เปลืองค่ารถ มีแต่เรื่องเสียเงินทองทั้งนั้น อาจทำให้เด็กๆ เครียด งอแง จนพาลให้คุณพ่อคุณแม่เครียดไปตามๆ กัน Family Travel จึงรีบออกตามหาเคล็ดลับดีๆ ให้ทั้งครอบครัวคลายร้อนได้โดยไม่ต้องออกจากบ้าน แถมยังเป็นการทำกิจกรรมร่วมกันได้อีกด้วย เรามาทำให้บ้านของเราเย็นด้วยวิธีธรรมชาติแบบง่ายๆ กันเถอะค่ะ

ปลูกต้นไม้
วิธีแรกที่ขอนำเสนอนั่นคือการปลูกต้นไม้ เพราะไม่ใช่เพียงแค่เป็นร่มเงาคอยบังแดดบังลมให้เราได้เท่านั้น หากยังทำหน้าที่เสมือนเครื่องกรองอากาศขนาดใหญ่ เปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำให้โลกของเราร้อนขึ้น เป็นก๊าซออกซิเจนที่ทำให้เราเย็นสบาย จึงควรปลูกต้นไม้ที่มีลักษณะสูงโปร่ง เป็นไม้ยืนต้น หรือไม้พุ่ม ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก เพื่อบดบังแสงอาทิตย์ในยามเช้าและบ่าย
ลองตรวจดูภายในบ้านว่ามีตู้ใบใหญ่หรือเฟอร์นิเจอร์ขวางทางลม หรือบังหน้าต่าง
อยู่บ้างหรือเปล่า ถ้ามีละก็ คุณพ่อคุณแม่ลองชวนเด็กๆ มาช่วยกันจัดแจง ขยับสิ่ง
กีดขวางออก เพราะทิศทางการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ถือเป็นสิ่งสำคัญ ควรวางตู้ทางทิศตะวันตก เพราะช่วงบ่ายแสงจะส่งเข้ามาภายในตัวบ้าน ตู้ไม้ และเสื้อผ้าด้านในจะช่วยเป็นฉนวนกันแดดและความร้อนได้ดี ส่วนเตียงควรหันหัวไปทางทิศตะวันออก เพื่อให้ได้รับแสงรำไรยามเช้า และถ้ามีหน้าต่างทางทิศเหนือ-ทิศใต้ลมจะพัดเข้ามา อย่าลืมเปิดเอาไว้ให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก

จัดแต่งสวนรอบบ้าน
การปรับแต่งพื้นคอนกรีตรอบบ้านเป็นพื้นดินก็ช่วยทำให้บ้านของเราเย็นได้เช่นกัน เพราะรากของต้นไม้จะดูดซึมน้ำไว้ ส่วนพื้นดินจะอุ้มน้ำทำให้เกิดความชุ่มชื่น เมื่อแสงแดดมากระทบ จะช่วยลดความร้อนบริเวณบ้านได้ และทำให้ลมที่พัดเข้าบ้านไม่ร้อนอีกด้วย สำหรับครอบครัวที่กำลังคิดจะสร้างบ้าน หรือต่อเติมบ้านเพิ่ม อย่าลืมคิดถึงการออกแบบให้ตรงกับสภาพอากาศร้อนๆ ในปัจจุบันด้วยนะคะ เราจึงต้องวางแผนเตรียมการล่วงหน้า ศึกษาหาข้อมูลก่อน ตั้งแต่การวางทิศของบ้าน และออกแบบบ้านให้แต่ละห้องอยู่ในมุมที่เหมาะสม เช่น ควรหันหน้าบ้านไปทางทิศตะวันออก เพื่อรับแสงแดดยามเช้า ส่วนตอนบ่าย
แดดแรงด้านทิศตะวันตกจะเป็นที่กำบังแสงอาทิตย์ให้เราได้จึงควรติดฉนวนกันความร้อนไว้ที่ด้านนี้ ควรใช้โทนสีอ่อนทาบ้านทั้งภายในและภายนอก จะทำให้ผนัง
ไม่สะสมความร้อน รวมถึงใช้สีสว่าง
ทาสีหลังคา เพราะจะดูดซับความร้อน
น้อยกว่า นอกจากนี้ควรติดฉนวนกัน
ความร้อนไว้บนหลังคา หรือบนผนัง
ของบ้านด้านที่ต้องโดนแดด

