25 ชั้นเชิงแห่งศาสตร์และศิลป์ Artistic Intelligence Artifact “หากได้ลองหยิบ ลองเขียน ลองดูน้ำหนักเมื่อเห็นคุณภาพเวลาเขียนแล้วคุณจะตกใจเนื่องจากมันมีความแตกต่างจริงๆ กับเวลาที่เราได้เขียน โดยจุดยืนของเราคือเรื่องของฟังก์ชันต้องมาก่อน ลูกค้าจ่ายเพื่อที่จะเขียนแล้วแตกต่างจากคนอื่น”
เหล่านี้เกิดจากนวัตกรรมของการพัฒนาหมึก รวมถึงการออกแบบปากกาแต่ละรุ่น ซึ่งล้วนมีความซับซ้อนอยู่ในกระบวนการ  สุหฤทเล่าว่า ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ธรุกิจต้องทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่แตกต่างไปจากเดิม และยังทำงานร่วมกับดีไซเนอร์ผู้เชียวชาญโดยเฉพาะ ก่อให้เกิดเป็นงานดีไซน์ต้นแบบ ฉบับออริจินอลของแบรนด์อย่างแท้จริง
“เรียกว่าเราได้นำประสบการณ์ทั้งหมดในการทำตลาดปากการะดับพรีเมียมมาใช้กับแบรนด์ Artifact ของเราเอง สำหรับผมถือว่าท้าทายมากสำหรับบริษัทโลคอลที่กำลังขายผลิตภัณฑ์ซึ่งต้องแข่งขันกับอินเตอร์เนชั่นแนลแบรนด์ แต่ว่าเราก็มีจุดยืนที่ชัดเจน เพราะเรามีประสบการณ์จากการทำตลาดปากการะดับพรีเมียมมาค่อนข้างนาน เราจะรู้ถึงรสนิยมรู้ถึงการตัดสินใจของลูกค้า
โดยสุหฤทอธิบายว่า โพซิซันนิ่งของ Artifact จะอยู่ในฐานะผลิตภัณฑ์ที่ Value for Money สนนราคาตั้งแต่ 280-4,000 บาท มีทาร์เก็ตของแบรนด์เป็นกลุ่ม First Jobber หรือคนที่ฉลาดเลือกในทุกๆ อย่างที่เขาเลือก
Artifact จึงเลือกที่จะเน้นทำมาร์เก็ตติ้งผ่านจุดจำหน่ายสินค้า (Point of Purchase)และ Main Retailing Area ทั้งหมด พร้อมทั้งพยายามขยายช่วงเวลาการทำ Periodic Campaign ไปยังเทศกาลมอบของขวัญอื่นๆ เช่น ช่วงรับปริญญา วาเลนไทน์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายสินค้า จากเดิมที่ 80% ของยอดขายจะอยู่ช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม
แต่ด้วยธรรมชาติของสินค้าเชกเมนต์พรีเมียมที่มักต่อกรกันด้วยคุณค่ามากกว่าราคาทำให้สุหฤทต้องเดินหน้าขยายการเติบโตให้กับแบรนด์ Artifact ในสเต็ปต่อไป
“ผมถือว่า Stage ของการพัฒนาหมึกสำเร็จแล้ว ทีนี้ความสนุกก็มาอยู่ที่งานดีไซน์สิ่งต่อไปนี้เราจะต้องทำ คือ พัฒนาความรู้สึกเวลาจับปากกา ขนาดจะเริ่มมีความสำคัญมากขึ้น รวมถึงรูปลักษณ์ของด้ามปากกาที่ดูดี สวยแต่ไม่ได้เฟี้ยวฟ้าวเหมือนพวก Very High Fashion เพราะนั่นไม่ใช่เรา สำหรับเราคือดีไซน์ที่ Moderate และ Neutral”
การทำงานกับสินค้ากึ่งแฟชั่นเช่นนี้ ทำให้ต้องศึกษาเทรด์ต่างๆ รอบโลก ก่อนจะดีไซน์ออกมาเป็นปากกาในแต่ละรุ่น ซึ่งสุหฤทเรียกว่าทำเครื่องเขียนแต่ดู Chic Channel! โดยคอลเลกชั่นต่างๆ ของดีไซเนอร์เสื้อผ้าเป็นแหล่งข้อมูลที่เขาไม่เคยมองข้าม เพราะเขามองว่าปากกาไม่ใช่สิ่งของ On Desk ที่จะวางไว้บนโต๊ะเพียงอย่างเดียว แต่กำลังบอกถึงคาแร็กเตอร์ของคนแต่ละคนที่ซื้อไป
ทว่าการใช้ศิลปะอย่างชาญฉลาดยังถือเป็นข้อเด่นอีกประการหนึ่งของแบรนด์ Artifact ที่พยายามทำให้คุณค่าของความงามสามารถจับต้องได้
“งานต่อไปที่เราจะทำคือทำสินค้ารุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นให้เป็น Collective Item แล้วขายในระดับราคาที่สูงไปเลย แต่ก็อยู่ในช่วงที่กำลังพัฒนา และจะต้องแน่ใจจริงๆ เพราะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างนักออกแบบปากกาและ Jewelry Designer เพื่อหาความลงตัวให้กับงานดีไซน์ที่จะออกมา” สุหฤทกล่าวถึงทิศทางของแบรนด์ในอนาคต พร้อมกับกล่าวทิ้งท้ายว่า
 “ในที่สุดแล้ว เวลาคุณหยิบมาเขียนก็จะรู้สึกได้เลยว่า นี่คือความแตกต่างจริงๆ”
เราทราบกันดีว่าตัวอักษรเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์แต่ละชนชาติแต่ละภาษาได้คิดค้นขึ้น และไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย “ปากกา” ก็เป็นสิ่งประดิษฐ์อันล้ำค่าที่เป็นเครื่องมือในการถ่านทอดตัวอักษรเหล่านั้นผ่านความนึกคิด ความรู้สึก จินตนาการ ตลอดจนการบันทึกข้อมูลต่างๆ ของมนุษย์เรามานานนับพันๆ ปี แม้ทุกวันนี้วิวัฒนาการในการรังสรรค์ปากกาจะยังไม่หยุดยั้ง
ปากกาที่ดีใช่เพียงจะเขียนได้ลื่นไหล ไม่สะดุดเท่านั้น หากแต่ต้องสะท้อนรสนิยมและเสริมบุคลิกภาพของผู้ใช้งานได้จึงจะได้ชื่อว่าสมบูรณ์แบบ เช่นเดียวกับ Artifact ปากกาคุณาภาพเยี่ยมจาก บริษัท ดี เอช เอ สยามวาลา จำกัด ที่คำนึงถึงทุกรายละเอียดดังกล่าว ทำให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดี สมกับนิยามที่ว่า Artistic Intelligence และ เป็น 1 ใน 25 Things for Smart Life ที่เราภูมิใจนำเสนอ เพื่อให้คุณได้ร่วมประสบการณ์เขียนลื่น จนรู้สึกได้
หากมีปากกาด้ามหนึ่งสามารถเปลี่ยนความรู้สึกที่คุณเคยสัมผัสมาทั้งหมด ตั้งแต่วัสดุที่ใช้ในการเคลือบ การทำงานร่วมกันของหมึกเพื่อสร้างความแตกต่างให้น้ำหนักตรงปลายปากกา การคำนึงถึงน้ำหนักเวลาเขียนที่เหมาะสมและงานออกแบบที่ละเอียดลออเพื่อความลงตัวเวลาพกพา
นั่นถือเป็นความตั้งใจของแบรนด์ Artifact ที่ประสงค์จะรุกตลาดเครื่องเขียนในเชกเมนต์ปากกาพรีเมียมด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้ทุกมิติของปากกา Artifact กลายเป็นประสบการณ์เฉพาะตัวที่ผู้ใช้อาจคาดไม่ถึงมาก่อน
