23 อำพล โพธิ์โลหะกุล กลยุทธ์สู่ความสำเร็จระดับเอเชีย ของกสิกรไทย “ฝากให้เราช่วยดูแล” “The Asian Banker ประเมินประสิทธิภาพการทำงานของสถาบันการเงินต่างๆ ด้วยมืออาชีพด้านการธนาคาร  ซึ่งเขาเป็นองค์กรอิสระ ไม่ใช่เพียงนิตยสารให้คะแนนเองด้วยผลประโยชน์ตอบแทน เขาประเมินจากสิ่งที่เป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริการ ผลการดำเนินงาน ต้นทุนดำเนินการ ประสิทธิภาพในการทำงาน รวมถึงทรัพยากรบุคคลสำหรับบริหารงานที่เรามีอยู่การพัฒนาการต่างๆ เป็นไปได้ดีไหม หรือแม้กระทั่งกระบวนการขายมีประสิทธิภาพหรือไม่ ซึ่งเราก็ทำได้เหนือกว่ามาตรฐาน เขาจึงเลือกเราให้ได้รับรางวัลธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อยอันดับหนึ่งของประเทศไทย” คุณอำพลเริ่มต้นด้วยการเล่าถึงที่มาของการได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้
อีกส่วนหนึ่ง หลักใหญ่ที่บ่งบอกถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานของกสิกรไทยในปีที่ผ่านมาได้ดี นั่นคือยอดเงินฝากรวมกองทุนเมื่อสิ้นปีที่แล้วกสิกรไทยถือว่าเป็นอันดับหนึ่งในปลายปี 2553 ด้วยยอดที่สูงถึง 1.58 ล้านล้านบาท ครองมาร์เก็ตแชร์เป็นอันดับหนึ่งที่ 18.2% ขณะที่ยอดเงินสินเชื่อธุรกิจลูกค้าบุคคลอีกประมาณ 213,000 ล้านบาท เติมโตขึ้นถึง 30% ถ้าเทียบกับปี 2552 โดยมี NPL ที่ต่ำมากแค่ 1.4% ปีที่ผ่านมานั้นจึงถือได้ว่าเป็นปีทองของธนาคารกสิกรไทยอย่างแท้จริง
“ปัจจัยความสำเร็จที่ถือว่าเป็น Key Success เราเชื่อว่ามาจากคุณภาพการบริการที่ดีในทุกช่องทางที่เราให้บริการ อาทิ สาขาที่มี 805 สาขาทั่วประเทศ Call Center ที่ให้บริการ 7 วัน 24 ชั่วโมง รวมถึง ATM ที่คนใช้เป็นหลักเราก็ดูแลระบบให้มีความเสถียร ลูกค้าไปถึงตู้ต้องใช้ได้ รวมถึง Internet Banking, Mobile Banking ทั้งหมดทุกช่องทางที่ลูกค้าสัมผัสเรา เราต้องให้บริการที่ดี ลูกค้าจะฝากเงินโอนเงินก็ทำได้อย่างสะดวก รวมถึงได้รับการดูแลอย่างกระตือรือร้น”
ดังนั้นการบริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดที่กสิกรไทยให้ความสำคัญ โดยทางธนาคารถึงกับลงทุนกับเรื่องนี้ด้วยเม็ดเงินจำนวนกว่า 2,400 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงงานสาขาและพัฒนาลุคลากรตลอด 3 ปีที่ผ่านมา จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลูกค้าที่มีใช้บริการของกสิกรไทยจึงได้รับการบริการที่ดีเยี่ยมชนิดที่เรียกว่าประทับใจกันอย่างถ้วนหน้า จนได้รับคะแนนความพึงพอใจในการใช้บริการสูงสุดในประเทศไทยในปี 2553 จากการวิจัยโดย The Nielsen Company (Thailand) Limited ด้วยคะแนน 89 ซึ่งถือว่าเป็น Best in Class of Thailand
“ผมพยายามจะบอกพนักงานทุกคนว่ากุญแจหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จคืออะไร ซึ่งก็หนีไม่พ้นเรื่องของการบริการที่ดีถ้าเรานำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์กับลูกค้าในระยะยาวด้วยความจริงใจผลก็คือ ลูกค้า win แบงก์ก็ win และแน่นอน พนักงานก็ win เช่นกัน หรือ Happy Staff  = Happy Customer = Happy Stockholder มันเป็นไปตามวงเวียนนี้”