การออกแบบบ้านควรให้สามารถนำแสงสว่างจากธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ เพื่อจะได้ไม่ต้องเปิดไฟในตอนกลางวัน เช่น ใช้บล็อกแก้วหรือติดกระจกเป็นส่วนประกอบแทน นอกจากนี้ต้องคำนึงถึงทิศ
ทางลมและแสงแดดด้วย การสร้างบ้านโดยอิงหลักเหล่านี้สามารถทำให้บ้านเย็นขึ้นได้ CO2
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คือต้นเหตุของภาวะโลกร้อนทุกวัน แล้วมันมาจากไหนน่ะหรือ ก็มาจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทุกคนใช้ และการเผาผลาญในรถยนต์ที่เราขับนี่ล่ะค่ะ

OFF
เพียงแค่ลดพลังงานไฟฟ้า ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดหลังใช้งานเสร็จแล้ว จะช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้นับ 1 พันปอนด์ต่อปี

OPEN
เพียงแค่เปิดหน้าต่างแทนการเปิดเครื่องปรับอากาศก็สามารถลดปริมาณก๊าซ
คาร์บอนไดออกไซด์ได้ 20 ปอนด์

40%
การใชhหลอดไส้เป็นหลอดประหยัดไฟ
สามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ได้ และถ้าเปลี่ยนไปใช้ไฟแบบหลอด
LED จะได้ไฟที่สว่างกว่า และประหยัด
กว่าหลอดปกติ 40%

ONE TREE
ปลูกต้นไม้ในสวนหน้าบ้าน 1 ต้น จะช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1 ตัน ตลอดอายุของมัน
(3)
Share
FamilyTravel
Keep by FamilyTravel
2252
FOLLOWER

HOW TO COOL your house

"อากาศบ้านเราร้อนระอุราวกับอยู่ในทะเลทราย จะเปิดเครื่องปรับอากาศก็เปลืองค่าไฟ จะออกไปเดินเล่นก็เปลืองค่ารถ มีแต่เรื่องเสียเงินทองทั้งนั้น อาจทำให้เด็กๆ เครียด งอแง จนพาลให้คุณพ่อคุณแม่เครียดไปตามๆ กัน Family Travel จึงรีบออกตามหาเคล็ดลับดีๆ ให้ทั้งครอบครัวคลายร้อนได้โดยไม่ต้องออกจากบ้าน แถมยังเป็นการทำกิจกรรมร่วมกันได้อีกด้วย เรามาทำให้บ้านของเราเย็นด้วยวิธีธรรมชาติแบบง่ายๆ กันเถอะค่ะ
ปลูกต้นไม้
วิธีแรกที่ขอนำเสนอนั่นคือการปลูกต้นไม้ เพราะไม่ใช่เพียงแค่เป็นร่มเงาคอยบังแดดบังลมให้เราได้เท่านั้น หากยังทำหน้าที่เสมือนเครื่องกรองอากาศขนาดใหญ่ เปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำให้โลกของเราร้อนขึ้น เป็นก๊าซออกซิเจนที่ทำให้เราเย็นสบาย จึงควรปลูกต้นไม้ที่มีลักษณะสูงโปร่ง เป็นไม้ยืนต้น หรือไม้พุ่ม ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก เพื่อบดบังแสงอาทิตย์ในยามเช้าและบ่าย"
1 KEEP
FamilyTravel
3 LOVES
kaetkaow.srisod
nimrungnapha
waneejang
COMMENT