ก่อนจะมาเป็น PATANA GALLERY ของมหาวิทยาลัยรังสิต หลังจากประชุมระดมสมองก็ได้สิ่งต่างๆ ผุดขึ้นมากมาย ทั้งห้องเรียน สตูดิโอ หรือแม้กระทั่ง Learning Center สำหรับทำงาน Work Shop แต่สุดท้ายแล้วมาลงตัวที่แกลเลอรีแสดงผลงานของนักศึกษา พร้อมกับมีห้องสมุดเกี่ยวกับดีไซน์ห้องสัมมนาสำหรับนำเสนองาน รวมถึงพื้นที่บางส่วนเป็นออฟฟิศของอาจารย์ ทั้งหมดได้รับบรรจุอยู่ในอาคารเดียวกับที่เรียกว่า Patana Gallery
สำหรับนักศึกษาที่ร่ำเรียนด้านการออกแบบ การได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ การใกล้ชิดและสัมผัสกับความสวยงามของอาคารเรียน หรือเห็นผลงานของนักศึกษาคนอื่นๆ และนักออกแบบชื่อดัง สิ่งเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นให้นักศึกษาเกิดความคิดสร้างสรรค์ แรงผลักดัน พร้อมกับเตือนตัวเองอยู่เสมอให้แนวแน่กับการเรียน และพัฒนาตัวเองให้พร้อมสำหรับการเป็นนักออกแบบที่ดีที่มหาวิทยาลัยรังสิต ทั้ง 3 คณะ ได้แก่ คณะศิลปะและการออกแบบ, ดิจิตอล อาร์ต และสถาปัตยกรรมศาสตร์ ต้องการสร้างสิ่งใหม่ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กทดแทนลานอเนกประสงค์เดิมที่อยู่ตรงหน้าตึกเรียนรวม โจทย์ตรงนี้เป็นการบ้านของ Studio Make โดย คุณอรพรรณ สาระศาลิน และคุณเดวิด เชเฟอร์ ที่เนรมิตรพื้นที่ว่างเปล่าตรงนั้น ให้กลายเป็นอาคารที่ตอบโจทย์ดังกล่าวได้ อาคารสไตล์โมเดิร์นรูปทรงกล่องสี่เหลี่ยมสีดำตั้งตระหง่าน ได้รับการออกแบบให้ความรู้สึกเหมือนประตูที่มีทางเดินยืดยาวออกมาจากอาคารเรียนรวม พร้อมกับนักศึกษาจะได้สัมผัสกับความสวยงาม สิ่งแปลกใหม่ นวัตกรรมบนเส้นทางเดิน มีการแบ่งพื้นที่สำหรับแกลเลอรีเป็น 2 ฝั่ง ด้านซ้ายเป็นแกลเลอรีลักษณะผอมยาว โปร่งใสสีขาว สำหรับจัดแสดงผลงานเล็กๆ น้อยๆ ส่วนขวามือเป็นแกลเลอรีขนาดใหญ่ทั้งหมดขนาบข้างตามทางเดินให้นักศึกษาได้ชมผลงานอยู่ตลอดทาง ทั้งหมดนี้เพื่อดึงความสนใจไปยังชั้น 2 ที่มีโต๊ะไม้กลมขนาดใหญ่ เป็นความตั้งใจของผู้ออกแบบที่ต้องการให้นักศึกษาได้มานั่งล้อมวงเพื่อคุยงาน หรือทำกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดความสนุกสนานมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีพื้นที่สำหรับเป็นห้องสมุดที่จะรวบรวมหนังสือดีไซน์ไว้ทุกรูปแบบ พร้อมห้องสัมมนา 2 ห้องแต่ ณ ตอนนี้ยังเป็นออฟฟิศชั่วคราวของอาจารย์อยู่ ขณะเดียวกันเดินขึ้นอีกแค่ชั้นเดียวก็เข้าสู่ห้องเรียน ทำให้ชั้น 3 นอกจากเป็นสำนักงานของคณะดิจิตอล อาร์ต แล้วยังมีทางเดินเชื่อมต่อสู่อาคารเรียนรวม และเนื่องจาก Patana Gallery ถูกล้อมรอบด้วยตึกสูงทั้งหมด บนหลังคาของอาคารจึงเป็น Green Roof เพื่อช่วยให้เกิดความสวยงามในการมอง ความโปร่ง โล่ง ดูลื่นไหล เมื่อเดินอยู่ในอาคาร เกิดจากการเลือกใช้ตะแกรงเหล็กฉีกเป็นโครงสร้างหลัก นอกจากทำให้อาคารดูโปร่งแล้ว สามารถกันแดดฝนได้ดี และบางส่วนใช้ตะแกรง เหล็กฉีกซ้อนกัน 2 ชั้น ทำให้เกิดปฏิกิริยากับผู้ใช้งาน ทั้งความรู้สึกพลิ้วไหวคล้ายระลอกคลื่น การทำความเข้าใจและสื่อสารออกมาเพื่อตอบโจทย์ฟังก์ชันการใช้งาน ความหมายและเอกลักษณ์ของอาคาร และวัสดุที่เลือกนำมาใช้ ทำให้ Patana Gallery กลายเป็นแลนด์มาร์กที่สมบูรณ์แบบสมความตั้งใจของมหาวิทยาลัย “ดีไซน์กับฟังก์ชันมาพร้อมกันเหมือนเล่นปิงปอง คือเราต้องเข้าใจฟังก์ชันก่อน ว่าคนอยากใช้งานกับอาคารอย่างไร ตามด้วยสัญลักษณ์ของอาคาร ว่ามีความสำคัญกับผู้ใช้งานอย่างไร สามารถดึงดูดอารมณ์ได้มากน้อยแค่ไหน และวัสดุที่เลือกใช้ เมื่อเข้าใจทั้งหมดก็เกิดเป็นงานดีไซน์ นับเป็นกระบวนการที่นานพอสมควร เพราะเราต้องเอาวัสดุทุกอย่างมาลองผิดลองถูก ค่อยๆ ปั้นเป็นรูปร่าง แม้จะเป็นกระบวนการที่ช้าแต่ว่าแน่นอน”
(0)
Share
Daybeds
Keep by Daybeds
1204
FOLLOWER

ก่อนจะมาเป็น PATANA GALLERY ของมหาวิทยาลัยรังสิต

"หลังจากประชุมระดมสมองก็ได้สิ่งต่างๆ ผุดขึ้นมากมาย ทั้งห้องเรียน สตูดิโอ หรือแม้กระทั่ง Learning Center สำหรับทำงาน Work Shop แต่สุดท้ายแล้วมาลงตัวที่แกลเลอรีแสดงผลงานของนักศึกษา พร้อมกับมีห้องสมุดเกี่ยวกับดีไซน์ห้องสัมมนาสำหรับนำเสนองาน รวมถึงพื้นที่บางส่วนเป็นออฟฟิศของอาจารย์ ทั้งหมดได้รับบรรจุอยู่ในอาคารเดียวกับที่เรียกว่า Patana Gallery"
1 KEEP
Daybeds
0 LOVES
COMMENT
RELATED ARTICLE
1
5
1
2
2
2
15
11
6
12