“มันเป็นนวัตกรรมในการไหลของหมึก โดยจะต้องอยู่กับแรงดันพอดีของหัวเหล็กตรงปลายปากกา ซึ่งไม่ได้มาง่ายๆ ทุกอย่างจะต้องผ่านการพัฒนาออกมาอย่างละเอียดหมดทั้งกลไกเกลียว เป็นผลงานที่ออกมาดูสวยงาม แต่มีอะไรซ่อนอยู่ข้างในเยอะแยะเต็มไปหมด” สุหฤท สยามวาลา กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ดี เอช เอ สยามวาลา จำกัด ได้อธิบายกับเราต่อว่า

หัวใจสำคัญของ Artifact คือการออกแบบที่คำนึงถึงทั้ง Emotional และ Functional เบื้องหลังของปากกาด้ามงาม คือการประสานฟังก์ชั่นการใช้งานกับศิลปะได้อย่างลงตัว เหนือระดับ เป็นนวัตกรรมอันชาญฉลาดของเทคโนโลยีระบบการลื่นไหลของน้ำหมึกชั้นดีจากเยอรมนี (ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าผลิตน้ำหมึกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก) จึงจัดเป็นความงามที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าอย่างแท้จริง ภายใต้ราคาที่เหมาะสม
เทคโนโลยีที่เหนือระดับและแตกต่างของ Artifact คือ ปากกาทุกรุ่นใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากเยอรมัน (Easy Flow 9000) ทำให้เขียนลื่นอย่างแตกต่างจนรู้สึกได้ เพราะเป็นการผสมผสานข้อดีของปากกาลูกลื่นและปากกาหมึกเจลเข้าไว้ด้วยกัน โดยน้ำหมึกจะมีสีสดสวย แห้งเร็ว ไม่เลอะมือ สามารถใช้งานได้นาน เขียนได้ลื่นมือ ไม่สะดุด ยิ่งทำให้ใครต่อใครพากันปลาบปลื้มและให้ใจกับ Artifact มานักต่อนัก
นอกจากนี้คุณภาพที่เห็นได้ชัดเจน คือดีไซน์ที่โดดเด่นในทุกองค์ประกอบ
ด้ามปากกา ฉีกพ้นคำว่าจำเจไปมากโข เมื่อได้รับการออกแบบที่หลากหลายสวยงามและตราตรึง เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล โดยคำนึงถึงบุคลิกภาพของผู้ใช้งานซึ่งแตกต่างกันเป็นสำคัญ เหนือสิ่งอื่นใด ปากกาทุกด้ามของ Artifact ยังผ่านการคัดเลือกวัตถุดิบมาอย่างพิถีพิถัน ตัวด้ามทำจากทองเหลืองหนึ่งในแร่ธาตุที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งและทนทาน อีกทั้งมีคุณสมบัติต่อต้านการเกิดสนิมได้ดี ดังนั้น ภายใต้รูปโฉมที่สวยงามจึงเปี่ยมไปด้วยพลังอย่างแท้จริง
กล่องปากกา เติมเต็มความหรูหราอีกระดับ ในรูปแบบของกล่องของขวัญที่สวยงามหากหยิบยื่นชั้นเชิงแห่งศาสตร์และศิลป์ของปากกา Artifact ให้กับใคร เชื่อได้ว่าจะสร้างความประทับใจให้กับผู้รับได้อย่างแน่นอน
ลองมาทำความรู้จักกับ Artifact ใน 3 รุ่น ยอดนิยมว่ามีทีเด็ดมัดใจอะไรบ้าง
