บ้านไร้กาลเวลา “ผมเองก็อยากให้ลูกๆ เติบโตท่ามกลางศิลปะอย่างแท้จริง (Real Art) อยากให้เขารักศิลปะ เพราะผมมองว่าศิลปะเป็นสิ่งสวยงาม อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังให้เด็กๆ มีความคิดอ่านในเชิงบวกและสร้างสรรค์ แม้ว่างานอาร์ตทุกชิ้นในบ้านจะเป็นงาน Original ทั้งหมด แต่เวลาอยู่บ้านเราก็จะเล่นเกม เตะฟุตบอล รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ท่ามกลางงานเหล่านี้ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องเกร็งเหมือนเวลาอยู่พิพิธภัณฑ์ หรือแกลเลอรี่ ซึ่งตอนนี้ลูกชายคนเล็ก 3 ขวบ กับลูกสาวคนโต 7 ขวบ เริ่มซึมซับเรื่องราวของศิลปะแล้ว เพราะปีก่อนลูกสาว ขอให้ผมซื้อภาพแนวเอ็บสแตร็กต์ของ Doris Bloom ให้ ดูสิขอชิ้นแรกก็แรงเลย (หัวเราะ)”
สมัยเด็กๆ เมื่อเอ่ยถึง ประเทศเดนมาร์ก เราจะนึกถึง ‘แอเรียล’ เจ้าหญิงเงือกน้อย ผู้ใฝ่ฝันถึงชีวิตบนโลกมนุษย์ จากเทพนิยายสุดคลาสสิกที่โด่งดังไปทั่วโลก ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน นักเขียนชาวเดนมาร์ก แต่ถ้าถามอีกครั้งในวันนี้เรากลับนึกถึงเฟอร์นิเจอร์ไม้ดีไซน์สวยควบคู่ไปกับความคลาสสิกของสถาปัตยกรรม อาร์ตแกลเลอรี่ และพิพิธภัณฑ์ โดยชาวเดนมาร์กนั้น ต่างเติบโตขึ้นท่ามกลางความงดงามของสถาปัตยกรรม แวดล้อมด้วยเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์รวมถึงงานอาร์ตหลากสไตล์ ผู้คนจึงดื่มด่ำผูกพันในเรื่องราวของศิลปะ และดีไซน์แบบซึมลึกถึงระดับดีเอ็นเอ เมื่อเราได้รับเกียรติไปเยี่ยนเยือนบ้านส่วนตัวของคุณโทมัส กูลเดนเจอร์ คริสเตียนเซน (Thomas Guldager Christiansen) ผู้บริหารไฟแรงของโรงแรมแกรนด์มิลเลนเนียม สุขุมวิท เพียงก้าวแรกเราก็สัมผัสได้ถึงความเป็นหนุ่มเดนมาร์ก ผ่านความงามของการตกแต่งภายในสไตล์คอนเทมโพรารี ผสมผสานระหว่างเฟอร์นิเจอร์แอนทีคไทย-จีน กับเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์คลาสสิก ฝีมือการออกแบบของดีไซเนอร์ระดับโลก กับการจัดพื้นที่ใช้สอยแบบ One Big Space ที่ดูโมเดิร์นสุดๆ โดยบ้านหลังนี้มีพื้นที่ทั้งหมด 187 ตารางเมตร ประกอบด้วย 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น – รับแขก 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องครัว 1 ห้องเก็บของ ระเบียง พื้นที่ซักล้าง พร้อมด้วยห้องแม่บ้านกับห้องน้ำในตัว “บ้านหลังนี้ผมออกแบบเองตั้งแต่เป็นพิมพ์เขียวเลยอยากได้บ้านที่ไม่เหมือนใคร อยู่แล้วรู้สึกอบอุ่น สบายมีความสุข เป็น Comfort Zone ของครอบครัวอย่างแท้จริง เวลากลับบ้านก็จะรู้สึกว่า “เอ้อ นี่แหละโลกของเรา” ที่มองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยสิ่งที่ผมชอบ มีรูปถ่ายของลูกๆ ภาพครอบครัว มีงานศิลปะ (Arts) นานาชนิด อาทิ ภาพลายเส้น ภาพสเกตซ์ Charcoal สีน้ำ สีน้ำมัน งานหล่อ-ปั้น และชิ้นงานมาสเตอร์พีซที่เป็นของสะสมซึ่งสิ่งแวดล้อมแบบนี้ มีพลังในตัวเองและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ทำให้ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้มอง