ทางเดินเชื่อมระหว่างพื้นที่ส่วนกลางและห้องนอนส่วนตัว ตกแต่งด้วยภาพเขียนและของใช้ที่คุณอุ้มสะสมไว้ ถึงเวลาก็สลับเปลี่ยนการวางเพื่อสร้างบรรยากาศให้แตกต่าง
“บ้านเดิมของครอบครัวอุ้มอยู่แถวสุขุมวิทร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ เพราะพ่อชอบปลูกต้นไม้มาก ทำให้อุ้มคุ้นเคยและผูกพันกับต้นไม้ไปแบบไม่รู้ตัว” นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่คุณอุ้ม - ปณิดา ทศไนยธาดา หันมาเปลี่ยนพื้นที่ย่อมๆ ในซอยอารีย์ให้เป็นแหล่งพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติเขียวๆ สำหรับคนเมืองในชื่อ Aree Garden และด้วยงานบริหารธุรกิจนี้เองที่ทำให้เธอตัดสินใจย้ายบ้านจากถนนสุขุมวิทมาใช้ชีวิตอยู่บนคอนโดมิเนียมในซอยอารีย์
“เดี๋ยวนี้ถนนสุขุมวิทจอแจและไม่น่าอยู่
เหมือนเมื่อก่อนแล้ว รถก็ติดมาก พอดีกับแม่ซื้อคอนโดฯที่นี่ไว้ 3 ห้อง อุ้มว่ามันใกล้กับที่ทำงาน ใกล้กับบ้านพ่อแม่ แล้วก็ใกล้แหล่งอาหารอร่อยๆ เลยขอย้ายมาอยู่ที่นี่แทน แต่ด้วยความที่อุ้มชอบซื้อเก้าอี้และของสะสมต่างๆ ไว้ในบ้าน ประมาณว่าสมบัติเก่าในพื้นที่บ้านเดิมขนาด 200 ตารางเมตร คงไม่สามารถจัดเข้าไปอยู่ในห้องขนาด 70 ตารางเมตรได้แน่ ก็เลยต้องเลือกอยู่ 2 ยูนิต แล้วทุบผนังออกให้พื้นที่เชื่อมต่อกัน”

*ห้องนั่งเล่นขนาดกว้างเป็นมุมที่คุณอุ้ม
ใช้งานบ่อยที่สุดของบ้านทั้งดูหนัง ฟังเพลงและเล่นดนตรี โดยเลือกโซฟาหนังสีน้ำตาลไว้ สำหรับเอนหลังในอารมณ์อุ่นของบ้าน ผนังอีกด้านเน้นเปิดโล่งรับแสงสดชื่นจากทิศตะวันออกส่วนฝ้าเพดานยกให้สูงขึ้นพร้อมโชว์งานระบบท่อดับเพลิงสีแดง

*ความต่อเนื่องระหว่างโซฟานั่งเล่นยาวไปถึงโต๊ะพูลซึ่งใช้เฟอร์นิเจอร์เป็นตัวกำหนดฟังก์ชันที่แตกต่างแต่ด้วยมุมมองที่เปิดโล่งถึงกัน เมื่อรู้ในความต้องการของตัวเองรวมถึงมีไลฟ์สไตล์ชัดเจนอยู่แล้ว คุณอุ้มจึงกำหนดทั้งแปลนห้อง รูปแบบเฟอร์นิเจอร์ และบรรยากาศทั้งหมดร่วมไปกับ คุณพงศกร กิจขจรพงษ์ มัณฑนากร โดยใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลางว่าต้องการอะไรและใช้งานตรงไหนมากที่สุด

