ก่อผนังบล็อกแก้วรับแสงสว่างแล้วติดตั้ง หน้าต่างบานสวิง เพื่อให้เปิดรับลมธรรมชาติได้
‘ช่องเปิด’ เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมที่ช่วยให้ผู้ใช้งานหรืออยู่อาศัยภายในอาคารรับรู้ถึงความเป็นไปภายนอกตัวอาคารได้ สำหรับบ้านพักอาศัย ‘ช่องเปิด’ อาจเป็นประตู-หน้าต่าง สกายไลท์ หรือการเจาะช่องว่างบนส่วนใดส่วนหนึ่งของตัวอาคาร เพื่อช่วยสร้าง
บรรยากาศในการอยู่อาศัยให้มีความโปร่งโล่ง ไม่อึดอัด สร้างความรู้สึกสบายตา ทั้งยังนำแสงสว่างและลมธรรมชาติเข้ามาสู่ภายในบ้าน เพื่อระบายอากาศ แต่ถ้าหากไม่มีการเตรียมตัวที่ดี ‘ช่องเปิด’ อาจกลายเป็นปัญหามากกว่าประโยชน์ก็เป็นได้ H&D ชวนคุณมาหาไอเดียการทำช่องเปิดเพื่อรับธรรมชาติเข้าสู่บ้านอย่างมีความสุขกัน

*ช่องเปิดบนเพดานหรือหลังคา เปิดมุมมองสู่ท้องฟ้า ควรเลือกใช้กระจกนิรภัยที่มีความปลอดภัยมากกว่ากระจกทั่วไป คำถามแรกเลยหากจะทำช่องเปิด คือคุณต้องการช่องเปิดเพื่ออะไร เปิดรับวิว เปิดรับแสงสว่าง เปิดรับลมหรือเปิดรับทุกอย่างที่ว่ามา ลักษณะของช่องเปิดก็ควรอยู่ในรูปของประตู-หน้าต่างหรือสกายไลท์ หรือบางบ้านที่อยู่ติดกับแนวเขตเพื่อนบ้าน ลักษณะของช่องเปิดไม่สามารถทำเป็นหน้าต่างได้ ก็อาจเป็นเพียงแค่หน้าต่างบานยึดติดตาย (Fixed) หรือช่องแสงที่ปิดด้วย บล็อกแก้วโปร่งแสง การกำหนดขนาดและตำแหน่งของช่องเปิดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ฟังก์ชันการใช้งาน ทิศทางของดวงอาทิตย์ ทิศทางลม รวมทั้งมุมที่จะเปิดออกไปนั้นมีวิวที่สวยงามน่ามองหรือไม่ทิศทางที่ควรมีช่องเปิดสำหรับบ้านพักอาศัยควรเป็นทิศที่ไม่โดนแดดส่องถึงโดยตรง อย่างเช่นทิศเหนือและทิศตะวันออก แต่ถ้าหากช่องเปิดอยู่ในทิศตะวันตกและทิศใต้ก็สามารถปลูกต้นไม้เป็นแนวบังแดด รวมทั้งติดตั้งแผงกันแดดหรือกันสาดเพื่อช่วยป้องกันแดดและฝนเข้าสู่ตัวบ้านทางช่องที่เปิดนั้น นอกจากนี้การวางตำแหน่งช่องเปิดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันตกเฉียงใต้ยังช่วยให้ลมพัดผ่านเข้าบ้านได้ดีขึ้น หรือเจาะช่องเปิดทั้ง 2 ด้านในทิศดังกล่าวก็จะดีที่สุด หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อเหล่านี้ ซึ่งก็มาจากลักษณะการติดตั้งและใช้งาน โดยแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไปที่ต้องเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน

- บานเลื่อน นิยมใช้กันมากที่สุดทั้งงานอะลูมิเนียมและพีวีซีใช้งานง่าย มีความทนทาน สั่งทำได้ในขนาดที่หลากหลาย สามารถทำได้ทั้งรูปแบบของประตูและหน้าต่าง

