Netherlands & South Korea  "แท็บเล็ต  โมเดล" กรณีศึกษาจากการเตรียมการของต่างประเทศ    แท็บเล็ต กลายเป็นเครื่องมือขนาดพกพาอันแสนสะดวกที่ใครๆ ก็อยากมีเพื่อความทันสมัยไปแล้ว แม้กระทั่งรัฐสภา และรัฐบาลของหลายๆ ประเทศก็ยังอินเทรนด์ พากันศึกษา และออกนโยบายการใช้แท็บเล็ตเพื่อประโยชน์ต่อบุคคลกลุ่มต่างๆ
   ในเนเธอร์แลนด์ หลังมีการศึกษามานาน ประเทศอื่นๆ ในสหภาพยุโรป ซึ่งเมื่อกลางเดือนกันยายน 
ที่ผ่านมาที่นี่ก็นำร่องเป็นประเทศแรกในสหภาพฯที่นำแท็บเล็ตมาใช้ในการประชุมวุฒิสภา แทนกระดาษเอกสารประกอบ การประชุมและรายงานจำนวนมหาศาล  และสำหรับการนำมาใช้ในครั้งนี้ เป็นการลงทุนแจกแท็บเล็ตที่ติดตั้งแอพพลิเคชั่น สำหรับวุฒิสภาเอาไว้โดยเฉพาะ และแจกแก่สมาชิกวุฒิสภา ทั้ง 75 คน ใช้งบประมาณไปทั้งสิ้น 148,000 ยูโร แต่คาดว่า จะประหยัดงบประมาณค่าจัดพิมพ์กระดาษไปได้มาก 
    ซึ่งเพียง แค่ปีแรกก็น่าจะประหยัดไปได้ถึงประมาณ 142,000 ยูโร ทั้งนี้ วุฒิสภาของเนเธอร์แลนด์ ถือเป็นวุฒิสภาที่มีความพร้อมและไวต่อความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2537
 ต่อมาคือเกาหลีใต้  หลังจากมีการเถียงเรื่องนี้กันมานาน  ล่าสุดเกาหลีใต้ก็ออกนโยบายนำแท็บเล็ตเข้ามาใช้แทนตำราเรียน ทั้งหมดในระบบการศึกษาภายในปี 2558 โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณในการจัดหาแท็บเล็ต  ลงโปรแกรมที่จำเป็น  สร้างเซิร์ฟเวอร์ และเพิ่มเครือข่าย Wi-Fi ในโรงเรียน  เป็นเงินทั้งสิ้น 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
 ฟังดูแล้ว  นโยบายแท็บเล็ตที่เข้ามาแทนสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน  ล้วนแล้วแต่เป็นนโยบายที่น่าสนใจและมีประโยชน์กับผู้ใช้  แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้รับเทคโนโลยีมาใช้ ผลกระทบที่จะตามมา  และความโปร่งใสในเรื่องงบประมาณและที่ต้องยิ่งเน้นหนักศึกษากันเป็นพิเศษก็คงหนีไม่พ้นการลงทุนกับอนาคตของชาติ  การศึกษา  "แท็บเล็ตโมเดล"  จากประเทศที่ใช้ไปก่อนล่วงหน้า  น่าจะช่วยให้เห็นแนวทางในการแก้ปัญหาได้ดี
   หน้าที่เฝ้ายามนั้นหากมนุษย์เราไม่ทำด้วยตัวเอง แล้ว เห็นทีต้องพึ่งพาอาศัยเจ้าเพื่อน 4 ขา นามว่าสุนัข คอยตรวจ คอยเห่า คอยไล่บรรดาโจรผู้ร้าย ไม่ให้มากล้ำกรายทรัพย์สินที่เราหวงแหน แต่ใน ขณะนี้ เหล่าเพื่อนแสนรู้เห็นทีว่าจะต้องสูญเสีย พื้นที่ทำงานเฝ้ายามไปให้กับนกแก้วมาคอว์เสียแล้ว 
   เนื่องจากในปัจจุบัน เอลวิส และซิลล่า นกแก้ว มาคอว์ปีกเขียวของครอบครัวเทรเวอร์  ก็สามารถเห่าและขับไล่คนแปลกหน้าออกไปได้ ครอบครัวเจ้าของนกแก้วจอมเนียนทั้ง 2 ตัวนี้บอกถึงที่มา ของความสามารถนี้ว่า ขณะที่พวกเขาไปอาศัยอยู่ที่สเปน ข้างบ้านมีสุนัขสก๊อตตี้ตัวหนึ่งเห่าอยู่ตลอดเวลา เอลวิสและซิลล่าคงจดจำได้ พอกลับมาอยู่ที่อังกฤษก็เลยสามารถเห่าได้ 