และรู้สึกปลอดภัยเวลาอยู่บ้าน” “ตกแต่งภายในสไตล์คอนเทมโพรารี ผสมผสานระหว่างเฟอร์นิเจอร์แอนทีคไทย-จีน กับเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์คลาสสิก ฝีมือการออกแบบของดีไซเนอร์ระดับโลก กับการจัดพื้นที่ใช้สอบแบบ One Big Space ที่ดูโมเดิร์นสุดๆ” สำหรับการตกแต่งภายในบ้านจะเป็นการผสมผสานกันระหว่างเฟอร์นิเจอร์แอนทีคของจีน-ไทย กับเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ของนักออกแบบชื่อดัง โดยห้องรับประทานอาหารมีตู้ยาจีนโบราณตั้งอยู่ชิดผนัง ด้านบนประดับด้วยงานสคัลป์เจอร์ที่เรียกได้ว่านานาชาติ อาทิ หลวงปู่ทวด ซึ่งผมเคารพท่านเป็นการส่วนตัว มีพระแม่มารีเพราะผมเกิดมาเป็นคริสเตียน ไม้แกะสลักจีนโบราณรูปเทพเจ้ากวนอูที่เก่าแก่มาก รวมถึงบ้านบนหัวกะโหลกที่ชื่อว่า Skull งานของ Frodo Mikkelsen ซึ่งตอนนี้มีให้ดูที่ Metropolitan Museum of Art (MET) ใน New York ส่วนริมกระจกผมตั้งเก้าอี้ไม้จีนโบราณที่สมัยก่อนเขาใช้สำหรับทริปล่าสัตว์ของเชื้อพระวงศ์กับขุนนางระดับสูงและเพื่อให้เข้ากันผมก็สั่งทำโต๊ะไม้ตัวหนา ที่มีความยาว 2.5 เมตร ที่สามารถรองรับทุกคนในครอบครัวได้อย่างสบายๆ บนพื้นทางเดินปูด้วยพรมเปอร์เซียสีสดที่ช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับห้องทานอาหาร และห้องนั่งเล่นได้เป็นอย่างดี ติดกันเป็นส่วนของห้องนั่งเล่น-รับแขกที่จัดวางเซตโซฟาเบดสีครีมจากดีวาโน คู่กับเก้าอี้ Costes Driade สีดำ ออกแบบโดย Philippe Starck เข้ากันได้ดีมากกับโคมไฟสีดำทรงสวยของ GUBI ออกแบบโดยคู่หูดูโออย่าง Torsten Thorup และ Claus Bonderup ชาวเดนมาร์ก ซึ่งออกแบบไว้ตั้งแต่ปี 1968 หรือกว่า 43 ปีที่แล้ว กลมกลืนไปกับโต๊ะกลางไม้สีดำ ที่ด้านล่างออกแบบไว้ให้เก็บหนังสือได้อย่างเป็นระเบียบ และหากสังเกตให้ดีบนโต๊ะนี้ประดับด้วยแจกัน “ซาวอย” ของอัลวา อัลโต นักออกแบบชาวฟินแลนด์ คนเดียวกับที่ออกแบบอาคารห้องสมุดของเมือง Viipuri และสถานพักฟื้นผู้ป่วย Paimio โดยแจกันซาวอยนี้โดดเด่นด้วยรูปทรงลื่นไหลของเส้นโค้งคล้ายกับรูปตัดของต้นไม้และเส้นโค้งของทะเลสาบในฟินแลนด์ปลายแจกันบานออกเล็กน้อย อันเป็นลักษณะการใช้เส้นเฉพาะตัวของอัลโต ก่อเกิดเป็นความงามในมุมมองใหม่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ทำให้ชื่อของ “อัลวา อัลโต” โด่งดังไปทั่วสแกนดิเนเวีย ยุโรป และอเมริกา ไฮไลท์ของบ้านก็คือห้องนี้แหละ โดยเฉพาะบนพื้น และผนังของห้องนั่งเล่นส่วนที่เชื่อมต่อกับทางเข้าห้องนอนใหญ่ที่ประดับด้วยงานศิลปะชิ้นพิเศษ ซึ่งผมชอบความพิเศษของวัสดุที่ศิลปินเลือกใช้ ความหมายของแต่ละชิ้นงานและภาพรวมของผนัง ส่วนใหญ่เป็นงานที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยศิลปินคนโปรดของผมที่ชื่อ ‘มาร์โก อีวาริสตี้’ (Marco Evaristti) ชาวชิลีที่ตั้งรกรากอยู่ในเดนมาร์กผู้ที่กำลังโด่งดังมากๆ ในยุโรป สแกนดิเนเวีย อเมริกา ออสเตรเลีย และเอเชีย