“ลาเฟอร์รารี่” (LaFerrari) กล่าวมาตั้งแต่เริ่มแรกจนดูเหมือนว่ารถไฮบริดจะเน้นหนักไปที่ “ความประหยัด”และ “ลดมลภาวะ” แต่จริงๆแล้วยังมีรถไฮบริดอีกสายพันธุ์หนึ่งที่เน้นหนักไปที่ “สมรรถนะ”และเป็นสมรรถนะที่เหนือกว่าที่เครื่องยนต์แบบสันดาปภายในจะสามารถมอบให้ได้อีกด้วย นั่นก็คือเทคโนโลยีไฮบริดที่ใช้ในรถสปอร์ตที่เรียกกันว่า KERS (Kinetic Energy Recovery System) หรือ การนำพลังงานจลน์ที่สะสมไว้ออกมาใช้ใหม่นั่นเอง รูปแบบของเทคโนโลยี KERS นี้ถูกคิดค้นขึ้นมาสำหรับการเพิ่มอัตราเร่งให้กับรถแข่ง F-1 และถูกนำมาถ่ายทอดลงไปยังรถสปอร์ตระดับสูงในปัจจุบัน อาทิพอร์ช 918 (Porsche 918) และ เฟอร์รารี่ รุ่น “ลาเฟอร์รารี่” (LaFerrari)
HYBRID ELECTRIC VEHICLES
นวัตกรรมไฮบริด (Hybrid) นี้ในอดีตถูกค่อนแคะว่าเป็น นวัตกรรมพันทาง เป็นอะไรครึ่งๆกลางๆแต่ปัจจุบันหลังจากที่ได้ฟันฝ่ามาพอสมควรก็ได้รับการยอมรับและกล่าวถึงกันอย่างกว้างขวาง ในฐานะของรูปแบบ การแก้ปัญหาที่ดีต่อโลก และมอบสะดวกสบายที่เหนือกว่า “รถยนต์” แบบดั้งเดิม โดยคนส่วนใหญ่รู้จักมันในฐานะของรถยนต์แบบลูกผสมที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ที่เรียกกันเป็นสากลว่า HEV หรือ Hybrid Electric Vehicles อันจะกลายเป็นกระแสหลักของยานยนต์ในอนาคตอันใกล้นี้ เพราะนอกจากจะช่วยลดการบริโภคเชื้อเพลิงแล้ว ยังลดมลภาวะทางอากาศ อันส่งผลกระทบโดยตรงต่อโลกและสภาพแวดล้อมของเราอย่างชัดเจนอีกด้วยเพราะโดยเฉลี่ยแล้วรถไฮบริดที่จำหน่ายอยู่ในปัจจุบันนั้นปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่ารถทั่วไปกว่า 50% รวมถึงลดมลภาวะทางเสียงลงได้อย่างมาก ไฮบริดในยุคเริ่มแรกนั้นถือกำเนิดขึ้นในรูปแบบของ แหล่งกำเนิดพลังงานที่จะเข้ามาเพิ่มกำลังให้กับแรง “มนุษย์” ดังจะเห็นได้จากแนวคิดจักรยานติดเครื่องยนต์ หรือติดมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งหลายซึ่งถือกำเนิดขึ้นมานับตั้งแต่ช่วงปลายคริสตศตวรรษที่19 เลยทีเดียวและแนวคิดของจักรยานไฮบริดแรงมนุษย์ (Human Electric Hybrid Bicycle) หรือที่เรานิยมเรียกกันง่ายๆ ว่า “จักรยานไฟฟ้า” นี้ก็ยังได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน ในบางพื้นที่ อาทิ ประเทศจีน และญี่ปุ่น ซึ่งนิยมการใช้งานจักรยานแต่เนื่องจากพื้นที่ของประเทศนั้นเป็นเนินสูงๆ ตํ่าๆ จำนวนมาก และการใช้งานจักรยานเป็นเรื่องการเดินทางประจำวันไม่ใช่การออกกำลังกายหรือเป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์แฟชั่น ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องหา “แรง” จากภายนอกเข้ามาเสริม ซึ่งรูปแบบของการเสริมนั้นสามารถทำได้ 2 รูปแบบด้วยกันและก็เป็นรูปแบบพื้นฐานของระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดของยนตรกรรมชนิดอื่นๆอีกด้วยคือ
1. ระบบไฮบริดแบบขนาน (Parallel Hybrid)
2. ระบบไฮบริดแบบอนุกรม (Serial Hybrid) ในระบบที่เรียกว่า “ขนาน” นั้นหมายความว่า รูปแบบการป้อนกำลังให้กับยานพาหนะ ซึ่งในหัวข้อนี้ก็คือ“จักรยาน” จะสามารถทำได้ทั้งการส่งกำลังไปยังล้อด้วย“เท้า”และด้วย“เครื่องยนต์สันดาปภายในหรือมอเตอร์ไฟฟ้า” หรือจะทำงานพร้อมๆกันก็ย่อมได้ โดยในแบบดั้งเดิมนั้นเป็นแบบเครื่องยนต์สันดาบภายในที่ต่อมาได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นจักรยานยนต์ในที่สุด ส่วนอีกระบบหนึ่งก็คือ ระบบไฮบริดอนุกรม รถที่ใช้ระบบนี้ออกจะหายากเสียหน่อยระบบนี้ต่างจากระบบขนาน ตรงที่กำลังจากขาของเราไม่ได้ส่งตรงไปที่ล้อ แต่กำลังจากขานั้นใช้ในการปั่นกระแสไฟ และกระแสไฟที่ได้จะถูกส่งไปเก็บยังแบตเตอรี่ และค่อยส่งกระแสไฟฟ้าไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าอีกทอดหนึ่ง และกำลังส่วนเกินรวมถึงหากมีการวิ่งลงเนินหรือเบรคกำลังเหล่านั้นก็จะถูกสะสมไว้ในแบตเตอรี่และพร้อมจะส่งกลับมาช่วยเป็นระลอกๆไป นอกระบบไฮบริดแบบเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าแล้ว ยังมีระบบไฮบริดบางชนิดที่เราอาจจะนึกไม่ถึง เพราะเป็นระบบที่เครื่องยนต์ทำงานร่วมกับแรงจากธรรมชาติ! ระบบที่ว่านี้ก็คือ เรือเดินสมุทรที่ใช้แรงฉุดลากจากว่าว!! เป็นเรื่องที่ดูแล้วเหมือนเรื่องตลกแต่เป็นเรื่องที่มีการทำกันแล้ว และแน่นอนว่าไม่ใช่ว่าวจุฬา ว่าวปักเป้า แต่อย่างใด แต่เป็นว่าวขนาดยักษ์ที่มีพื้นที่รับลมกว้างถึง 320 ตารางเมตร ควบคุมด้วยระบบอิเล็คทรอนิค โดยบริษัทของเยอรมนี ชื่อว่า สกายเซล (SkySails) ในฮัมบูร์ก ปี 1900 ศาสตราจารย์ เฟอร์ดินาน พอร์ช ผู้ซึ่งภายหลังได้ให้กำเนิดรถยนต์โฟล์คสวาเกน “เต่าทอง”และก่อตั้งบริษัทรถยนต์ พอร์ช(Porsche)อันโด่งดังได้ให้กำเนิดรถยนต์ไฮบริดคันแรกของโลกขึ้นมาในชื่อของโลห์เนอร์ พอร์ช (Lohner Porsche)โดยรถของศาสตรจารย์ พอร์ช นั้นใช้แนวคิดต่างจากรถไฮบริดในปัจจุบันกล่าวคือ รถคันนั้นใช้ระบบ “ไฮบริดแบบอนุกรม” คือใช้เครื่องยนต์ในการปั่นไฟ และนำไฟที่ได้ส่งไปยังแบตเตอรี่และจ่ายไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าในล้อหน้าทั้งสองข้างและในบางรุ่นได้ติดตั้งมอเตอร์ไว้ถึง 4 ล้อ
