3. ออกแบบให้มีชายคายื่นยาว   การมีหลังคาหรือชายคายื่นยาวสำหรับสภาพอากาศเมืองไทยพิสูจน์แล้วว่าป้องกันได้ทั้งแดด และฝน ดังนั้นบริเวณทิศตะวันตกและทิศใต้ของบ้านที่ได้รับความร้อนตลอดทั้งวันควรออกแบบหลังคายื่นยาวประมาณ 1 - 1.5 เมตร โดยเฉพาะในจุดที่ใกล้ประตูหรือหน้าต่างซึ่งแสงแดด ส่องเข้าสู่ตัวบ้านได้โดยตรง
เพราะหน้าร้อนปีนี้เริ่มส่งสัญญาณมาแล้ว H&D จึงชวนคุณมาเตรียมตัวเตรียมบ้านให้พร้อมรับมือกับอากาศร้อนในเดือนนี้ ซึ่งทั้ง 8 วิธีนี้ บางบ้านอาจลงมือทำแล้ว  บางบ้านอาจยังไม่ได้ทำ แต่ที่แน่ๆ รีบลงมือทำไว้ก่อน ก็ร้อนน้อยกว่าแน่นอน 
วิธีกางร่ม ให้บ้าน    ในจุดที่คิดว่าต้องการให้แสงธรรมชาติผ่านเข้ามาในบ้านบางส่วนสามารถตีระแนงเพื่อบังแดดและกรองแสงธรรมชาติซึ่งปัจจุบันนี้ มีวัสดุที่ใช้ทำระแนงหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นไม้เทียม ไวนิล ทั้งแบบที่เป็นขนาดต่างๆ หรือแบบสำเร็จรูป สามารถประกอบ แล้วนำมาติดตั้งได้ทันที โดยระแนงบังแดดแนวตั้งควรใช้บังแดดทางทิศตะวันตกของบ้าน ส่วนระแนงบังแดดแนวนอนควรติดตั้งทางทิศใต้ของบ้าน 
แปลนบ้านรูปตัว U หรือตัว L หากวางให้ถูกทิศกับดวงอาทิตย์ นอกจากจะสร้างสเปซภายในบ้านให้เกิดขึ้นแล้ว ตัวบ้านยังช่วยบังแดดให้บริเวณสนามหรือคอร์ตกลางบ้านได้อีกด้วย หรือถ้าหากเป็นบ้าน 2 ชั้น ก็ควรออกแบบให้ชั้น 2 มีส่วนที่บังแดดให้กับชั้นล่างด้วย 
  3. ออกแบบให้มีชายคายื่นยาว  การมีหลังคาหรือ  สำหรับจุดที่เปิดโปร่ง โล่ง ด้วยกระจก แต่ไม่ได้กำหนดตำแหน่งของช่องเปิดให้สัมพันธ์กับทิศทางของดวงอาทิตย์ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ก็มีวิธีป้องกันความร้อนในภายหลังด้วยการเลือกใช้กระจกกันความร้อน หรือกระจก Low-E ซึ่งด้านในของกระจกจะเคลือบสารเคมีป้องกันความร้อน และมีช่องว่างของอากาศเป็นฉนวนกันความร้อนอีกชั้นหนึ่ง แต่มีราคาสูงกว่ากระจกทั่วไป   ในจุดที่แสงแดดผ่านเข้ามาตลอดทั้งวันอย่างเช่นกระจก เราสามารถใช้ม่านเพื่อช่วยบังแดด และความร้อนให้กับบ้านได้ การเลือกม่านที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องจำเป็น สำหรับบ้านที่ไม่ต้องการ
กันแดดมากนักอาจเลือกม่านปกติ ไม่ว่าจะเป็นผ้าม่าน ม่านไม้ มู่ลี่ ตามลักษณะการใช้งาน แต่สำหรับใครที่อยู่คอนโดมิเนียมชั้นสูงๆ คงยากที่จะหาร่มเงาจากต้นไม้หรือตึกข้างเคียงมาช่วยกันแดด ควรใช้ผ้าม่านแบบทึบแสง (Black Out) ซึ่งส่วนมากมีการเคลือบสารป้องกันรังสี UV เพื่อช่วยสะท้อนแสงด้วย 