เจ้าของงานศิลปะที่วาดจากเลือด ไขมัน (ของตัวศิลปินเอง) อสุจิ และอีกมากมายกับความหมายโดยรวมของผนังที่สื่อถึง ‘ความรัก ความลุ่มหลง ความตาย และการเกิดใหม่’ ซึ่งเข้ากันได้ดีกับภาพขาวดำบนผนังฝั่งตรงข้าม ภาพชิ้นใหญ่ของศิลปินที่เป็นตำนานไปแล้ว กับภาพเขียนสไตล์ Logograms ของ Christian Dotremont ถัดเข้ามาเป็นผนังหน้าห้องนอนจะเป็นภาพวาดของเด็กผู้หญิงชาวจีนฝีมือของอรรถสิทธิ์ ปกป้อง ศิลปินไทยผู้เป็นที่รู้จักยุโรป ซึ่งผมให้เขาช่วยเขียนภาพลูกสาวให้ด้วยเลยเอามาไว้ในโซนเดียวกัน สำหรับห้องนอนทั้ง 3 ห้อง จะตกแต่งด้วยสีที่ต่างกันโดยส่วนตัวแล้วผมชอบสีดำ ซึ่งจะเห็นได้จากงานศิลปะ ส่วนใหญ่ที่สะสมมีแค่สีขาว ดำ และโทนสีเข้ม แต่สำหรับห้องนอน ผมรู้สึกว่าเวลาตื่นนอนเช้าอยากเห็นสีสันสดใส เพราะมันช่วยทำให้บรรยากาศรอบตัวดูสดชื่น ผมจึงตกแต่งห้องนอนด้วยภาพสีจัดจ้าของ Jacques Doucet และมีพลัง ส่วนการตกแต่งห้องของลูกชายก็จะเป็นแบบเด็กผู้ชายมากๆ ประมาณคาวบอย เงิน รถ อย่างผนังหัวเตียงประดับด้วยภาพเพ้นต์แนวคาวบอย ผลงานของ Frodo Mikkelsen ผนังติดกันเป็นภาพวาดรูปแบงก์ดอลลาร์ขนาดใหญ่ ที่ศิลปินวาดขึ้นอย่างละเอียดบรรจง ก่อนจะใช้สีผสมกับน้ำมันของอิรักซึ่งเป็น Iraq’s Original Oil มาสาดลงบนธนบัตรสหรัฐฯ ที่วาดไว้ ผลงานของ Soren Vilhelm หรือ Artpusher ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่วาดภาพไทม์สแควร์ยามค่ำคืน ที่อยู่อีกฝั่งของห้องนี้ ส่วนห้องลูกสาวตกแต่งด้วยโทนสีอ่อนอย่างสีเบลโลว์ ให้ความรู้สึกอ่อนหวาน จัดวางเชลฟ์หนังสือที่เป็นไม้ เฟอร์นิเจอร์ต้นแบบ ดีไซน์โดยมาร์โก อีวาริลตี้ ซึ่งเข้ากันได้ดีกับภาพถ่าย 3 ภาพ จากอภิมหาโปรเจ็กต์ของศิลปินคนนี้กับการเดินทางไปพ่นสีแดงบนเนินทรายในซาฮาร่า พ่นสีบนยอดเขา Mountblanc และพ่นสีบนภูเขาน้ำแข็งในกรีนแลนด์ แล้วถ่ายภาพจากเฮลิคอปเตอร์ซึ่งมหัศจรรย์มาก และแน่นอนหัวเตียงของสาวน้อยจะเป็นภาพของใครไปไม่ได้ นอกจาก Doris Bloom ศิลปินสาวชาวแอฟริกาใต้ (หัวเราะ)”
Board: INTERIOR
(0)
Share
Daybeds
Keep by Daybeds
1204
FOLLOWER

บ้านไร้กาลเวลา

"“ผมเองก็อยากให้ลูกๆ เติบโตท่ามกลางศิลปะอย่างแท้จริง (Real Art) อยากให้เขารักศิลปะ เพราะผมมองว่าศิลปะเป็นสิ่งสวยงาม อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังให้เด็กๆ มีความคิดอ่านในเชิงบวกและสร้างสรรค์ แม้ว่างานอาร์ตทุกชิ้นในบ้านจะเป็นงาน Original ทั้งหมด แต่เวลาอยู่บ้านเราก็จะเล่นเกม เตะฟุตบอล รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ท่ามกลางงานเหล่านี้ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องเกร็งเหมือนเวลาอยู่พิพิธภัณฑ์ หรือแกลเลอรี่ ซึ่งตอนนี้ลูกชายคนเล็ก 3 ขวบ กับลูกสาวคนโต 7 ขวบ เริ่มซึมซับเรื่องราวของศิลปะแล้ว เพราะปีก่อนลูกสาว ขอให้ผมซื้อภาพแนวเอ็บสแตร็กต์ของ Doris Bloom ให้ ดูสิขอชิ้นแรกก็แรงเลย (หัวเราะ)”"
1 KEEP
Daybeds
0 LOVES
COMMENT
RELATED ARTICLE
1
5
1
2
2
2
15
11
6
12