รถในระบบนี้มีชื่อเรียกกันกว้างขวางว่า “เอ็กซเทนเด็ด เรนจ์ ไฮบริด” (Extended Range Hybrid) หรือ“ปลั๊กอิน ไฮบริด” (Plug-in Hybird) ระบบนี้ทำงานโดยระบบไฟฟ้าเป็นหลัก ซึ่งผู้ใช้รถสามารถชาร์จไฟได้ผ่านทางเครือข่ายการชาร์จไฟหรือจะชาร์จที่บ้านก็ได้หากต้องการ และนอกจากนั้นยังมีเครื่องยนต์ที่ต่อเข้ากับเครื่องปั่นไฟที่จะส่งไฟไปยังแบตเตอรี่ สุดท้ายนี้ยังมีอีกระบบหนึ่งซึ่งเป็นระบบที่น่าสนใจสำหรับการใช้งานในเขตเมืองที่ต้องการลดมลภาวะ และยังเอื้อต่อการเดินทางไปยังเขตที่ห่างไกลความเจริญที่สาธารณูปโภคยังไปไม่ถึง นั่นก็คือระบบที่ทำการชาร์จไฟเข้าสู่ยานพาหนะจากท้องถนนผ่านทางรูปแบบของการเชื่อมต่อไฟฟ้าทั้งแบบที่ได้จากสายไฟเหนือหัว หรือจากพื้นดิน แต่ระบบเองต้องอาศัยการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคค่อนข้างมาก แต่เอาจริงๆ แล้วก็เป็นแนวคิดที่มีความเป็นไปได้เช่นกันดังเห็นได้จากตัวอย่างของรถแนวคิด Mazda KAAN ที่อาศัยพลังงานไฟฟ้าจากพื้นถนน ทำให้ตัวรถเองไม่ต้องแบกนํ้าหนักจากแบตเตอร์รี่ ทำให้มีนํ้าหนักที่เบาและคล่องแคล่ว
(1)
Share
idesign
Keep by idesign
2837
FOLLOWER

“ลาเฟอร์รารี่” (LaFerrari)

"กล่าวมาตั้งแต่เริ่มแรกจนดูเหมือนว่ารถไฮบริดจะเน้นหนักไปที่ “ความประหยัด”และ “ลดมลภาวะ” แต่จริงๆแล้วยังมีรถไฮบริดอีกสายพันธุ์หนึ่งที่เน้นหนักไปที่ “สมรรถนะ”และเป็นสมรรถนะที่เหนือกว่าที่เครื่องยนต์แบบสันดาปภายในจะสามารถมอบให้ได้อีกด้วย นั่นก็คือเทคโนโลยีไฮบริดที่ใช้ในรถสปอร์ตที่เรียกกันว่า KERS (Kinetic Energy Recovery System) หรือ การนำพลังงานจลน์ที่สะสมไว้ออกมาใช้ใหม่นั่นเอง รูปแบบของเทคโนโลยี KERS นี้ถูกคิดค้นขึ้นมาสำหรับการเพิ่มอัตราเร่งให้กับรถแข่ง F-1 และถูกนำมาถ่ายทอดลงไปยังรถสปอร์ตระดับสูงในปัจจุบัน อาทิพอร์ช 918 (Porsche 918) และ เฟอร์รารี่ รุ่น “ลาเฟอร์รารี่” (LaFerrari)"
1 KEEP
idesign
1 LOVES
ae.sakon.7
COMMENT
RELATED ARTICLE
8
5
4
1
2
2
15
11
6
12
SQUARE