Patek Philippe Diamond Ribbon Ref. 4968G & 4968R ด้วยความหลงใหลในเรือนเวลาจักรกลของเหล่าสุภาพสตรีที่ทวีความต้องการและความปรารถนาจะได้ครอบครองนาฬิกากลไกสลับซับซ้อนมากขึ้น จึงเป็นที่มาของการรังสรรค์เรือนเวลาเปี่ยมด้วยเสน่ห์ของกลไกจักรกลและเสน่ห์ของการแสดงข้างขึ้น-ข้างแรม ที่หวนกลับมามีสีสันเพื่อข้อมือสุภาพสตรีโดยเฉพาะ 
	ความลงตัวได้เกิดขึ้นภายในตัวเรือนทรงกลมได้รูป เคียงคู่หน้าปัดล้ำค่าทำจากเปลือกหอยมุกสีดำหรือสีขาวธรรมชาติ แกะสลักด้วยลวดลายก้นหอยเกลียววน ติดด้วยตัวเลขอารบิคทองบอกชั่วโมง สะท้อนสไตล์ใหม่ งดงามยิ่งขึ้นกับงานตกแต่งด้วยเพชรตระการตาในขนาดที่แตกต่างกันถึง 9 ขนาด ไล่ตั้งแต่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.6 มิลลิเมตร ไปจนถึง 1.4 มิลลิเมตร ไว้มากถึง 273 เม็ด หนักราว 2.12 กะรัต เรียงร้อยเป็นเกลียวอยู่บนขอบตัวเรือนและข้างตัวเรือน ที่มีให้เลือกระหว่างตัวเรือนทองขาว Ref. 4968G และตัวเรือนทองชมพูสีกุหลาบ Ref. 4968R ขนาด 33.3 มิลลิเมตร ประกอบเข้ากับสายหนังจระเข้แต่งลวดลายสเกลสี่เหลี่ยมทั้งสีเทาวาวสำหรับรุ่นตัวเรือนทองขาว และสีน้ำตาลเงาวาวสำหรับรุ่นตัวเรือนทองชมพูสีกุหลาบ
นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1839 ปาเต็ก ฟิลิปป์ (Patek Philippe) ยังคงสานต่อประเพณีการประดิษฐ์นาฬิกาแห่งเจนีวาไว้ได้อย่างยั่งยืน เช่นเดียวกับการครองสถานะของการเป็นผู้ผลิตนาฬิกาอิสระที่ดูแลกิจการโดยครอบครัวผู้สืบทอดมรดกวัฒนธรรมและองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญอันล้ำค่าไว้ด้วยตนเอง ปาเต็ก ฟิลิปป์ จึงอุทิศอิสรภาพแห่งการสร้างสรรค์ของตนทั้งหมดให้กับงานออกแบบ การผลิต และการประกอบเรือนเวลาได้อย่างแท้จริงและสมภาคภูมิ โดยฝีมือของเหล่าช่างผู้เชี่ยวชาญที่ล้วนทุ่มเทให้กับความสมบูรณ์แบบของประดิษฐกรรมเครื่องบอกเวลาอันประณีตที่สุดในโลก ยึดมั่นด้วยจิตวิญญาณ ปรัชญา และวิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้งแบรนด์ อังตวน นอร์เบิร์ต เดอ ปาเต็ก (Antoine Norbert de Patek) และเอเดรียน ฟิลิปป์ (Adrien Philippe) ซึ่งต้องขอบคุณให้กับศาสตร์ความรู้อันแสนพิเศษเหล่านี้ ที่ทำให้ปาเต็ก ฟิลิปป์ ยังคงสามารถธำรงรักษาไว้ซึ่งประเพณีแห่งนวัตกรรมที่พ่วงท้ายมาด้วยประกาศนียบัตรอันน่าประทับใจจากการจดสิทธิบัตรมากกว่า 80 ฉบับ เป็นครั้งแรกของการเปิดตัวแนะนำนาฬิกาเวอร์ชั่นสายสร้อยข้อมือทองสำหรับรุ่น เวิลด์ ไทม์ (World Time) ของเอกบุรุษ นับตั้งแต่หลังจากที่ได้เปิดตัวใหม่พร้อมผ่านการจดสิทธิบัตรในปี ค.ศ. 1999 ด้วยรุ่น Ref. 5110 ตามมาด้วยเวอร์ชั่น Ref. 5130 ในปี ค.ศ. 2006 ซึ่งรุ่นใหม่ Ref. 5130/1 นี้จะมาพร้อมสองทางเลือกระหว่างทองขาวและทองชมพูสีกุหลาบ 5N  
