′เฟซแมปปิ้ง′ แค่มองหน้า...ก็รู้ไต ว่ากันว่า "ใบหน้าคือหน้าต่างของหัวใจ" 

แต่ปัจจุบันแค่มองหน้าก็สามารถรู้ถึงปัญหาสุขภาพของผู้นั้น เพราะลักษณะผิวพรรณบนใบหน้าแต่ละส่วน แต่ละโซนนั้นบ่งบอกสุขภาพภายในของร่างกายได้เป็นอย่างดี เราเรียกวิธีการนี้ว่า "เฟซแมปปิ้ง" (Face Mapping)

สปาอินเตอร์คอนติเนนตัล โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ ร่วมกับบริษัท อีไอจี เดอร์มอลเวลเนส (ไทย) จำกัด ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์เดอร์มาลอจิกา จัดการอบรมการดูแลผิวและการวิเคราะห์ผิวด้วยตัวเองกับวิธีการ "เฟซแมปปิ้ง" 

ชาร์ลอต บร็อคเค็ท ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณผลิตภัณฑ์เดอร์มาลอจิกา ประจำแถบเอเชียและนิวซีแลนด์ ได้แนะนำให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลผิวและวิเคราะห์ผิวว่า "เฟซแมปปิ้ง" คือการอ่านแผนที่สภาพผิวบนใบหน้า ซึ่งเป็นการสังเกตสุขภาพผิวบนใบหน้าโดยใช้นิ้วมือสัมผัสไปบนผิวหน้าทุกตารางนิ้ว 

"การวิเคราะห์สภาพผิว หรือการอ่านแผนที่สภาพผิวหน้านั้นจะมีการแบ่งผิวหน้าออกเป็น 14 โซนอย่างสัมพันธ์กัน เพื่อสันนิษฐานสาเหตุและแก้ไขปัญหาผิว และทราบถึงปัญหาของผิวที่แท้จริง เพื่อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิว ซึ่งการวิเคราะห์ผิวและดูแลปัญหาในแต่ละโซนอย่างละเอียดเป็นพื้นฐานสำคัญสามารถดูแลผิวด้วยตัวเองอย่างง่ายๆ ได้ที่บ้าน"

บร็อคเค็ทบอกว่า ผิวหน้าสามารถบ่งบอกได้ถึงสุขภาพภายในของร่างกายที่มีผลกระทบต่อผิวพรรณ โดยการวิเคราะห์สภาพผิวจะแบ่งส่วนของใบหน้า ลำคอ และแผ่นอก ออกเป็น 14 โซน คือ โซน 1 และ 3 บริเวณ หน้าผาก ตามศาสตร์จีนโบราณเรียกบริเวณนี้ว่าเป็น "พี่น้อง" กับกระเพาะปัสสาวะและระบบการย่อยอาหาร หากมีสิวอักเสบเกิดขึ้นบ่อยครั้งในบริเวณนี้ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า เราอาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ดังนั้นควรใส่ใจเรื่องระบบขับถ่ายด้วยการดื่มน้ำให้มากขึ้นและทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

"ส่วนโซนที่ 2 คือ บริเวณ กลางหว่างคิ้วทั้งสองข้าง เป็นบริเวณที่สัมพันธ์กับตับ หากเกิดการอุดตันบริเวณนี้อาจเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์หรืออาหารที่มีไขมันมากเกินไป หรืออาจเกิดจากการแพ้อาหารบางชนิด เช่น อาการแพ้กรดแลคโทสในนม จึงควรลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์หรืออาหารที่มีไขมันมากเกินไป ส่วนโซนที่ 4 และ 10 คือ บริเวณ ใบหูทั้งสองข้าง เป็นบริเวณที่ไวต่อการถูกกระตุ้นเป็นอย่างมากซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของไต หากรู้สึกว่าบริเวณที่หูร้อนมาก จึงควรดื่มน้ำมากๆ ลดการดื่มเครื่องดื่มกาเฟอีนและแอลกอฮอล์ลง" บร็อคเค็ทบอก

บร็อคเค็ทอธิบายต่ออีกว่า ส่วนโซนที่ 5 และ 9 คือ บริเวณ แก้มทั้งสองข้างบอกถึงการทำงานของระบบหายใจ

สำหรับคนที่สูบบุหรี่หรือคนที่เป็นภูมิแพ้ มักจะพบว่ามีเส้นเลือดฝอยแตกและเกิดการอุดตัน บริเวณนี้เป็นบริเวณที่สัมพันธ์กับการทำงานของปอด ส่วนโซนที่ 6 และ 8 คือบริเวณดวงตา ซึ่ง ดวงตาเป็นหน้าต่างของสุขภาพ เนื่องจากมีความสัมพันธ์การทำงานของไต คนที่มีรอบตาคล้ำอาจเกิดจากพันธุกรรมหรือเป็นผลมาจากร่างกายขาดน้ำและมีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย

"ส่วนโซนที่ 7 บริเวณ จมูกและพื้นที่เหนือริมฝีปาก สัมพันธ์กับฮอร์โมนในร่างกาย หากมีอาการจมูกแดง อาจเกิดจากความดันโลหิตสูง ทั้งนี้ หากมีสิวอุดตันบริเวณริมฝีปากบน อาจเกิดจากส่วนผสมในลิปสติกหรือดินสอเขียนขอบปากที่เป็นสาเหตุของการอุดตัน ส่วนโซนที่ 11 และ 13 คือบริเวณ กรามทั้งสองข้างจะสัมพันธ์กับรังไข่ ผู้หญิงจำนวนมากที่มีปัญหาการเกิดสิวในบริเวณนี้ระหว่างการมีรอบเดือน อาจเกิดขึ้นทีละข้างหรือทีเดียวพร้อมกันทั้งสองข้างนั้นขึ้นอยู่กับการทำงานของรังไข่" บร็อคเค็ทอธิบาย

บร็อคเค็ทอธิบายต่ออีกว่า ส่วนโซนที่ 12 คือบริเวณ คาง หากมีอาการแดงหรือสิวอุดตันที่เกิดขึ้นบริเวณนี้ อาจเกิดจากการที่ ลำไส้เล็ก ทำงานหนักหรือมีปัญหาระบบการย่อยอาหาร ควรควบคุมการทานอาหารที่มีรสจัด และหมั่นสังเกตอาการแพ้ที่เกิดกับผิว 

และโซนที่ 14 คือ คอและหน้าอก ไม่ควรละเลยในการดูแลผิวบริเวณลำคอ เพราะเป็นผิวที่อ่อนบางเหมือนกับผิวหน้าเช่นกัน ดังนั้นทุกๆ วันควรบำรุงผิวและทาครีมกันแดดตรงส่วนนี้ด้วย ซึ่งหากขาดความชุ่มชื้นเป็นการบ่งบอกถึงการเกิดอาการความเครียดที่มีอยู่ในร่างกาย

เมื่อรู้จัก "เฟซแมปปิ้ง" แล้ว เวลาส่องกระจกครั้งต่อไป อย่าลืมสังเกตตำแหน่งของสิวด้วย จะได้ดูแลสุขภาพเสียแต่เนิ่นๆ 

ที่มา: http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1375339017
prachachat
Keep by prachachat
1363
FOLLOWER

