สิ่งที่สะท้อนความเป็น ANDRÉ FU ในงานออกแบบ อันที่จริงผมถูกตั้งคำถามแบบนี้เยอะมาก แต่ผมไม่สามารถสร้างนิยามความเป็นตัวเองออกมาได้ ผมไม่อยากให้คนมองผมในเรื่องของสไตล์ ผมแค่อยากทำโปรเจ็กต์ของผมให้สำเร็จลุล่วงและออกมาดีมากกว่า ต้องการที่จะเข้าใจถึงจุดมุ่งหมายของโปรเจ็กต์ เข้าใจบริบทหรือสิ่งแวดล้อมของโปรเจ็กต์มากกว่าจะให้มองสไตล์ เพราะผมไม่ได้มีสไตล์ที่เจาะจง แต่ละงานที่ผมทำล้วนแล้วแต่มีความแตกต่าง และมีลักษณะเฉพาะของตัวมันเองทั้งนั้น
ANDRÉ FU
เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างเพื่อสร้างงานออกแบบในภาษาของตัวเอง

André Fu จากหนุ่มน้อยที่ย้ายไปเรียนต่อยังประเทศอังกฤษตั้งแต่อายุ 14 ปี ก่อนเรียนจบด้านสถาปัตยกรรมจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในปี 2000 พร้อมก่อตั้ง AFSO ซึ่งเป็นบริษัทรับออกแบบของตัวเองขึ้นมาในปีเดียวกัน ก่อนย้ายกลับมาบ้านเกิดของเขาอีกครั้งในอีก 4 ปีให้หลัง และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชื่อเสียงของ André Fu เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในระดับสากล ผลงานการออกแบบของเขาเป็นที่ยอมรับมากมาย อาทิ The Upper House ในฮ่องกง ซึ่งล่าสุดได้รางวัล Winner of Le Miami Awards สาขา best Design ได้รับการคัดเลือกให้เป็น Top Hotel in Asia 2013 และ Top 25 Hotels Worldwide 2013 จาก Trip advisor’s Traveler’s Choice Award รวมถึง Gold List 2013 จาก Condé Nast Traveler USA DB: คุณเคยคิดหรือไม่ว่าผลงานของตนเองจะสร้างชื่อให้คุณกลายมาเป็นหนึ่งในนักออกแบบที่มีชื่อเสียงอย่างทุกวันนี้

André Fu: ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสทำโปรเจ็กต์น่าตื่นเต้นมากมายและนั่นก็เป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้ผมมายืนอยู่ในสาขาอาชีพด้านการออกแบบ คนส่วนใหญ่ให้คำนิยามตัวผมว่าเป็นนักออกแบบที่มีผลงานสไตล์โมเดิร์นที่มีความละเอียดอ่อนแบบเอเชียแต่ผมกลับมองว่าตัวเองมีความผสมผสานระหว่างความเป็นเอเชียกับยุโรป ผมใช้ครึ่งชีวิตอยู่ในต่างแดน แน่นอนผมมีรากเหง้าความเป็นเอเชี่ยนแต่ในอีกนัยหนึ่งผมก็มีมุมมองในแบบยุโรปเช่นกัน

ผมชอบการวาดรูป การระบายสี หรือการวาดโครงสร้างมาตั้งแต่เด็ก แม่ของผมสอนเสมอว่าถ้าเราสามารถออกแบบภายในหรือออกแบบตึกได้ เราก็สามารถสร้างเมืองขึ้นมาใหม่ได้ การออกแบบมันสามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตของคน เปลี่ยนมุมมองความคิดของสังคมได้ด้วย สิ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจที่สุดในอาชีพของผม คือการตีความมุมมอง จับความคิดของผู้ที่ต้องการให้เราออกแบบแล้วสร้างให้เป็นรูปร่างได้จริง เพราะฉะนั้นงานของผมจึงไม่ใช่แค่งานออกแบบเท่านั้น แต่เป็นงานที่ต้องจัดการควบคุม รวมถึงแลกเปลี่ยนมุมมองของกันและกันเพื่อบรรลุจุดหมายนั้น เหมือนเป็นการสื่ออารมณ์จากภายในออกมา DB: แล้วแรงบันดาลใจหรืออิทธิพลสำคัญในการทำงานเกิดขึ้นจากอะไร สิ่งนั้นสะท้อนออกมาในงานออกแบบของคุณมากน้อยแค่ไหน หรือลักษณะเด่นอะไรที่เป็นตัวบ่งบอกว่านี่แหละ! งานของ André Fu นะ