	เวิลด์ ไทม์ นับเป็นหนึ่งในฟังก์ชันแห่งความสำเร็จทางด้านจักรกลของ ปาเต็ก ฟิลิปป์ ที่คนรักนาฬิกาต่างให้ความสนอกสนใจเป็นพิเศษ จากจักรกลการแสดงเวลาเวิลด์ไทม์ ซึ่งได้รับการจดสิทธิบัตรโดย ปาเต็ก ฟิลิปป์ เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1959 ได้ถูกพัฒนาต่อยอดสู่ก้าวใหม่ของการใช้งาน ทำให้สามารถจดสิทธิบัตรที่สองได้อีกครั้งในปี ค.ศ. 1999 ด้วยการติดตั้งปุ่มปรับตั้งการแสดงที่เกี่ยวข้องกับเวลาเวิลด์ ไทม์ ทั้งหมดผ่านปุ่มกดเพียงปุ่มเดียว โดยสามารถปรับตั้งทั้งแผ่นดิสก์แสดงเมือง แผ่นดิสก์แสดง 24 ชั่วโมง และเข็มชั่วโมงสำหรับการแสดงท้องถิ่นได้อย่างฉับพลัน เมื่อเจ้าของย้ายจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่ง โดยไม่รบกวนหรือส่งผลกระทบต่ออัตราความเที่ยงตรงของกลไกแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว เป็นไปตามการเฝ้ารอชม กับอีกหนึ่งความซับซ้อนของนาฬิกาจักรกลโครโนกราฟ ซึ่งจับคู่มากับปฏิทินประจำปี ภายใต้ตัวเรือนทรงเสน่ห์ที่พร้อมติดตั้งด้วยกลไกอัตโนมัติโครโนกราฟชุดแรกๆ พัฒนาขึ้นจากพื้นฐานคุณภาพที่สำคัญและประดิษฐ์ขึ้นในโรงงานของตนเองโดย ปาเต็ก ฟิลิปป์ ในปี ค.ศ. 2006 และในวันนี้ ทายาทนาฬิการุ่นใหม่ได้กลับมาพร้อมหน้าปัดสีดำหรือโอปอลสีขาวใหม่ ด้วยความสมบูรณ์แบบของ Ref. 5960R กับตัวเรือนทองชมพูสีกุหลาบ 5N ขนาด 40.5 มิลลิเมตร หนา 13.55 มิลลิเมตร ซึ่งจะเข้ามาเติมเต็มให้กับทั้งรุ่นแพลทินัม Ref. 5960P-001 และ Ref. 5960P-015 ที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ พร้อมกับการจัดวางหน้าปัดย่อย เพื่อแสดงผลการจับเวลา 12 ชั่วโมง และ 60 นาที บนหน้าปัดเดียวกัน แต่แตกต่างด้วยงานออกแบบสไตล์โทนสีคู่อันสุดแสนประณีต ที่ทำให้มั่นใจได้ถึงการอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจนสูงสุด โดยฝาหลังยังคงเป็นกระจกคริสตัลแซพไฟร์ เปิดเปลือยให้เห็นการทำงานของกลไก ความลงตัวและกลมกลืน ภายใต้เอกลักษณ์เฉพาะตัว นั่นคือนิยามของผลงานเรือนเวลา อีกหนึ่งทายาทคนสำคัญของคอลเลกชั่น นอติลุส (Nautilus) ที่คนทั่วโลกต่างหลงใหล โดยยังคงรักษาภาพลักษณ์ของความสง่างามแบบกึ่งทางการกึ่งสปอร์ต ที่รับกับสไตล์อันล้ำสมัยและร่วมสมัยในคราเดียวกัน 
	ด้วยเสน่ห์เย้ายวนใจของ Ref. 5711/1A ที่เป็นรุ่นสเตนเลสสตีลสะท้อนให้เห็นถึงนิยามของความสง่างามอันทันสมัย โดดเด่นด้วยหน้าปัด
สีขาวออกโทนเงิน แต่งแต้มด้วยลวดลายนูนในแนวนอนองค์ ประกอบของสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะและเป็นต้นตำรับหนึ่งเดียวของครอบครัวคอลเลกชั่นนี้มานับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1976 รวมถึงนาฬิการุ่นพี่ที่ได้รับการออกแบบใหม่และเปิดตัวในปี ค.ศ. 2006 กับรุ่น Ref. 5711/1A-010 ซึ่งมาพร้อมหน้าปัดสีน้ำเงิน ที่หลายคนคงจดจำได้ดี เพราะเป็นสีเปี่ยมเสน่ห์อีกสีหนึ่งสำหรับ ปาเต็ก ฟิลิปป์ ด้วยหน้าตาและบุคลิกที่คุ้นตากันดีของ นอติลุส ครั้งนี้กลับมาพร้อมการเปิดตัวของเวอร์ชั่นสายสเตนเลสสตีลใหม่ถึงสองรุ่นของ Ref. 5726A นอติลุส แอนนวล คาลันเดอร์ (Nautilus Annual Calendar) เติมเต็มความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นให้กับ Ref. 5726A ที่มาพร้อมกับสายหนังและเปิดตัวในปี ค.ศ. 2010 ในฐานะนาฬิกา นอติลุส รุ่นแรกที่บรรจุด้วยระบบปฏิทินประจำปี ผ่านการจดสิทธิบัตรของแบรนด์เป็นที่เรียบร้อย 
	ในเวอร์ชั่นสายสเตนเลสสตีลใหม่และตัวพับล็อกนอติลุส ของ Ref. 5726/1A จึงเปรียบเสมือนทายาทผู้หล่อหลอมทั้งประเพณีการออกแบบและสานต่อความสำเร็จของเรื่องราวการสร้างสรรค์ นอติลุส เนรมิตออกมาเป็นสองเวอร์ชั่นใหม่ที่จับคู่มากับหน้าปัดสีดำซึ่งคุ้นตากันดีในรุ่น 
Ref. 5726A-001 หรือกับหน้าปัดสีขาวเงินใหม่ ตกแต่งด้วยลวดลายแถบนูนในแนวนอนสำหรับรุ่น Ref. 5726A-01 ภายใต้ตัวเรือนขนาด 40.5 มิลลิเมตร และหนา 11.27 มิลลิเมตร และสำหรับรุ่นนี้ ภายในติดตั้งด้วยหัวใจกลไกอัตโนมัติ Calibre 324 S QA LU 24H ครบครันทั้งการแสดงวันประจำสัปดาห์ และเดือน ผ่านทางช่องหน้าต่างวางเคียงกันสองช่องใต้ตำแหน่ง 12 นาฬิกา เจียระไนแนวความคิดและเปิดโอกาสให้สีสันใหม่ได้สวมบทบาทสำคัญภายในหน้าปัดโฉมใหม่ของ Ref. 5980/1A ในฐานะนาฬิกา นอติลุส โครโนกราฟ (Nautilus Chronograph) รุ่นแรกที่มาพร้อมหน้าปัดสีขาวเงิน ซึ่งให้ภาพแห่งความสง่างามและทรงเกียรติ ทั้งยังเป็นการสานต่อความสำเร็จให้กับนาฬิการุ่นพี่ Ref. 5980/1 ซึ่งทำจากสเตนเลสสตีลเช่นกันและเปิดตัวในปี ค.ศ. 2006 
	สัญลักษณ์ของชื่อ ปาเต็ก ฟิลิปป์ เฌแณฟ (Patek Philippe Genève) ผสานอย่างกลมกลืนเข้ากับหน้าปัดใต้ตำแหน่ง 12 นาฬิกา เพื่อถ่ายทอดความพิถีพิถัน เช่นกันกับความสง่างามกึ่งสปอร์ต และเพิ่มประสิทธิภาพของการอ่านค่าเวลาบนหน้าปัด โดยยังคงไฮไลต์ความโดดเด่นของการตกแต่งหน้าปัดด้วยลวดลายแถบนูนในแนวนอนที่เป็นสไตล์เฉพาะตัวของนอติลุส ซึ่งลงตัวด้วยการจัดวางหน้าปัดย่อยแสดงผลการจับเวลา 12 ชั่วโมง และจับเวลา 60 นาที ซ้อนกัน ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา พร้อมกับเจาะช่องหน้าต่างแสดงวันที่ไว้ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา สวมบทบาทการเป็น ‘นาฬิกาโครโนกราฟสุภาพสตรีเรือนแรก’ หรือ ‘เลดี เฟิร์ส โครโนกราฟ’(Ladies First Chronograph) กับ Ref. 7071ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 2009 ในตัวเรือน ทองชมพูสีกุหลาบ โดยเป็นนาฬิกาข้อมือ โครโนกราฟเรือนแรกที่ออกแบบและอุทิศให้ กับข้อมือสุภาพสตรีเป็นพิเศษโดยเฉพาะ 
  เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จ เรือนเวลารุ่นใหม่จึงเปิดตัวใหม่ด้วยตัวเรือน ทรงหมอนอิงมุมมน สไตล์อาร์ต เดโค (Art Deco) ทำจากทองขาวขนาด 35.0x39.0 มิลลิเมตร ปรับให้เหมาะกับขนาดข้อมือที่เล็กกว่าของสุภาพสตรี ของ Ref. 7071G กับความหลากหลาย ของโทนสีหน้าปัด ระหว่างหน้าปัดสีน้ำเงินในรุ่น Ref.7071G-011, หน้าปัดสีขาวเงิน ของรุ่น Ref. 7071G-001 และหน้าปัดสีเทาของรุ่น Ref. 7071G-010 ภายใต้กระจกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์โค้งนูนเล็กน้อย ยังประดับด้วยเพชรน้ำงาม 116 เม็ด หนักราว 0.55 กะรัต ประกอบลงตัวกับปุ่มกดทรงสี่เหลี่ยมขอบมน ให้สัมผัสอันเรียบเนียน และจับคู่กับสายหนังจระเข้ เย็บตะเข็บมืออย่างประณีต โดยจับคู่ มาเป็นสีเดียวกับหน้าปัดออกแบบสไตล์ คลาสสิกย้อนยุค คือสายหนังสีเทา สีเทาอ่อน และสีน้ำเงินเข้ม
(1)
Share
GMWatch
Keep by GMWatch
1309
FOLLOWER

Patek Philippe Diamond Ribbon Ref. 4968G & 4968R

"ด้วยความหลงใหลในเรือนเวลาจักรกลของเหล่าสุภาพสตรีที่ทวีความต้องการและความปรารถนาจะได้ครอบครองนาฬิกากลไกสลับซับซ้อนมากขึ้น จึงเป็นที่มาของการรังสรรค์เรือนเวลาเปี่ยมด้วยเสน่ห์ของกลไกจักรกลและเสน่ห์ของการแสดงข้างขึ้น-ข้างแรม ที่หวนกลับมามีสีสันเพื่อข้อมือสุภาพสตรีโดยเฉพาะ
ความลงตัวได้เกิดขึ้นภายในตัวเรือนทรงกลมได้รูป เคียงคู่หน้าปัดล้ำค่าทำจากเปลือกหอยมุกสีดำหรือสีขาวธรรมชาติ แกะสลักด้วยลวดลายก้นหอยเกลียววน ติดด้วยตัวเลขอารบิคทองบอกชั่วโมง สะท้อนสไตล์ใหม่ งดงามยิ่งขึ้นกับงานตกแต่งด้วยเพชรตระการตาในขนาดที่แตกต่างกันถึง 9 ขนาด ไล่ตั้งแต่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.6 มิลลิเมตร ไปจนถึง 1.4 มิลลิเมตร ไว้มากถึง 273 เม็ด หนักราว 2.12 กะรัต เรียงร้อยเป็นเกลียวอยู่บนขอบตัวเรือนและข้างตัวเรือน ที่มีให้เลือกระหว่างตัวเรือนทองขาว Ref. 4968G และตัวเรือนทองชมพูสีกุหลาบ Ref. 4968R ขนาด 33.3 มิลลิเมตร ประกอบเข้ากับสายหนังจระเข้แต่งลวดลายสเกลสี่เหลี่ยมทั้งสีเทาวาวสำหรับรุ่นตัวเรือนทองขาว และสีน้ำตาลเงาวาวสำหรับรุ่นตัวเรือนทองชมพูสีกุหลาบ"
1 KEEP
GMWatch
1 LOVES
Naphat
COMMENT