หลักง่ายๆ ที่คนทั่วไปเข้าใจคือการแบ่งประเภท ตามธรรมชาติของกลิ่น หลักง่ายๆ ที่คนทั่วไปเข้าใจคือการแบ่งประเภท ตามธรรมชาติของกลิ่น ได้แก่
1. Floral เป็นตระกูลใหญ่ ทั่วไปก็คือกลิ่นตระกูลดอกไม้ทั้งหมด
2. Citrus กลิ่นที่ออกมาจากเปลือยพวกส้ม มะนาว
3. Woody กลิ่นที่ออกมาจากไม้ทั้งหมด

“กลิ่นตระกูล Citrus เข้าใจได้ง่ายและไม่ซับซ้อนส่วน Floral อาจจะเหมาะกับผู้หญิง แต่ก็มีบ้างที่ผู้ชายชอบ แต่ถ้าทั่วโลกผมว่ากลิ่นตระกูล Citrus เข้าใจง่ายสุด ถ้าจะให้ของขวัญใครเลือกจากตระกูลนี้จะดีกว่า เพราะหายากที่ใครจะเกลียดกลิ่นส้ม ส่วนคนที่ชอบความละเอียดประณีตก็อาจเป็นตระกูล Woody”
Deco Idea with GURU : Smell like Teen Spirit >> กลิ่นบอกอารมณ์และความรู้สึก-วรวิทย์ ศิริพากย์
สิ่งที่สร้างตัวตนหรือเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับบุคคลและสถานที่นั้นๆ น่าจะเป็นเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ โทนสีที่เราเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่ตั้งอยู่ภายในบ้าน หากแต่เราอาจลืมไปว่าบางสิ่งที่ดูเหมือนจับต้องไม่ได้ มองด้วยตาไม่เห็นทว่าสัมผัสได้ด้วยจมูกก็สามารถสะท้อนบางสิ่งบางอย่างภายในตัวของบุคคลหรือสถานที่นั้นๆ ได้เช่นเดียวกัน เราเรียกมันว่า ‘กลิ่น’ ซึ่งกลิ่นในที่นี่หมายถึงกลิ่นหอมที่มาจากเทียนหอม ธูปหอม สบู่อาบน้ำ ครีมทาผิว อะไรก็แล้วแต่ที่เป็นผลิตภัณฑ์สปาและอโรมาเธอราพี ครั้งนี้เราคุยกับคุณวรวิทย์ ศิริพากย์ ผู้ก่อตั้งปัญญ์ปุริ แบรนด์ไทยที่ส่งกลิ่นหอมแบบตะวันออกสู่ซีกโลกตะวันตก เขาจะมาให้คำแนะนำในการเลือกกลิ่นที่เหมาะสมกับอารมณ์และความรู้สึกของเราขณะเดียวกันเราเพิ่งรู้ว่าสิ่งสุดท้ายที่ติดตัวเราไปตลอดชีวิตก็ยังคือ‘กลิ่น’ Profile Update: วรวิทย์ ศิริพากย์
คุณวรวิทย์ จบปริญญาตรีศิลปะศาสตร์ด้านเศษฐศาสตร์ จาก McGill University ประเทศแคนาดา ก่อนเข้าทำงานกับบริษัท Deloitte Consulting ในฐานะ Business Analyst Consultant มาถึงตอนนี้หลายคนคงสงสัยว่าแล้วจะไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจผลิตภัณฑ์สปาและอโรมาเธอราพีได้อย่างไร แต่ขณะที่คุณวรวิทย์นั่งประชุมงานกับลูกค้าอยู่บนชั้น 5 ของตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ก็มีเครื่องบินลำหนึ่งพุ่งเข้าชนตึกอย่างจัง ในเหตุการณ์อันสะเทือนโลกที่รู้จักกันในชื่อ 9/11 กับเหตุการณ์ครั้งนั้นเขารอดชีวิตมาได้และเปลี่ยนมุมมองชีวิตไปอย่างสิ้นเชิง โดยเขาเชื่อว่าคนเราควรมีความสุข ณ ปัจจุบันมากกว่าจะไปคาดหวังในอนาคต และลงมือทำในสิ่งที่อยากทำ ทำให้คุณวรวิทย์ตัดสินใจเลือกเรียนต่อปริญญาโทด้าน Luxury Goods Management จากมหาวิทยาลัย SDA Bocconi ประเทศอิตาลี ที่นั่นกลายเป็นตัวจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจว่าแบรนด์ใหญ่ๆ ระดับโลกในปัจจุบันก็เริ่มจากธุรกิจเล็กๆ หรือธุรกิจครอบครัวมาก่อนทั้งสิ้น และสร้างมันมาด้วย Passion จนมีทุกวันนี้ หลังจากเรียนจบปริญญาโทแล้วคุณวรวิทย์ก็ได้เข้าทำงานที่ Yoox.com เว็บไซต์ขายของออนไลน์ระดับต้นๆ ของโลกในเวลานั้น ก่อนจะพบว่าชีวิตก็ทำงานหนักเหมือนกับช่วงที่ผ่านมา เขาอยากดีไซน์ชีวิตของตัวเองได้ จึงกลับมาเมืองไทยในปี 2003 และเจอกับเพื่อนนักเคมีที่ทำกลิ่นและเครื่องหอมได้ ประจวบเหมาะกับตอนเรียนปริญญาโท คุณวรวิทย์ได้ทำทีสิสเรื่องสปา ทำให้เขารู้ว่าอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยจะแข่งขันในระดับโลกได้สปา และนั่นคือที่มาของปัญญ์ปุริ แบรนด์ไทยที่วางตัวเองเป็น Luxury Product ตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