นอกเหนือจากการบริการที่ดีเยี่ยมแล้ว การคิดค้นนวัตกรรมทางการเงินเพื่อตอบสนองความต้องการก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องหลักที่ธนาคารกสิกรไทยให้ความสำคัญ เพราะในเชิงการแข่งขันของธนาคารในปัจจุบันการให้อัตราดอกเบี้ยที่ดีถือว่าเป็นเรื่องที่ล้าสมัยไปเสียแล้ว การออมรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจกว่า นั่นคือ การลงทุนในกองทุนต่างๆ ที่มีให้เลือกสรรมากมาย ดังนั้นใครที่คิดค้นเรื่องเหล่านี้ได้อย่างแตกฉานจะสามารถสร้างความแตกต่างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันได้ ในประเด็นนี้ คุณอำพลได้ให้ความคิดเห็นว่า 
“เรามีกลยุทธ์ในการจับกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ โดยเราเรียกกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ว่า Money Smart Consumer โปรไฟล์หลักๆ ของคนกลุ่มนี้ก็คือคนที่ชาญฉลาดในการเลือกสรรผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดในด้าน
ในปี 2553 ที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจมากๆ ที่ธนาคารของคนไทยได้รับรางวัลจาก  The Asian Banker Excellence in Retail Financial Services Awards 2011 ที่จัดขึ้นโดยนิตยสารด้านการเงินการธนาคารชั้นระดับเอเชียคือ The Asian Banker ซึ่งรางวัลดังกล่าวเป็นเสมือนเหรียญตราแห่งเกียรติยศที่มอบให้แก่สถาบันการเงินที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นที่สุดในด้านต่างๆ ในการให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้าบุคคล และในปีนี้ธนาคารกสิกรไทย หนึ่งในสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศไทย ได้คว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติแห่งนี้ถึง 2 รางวัล
รางวัลทั้งสองดังกล่าวคือ Best Retail Bank in Thailand หรือรางวัลธนาคารสำหรับลูกค้ารายย่อยยอดเยียมแห่งประเทศไทย ซึ่งนับเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันแล้วที่ธนาคารกสิกรไทยได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ และอีกรางวัลคือ Best Retail Banking Brand หรือรางวัลการสร้างแบรนด์ยอดเยี่ยมในธุรกิจธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อย ทั้งหมดถือเป็นความสำเร็จส่วนหนึ่งที่สามารถตอกย้ำถึงภาพลักษณ์การเป็นเบอร์หนึ่งในธุรกิจธนาคารได้อย่างชัดเจน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความสำเร็จที่ได้มาวันนี้ล้วนแต่ที่มาที่ไปทั้งสิ้น กว่าจะสร้างมาตรฐานการบริการที่ดีเยี่ยมไม่ใช่เรื่องง่ายดายที่ใครก็สามารถทำได้ สำหรับเบื้องหลังในการสร้างสิ่งต่างๆ เหล่านี้ คุณคงอยากรู้ใช่ไหมว่าอะไรคือต้นธารทางความคิดที่หล่อหลอมให้ธนาคารกสิกรไทยเติบโตและประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ได้วันนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้น คุณอำพล โพธิ์โลหะกุล ในฐานะรองกรรมการผู้จัดการนักบริหารหนุ่มระดับสูงมากความสามารถจะมาบอกเล่าเรื่องราววิธีคิดที่สามารถนำพากสิกรไทยเดินไปสู่ปลายทางที่มีความสำเร็จเป็นจุดหมายให้เราได้ฟัง
ต่างๆ พวกเขาใช้สมาร์ทโฟน ใช้อินเตอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารและเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการเช่น ผู้ที่มีนิสัยรักการออมและลงทุนที่ชาญฉลาด (Smart Saver / Smart Investor) ที่มองว่าการฝากเงินในปัจจุบัน หากนำไปฝากไว้ที่ธนาคารอย่างเดียวไม่คุ้ม ก็กระจายเงินเหล่านี้ไปลงทุนในกองทุนรวม รวมถึงตราสารทางการเงินอื่นๆ เช่น ตราสารหนี้ พันธบัตร กองทุนรวมในหุ้น หรือแม้แต่แบงก์แอสซัวรันซ์ เพราะคนกลุ่มนี้รู้ว่าปัจจุบันการออมเงินมีรูปแบบที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดแค่การฝากเงินกับแบงก์ หรือผู้ฉลาดในการเลือกใช้บริการสินเชื่อเราเรียกพวกเขาว่า Smart Borrower คือรู้จักสรรหาบริการสินเชื่อที่เหมาะสม เช่น การเลือกใช้สินเชื่อบ้าน เพื่อที่จะได้มีบ้านเป็นของตนเองแทนที่จะเช่าที่อยู่ไปเรื่อยๆ เรามีผลิตภัณฑ์และบริการที่จะตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าเหล่านี้อย่างครบครัน KBank เองไม่ได้มองว่าเราเป็นธนาคารพาณิชย์ เรามองว่าเราคือผู้ให้บริการทางการเงินที่ครบวงจรไม่ว่าจะเป็นเงินฝากสินเชื่อ บัตรเครดิตประกัน กองทุนรวม หรือหุ้น ทำอย่างไรลูกค้ากลุ่มนี้ที่เรากำหนดไว้ถึงจะมาที่เราและใช้บริการในทุกช่องทางกับเรา
“ดังนั้น ภายในกันเอง เรามีการจัดการให้ชัดขึ้น หนึ่ง เรามีหน่วยงานเฉพาะทางที่มีหน้าที่ทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าแยกไปตาม Segment โดยละเอียดทั้งด้านวิถีชีวิต ฐานะ ช่วงอายุ ซึ่งคนฐานะดีมากๆ ความต้องการของเขาก็จะซับซ้อนหน่อย มีความต้องการสูงหน่อย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเขามีความมั่งคั่งมากก็ต้องการหาทางไปลงทุนในต่างประเทศทำอย่างไรที่จะทำให้ผลตอบแทนสูงขึ้นโดยที่มีการกระจายความเสี่ยงที่หลากหลาย เช่น ลงทุนในทอง ลงทุนในตลาด Commodity หรืออะไรอีกมากมายที่เป็นความต้องการชัดเจนธนาคารก็ต้องสามารถจัดพอร์ตการลงทุนให้ตรงกับความต้องการและข้อจำกัดต่างๆ ของเขาได้ด้วยเช่นกัน ส่วนกลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่ม Upper Middle Income ส่วนใหญ่จะชอบลงทุนในกองทุนรวม เราก็ให้ลูกค้าประเมินด้วยตัวเองว่าความเสี่ยงที่เรารับได้อยู่ระดับไหน เพราะเขาค่อนข้างให้ความสำคัญกับความเสี่ยงส่วนกลุ่มลูกค้าทั่วไปก็เน้นเรื่องความสะดวกในการทำธุรกรรม ฝากโอน, ถอนเงินผ่าน ATM หรือทำธุรกรรม เช่น เติมเงินมือถือหรือเช็กยอด, ชำระค่าสินค้าและบริการผ่านมือถือ เป็นต้น
“โจทย์ของเรามีอยู่ว่า ไม่ว่าจะเป็นลูกค้ากลุ่มไหนก็ตาม ทำอย่างไรจึงจะสามารถเข้าถึงและชนะใจพวกเขาได้ เพราะทุกวันนี้หากเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้า จะเห็นว่าพวกเขามีธนาคารให้เลือกใช้เป็นสิบๆ แห่ง ประเด็นคือ เราสามารถช่วยให้คุณภาพชีวิตเขาดีขึ้นได้อย่างไรหากเลือกใช้เรา อย่างที่ผมได้เรียนไป ถ้าคุณมาอยู่กับเรา คุณจะเป็น Smart Saver ให้เงินทำงานแทนให้คุณ ให้มืออาชีพทำงานแทนให้ คุณก็สบายใจ แถมเรายังมีบริการให้คำปรึกษาเพื่อเช็กว่าคุณวางแผนการเงินดีหรือยัง มีทิศทางในการลงทุนอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่จะคิดว่าตัวเองทำดีที่สุดแล้ว แต่มันจะดีกว่าไหมถ้าให้มืออาชีพเป็นผู้ช่วย เพราะมันรัดกุมกว่า เราก็พยายามขายจุดดีเหล่านี้ให้กับเขา ซึ่งสุดท้ายเขาก็จะเป็นคนเลือกเอง”
จากแนวคิดตรงนี้นี่เองที่เป็นเสมือนวิธีคิดหลักในการสร้างนวัตกรรมทางการเงินที่ชาญฉลาด ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกท่านได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งหมดทั้งปวงแล้วสิ่งที่เป็นเนื้อหาสาระดีๆ เช่นนี้จะไม่สามารถแพร่กระจายไปสู่ผู้บริโภคได้ถ้าหากขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดี ซึ่งในจุดนี้เองก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่กสิกรให้ความสำคัญอย่างมากโดยดูได้จากโฆษณาตัวล่าสุดที่เนื้อหาจริงใจน่ารักๆ ที่ชื่อว่า “ฝากให้เราช่วยดูแล” รวมถึงการสื่อสารผ่านช่องทางที่มีประสิทธิภาพอย่างเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง twitter และ face book ซึ่งในตอนนี้ twitter ของกสิกรไทยมียอดคน Follow มากถึง 22,00 คน รวมถึงแฟนเพจจำนวน 122,000 ใน face book (ตัวเลขสิ้นปี 2553)