“เดิมเป็นห้องเปล่าๆ เพราะอุ้มไม่เอาอะไรเลย อย่างแรกอุ้มขอให้ห้องนอนอยู่ทางทิศตะวันตก เพื่อไม่ต้องเจอกับแสงเช้า เพราะไม่ค่อยชอบตื่นเช้าอยู่แล้ว แต่ให้ห้องรับแขกอยู่ทางทิศตะวันออก เวลาตื่นออกมาเจอแสงแดดยามสายในห้องนี้ ทำให้รู้สึกสดชื่นกว่า” ส่วนผนังสีดำด้านหลังทำไว้ให้เป็นกระดานดำสำหรับเขียนข้อความ จึงมีเพียงเตียงนอนซึ่งออกแบบขึ้นมาใหม่ พร้อมกับโต๊ะข้างเตียงขนาดพิเศษส่วนหัวเตียงบิลท์อินให้เหมือนลายประตูไว้อย่างสวยงาม ส่วนด้านข้างเป็นตู้เซฟเหล็กของเก่าที่นำมาทาสีใหม่ เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวส่วนใหญ่ในบ้านนี้ คุณอุ้มเลือกซื้อมาจากร้าน Casa Pagoda ผสมผสานบางส่วนจากร้าน Chanintr Living เพราะชอบในดีไซน์ที่มีกลิ่นอายความเก่าแบบคลาสสิก และอีกบางส่วนสั่งทำขึ้นมา เพื่อให้ตรงกับฟังก์ชันที่ต้องการ

- สตูลหนังสีดำแบบปั๊มกระดุม มีกลิ่นอายดีไซน์คลาสสิกร่วมสมัยจากร้าน Casa Pagoda

- หีบขนาดใหญ่แบ่งเป็นช่องสำหรับใส่ของ ปิดผิวด้วยหนังวัว ตัดขอบเป็นหมุดเหล็ก ซื้อจากร้าน Casa Pagoda ถนนสุขุมวิท 45 โทร. 02 258 1917

- โต๊ะกลางเป็นไม้สีดำพร้อมลิ้นชักที่ใช้งานได้ทั้ง 2 ด้านจากร้าน Casa Pagoda

- เก้าอี้ทานอาหารเป็นไม้รูปทรงและดีไซน์ร่วมสมัยจากร้าน Casa Pagoda

- โคมไฟ 3 ขาแบบสปอตไลท์จากร้าน Casa Pagoda

- ตู้ไม้สำหรับเก็บภาชนะเครื่องครัว สั่งทำขึ้นเองแต่เปลี่ยนดีไซน์ของมือจับให้ดูโบราณขึ้น ผลงานจาก Able Interior Workshop โทร. 02 892 8414-5 เช่นเดียวกับตุ๊กตาหมี Be@rbrick ซึ่งเป็นอีกหนึ่งของสะสมที่ชอบ นอกจากเก้าอี้ดีไซน์ที่สะสมไว้และกลายเป็นของแต่งบ้านแล้ว คุณอุ้มยังมีของสะสมชิ้นเล็กชิ้นน้อยอีกมากมายที่ได้จากการเดินทาง รวมถึงของใช้ที่บอก
ไลฟ์สไตล์ของคนรักการดูหนัง เล่นดนตรี และฟังเพลง ไม่ว่าจะเป็นแผ่นหนัง
แผ่นเสียง กลองพื้นเมือง โมเดลเก้าอี้ รถเด็กเล่น ตุ๊กตา ฯลฯ ดังนั้นจึงต้องออกแบบตู้สำหรับจัดเก็บของเหล่านี้ให้เป็นหมวดหมู่เฉพาะ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและหยิบใช้งานสะดวก ขณะเดียวกันก็ยังมีเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เก่าทั้งที่ทำเลียนแบบให้เก่า และเสริมอุปกรณ์เพิ่มความเก่า เพราะเธอบอกว่า “ของเก่ามักจะมีรายละเอียดของวัฒนธรรมแทรกอยู่ และทำให้รู้สึกอุ่นใจเวลาใช้งาน ร่องรอยที่มีอยู่แล้วทำให้ไม่ต้องทะนุถนอมมากนัก”
Board: at home
(0)
Share
HomeDecor
Keep by HomeDecor
2995
FOLLOWER

ทางเดินเชื่อมระหว่างพื้นที่ส่วนกลางและห้องนอนส่วนตัว

"ตกแต่งด้วยภาพเขียนและของใช้ที่คุณอุ้มสะสมไว้ ถึงเวลาก็สลับเปลี่ยนการวางเพื่อสร้างบรรยากาศให้แตกต่าง"
1 KEEP
HomeDecor
0 LOVES
COMMENT
RELATED ARTICLE
4
1
1
1
0
0
0
0
0
0