“ถามตัวเองเยอะจนเจอสิ่งที่ใช่ ซึ่งมันเป็น Passion ของเราทำให้รู้ว่าที่เราสะสมขวดน้ำหอม เครื่องหอมมาตั้งแต่สมัยเรียนแคนาดา เรามีเจลอาบน้ำอยู่ 5 ชนิดในห้องน้ำ ชอบทดลองใช้ไปเรื่อย มันกลายเป็นว่าเราเป็นคนรู้เรื่องพวกนี้โดยไม่รู้ตัว เหมือนไปคลุกคลีกับมันบ่อย จนรู้ว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร พอมาทำตรงนี้ก็เจอแล้วสิ่งที่คลิกใช่สำหรับเราอย่างเรื่องดีไซน์ก็เป็นด้านความคิดสร้างสรรค์ที่ชอบอยู่แล้วและผมเป็นผู้บริโภคที่อ่านฉลาก ไม่ว่าจะซื้ออะไรก็ชอบอ่านว่ามันมีส่วนผสมอะไรบ้าง ก็ลงตัวทุกองค์ประกอบวกว่าจะออกมาเป็นสินค้าได้ต้องมีทุกส่วนผสมกันทั้งขวด กลิ่น คำอธิบาย แรกๆ ทำเองทุกอย่าง แต่ไม่รู้ว่าสึกว่ามันเป็นงานแต่อย่างใด” “ปัญญ์ปุริเป็นสินค้าระดับ Luxury ด้วยคุณภาพและแพ็คเกจจิ้ง โดยเฉพาะกลิ่นที่เราให้ความสำคัญมาก กลิ่นที่ถูกสร้างมากับปัญญ์ปุริจะมีหลายมิติ คือไม่ใช่กลิ่นตรงๆ จะเหมาะกับคนที่มีประสบการณ์เคยใช้ของพวกนี้มาแล้ว ทำให้ Multi Dimension ถูกใช้บ่อยมากในแบรนด์ ตั้งแต่แพ็คเกจจิ้งรุ่นใหม่จะมีความหลากหลายเพื่อสะท้อนบุคลิกของแบรนด์ฉะนั้นความชัดเจนของเราดูได้จากโทนสี ผลิตภัณฑ์ และMood ก็ชัดมีความ Exotic อยู่นิดๆ และความละเอียดประณีตอยู่ในตัวระดับหนึ่ง ก็คิดว่าผู้บริโภคมองออกว่านี่คือเรา”