“ฝากให้เราช่วยดูแล” คือการสื่อสารระหว่างธนาคารกับลูกค้าว่า เรามั่นใจว่าเราให้บริการคุณได้มากกว่าเรื่องการเงินด้วยซ้ำ ความตั้งใจของแคมเปญนี้ก็คือการมุ่งสื่อความกับลูกค้าของเราทั้งลูกค้าในปัจจุบันรวมถึงลูกค้าในอนาคต ว่าการมารับบริการจากเราสามารถเพิ่มความสะดวกสบายและยังเพิ่มความมั่นคงในชีวิตในระยะยาวได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องของการสื่อความผ่านโฆษณาใครก็ทำได้ จะให้มีเนื้อหาอย่างไรก็สร้างได้ แต่ที่สำคัญคือคุณต้องทำให้ได้จริงก่อนเราจึงพยายามสร้างความรู้สึกให้พนักงานของเรามีส่วนร่วมกับแนวคิดนี้
“การใช้สื่อทางอินเตอร์เน็ตเข้ามาเป็นตัวช่วย รวมถึง Social Media มันคือการ Reengineering ช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้าไปในอีกขั้น  คือสมัยก่อนลูกค้าจะติดต่อแบงก์ก็ต้องมาที่สาขาหรือไม่ก็โทรฯเข้า Call Center แต่ทั้งสองปัจจัยนี้มีข้อด้อยตรงที่ต้องมีการรอ แต่สมัยนี้ไม่ใช่ เราได้ตัดกระบวนการยุ่งยากนั้นไป คุณสามารถเข้าเว็บไซต์ อีเมล์ และบริการออนไลน์ต่างๆ แล้วกรอกข้อความเพื่อขอรับบริการเท่านั้นก็เสร็จ เพราะอย่างที่รู้ว่าเวลาของลูกค้าแต่ละคนมีค่า เราจึงพยายามที่จะลดความยุ่งยากเหล่านี้ออกไปให้ได้มากที่สุด” คุณอำพลให้ความคิดเห็นเพิ่มเติม
จากเนื้อหาทั้งหมด ที่คุณอำพลได้เล่าให้เราฟังจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมธนาคารกสิกรไทยจึงควรค่ากับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ และในปี 2554 ธนาคารได้ตั้งเป้าการครองอันดับ 1 ของยอดเงินฝากรวมกองทุนด้วยการเติบโตที่ 10-12% ส่วนยอดสินเชื่อธุรกิจลูกค้าบุคคลตั้งเป้าไว้ที่ 12-15 % ซึ่งถือเป็นเรื่องท้าทายมากในการดำเนินธุรกิจ แต่หากกสิกรไทยสามารถรักษามาตรฐานไว้ได้ตามนี้ เราเชื่อว่าคงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับธนาคารกสิกรไทยที่จะก้าวเดินไปสู่จุดหมายที่หวังไว้ในการรักษาความเป็นผู้นำไว้ได้อีกครั้งในปีนี้
RIGHT NOW !
ทุกวันนี้กสิกรไม่ได้มองว่าเราเป็นเพียงธนาคารสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงิน แต่เราเป็น “ผู้ให้บริการทางการเงินครบวงจร” ที่มีผลิตภัณฑ์และบริการ ที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าในทุก Segment ที่มีความต้องการที่แตกต่างกัน
Board: BRIEF
(0)
Share
GM
Keep by GM
2469
FOLLOWER

23 อำพล โพธิ์โลหะกุล กลยุทธ์สู่ความสำเร็จระดับเอเชีย ของกสิกรไทย “ฝากให้เราช่วยดูแล”

"“The Asian Banker ประเมินประสิทธิภาพการทำงานของสถาบันการเงินต่างๆ ด้วยมืออาชีพด้านการธนาคาร ซึ่งเขาเป็นองค์กรอิสระ ไม่ใช่เพียงนิตยสารให้คะแนนเองด้วยผลประโยชน์ตอบแทน เขาประเมินจากสิ่งที่เป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริการ ผลการดำเนินงาน ต้นทุนดำเนินการ ประสิทธิภาพในการทำงาน รวมถึงทรัพยากรบุคคลสำหรับบริหารงานที่เรามีอยู่การพัฒนาการต่างๆ เป็นไปได้ดีไหม หรือแม้กระทั่งกระบวนการขายมีประสิทธิภาพหรือไม่ ซึ่งเราก็ทำได้เหนือกว่ามาตรฐาน เขาจึงเลือกเราให้ได้รับรางวัลธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อยอันดับหนึ่งของประเทศไทย” คุณอำพลเริ่มต้นด้วยการเล่าถึงที่มาของการได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้
