คุณต้องการจะบอกอะไรกับสังคมไทย ผ่านชุดความจริงเหล่านี้ ? ชาติฉกาจ : ต้องการจะบอกว่า อย่าไปคิดอะไรมากบ้านเรามีหลายอย่างที่ดีอยู่แล้ว พัฒน์พงศ์มีอะโกโก้มีผู้หญิงขายตัว มันไม่ใช้เรื่องผิด แต่คุณควรจัดการอย่างไรให้อาชีพเหล่านี้เป็นระบบระเบียบ จนไม่สร้างปัญหาสังคม เพราะมันเป็นสิ่งที่ดีนะ คุณรู้ไหมว่าผู้หญิงที่ทำงานแบบนี้ เอาเข้าจริงเขาดูแลตัวเองดีกว่าคนที่ไปได้กันตามผับอีกนะ คือควรจะจัดการ อย่ามาบอกว่าผู้หญิงหากินไม่ดี ปากบอกว่าเกลียดนะ แต่ผมก็เห็นไอ้พวกศีลธรรมสูงส่งพวกนี้มาใช้บริการเขา เรื่องปากว่าตาขยับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราชอบเป็นกันมาก
เชื่อว่าตอนนี้ประชากรบนโลกออนไลน์นับแสนคนต้องรู้จักผู้ชายที่มีชื่อ ‘ชาติฉกาจ ไวกวี’ ในฐานะพิธีกรหนุ่มปากจัด มาดกวน จากรายการ ‘Around Me’ สารคดีสุดห่าม ที่ต้องการเปิดเผยแง่มุมด้านมืดของสังคมไทยในสไตล์สนุกสนาน โดยมุ่งหวังกระตุกต่อมคิดของผู้มีอำนาจและผู้ที่เกี่ยวข้องให้ยอมรับ เข้าใจ และตระหนักถึงปัญหาเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในสังคมแน่นอนว่ารายการเฟี้ยวๆ แบบนี้ ไม่มีโอกาสแพร่ภาพทางฟรีทีวี จึงออกอากาศแบบรายสะดวกบน ihere.tv (ช่องทีวีออนไลน์ที่มีปฐมบทมาจากการบุกเบิกของจอห์น-วิญญู วงศ์สุรวัฒน์ แต่ปัจจุบันหันมาเปิดทีวีออนไลน์ช่องใหม่ภายใต้ชื่อ spokedark.tv) ทั้งสามตอนที่เขานำเสนอล้านก่อให้เกิดการถกเถียง วิพากษ์วิจารณ์ และฉายภาพความจริงที่เกิดขึ้นในสังคม เป็นความจริงที่หลายคนแสร้งมองไม่เห็น หรือทำเป็นลืมเลือน อาทิ บางแสน ScanGuys แถวนี้แม่ม...รวมถึงตอนล่าสุด ‘กิน เที่ยว เปรี้ยวตีน’ ทั้งหมดเป็นการยืนยันถึงความดังของชายหนุ่มคนนี้ได้เป็นอย่างดี นอกเหนือไปจากนั้น ชาติฉกาจ คือช่างภาพคนไทยที่ได้ถ่ายปกนิตยสาร i-D (นิตยสารแฟชั่นที่เน้นมุมมองภาพที่แปลกใหม่และแตกต่าง จนเป็นเอกลักษณ์และโด่งดังทั่วโลก ) และเขายังเป็นหนึ่งในช่างภาพที่ถูกเลือกจากนิตยสาร Arena Homme+ ประเทศอังกฤษ เพื่อร่วมแสดงงานภาพถ่ายในวาระครบ 125 ปี สโมสรฟุตบอล Arsenal เมื่อปลายปีที่ผ่านมา รวมถึงงานต้านผู้กำกับโฆษณา ขณะเดียวกันไนกี้ยังเชื้อเชิญเขามาเป็นหนึ่งในพรีเซนเตอร์เปิดตัว Cortez รองเท้าในตำนานของไนกี้อีกด้วย ทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นจากวัตถุดิบของ ‘ชีวิตข้างถนน-คนชายขอบ’ ที่ถูกสังคมดูถูก เหยียดหยาม ทั้งเด็กแวนซ์ เด็กสก๊อยด์ เด็กสแกน เด็กติดยา รวมถึงโสเภณีสาวประเภทสอง มาเป็นตัวขับเคลื่อนและกลั่นออกมาเป็นผลงานที่มีมุมมองลึกซึ้ง แปลกใหม่ และน่าชื่นชม สำหรับคนไทยที่มีนิสัยปากว่าตาขยิบ อาจรู้สึกหน้าชา เหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่สำหรับใครที่เห็นด้วยอาจรู้สึกกว่า 100 Like 1,000 Like อาจไม่เพียงพอ ท่ามกลางภาพลักษณ์ที่สวยงามของมหานครบางกอก ยังมีเงามืดอีกด้านที่แสงสว่างอาจสาดส่องไปไม่ถึง ชาติฉกาจได้ตีแผ่เรื่องราวที่คนคิดว่าไร้ค่า โสมม และน่าอับอาย ออกมาได้อย่างถึงแก่น และถึงเวลาแล้วที่คุณจะไปทำความรู้จักกับผู้ชายคนนี้มากขึ้น ชาติฉกาจ : อ.ชลูด (นิ่มเสมอ) อาจารย์ของผมเคยบอกว่า งานของผมคือการสื่อสารและสิ่งที่เป็นศิลปะมากที่สุดในงานผมมันไม่ได้เกิดจากความงดงาม ความวิจิตร แต่มันคือการสื่อสาร อีกอย่างผมไม่ได้เป็นคนเก่ง แต่ที่ผมทำอะไรได้หลายอย่างเพราะผมลองทำมาตลอด ผมเชื่อว่าการเป็นครู ช่างภาพ ผู้กำกับโฆษณา ผู้กำกับมิวสิควิดีโอ หรือศิลปิน มันไม่ได้มีอะไรมากหรอก ผมมีอย่างเดียวที่ผมใช้ร่วมกัน ผมเชื่อว่าผมมีความแม่นในการจับอะไรบางอย่างได้แม่นยำ จริงๆ มันเป็นเรื่องเล็ก อย่างงานสอนหนังสือก็คือเรื่องการจับทุจริต หรือประเด็นที่จะพูดกับเด็ก ศิลปะก็คือการผูกโยงคอนเซ็ปต์กับงาน มิวสิควีดีโอคือเฟรม ภาพ เพลง โฆษณาคือสินค้า ความหมาย อีกอย่างหนึ่งคือผมค่อนข้างแม่นด้วยเซนส์อะไรบ้างอย่าง ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่มีอยู่เฉพาะตัว จนผมอยากจะเรียกมันว่า “ตรรกะแอ๊ะ” (ชื่อเล่นของชาติฉกาจ) 

-  ยกตัวอย่างวิธีคิดแบบ ‘ตรรกะแอ๊ะ’ ให้ฟังหน่อยได้ไหม 
ชาติฉกาจ : ล่าสุดผมได้งานชิ้นนึงมา เป็นงานครบรอบ 40ปี รองเท้าไนกี้รุ่น Cortez เขาเลือกมาเป็นหนึ่งใน 6 พรีเซ็นเตอร์ ที่จะมาสร้างงานในแบบฉบับของตัวเองที่สามารถเชื่อมโยงกับ Cortez ได้ ซึ่งผมก็เสนอวิธีคิดไปว่า รองเท้ามีนมีเอาไว้เดินไนกี้พูดว่า ‘Just Do It’ คือแค่ทำ สิ่งที่ผมเสนอไปก็คือ ผมเอาคนตาบอดที่เล่นพิณขอทานริมถนนมาเป็นพระเอก ผมก็แค่เริ่มประเด็นในการถามว่า ลุงมาอยู่กรุงเทพฯกี่ปีแล้ว เขาก็ตอบ 40 ปีครับ ทำไมตาบอดแล้วยังเดิน เขาก็ตอบ ก็ชีวิตมันต้องเดินนี่ ถ้าไม่เดินก็ไม่รู้จะไปไหน อะไรยังงี้ มันก็ตรงกับรองเท้าทั่วๆ ไป ที่ในความเป็นจริงที่ต้องใส่เดิน แล้วก็ย้อนกลับมาพูดถึงคนที่มีทุกอย่างแต่ไม่ยอมเดิน มีตา มองเห็น ทุกอย่าง มีอนาคต มีทักษะที่พ่อแม่ให้มา แต่กลับป็อด ไม่กล้าทำอะไรเลย แต่กับคนที่ไม่เห็นอะไรเลยแม้แต่ก้าวข้างหน้า กลับเดินไม่เคยหยุด เขาก็ชอบผมก็ไม่รู้ว่าผมมีตรรกะแบบนี้ขึ้นมาได้ยังไง ส่วนใหญ่วิธีคิดของผมจะเป็นอย่างนี้อย่างงานแสดงภาพถ่าย ‘Youth’ เมื่อปีที่แล้ว มีคนถามทุกทีเลยว่าทำไมผมถึงเลือกนำเสนอเรื่องนี้ คำตอบคือช่วงนั้นผมคลุกคลีกับเด็กไร้บ้านเยอะ ก็เลยคิดว่าแล้วเราจะมาทำเรื่องน่าสงสารทำไมว่ะ เพราะมันไม่เห็นน่าสงสารเลย ชีวิตมีนดีกว่าผมอีกมันไม่เคยเรียนหนังสือ มันไม่มีพ่อแม่ ไม่มีอะไร แต่มันหายใจได้ทุกวัน มันรอด ผมกลับมองว่ามันเป็นฮีโร่ งั้นเราถ่ายความแข็งแรงออกมาให้คนอื่นเขาดูดีกว่า ด้วยฟิล์มเน่าๆ ด้วยกล้องเน่าๆ ด้วยการที่ไม่รู้ทฤษฏี เพราะชีวิตขอพวกเขาไม่มีวันเดือนปีเกิดอยู่แล้ว เราถึงต้องใช้ฟิล์มหมดอายุ เราไม่สแกนฟิล์ม เราไม่จำกัดฟิล์ม เพราะชีวิตเขาไม่มีใครจัดการให้ ตาเราติดตั้งในวิธีไฮโซมาก เราใช้กรอบอย่างดี เพราะเขายังอยู่ในสังคมนี้ ผมจึงมีวิธีแบบนี้ของผม  ชาติฉกาจ :โอ๊ย (เสียงสูง) Around Me นี่ยังเบาะๆ ต้องตอนถ่ายภาพทำนิทรรศการ หนักสุดก็คือโดนแมงดากระทืบ โดนปืนจ่อหัว เพราะไปถ่ายกะเทยขายตัวที่สนามหลวง เขาไม่ได้กระทืบเพราะผมถ่าย แต่ที่เขากระทืบเพราะไม่ได้แข่งค่าหัวให้เขา เรื่องมันลอนมาจนถึงวันนี้ นั่นคือเรื่องน่ากลัว อีกด้านหนึ่งคือเรื่องดีๆ เด็กพั้งค์ที่ดูถ่อยๆ ติดยาแถวบ้านผม ผมส่งมันเรียน ให้มันกลับตัวเป็นเด็กเรียนได้แล้ว ผมบอกมันว่าเชื่อดิอย่างน้อยก็มีกูคนนึ่งที่ให้โอกาสพวกเขา ไม่มีใครให้โอกาสไม่เป็นไรมีผมมองพวกเขาเป็นคน ตอนนี้เด็กพวกนี้ตั้งใจเรียน ผมก็บอกว่าอย่าทิ้งความเป็นพั้งค์ พั้งค์ต่อไป พูดภาษาอังกฤษให้ได้แล้วก็ไปอยู่เมืองนอกที่นี่ไม่ใช่ที่ของเขา เขาจะไม่ทำงานก็ได้ เป็นพั้งคืแล้วเขามีความสุข ทุกวันนี้ผมส่งเขาเรียนภาษาอังกฤษที่รามฯ จนมันบอกว่าเดี๋ยวผมจะไปอังกฤษให้ได้พี่ มันจะเป็นพั้งค์ แค่นี้ผมก็มีความสุขแล้ว ที่จ่ายค่าหน่วยกิตให้ว่างๆ เอามันมาเป็นเด็กกองถ่าย ยกน้ำ ยกกล้อง ได้รายได้พิเศษ ที่ทำไปลบล้างความผิดมั้ง(หัวเราะ) คงตอบแทนได้เล็กๆ น้อยๆ

- เคยมองไหม อีกสิบปีต่อไปนี้ตัวตนของ ชาติฉกาจ ไวกวีจะเป็นอย่างไร? 