กลิ่นคงสะท้อนบุคลิกได้ในระดับหนึ่งว่าตัวเราเป็นคนแบบไหน เพราะแต่ละกลิ่นจะกระตุ้นอารมณ์ต่างกัน เช่น กลิ่นที่กระตุ้นความกระปรี้กระเปร่าสดชื่น คนๆ นั้นอาจเป็นคนที่สดใสตลอดเวลาหรือคนหวานๆ ก็อาจชอบอีกแนวหนึ่ง ส่วนคนที่ดูซับซ้อนอาจชอบกลิ่นที่ไม่เหมือนใคร แต่สุดท้ายแล้วกลิ่นเป็นตัวระบุอารมณ์และความรู้สึกว่าสิ่งที่เราเลือกที่จะอยู่รอบๆ นั้นเป็นอย่างไร ส่วนถ้าแบ่งเป็นประเภทต่างผลิตภัณฑ์อย่างของปัญญ์ปุริเองจะมี 4 ประเภท ได้แก่
1. Skin Care ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า
2. Personal Care ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายตั้งแต่ โลชั่น ครีมอาบน้ำ เป็นต้น
3. Aromatherapy ผลิตภัณฑ์ที่เป็น Essential Oil ต่างๆ
4. Home Ambience กลุ่มใหญ่คือกลิ่นหอมในบ้านทั้งเทียนหอม ก้านหอม สเปรย์หอม

“ของเราเริ่มจาก Personal Care และ Aromatherapy ก่อนจะขยับไปที่ Skin Care เนื่องจากใบหน้ามีความสำคัญ ลูกค้าต้องมีความ เชื่อกับแบรนด์ก่อนถึงจะกล้าใช้ และสุดท้ายเราก็ ไปถึง Home Ambience เหมือนเป็นการบอกว่า เราได้ขยับจากห้องน้ำมาที่ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ออฟฟิศ แม้แต่ในรถก็ยังได้ เป็นสิ่งที่ช่วยให้แบรนด์ เราเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น เป็นมากกว่าความ สวยงามของผลิตภัณฑ์ ออกมาสู่ความสุนทรีย์ ภายในการใช้ชีวิต”
Board: ON TERRACE
(0)
Share
Daybeds
Keep by Daybeds
1204
FOLLOWER

หลักง่ายๆ ที่คนทั่วไปเข้าใจคือการแบ่งประเภท ตามธรรมชาติของกลิ่น

"หลักง่ายๆ ที่คนทั่วไปเข้าใจคือการแบ่งประเภท ตามธรรมชาติของกลิ่น ได้แก่
1. Floral เป็นตระกูลใหญ่ ทั่วไปก็คือกลิ่นตระกูลดอกไม้ทั้งหมด
2. Citrus กลิ่นที่ออกมาจากเปลือยพวกส้ม มะนาว
3. Woody กลิ่นที่ออกมาจากไม้ทั้งหมด
“กลิ่นตระกูล Citrus เข้าใจได้ง่ายและไม่ซับซ้อนส่วน Floral อาจจะเหมาะกับผู้หญิง แต่ก็มีบ้างที่ผู้ชายชอบ แต่ถ้าทั่วโลกผมว่ากลิ่นตระกูล Citrus เข้าใจง่ายสุด ถ้าจะให้ของขวัญใครเลือกจากตระกูลนี้จะดีกว่า เพราะหายากที่ใครจะเกลียดกลิ่นส้ม ส่วนคนที่ชอบความละเอียดประณีตก็อาจเป็นตระกูล Woody”"
1 KEEP
Daybeds
0 LOVES
COMMENT