อีกส่วนหนึ่ง หลักใหญ่ที่บ่งบอกถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานของกสิกรไทยในปีที่ผ่านมาได้ดี นั่นคือยอดเงินฝากรวมกองทุนเมื่อสิ้นปีที่แล้วกสิกรไทยถือว่าเป็นอันดับหนึ่งในปลายปี 2553 ด้วยยอดที่สูงถึง 1.58 ล้านล้านบาท ครองมาร์เก็ตแชร์เป็นอันดับหนึ่งที่ 18.2% ขณะที่ยอดเงินสินเชื่อธุรกิจลูกค้าบุคคลอีกประมาณ 213,000 ล้านบาท เติมโตขึ้นถึง 30% ถ้าเทียบกับปี 2552 โดยมี NPL ที่ต่ำมากแค่ 1.4% ปีที่ผ่านมานั้นจึงถือได้ว่าเป็นปีทองของธนาคารกสิกรไทยอย่างแท้จริง
“ปัจจัยความสำเร็จที่ถือว่าเป็น Key Success เราเชื่อว่ามาจากคุณภาพการบริการที่ดีในทุกช่องทางที่เราให้บริการ อาทิ สาขาที่มี 805 สาขาทั่วประเทศ Call Center ที่ให้บริการ 7 วัน 24 ชั่วโมง รวมถึง ATM ที่คนใช้เป็นหลักเราก็ดูแลระบบให้มีความเสถียร ลูกค้าไปถึงตู้ต้องใช้ได้ รวมถึง Internet Banking, Mobile Banking ทั้งหมดทุกช่องทางที่ลูกค้าสัมผัสเรา เราต้องให้บริการที่ดี ลูกค้าจะฝากเงินโอนเงินก็ทำได้อย่างสะดวก รวมถึงได้รับการดูแลอย่างกระตือรือร้น”
ดังนั้นการบริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดที่กสิกรไทยให้ความสำคัญ โดยทางธนาคารถึงกับลงทุนกับเรื่องนี้ด้วยเม็ดเงินจำนวนกว่า 2,400 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงงานสาขาและพัฒนาลุคลากรตลอด 3 ปีที่ผ่านมา จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลูกค้าที่มีใช้บริการของกสิกรไทยจึงได้รับการบริการที่ดีเยี่ยมชนิดที่เรียกว่าประทับใจกันอย่างถ้วนหน้า จนได้รับคะแนนความพึงพอใจในการใช้บริการสูงสุดในประเทศไทยในปี 2553 จากการวิจัยโดย The Nielsen Company (Thailand) Limited ด้วยคะแนน 89 ซึ่งถือว่าเป็น Best in Class of Thailand
“ผมพยายามจะบอกพนักงานทุกคนว่ากุญแจหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จคืออะไร ซึ่งก็หนีไม่พ้นเรื่องของการบริการที่ดีถ้าเรานำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์กับลูกค้าในระยะยาวด้วยความจริงใจผลก็คือ ลูกค้า win แบงก์ก็ win และแน่นอน พนักงานก็ win เช่นกัน หรือ Happy Staff = Happy Customer = Happy Stockholder มันเป็นไปตามวงเวียนนี้”
นอกเหนือจากการบริการที่ดีเยี่ยมแล้ว การคิดค้นนวัตกรรมทางการเงินเพื่อตอบสนองความต้องการก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องหลักที่ธนาคารกสิกรไทยให้ความสำคัญ เพราะในเชิงการแข่งขันของธนาคารในปัจจุบันการให้อัตราดอกเบี้ยที่ดีถือว่าเป็นเรื่องที่ล้าสมัยไปเสียแล้ว การออมรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจกว่า นั่นคือ การลงทุนในกองทุนต่างๆ ที่มีให้เลือกสรรมากมาย ดังนั้นใครที่คิดค้นเรื่องเหล่านี้ได้อย่างแตกฉานจะสามารถสร้างความแตกต่างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันได้ ในประเด็นนี้ คุณอำพลได้ให้ความคิดเห็นว่า
“เรามีกลยุทธ์ในการจับกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ โดยเราเรียกกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ว่า Money Smart Consumer โปรไฟล์หลักๆ ของคนกลุ่มนี้ก็คือคนที่ชาญฉลาดในการเลือกสรรผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดในด้าน
"
1 KEEP
GM
0 LOVES
COMMENT