Metalika ปากกาลูกลื่นแบบหมุน ดีไซน์โมเดิร์น ตัวด้ามเรียวบาง เล็ก จับถนัดมือทำจากทองเหลืองคุณภาพดี หุ้มด้วยแล็กเกอร์สีแกรไฟต์ขัดเงาตัดกับสีโครมแวววาวได้อย่างหรูหราลงตัว เหมาะกับนักบริหารชาย-หญิงรุ่นใหม่
Trinity ปากกา 3 ระบบแบบหมุนในด้านเดียว ไส้ปากกาลูกลื่นน้ำเงิน-แดง-ดินสอกดไส้0.5 ตัวด้ามทำจากเรซินขัดเงา ตัดกับสีทองดูคลาสสิก พกพาสะดวก กลไกคุณภาพจากญี่ปุนมีความทนทาน แม่นยำ เหมาะกับผู้ใช้งานทั่วไป ที่ชื่อชอบเทคโนโลยี ชอบความสะดวกแบบ All-in-one
Europa ปากกาลูกลื่นแบบหมุน ดีไซน์หรูหรา สีโครเมียมขัดเงากับสีทองโรสโกลด์เรียบโก้มีสไตล์ เหมาะกับนักบริหารรุ่นใหม่ที่ชอบงานออกแบบร่วมสมัย
ปากกาดีๆ สักด้าม ก็เหมือนอาหารรสเลิศที่ผ่านการปรุงด้วยวัตถุดิบชั้นดี และได้รับการจัดวางอย่างสวยงาม นอกจากจะอร่อยลิ้นแล้วยังเกิดสุนทรียะในการรับประทานและเกิดผลดีต่อสุขภาพด้วย
RIGHT NOW!
Artifact ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า “ความลงตัว” เป็นเช่นไร นอกจากจะใช้งานได้เหมาะมือ เขียนลื่น อันเป็นคุณสมบัติที่ได้ใจไปเต็มๆ และมีอยู่ในปากกาแบรนด์นี้ทุกด้าม  Artifactในแบบที่เหมาะเจาะกับการใช้งานและบุคลิกภาพของเราได้ เมื่อมีผลงานดี เราจึงต้องหยิบยื่นคำชมให้เป็นธรรมดา เพราะเราเชื่อมั่นเหลือเกินว่า นวัตกรรมใดที่ทำด้วยหัวใจ ย่อมเปี่ยมไปด้วยพลังสร้างสรรค์ และควรค่าแก่การบอกต่อ
Board: BRIEF
(1)
Share
GM
Keep by GM
2469
FOLLOWER

25 ชั้นเชิงแห่งศาสตร์และศิลป์ Artistic Intelligence Artifact

"“หากได้ลองหยิบ ลองเขียน ลองดูน้ำหนักเมื่อเห็นคุณภาพเวลาเขียนแล้วคุณจะตกใจเนื่องจากมันมีความแตกต่างจริงๆ กับเวลาที่เราได้เขียน โดยจุดยืนของเราคือเรื่องของฟังก์ชันต้องมาก่อน ลูกค้าจ่ายเพื่อที่จะเขียนแล้วแตกต่างจากคนอื่น”
เหล่านี้เกิดจากนวัตกรรมของการพัฒนาหมึก รวมถึงการออกแบบปากกาแต่ละรุ่น ซึ่งล้วนมีความซับซ้อนอยู่ในกระบวนการ สุหฤทเล่าว่า ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ธรุกิจต้องทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่แตกต่างไปจากเดิม และยังทำงานร่วมกับดีไซเนอร์ผู้เชียวชาญโดยเฉพาะ ก่อให้เกิดเป็นงานดีไซน์ต้นแบบ ฉบับออริจินอลของแบรนด์อย่างแท้จริง
“เรียกว่าเราได้นำประสบการณ์ทั้งหมดในการทำตลาดปากการะดับพรีเมียมมาใช้กับแบรนด์ Artifact ของเราเอง สำหรับผมถือว่าท้าทายมากสำหรับบริษัทโลคอลที่กำลังขายผลิตภัณฑ์ซึ่งต้องแข่งขันกับอินเตอร์เนชั่นแนลแบรนด์ แต่ว่าเราก็มีจุดยืนที่ชัดเจน เพราะเรามีประสบการณ์จากการทำตลาดปากการะดับพรีเมียมมาค่อนข้างนาน เราจะรู้ถึงรสนิยมรู้ถึงการตัดสินใจของลูกค้า