6. อย่าลืมหลังคา และฉนวนกันความร้อน  จุดที่ความร้อนผ่านเข้าสู่ตัวบ้านมากที่สุดคือหลังคา ดังนั้นถ้าป้องกันความร้อนทางนี้ได้ ก็จะช่วยลดความร้อนให้บ้านได้เยอะ การป้องกัน ความร้อนทางหลังคาทำได้ตั้งแต่การเลือกวัสดุมุงหลังคาที่ช่วยสะท้อนและไม่สะสมความร้อน เช่น กระเบื้องเซรามิก รวมทั้งติดตั้งฉนวน กันความร้อนในจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์กันความร้อนที่ติดตั้งใต้ แผ่นกระเบื้อง หรือฉนวนกันความร้อนที่ เนื้อฉนวน เป็นเส้นใยหุ้มด้วยอะลูมิเนียมฟอย์ลางเหนือฝาเพดาน ฉนวนกันความร้อนประเภทนี้มีความหนาให้เลือกใช้ หากฉนวนยิ่งหนาก็ยิ่งช่วยป้องกันความร้อนได้ดีขึ้น
7.ทาสีผนังภายนอกด้วยสีอ่อน  ปกติเมื่อความร้อนจากแสงอาทิตย์ส่องมาที่ผนังบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผนังคอนกรีตจะดูดความร้อนเอาไว้ในเวลากลางวันและคายความร้อนตอนกลางคืน	 การทาสีจึงเป็น
อีกวิธีที่จะช่วยป้องกันผนังดูดความร้อนได้แต่ควรเลือกใช้สีโทนอ่อนเพราะจะดูดความร้อน น้อยและสะท้อนความร้อนได้ดีกว่าสีโทนเข้มรวมทั้งเลือกใช้สีทีมี่คุณสมบัติสะท้อนความร้อน ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ผนังบ้านสะสมความร้อนอีกด้วย	 
8.ทำผนัง 2 ชั้น   หลังคายังติดฉนวนได้ ทำไมผนังจะมีฉนวนบ้างไม่ได้ ผนังบ้านทั่วไปเป็นการก่อสร้างแบบก่ออิฐฉาบปูน ผนังด้านที่โดนแดดจัดก็จะร้อนกว่าผนังด้านอื่นเราสามารถทำเสริมสร้างเข้าไปอีกชั้นหนึ่งซึ่งอยู่ด้านในตัวบ้านโดยตีโครงเคร่าโลหะแล้วใส่ฉนวนกันความร้อนเข้าไประหว่างผนังก่ออิฐฉาบปูน	 จากนั้นจึงปิดด้วยแผ่นยิปซัมหรือวัสดุแผ่นเรียบตามต้องการก็จะช่วยกันความร้อนได้อีกระดับหนึ่ง 
ค่า R ที่อยู่บนฉนวนกันความร้อนคืออะไร 
=บ่อยครั้งที่หยิบฉนวนกันความร้อนขึ้นมาพิจารณาพบว่าบนฉลากสินค้ามีคำว่าค่า Rเท่านั้นเท่านี้แล้วค่า R ที่ ว่านี้คืออะไร ค่า	R ย่อมาจาก Resistant Value	หรือค่าต้านทานความร้อนยิ่งมีค่ามากเท่าไหร่ฉนวนนั้นก็ยิ่งกันความร้อนได้ดี	ดังนั้นเวลาเลือกซื้อฉนวนควรเลือกรุ่นที่มีค่าRมากจะช่วยกันความร้อนได้ดีกว่า
(0)
Share
HomeDecor
Keep by HomeDecor
2995
FOLLOWER

3. ออกแบบให้มีชายคายื่นยาว

" การมีหลังคาหรือชายคายื่นยาวสำหรับสภาพอากาศเมืองไทยพิสูจน์แล้วว่าป้องกันได้ทั้งแดด และฝน ดังนั้นบริเวณทิศตะวันตกและทิศใต้ของบ้านที่ได้รับความร้อนตลอดทั้งวันควรออกแบบหลังคายื่นยาวประมาณ 1 - 1.5 เมตร โดยเฉพาะในจุดที่ใกล้ประตูหรือหน้าต่างซึ่งแสงแดด ส่องเข้าสู่ตัวบ้านได้โดยตรง "
1 KEEP
HomeDecor
0 LOVES
COMMENT
RELATED ARTICLE
4
1
1
1
0
0
0
0
0
0