André Fu: สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผม เมื่อใดก็ตามที่ผมรับโปรเจ็กต์มา ผมต้องทำความเข้าใจมุมมองของลูกค้าก่อน และทำมุมมองนั้นให้เป็นสิ่งที่จับต้องได้ แต่ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับบริบทด้วย บางอย่างสร้างในกรุงเทพฯ กับฮ่องกงมันไม่เหมือนกันหรอกเพราะบรรยากาศมันแตกต่างกัน แต่สิ่งที่ผมออกแบบส่วนใหญ่สะท้อนออกมาจากประสบการณ์ เรียกว่าเอาทุกสิ่งที่คิดกับสิ่งที่เคยเจอมาปะติดปะต่อกัน และสร้างมันออกมาเป็นศิลปะ เป็นดีไซน์ในแบบที่ผมเป็น DB: AFSO บริษัทของคุณมีงานมากมายทั้งในฮ่องกง สิงคโปร์ รวมถึงญี่ปุ่น และจีนด้วย ถ้าหากมีโอกาสคุณอยากลองจับงานออกแบบในเมืองไทยบ้างหรือเปล่า แล้วสำหรับเมืองไทย สไตล์การออกแบบที่คุณอยากลองทำเป็นแบบไหน

André Fu: สนใจสิ อันที่จริงตอนนี้ผมก็มีโปรเจ็กต์สองชิ้นอยู่ในกรุงเทพฯและภูเก็ตนะ เพียงแต่ยังเป็นช่วงการ Resource อยู่ เป็นการออกแบบโรงแรมที่ราชดำริ ซึ่งเป็นตึกแม็กโนเลียที่จะสร้างเป็นโรงแรมขึ้นภายในนั้น ด้วยตัวตึกภายนอกเป็นสไตล์ร่วมสมัยแต่ต้องการให้ข้างในเป็นกรุงเทพฯ แบบโมเดิร์นคลาสสิก ซึ่งผมว่ามันน่าสนใจมากเพราะว่ามันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง DB: วัฒนธรรมของแต่ละประเทศล้วนมีความแตกต่างกัน คุณนำความแตกต่างเหล่านั้นมาเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันหรือประยุกต์ใช้ในงานออกแบบของคุณอย่างไรบ้าง

André Fu: สิ่งที่สำคัญของการออกแบบคือการตีความเหมือนความสวยงามและความชื่นชมในวัฒนธรรมที่แตกต่าง แน่นอนว่าผมได้มาทำงานในไทย แบบของผมคงไม่เป็นไทยนัก เพราะผมคงไม่เข้าใจวัฒนธรรมได้ดีเท่าคนไทยจริงๆ แต่สิ่งที่ผมหลงใหลกับสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่คือการค้นหา การเรียนรู้ความเป็นไทยผ่านมุมมอง งานสถาปัตยกรรม เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวิถีชีวิต ที่สำคัญมันทำให้โปรเจ็กต์มีความน่าสนใจ ซึ่งผมไม่ได้แค่เรียนรู้สิ่งเหล่านี้เพื่อสร้างออกมาเท่านั้น แต่ผมตีความแล้วสื่อมันออกมาด้วยภาษาการออกแบบของตัวผมเอง แล้วมันจะกลายเป็นสิ่งที่แปลกใหม่และน่าตื่นเต้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ อีกหนึ่งสิ่งคือการได้ทำงานร่วมกับคนอื่น หลายครั้งที่ผมต้องร่วมงานกับนักออกแบบท้องถิ่น ยกตัวอย่างเช่น โปรเจ็กต์หนึ่งในบาหลีซึ่งผมต้องทำงานร่วมกับนักออกแบบผ้าบาติก เพื่อจะสร้าง Pattern ให้มีสีสันอย่างเป็นลักษณะเฉพาะของโปรเจ็กต์นั้น แน่นอนว่าตัวผมคงไม่เข้าใจเรื่องผ้าบาติกเท่านักออกแบบคนนั้นหรอก แต่เมื่อเราได้มาร่วมงานกันแล้ว ผมก็สามารถแนะนำสิ่งที่ผมคิด แบ่งปันประสบการณ์ และช่วยพัฒนาร่วมกันได้ไกลยิ่งขึ้นเพื่อเป็นการสร้างมิติใหม่ให้กับวัฒนธรรมที่นั่น
(0)
Share
Daybeds
Keep by Daybeds
1204
FOLLOWER

สิ่งที่สะท้อนความเป็น ANDRÉ FU ในงานออกแบบ

"อันที่จริงผมถูกตั้งคำถามแบบนี้เยอะมาก แต่ผมไม่สามารถสร้างนิยามความเป็นตัวเองออกมาได้ ผมไม่อยากให้คนมองผมในเรื่องของสไตล์ ผมแค่อยากทำโปรเจ็กต์ของผมให้สำเร็จลุล่วงและออกมาดีมากกว่า ต้องการที่จะเข้าใจถึงจุดมุ่งหมายของโปรเจ็กต์ เข้าใจบริบทหรือสิ่งแวดล้อมของโปรเจ็กต์มากกว่าจะให้มองสไตล์ เพราะผมไม่ได้มีสไตล์ที่เจาะจง แต่ละงานที่ผมทำล้วนแล้วแต่มีความแตกต่าง และมีลักษณะเฉพาะของตัวมันเองทั้งนั้น"
1 KEEP
Daybeds
0 LOVES
COMMENT
RELATED ARTICLE
1
0
0
0
0
0
0
0
0
0