โดยสุหฤทอธิบายว่า โพซิซันนิ่งของ Artifact จะอยู่ในฐานะผลิตภัณฑ์ที่ Value for Money สนนราคาตั้งแต่ 280-4,000 บาท มีทาร์เก็ตของแบรนด์เป็นกลุ่ม First Jobber หรือคนที่ฉลาดเลือกในทุกๆ อย่างที่เขาเลือก
Artifact จึงเลือกที่จะเน้นทำมาร์เก็ตติ้งผ่านจุดจำหน่ายสินค้า (Point of Purchase)และ Main Retailing Area ทั้งหมด พร้อมทั้งพยายามขยายช่วงเวลาการทำ Periodic Campaign ไปยังเทศกาลมอบของขวัญอื่นๆ เช่น ช่วงรับปริญญา วาเลนไทน์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายสินค้า จากเดิมที่ 80% ของยอดขายจะอยู่ช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม
แต่ด้วยธรรมชาติของสินค้าเชกเมนต์พรีเมียมที่มักต่อกรกันด้วยคุณค่ามากกว่าราคาทำให้สุหฤทต้องเดินหน้าขยายการเติบโตให้กับแบรนด์ Artifact ในสเต็ปต่อไป
“ผมถือว่า Stage ของการพัฒนาหมึกสำเร็จแล้ว ทีนี้ความสนุกก็มาอยู่ที่งานดีไซน์สิ่งต่อไปนี้เราจะต้องทำ คือ พัฒนาความรู้สึกเวลาจับปากกา ขนาดจะเริ่มมีความสำคัญมากขึ้น รวมถึงรูปลักษณ์ของด้ามปากกาที่ดูดี สวยแต่ไม่ได้เฟี้ยวฟ้าวเหมือนพวก Very High Fashion เพราะนั่นไม่ใช่เรา สำหรับเราคือดีไซน์ที่ Moderate และ Neutral”
การทำงานกับสินค้ากึ่งแฟชั่นเช่นนี้ ทำให้ต้องศึกษาเทรด์ต่างๆ รอบโลก ก่อนจะดีไซน์ออกมาเป็นปากกาในแต่ละรุ่น ซึ่งสุหฤทเรียกว่าทำเครื่องเขียนแต่ดู Chic Channel! โดยคอลเลกชั่นต่างๆ ของดีไซเนอร์เสื้อผ้าเป็นแหล่งข้อมูลที่เขาไม่เคยมองข้าม เพราะเขามองว่าปากกาไม่ใช่สิ่งของ On Desk ที่จะวางไว้บนโต๊ะเพียงอย่างเดียว แต่กำลังบอกถึงคาแร็กเตอร์ของคนแต่ละคนที่ซื้อไป
ทว่าการใช้ศิลปะอย่างชาญฉลาดยังถือเป็นข้อเด่นอีกประการหนึ่งของแบรนด์ Artifact ที่พยายามทำให้คุณค่าของความงามสามารถจับต้องได้
“งานต่อไปที่เราจะทำคือทำสินค้ารุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นให้เป็น Collective Item แล้วขายในระดับราคาที่สูงไปเลย แต่ก็อยู่ในช่วงที่กำลังพัฒนา และจะต้องแน่ใจจริงๆ เพราะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างนักออกแบบปากกาและ Jewelry Designer เพื่อหาความลงตัวให้กับงานดีไซน์ที่จะออกมา” สุหฤทกล่าวถึงทิศทางของแบรนด์ในอนาคต พร้อมกับกล่าวทิ้งท้ายว่า
“ในที่สุดแล้ว เวลาคุณหยิบมาเขียนก็จะรู้สึกได้เลยว่า นี่คือความแตกต่างจริงๆ”"
1 KEEP
GM
1 LOVES
tleaha
COMMENT