- บานกระทุ้ง ส่วนใหญ่มักติดตั้งสำหรับเป็นหน้าต่างระบายอากาศในห้องน้ำ เปิดค้างได้ ลักษณะการเปิดจะมีจุดหมุนอยู่
ด้านบนหรือด้านข้าง แล้วผลักหรือกระทุ้งบานด้านตรงข้าม การเปิดลักษณะนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ฝนสาดเข้ามาภายในบ้าน
ข้อดีของบานกระทุ้งคือสามารถดักลมได้มากกว่าบานเลื่อน แต่ข้อจำกัดคือทำบานขนาดใหญ่มากไม่ได้

- บานติดตาย ลักษณะเป็นบานกระจกแต่เปิด-ปิดไม่ได้ มักใช้เหนือแนวผนังเพื่อให้แสงธรรมชาติเข้ามาในบ้านแต่ไม่ส่องตรงถึงผู้อยู่อาศัย

- บานเกล็ด หากต้องการพื้นที่ใช้สอยด้านหลัง ช่องเปิดก็เหมาะกับบานเกล็ด เนื่องจากไม่ต้องมีระยะการเปิดบาน ถ้าลักษณะของช่องเปิดคือประตู-หน้าต่าง วัสดุที่ใช้มี 2 ส่วน คือส่วนของโครงสร้าง ได้แก่ วงกบและกรอบบาน มีให้เลือกหลายประเภท ทั้งเหล็ก พีวีซี อะลูมิเนียม ไม้ อีกส่วนคือวัสดุโปร่งแสง ส่วนใหญ่มักใช้กระจกซึ่งเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน ถ้าเป็นงานประตู-หน้าต่างก็ใช้กระจกตัดแสง แต่ถ้ามีโอกาสเสี่ยงต่อการแตกเสียหาย ควรเลือกใช้กระจกนิรภัยแทน ซึ่งกระจกนิรภัยที่นิยมใช้กันมีอยู่ 2 ประเภท คือ

- กระจก Tempered เป็นการนำกระจกธรรมดามาผ่านความร้อนจนเกือบหลอมละลาย จากนั้นนำไปทำให้เย็นลง กระจกจะมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นและเมื่อแตกจะแตกเป็นเม็ดเล็กๆ คล้ายเมล็ดข้าวโพด

- กระจก Laminated เป็นการนำกระจกทั่วไปมายึดประกบกันด้วยแผ่นฟิล์มที่อยู่ตรงกลาง เมื่อกระจกแตก แผ่นฟิล์มจะยึดกระจกไว้ไม่ให้แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย อีกรูปแบบของช่องเปิดที่อาจกลายเป็นมุมโปรดของหลายคนเป็นงานก่อสร้างในส่วนหลังคาเพดานและอาจรวมถึงผนัง จึงสามารถให้แสงธรรมชาติและมุมมองที่กว้างขึ้น โดยที่โครงสร้างของหลังคาสามารถใช้เป็นพีวีซีหรืออะลูมิเนียม แล้วเปิดโล่งด้วยหลังคากระจกนิรภัยหรือแผ่นโพลีคาร์บอเนต ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่า จุดสำคัญที่ควรระวังสำหรับสกายไลท์ คือการรั่วซึมของน้ำฝนระหว่างรอยต่อของโครงสร้างและกระจก หรือโพลีคาร์บอเนต จึงต้องมีการยาแนวบริเวณรอยต่อต่างๆ ให้มั่นใจว่าน้ำฝนจะไม่รั่วซึมเข้ามาภายในบ้าน นอกจากนี้ตำแหน่งของหลังคาสกายไลท์ก็ไม่ควรอยู่ในทิศทางที่โดนแดดโดยตรง เพื่อไม่ให้ความร้อนเข้าสู่บ้านได้

*หลังคาสกายไลท์ช่วยเพิ่มแสงธรรมชาติเข้ามาฆ่าเชื้อโรคในห้องครัว
Board: Home Focus
(0)
Share
HomeDecor
Keep by HomeDecor
2995
FOLLOWER

ก่อผนังบล็อกแก้วรับแสงสว่างแล้วติดตั้ง หน้าต่างบานสวิง เพื่อให้เปิดรับลมธรรมชาติได้

1 KEEP
HomeDecor
0 LOVES
COMMENT
RELATED ARTICLE
8
1
4
1
1
2
2
11
6
12