NO.5 “แอนดรูว์ แจ๊กสัน” (ค.ศ. 1828-1837) ประธานาธิบดีคนที่ 7 ของสหรัฐ อดีตนายพลผู้นำกองทัพได้ชัยชนะในสงครามกับอินเดียนแดงเผ่าครีก และสงครามกับอังกฤษ แต่สำหรับรายนี้ต้องบอกว่าความร่ำรวยของเจ้าตัวนั้นมาจากความทุกข์ยากของผู้อื่น เพราะท่านเล่นหากินด้วยการใช้ข้อมูลข่าวสารวงในของกองทัพ ช่วงนั้นสหรัฐมีการกวาดล้างอินเดียนแดงอย่างหนัก ซึ่งเวลาที่กองทัพไปปราบชนเผ่าแถวไหนท่านก็เล่นไปซื้อที่ดินแถวนั้น แถมมีที่มากจนเอามาก่อตั้งเป็นเมืองเมมฟิส ในรัฐเทนเนสซีได้ละกัน โถ่เป็นอย่างงี้ไม่รวยก็ให้มันรู้ไปสิ
กำลังขับเคี่ยวกันอย่างเมามันทีเดียวเชียวแหละ สำหรับศึกเลือกตัวแทนพรรครีพับลิกันในประเทศสหรัฐ เพื่อไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกันในปลายปีนี้กับพรรคเดโมแครต ที่ส่งบารัค โอบามา เจ้าเก่ามาประชันโฉม..เอ๊ย..ประชันกึ๋น 
และด้วยความที่เป็นไปได้มากๆ ว่าตัวแทนของรีพับลีกันที่จะเข้าแย่งชิงบัลลังก์ทำเนียบขาวในครั้งนี้คือ “มิตต์ รอมนีย์” นักธุรกิจด้านการเงินและอดีตผู้ว่าการรัฐแมสชาชูเซตส์ ทางนิตยสารด้านธุรกิจ FORBES จึงนำเรื่องราวมาเผยแพร่เป็นช็อตๆ ให้ชาวบ้านเห็นกันอย่างทั่วถึงว่าใครคือผู้นำสหรัฐที่รวยที่สุด 10 อันดับแรก งานนี้เรียกได้ว่าแอบเซอร์ไพรส์ เนื่องจากคนที่เก็งๆ ไว้กลับไม่เห็นแม้แต่เงา แต่พอดูเหตุผลที่เขาอธิบายว่าการนับความร่ำรวยไม่ได้ดูแค่ที่จำนวนเงินในบัญชีอย่างเดียวก็ต้องร้องอ๋อ..ยอมรับแต่โดยดี ว่าแล้วมาดูกันเลยดีกว่าว่าไผเป็นไผ บิดาของประเทศผู้ปลดแอดสหรัฐเป็นเอกราชจากการปกครองของจักรวรรดิอังกฤษ และด้วยเหตุนี้เลยได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐ ซึ่งทรัพย์สินของท่านเรียกได้ว่ามากมายมหาศาล (แม้ส่วนมากจะเรียกว่าลาภลอยก็ตามที) มีทั้งมรดกที่ได้จากการแต่งงานกับแม่ม่ายตระกูลสูงศักดิ์ มรดกจากตระกูลของพี่สะใภ้ รวมถึงที่ดินเพียบในรัฐเวอร์จิเนียประมาณ 16,250 ไร่ แถมยังมีทาสในอาณัติอีกกว่า 300 ชีวิต เอาดิ! ใครเทียบได้ก็ให้มันรู้ไป ประธานาธิบดีคนที่ 31 ของสหรัฐ ผู้สร้างความร่ำรวยให้กับตัวเอง ด้วยการใช้วิชาการสมัยเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดมาใช้ให้เป็นประโยชน์ นำความรู้เกี่ยวกับธรณีวิทยามาลงทุนธุรกิจเหมือง ฮูเวอร์มีรายได้ต่อปีประมาณ 2.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสมัยก่อนถือว่าเยอะมาก จึงทำให้เจ้าตัวปฏิเสธรับเงินเดือนประจำตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ฮูเวอร์คนนี้ก็เป็นผู้ทำให้อเมริกันชนหวาดกลัวที่จะเลือกนักธุรกิจมาเป็นผู้นำ เนื่องจากพอเข้ารับตำแหน่งปุ๊บเศรษฐกิจประเทศก็เข้าช่วงถดถอยปั๊บ หรือที่โลกเรียกว่า The Great Depression นั่นเอง ประธานาธิบดีคนที่ 3 ของสหรัฐ และนักปรัชญาผู้คิดคำคมอันโด่งดังที่ภาพยนตร์หลายเรื่องเอามาใช้ เช่น “เป็นครั้งคราวที่ต้นไม้แห่งเสรีภาพต้องรดด้วยเลือดของผู้รักชาติและทรราช” แต่ไม่ค่อยสันทัดเรื่องธุรกิจเท่าไรนัก เหตุที่ร่ำรวยก็เพราะว่าได้รับมรดกก้อนโตจากพ่อและแม่ ด้วยประการฉะนี้จึงทำให้สถานภาพทางการเงินในช่วงบั้นปลายชีวิตของเจ้าตัวเรียกได้ว่า “ถังแตก” ต้องเสียชีวิตไปพร้อมกับความยากจน ช่างน่าสงสารจริงๆ ประธานาธิบดีคนที่ 36 ของสหรัฐ ผู้โด่งดังไปทั่วโลกจากวิกฤติการณ์มิสไซล์คิวบา ข่าวลือเรื่องสัมพันธ์ลับกับ ซุปตา มาริลีน มอนโร หรือเหตุการณ์ที่เจ้าตัวถูกลอบสังหาร (อันหลังนี้เชื่อว่าเจ้าตัวคงไม่อยากดังเสียเท่าไร) ซึ่งร่ำรวยจากเครือข่ายธุรกิจที่บิดา โจเซฟ พี เคนเนดี้ เป็นผู้ลงทุนไว้ทั้งในด้านธนาคาร สุรา และกองทุนการเงิน จนถึงขั้นลือกันหึ่ง (อีกแล้ว) ว่าทรัพย์สินรวมของเจ้าตัวสูงถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ แต่สุดท้ายข่าวลือก็เป็นข่าวลือ
ประธานาธิบดีคนที่ 26 ของสหรัฐ ถือว่าเป็นผู้นำสหรัฐที่มีอายุน้อยที่สุดด้วยวัย 42 ปี ความร่ำรวยของเท็ดดี้นั้นมาจากธุรกิจกองทุน การเงินของครอบครัว การเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่ง รวมถึงการตวัดปากกาเขียนหนังสือ ประธานาธิบดีคนที่ 12 ของสหรัฐ ผู้อยู่ในตำแหน่งเพียง 14 เดือน เนื่องจากเสียชีวิตอย่างกะทันหันจากโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร และร่ำรวยจากการเป็นเจ้าของฟาร์ม พื้นที่กว่า 2,500 ไร่ในรัฐเวอร์จิเนีย ทั้งยังมีทาสอยู่ในอาณัติกว่า 100 คน แค่นี้แหละ เพราะส่วนใหญ่เจ้าตัวใช้ชีวิตอยู่แต่ในกองทัพไม่ค่อยได้สนเรื่องเงินๆ ทองๆ เสียเท่าไหร่ ประธานาธิบดีคนที่ 32 ของสหรัฐ ผู้นำอเมริกาเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 (อยากเห็นไปดูในภาพยนตร์ Pearl Harbor คนที่นั่งรถเข็นเดินไม่ค่อยไหวนั่นแหละ) เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูลร่ำรวยในรัฐนิวยอร์ก แต่มิได้สืบทอดธุรกิจการเงินของทางบ้าน เพราะหลังจากจบโรงเรียนกฎหมายก็ผันตัวเข้าสู่แวดวงการเมืองทันที
ประธานาธิบดีคนที่ 36 ของสหรัฐ ความร่ำรวยของเจ้าตัวนั้นมาจากการสะสมอสังหาริมทรัพย์ แต่ที่เรียกได้ว่าแจ๊กพอตจริงก็ตอน (ชื่อภริยา) ไปซื้อกิจการสถานีโทรทัศน์ในรัฐเท็กซัส และตอนนั้นเป็นสถานีทีวีผูกขาดเพียงแห่งเดียวในเมือง ซึ่งโชคดีที่ธุรกิจสื่อสารมวลชนกำลังบูม
ผู้ที่ถูกจดจำไปนานว่าตอนดำรงตำแหน่งเกิดเหตุทำเนียบขาวไฟไหม้ สำหรับความร่ำรวยนั้น มาจากการสืบสานธุรกิจฟาร์มยาสูบของครอบครัว แม้ยอดตัวเลขจริงๆ จะไม่ได้รับการเปิดเผย แต่มีรายงานว่าท่านจ่ายเงินให้ภริยาสุดที่รักเป็นเงินว่า 15 ล้านดอลลาร์ต่อปี
(0)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2583
FOLLOWER

NO.5 “แอนดรูว์ แจ๊กสัน” (ค.ศ. 1828-1837)

"ประธานาธิบดีคนที่ 7 ของสหรัฐ อดีตนายพลผู้นำกองทัพได้ชัยชนะในสงครามกับอินเดียนแดงเผ่าครีก และสงครามกับอังกฤษ แต่สำหรับรายนี้ต้องบอกว่าความร่ำรวยของเจ้าตัวนั้นมาจากความทุกข์ยากของผู้อื่น เพราะท่านเล่นหากินด้วยการใช้ข้อมูลข่าวสารวงในของกองทัพ ช่วงนั้นสหรัฐมีการกวาดล้างอินเดียนแดงอย่างหนัก ซึ่งเวลาที่กองทัพไปปราบชนเผ่าแถวไหนท่านก็เล่นไปซื้อที่ดินแถวนั้น แถมมีที่มากจนเอามาก่อตั้งเป็นเมืองเมมฟิส ในรัฐเทนเนสซีได้ละกัน โถ่เป็นอย่างงี้ไม่รวยก็ให้มันรู้ไปสิ
"
1 KEEP
Kullastree
0 LOVES
COMMENT