ทุกอย่างเริ่มต้นด้วยอำนาจ Back To The Future
ทุกอย่างเริ่มต้นด้วยอำนาจ 
เชื่อหรือไม่ว่า เราเดินทางมาครบ 60 ปีแล้ว นับตั้งแต่ปีที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทไทยโทรทัศน์เป็นครั้งแรก!
 ในปี 2495มีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด โดยมีทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาทขึ้น แต่ด้วยความที่เป็นยุคหลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 ไม่นาน ประชาชนและฝ่ายค้านส่วนใหญ่ยังไม่เห็นด้วยที่ประเทศจะลงทุนด้านโทรทัศน์ กว่าจะเปิดตัวโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหมขึ้น จึงใช้เวลาอีก 3 ปี
เข้าไปเพ่นพ่านอยู่ในจอทีวีมากผิดปกติ! 
ช่องที่พบเห็นนักเขียนได้มากที่สุด คือ ‘ทีวีสาธารณะ’ อย่างช่อง Thai PBS ไม่ว่าจะเป็นรายการ ‘ตอบโจทย์’‘พื้นที่ชีวิต’ ‘สยามวาระ’ หรือ ‘เป็น อยู่ คือ’ ชื่อของนักเขียนที่ผันตัวเองไปเป็นพิธีกรมีอาทิ นิ้วกลม, ทรงกลต บางยี่ขัน, วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล หรือใบพัด ที่สำคัญก็คือมีการปลูกฝัง ‘วัฒนธรรมใหม่’ หรือ ‘วัฒนธรรมของชาติ’ ในขณะนั้น โดยเฉพาะการพูดที่ใช้สรรพนามที่มีความเท่าเทียมกันทางสถานะ เช่น ฉัน ท่าน และต่อมากลายเป็น คุณ ผม ดิฉัน เป็นต้น  “ผมว่าคนหนุ่มสาวในวัฒนธรรมร่วมสมัยกำลังช็อก พอมาเจอหนังในยุคนี้ที่เล่าเรื่องแบบแปลกๆ เราก็ตามไม่ทัน บอกว่าดูไม่รู้เรื่อง ซึ่งก็เป็นปัญหาเหมือนกัน อันนี้ผมเจอจากตอนหนังเรื่อง ‘รักจัดหนัก’ (ภาพยนตร์แนวโรแมนติก-ดราม่า อำนวยการสร้างโดยสตูดิโอหน้าใหม่ ‘ออกไปเดิน’ ซึ่งเขาเป็นหัวเรือใหญ่ มีเนื้อหาเกี่ยวกับปัญหาวัยรุ่น) ผมเห็นชัดเลยว่ากลุ่มเด็กรุ่นใหม่ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายว่าจะได้เสพเนื้อหาทำนองนี้ คือเด็กระดับมัธยมต้น ทั้งที่หนังของเราไม่ได้เล่าอะไรซับซ้อน แค่เป็นปลายเปิด ไม่มีบทสรุป เด็กก็บ่นว่าดูไม่รู้เรื่องกันแล้ว  “ประสบการณ์ในการเสพสื่อของคนในรุ่นนี้ คือเพียงแค่ในละครโทรทัศน์ ซึ่งตัวละครคิดออกมาเป็นคำพูดหมด พอมาเจอหนังที่เล่าเรื่องด้วยภาพ ก็จะไม่เข้าใจ ซึ่งผมว่ามันก็มีผลต่อการเสพงานศิลปะอื่นๆ ด้วยเหมือนกัน คือเขาไม่มีโอกาสที่จะได้ใช้เวลาในการบ่มเพาะตัวเอง
 “รายการโทรทัศน์มันไม่ควรมีแบบเดียว ตอนนี้ละครก็มีแบบเดียว มันน่าจะมีแบบอื่น ให้เขารู้ว่ามันยังมีแบบนี้อยู่นะ อีกอย่างก็มีวิธีคิดแบบเด็กไทยด้วย ถ้าไม่สรุปก็ไม่รู้ว่าจะ ก ข ค ง ตามประสาเด็กปรนัย คิดต่อไม่ถูก คือเราว่าทีวีน่าจะช่วย ไม่งั้นโอกาสของคนอย่างเจ้ย (อภิชาตพงศ์ วีระเศรษฐกุล) ที่จะสามรถทำหนังแล้วสื่อสารในสังคมได้คงต้องใช้เวลาอีกนานเลย”  อยู่ราวหนึ่งทศวรรษ หลังจากนั้นโทรทัศน์เริ่มแพร่หลาย เพราะกลายเป็นโทรทัศน์สี ทำให้การแข่งขันสูงขึ้น แต่เหตุการณ์ทางการเมืองก็เข้ามาเกี่ยวข้องกับโทรทัศน์อีก ในยุค 6 ตุลาคม 2519 มีการควบคุมสื่อโทรทัศน์อย่างเข้มงวด ทำให้โทรทัศน์ยิ่งผันตัวเองเข้าสู่ ‘การแข่งขัน’ ในการเป็น ‘สื่อบันเทิง’ มากกว่าการเป็นสื่อเพื่อแสดงความคิดเห็นทางการเมือง แต่ละช่องพยายามผลิตรายการเพื่อให้ได้ผลกำไรทางธุรกิจมากกว่าอย่างอื่น ที่สำคัญกว่านั้น คำว่า 'การเมือง' ก็มีความหมายขยายกว้างขวางขึ้นด้วย นอกจากต่อสู้กับการ 'ผูกขาด' ของการเมืองอย่างไม่เป็นทางการด้วย
     คนที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอฟรีทีวียังคงคุณลักษณะหลักเดิมๆ ของเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนเอาไว้ เช่น สวย หล่อ ตลก แต่เราจะพบการต่อสู้ด้านกลับหลายแบบ  เช่นมีการปรากฏขึ้นของเพศที่แตกต่าง (เช่นรายการ 'เทยเที่ยวไทย') หรือการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายมากขึ้น หรือในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของเครือมติชน เน้นย้ำว่า การเริ่มต้นของมติชนเป็นเพียงก้าวแรกของการแผ่ขยายตัวตนไปสู่สื่อใหม่ๆ ดูบ้าง จากแต่ก่อนเคยเป็นเพียงคนดูอยู่ข้างสนาม มาวันนี้ เมื่อต้องลงมาเล่นเอง เขาค้นพบอะไรหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะการปรับตัวครั้งมโหฬารของกระบวนการทำงาน
Board: Feature
(0)
Share
GM
Keep by GM
2469
FOLLOWER

ทุกอย่างเริ่มต้นด้วยอำนาจ

"Back To The Future
ทุกอย่างเริ่มต้นด้วยอำนาจ
เชื่อหรือไม่ว่า เราเดินทางมาครบ 60 ปีแล้ว นับตั้งแต่ปีที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทไทยโทรทัศน์เป็นครั้งแรก!
ในปี 2495มีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด โดยมีทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาทขึ้น แต่ด้วยความที่เป็นยุคหลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 ไม่นาน ประชาชนและฝ่ายค้านส่วนใหญ่ยังไม่เห็นด้วยที่ประเทศจะลงทุนด้านโทรทัศน์ กว่าจะเปิดตัวโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหมขึ้น จึงใช้เวลาอีก 3 ปี"
1 KEEP
GM
0 LOVES
COMMENT