  นอกจากจะเลียนเสียงเห่าได้ ทั้ง 2 ตัวยังสามารถเลียนเสียงคนคำว่า  "ไปให้พ้น" เพื่อไล่ คนแปลกหน้าได้อีกด้วย ครอบครัวเทรเวอร์จึงเห็นช่องทางในการทำธุรกิจ โดยเปิดให้พวกมันรับหน้าที่เป็นนกแก้วยาม ซึ่งคิดค่าบริการถูกกว่าการใช้บริการสุนัขยามอีกด้วย  ปัจจุบันพวกมันรับจ้างทำหน้าที่เฝ้ายามประจำอยู่ที่ MP Guarding Security Company ในเมืองเทลฟอร์ด มณฑลชอร์ปเชียร์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งข้อดีของพวกมันอยู่ที่การที่มันบินได้ และมักจะไม่ถูกหลอกล่อให้กินยาเบื่อได้ง่ายๆ ทำให้ยากต่อการโดนจัดการ 
 ถ้ามีนกแก้วมาคอว์ที่มีความสามารถพิเศษแบบนี้เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ อีกหน่อยรัฐบาล อังกฤษอาจจะต้องเตรียมออกนโยบายแก้ปัญหาสุนัขตกงานแล้วละครับ (ฮา)
Board: BRIEF
(0)
Share
GM
Keep by GM
2469
FOLLOWER

Netherlands & South Korea "แท็บเล็ต โมเดล" กรณีศึกษาจากการเตรียมการของต่างประเทศ

" แท็บเล็ต กลายเป็นเครื่องมือขนาดพกพาอันแสนสะดวกที่ใครๆ ก็อยากมีเพื่อความทันสมัยไปแล้ว แม้กระทั่งรัฐสภา และรัฐบาลของหลายๆ ประเทศก็ยังอินเทรนด์ พากันศึกษา และออกนโยบายการใช้แท็บเล็ตเพื่อประโยชน์ต่อบุคคลกลุ่มต่างๆ
ในเนเธอร์แลนด์ หลังมีการศึกษามานาน ประเทศอื่นๆ ในสหภาพยุโรป ซึ่งเมื่อกลางเดือนกันยายน
ที่ผ่านมาที่นี่ก็นำร่องเป็นประเทศแรกในสหภาพฯที่นำแท็บเล็ตมาใช้ในการประชุมวุฒิสภา แทนกระดาษเอกสารประกอบ การประชุมและรายงานจำนวนมหาศาล และสำหรับการนำมาใช้ในครั้งนี้ เป็นการลงทุนแจกแท็บเล็ตที่ติดตั้งแอพพลิเคชั่น สำหรับวุฒิสภาเอาไว้โดยเฉพาะ และแจกแก่สมาชิกวุฒิสภา ทั้ง 75 คน ใช้งบประมาณไปทั้งสิ้น 148,000 ยูโร แต่คาดว่า จะประหยัดงบประมาณค่าจัดพิมพ์กระดาษไปได้มาก
ซึ่งเพียง แค่ปีแรกก็น่าจะประหยัดไปได้ถึงประมาณ 142,000 ยูโร ทั้งนี้ วุฒิสภาของเนเธอร์แลนด์ ถือเป็นวุฒิสภาที่มีความพร้อมและไวต่อความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2537
ต่อมาคือเกาหลีใต้ หลังจากมีการเถียงเรื่องนี้กันมานาน ล่าสุดเกาหลีใต้ก็ออกนโยบายนำแท็บเล็ตเข้ามาใช้แทนตำราเรียน ทั้งหมดในระบบการศึกษาภายในปี 2558 โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณในการจัดหาแท็บเล็ต ลงโปรแกรมที่จำเป็น สร้างเซิร์ฟเวอร์ และเพิ่มเครือข่าย Wi-Fi ในโรงเรียน เป็นเงินทั้งสิ้น 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ฟังดูแล้ว นโยบายแท็บเล็ตที่เข้ามาแทนสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ล้วนแล้วแต่เป็นนโยบายที่น่าสนใจและมีประโยชน์กับผู้ใช้ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้รับเทคโนโลยีมาใช้ ผลกระทบที่จะตามมา และความโปร่งใสในเรื่องงบประมาณและที่ต้องยิ่งเน้นหนักศึกษากันเป็นพิเศษก็คงหนีไม่พ้นการลงทุนกับอนาคตของชาติ การศึกษา "แท็บเล็ตโมเดล" จากประเทศที่ใช้ไปก่อนล่วงหน้า น่าจะช่วยให้เห็นแนวทางในการแก้ปัญหาได้ดี"
1 KEEP
GM
0 LOVES
COMMENT