ชาติฉกาจ : เปลี่ยนแน่นอนครับ แต่ปีที่แล้วก็เปลี่ยนไปเยอะ เป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะมาก การทำ Around Me มีส่วนทำให้ความมั่นใจในการกล้าพูดมีมากขึ้น และกล้าทำอะไรที่เราเชื่อต่อไป มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดี เป็นอาจารย์ที่ดีอยู่ ถ้าผมรักษาสถานะเหล่านี้เอาไว้ ก็ไม่ได้เดือดร้อนใคร เพราะฉะนั้นผมก็จะยังทำอะไรกวนตีนเพื่อกระตุกต่อมความคิดคนแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ครับ งานแบบไหนที่ทำแล้วรู้สึกว่าตายไปก็ไม่เสียดายชีวิต 
ชาติฉกาจ : ผมเป็นช่างภาพ ผมอยากถ่ายภาพที่สามารถเล่าเรื่องได้เฟรมเดียว อย่างตอนสงครามเวียดนาม คุณจำภาพเด็กผู้หญิงที่ร้องไห้วิ่งมาได้ไหม ภาพนั้นภาพเดียวหยุดสงครามเวียดนามได้ แล้วตอนนี้คนที่มีกล้องดิจิตอลที่ถ่ายได้เป็นหมื่นเป็นแสนรูป คุณเปลี่ยนอะไรได้มั่ง เปลี่ยนได้อย่างเดียว งานไหนไม่สวยลบทิ้ง แต่อันนั้นรูปๆ เดียวกลับหยุดสงครามได้ เพราะฉะนั้นผมอยากทำงานด้วยสิ่งเล็กๆ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องใหญ่ได้ ชีวิตผมไม่มีงานก็ได้แต่ขอให้ได้ทำงานแบบนี้ นี่คือความฝันของผมครับ
Board: LETS TALK
(0)
Share
Free247
Keep by Free247
1240
FOLLOWER

คุณต้องการจะบอกอะไรกับสังคมไทย ผ่านชุดความจริงเหล่านี้ ?

"ชาติฉกาจ : ต้องการจะบอกว่า อย่าไปคิดอะไรมากบ้านเรามีหลายอย่างที่ดีอยู่แล้ว พัฒน์พงศ์มีอะโกโก้มีผู้หญิงขายตัว มันไม่ใช้เรื่องผิด แต่คุณควรจัดการอย่างไรให้อาชีพเหล่านี้เป็นระบบระเบียบ จนไม่สร้างปัญหาสังคม เพราะมันเป็นสิ่งที่ดีนะ คุณรู้ไหมว่าผู้หญิงที่ทำงานแบบนี้ เอาเข้าจริงเขาดูแลตัวเองดีกว่าคนที่ไปได้กันตามผับอีกนะ คือควรจะจัดการ อย่ามาบอกว่าผู้หญิงหากินไม่ดี ปากบอกว่าเกลียดนะ แต่ผมก็เห็นไอ้พวกศีลธรรมสูงส่งพวกนี้มาใช้บริการเขา เรื่องปากว่าตาขยับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราชอบเป็นกันมาก
"
1 KEEP
Free247
0 LOVES
COMMENT
RELATED ARTICLE
7
1
1
1
17
1
1
5
1
13