′เฟซแมปปิ้ง′ แค่มองหน้า...ก็รู้ไต

"ว่ากันว่า "ใบหน้าคือหน้าต่างของหัวใจ"
แต่ปัจจุบันแค่มองหน้าก็สามารถรู้ถึงปัญหาสุขภาพของผู้นั้น เพราะลักษณะผิวพรรณบนใบหน้าแต่ละส่วน แต่ละโซนนั้นบ่งบอกสุขภาพภายในของร่างกายได้เป็นอย่างดี เราเรียกวิธีการนี้ว่า "เฟซแมปปิ้ง" (Face Mapping)
สปาอินเตอร์คอนติเนนตัล โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ ร่วมกับบริษัท อีไอจี เดอร์มอลเวลเนส (ไทย) จำกัด ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์เดอร์มาลอจิกา จัดการอบรมการดูแลผิวและการวิเคราะห์ผิวด้วยตัวเองกับวิธีการ "เฟซแมปปิ้ง"
ชาร์ลอต บร็อคเค็ท ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณผลิตภัณฑ์เดอร์มาลอจิกา ประจำแถบเอเชียและนิวซีแลนด์ ได้แนะนำให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลผิวและวิเคราะห์ผิวว่า "เฟซแมปปิ้ง" คือการอ่านแผนที่สภาพผิวบนใบหน้า ซึ่งเป็นการสังเกตสุขภาพผิวบนใบหน้าโดยใช้นิ้วมือสัมผัสไปบนผิวหน้าทุกตารางนิ้ว
"การวิเคราะห์สภาพผิว หรือการอ่านแผนที่สภาพผิวหน้านั้นจะมีการแบ่งผิวหน้าออกเป็น 14 โซนอย่างสัมพันธ์กัน เพื่อสันนิษฐานสาเหตุและแก้ไขปัญหาผิว และทราบถึงปัญหาของผิวที่แท้จริง เพื่อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิว ซึ่งการวิเคราะห์ผิวและดูแลปัญหาในแต่ละโซนอย่างละเอียดเป็นพื้นฐานสำคัญสามารถดูแลผิวด้วยตัวเองอย่างง่ายๆ ได้ที่บ้าน"
บร็อคเค็ทบอกว่า ผิวหน้าสามารถบ่งบอกได้ถึงสุขภาพภายในของร่างกายที่มีผลกระทบต่อผิวพรรณ โดยการวิเคราะห์สภาพผิวจะแบ่งส่วนของใบหน้า ลำคอ และแผ่นอก ออกเป็น 14 โซน คือ โซน 1 และ 3 บริเวณ หน้าผาก ตามศาสตร์จีนโบราณเรียกบริเวณนี้ว่าเป็น "พี่น้อง" กับกระเพาะปัสสาวะและระบบการย่อยอาหาร หากมีสิวอักเสบเกิดขึ้นบ่อยครั้งในบริเวณนี้ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า เราอาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ดังนั้นควรใส่ใจเรื่องระบบขับถ่ายด้วยการดื่มน้ำให้มากขึ้นและทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
"ส่วนโซนที่ 2 คือ บริเวณ กลางหว่างคิ้วทั้งสองข้าง เป็นบริเวณที่สัมพันธ์กับตับ หากเกิดการอุดตันบริเวณนี้อาจเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์หรืออาหารที่มีไขมันมากเกินไป หรืออาจเกิดจากการแพ้อาหารบางชนิด เช่น อาการแพ้กรดแลคโทสในนม จึงควรลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์หรืออาหารที่มีไขมันมากเกินไป ส่วนโซนที่ 4 และ 10 คือ บริเวณ ใบหูทั้งสองข้าง เป็นบริเวณที่ไวต่อการถูกกระตุ้นเป็นอย่างมากซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของไต หากรู้สึกว่าบริเวณที่หูร้อนมาก จึงควรดื่มน้ำมากๆ ลดการดื่มเครื่องดื่มกาเฟอีนและแอลกอฮอล์ลง" บร็อคเค็ทบอก
บร็อคเค็ทอธิบายต่ออีกว่า ส่วนโซนที่ 5 และ 9 คือ บริเวณ แก้มทั้งสองข้างบอกถึงการทำงานของระบบหายใจ
สำหรับคนที่สูบบุหรี่หรือคนที่เป็นภูมิแพ้ มักจะพบว่ามีเส้นเลือดฝอยแตกและเกิดการอุดตัน บริเวณนี้เป็นบริเวณที่สัมพันธ์กับการทำงานของปอด ส่วนโซนที่ 6 และ 8 คือบริเวณดวงตา ซึ่ง ดวงตาเป็นหน้าต่างของสุขภาพ เนื่องจากมีความสัมพันธ์การทำงานของไต คนที่มีรอบตาคล้ำอาจเกิดจากพันธุกรรมหรือเป็นผลมาจากร่างกายขาดน้ำและมีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย
"ส่วนโซนที่ 7 บริเวณ จมูกและพื้นที่เหนือริมฝีปาก สัมพันธ์กับฮอร์โมนในร่างกาย หากมีอาการจมูกแดง อาจเกิดจากความดันโลหิตสูง ทั้งนี้ หากมีสิวอุดตันบริเวณริมฝีปากบน อาจเกิดจากส่วนผสมในลิปสติกหรือดินสอเขียนขอบปากที่เป็นสาเหตุของการอุดตัน ส่วนโซนที่ 11 และ 13 คือบริเวณ กรามทั้งสองข้างจะสัมพันธ์กับรังไข่ ผู้หญิงจำนวนมากที่มีปัญหาการเกิดสิวในบริเวณนี้ระหว่างการมีรอบเดือน อาจเกิดขึ้นทีละข้างหรือทีเดียวพร้อมกันทั้งสองข้างนั้นขึ้นอยู่กับการทำงานของรังไข่" บร็อคเค็ทอธิบาย
บร็อคเค็ทอธิบายต่ออีกว่า ส่วนโซนที่ 12 คือบริเวณ คาง หากมีอาการแดงหรือสิวอุดตันที่เกิดขึ้นบริเวณนี้ อาจเกิดจากการที่ ลำไส้เล็ก ทำงานหนักหรือมีปัญหาระบบการย่อยอาหาร ควรควบคุมการทานอาหารที่มีรสจัด และหมั่นสังเกตอาการแพ้ที่เกิดกับผิว
และโซนที่ 14 คือ คอและหน้าอก ไม่ควรละเลยในการดูแลผิวบริเวณลำคอ เพราะเป็นผิวที่อ่อนบางเหมือนกับผิวหน้าเช่นกัน ดังนั้นทุกๆ วันควรบำรุงผิวและทาครีมกันแดดตรงส่วนนี้ด้วย ซึ่งหากขาดความชุ่มชื้นเป็นการบ่งบอกถึงการเกิดอาการความเครียดที่มีอยู่ในร่างกาย
เมื่อรู้จัก "เฟซแมปปิ้ง" แล้ว เวลาส่องกระจกครั้งต่อไป อย่าลืมสังเกตตำแหน่งของสิวด้วย จะได้ดูแลสุขภาพเสียแต่เนิ่นๆ
ที่มา: http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1375339017"
4 KEEP
prachachat
pop.osstem
pop.osstem
shera.jeab
10 LOVES
nangpairin
rinsat
pattariya.pui
onveerakij
waneejang
karuna.puthakosai
joysopee
oranuch.thanakamolpradit
krusunee.tianpungwian
myfirstnameisbetty
COMMENT