คิดถึงเรื่องอะไรมากที่สุดตอนที่ปั่นจักรยาน ‘Life Above the Saddle’ ทุกครั้งที่ผมก้าวขาขึ้นคร่อมจักรยาน นั่นหมายถึง ผมต้องการผ่อนคลาย ผมไม่อยากจะคิดถึงสิ่งใดอีก เพราะชีวิตการทำงาน ทำให้เราคิดมากจนพอแล้ว แต่แน่นอนความสุขคนเราไม่เหมือนกัน บางคนนักที่จะปั่นให้เร็วที่สุด บางคนรักที่จะปั่นเพื่อไปพบปะเพื่อนฝูง แต่สำหรับผม การปั่นจักรยานของผมเหมือนการผ่อนคลาย การปลดปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างจากโลกอันแสนวุ่นวาย ปั่นไปไกลๆปั่นไปในที่ที่ไม่รู้จัก มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งที่ผมไม่รู้จัก ที่ที่ผมมีอิสระที่จะแวะลงข้างทางเมื่อเจอธรรมชาติสวยๆ ที่ที่ผมสามารถสูดอากาศรอบข้างได้ ที่ที่ผมสามารถลงไปนั่งบนพื้นหญ้าข้างทางได้ ที่เหล่านี้ผมไม่สามารถสัมผัสได้จากการนั่งรถไป ที่เหล่านี้ผมไม่สามารถสัมผัสได้ถ้าผมไม่ลงมือทำ
การปั่นจักรยานไปทางไกลจึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่นั่นมันไม่ได้หมายถึงว่าผมเป็นคนที่ปั่นเก่ง เพราะในโลกของจักรยาน ผมก็เปรียบเหมือนมดตัวน้อย ที่อืดอาดคนหนึ่งเท่านั้น ผมเพียงแต่มีใจรักที่จะทำมัน ผมคิด และผมลงมือทำ การออกทริปแต่ละครั้งผมปั่นเรื่อยๆ เหนื่อยผมก็ขอร้องให้คนอื่นหยุด เพราะผมไม่ไหว ผมปั่นเพื่อเสพบรรยากาศในการปั่น
จุดเริ่มต้นของการปั่นจักรยาน Fixed Gear

เคยมีคนถามผมหลายครั้งว่า เหตุใด ทำไมถึงไม่เลือกจักรยานประเภทอื่น เพราะ Fixed Gear ไม่เหมาะกับการปั่นทางไกลเลย แต่ในความรู้สึกของผม สาเหตุที่ผมชอบปั่นจักรยานก็เพราะเพื่อนผม ไอ้เจี๋ย ลูกตาดู๋ ซื้อฟิกมาแล้วผมก็รู้สึกว่าเฮ้ย จักรยาน Fixed มันเหมือนงาน Handmade อะไหล่ทุกส่วนเราสามารถที่จะ Custom ได้เอง เปลี่ยนสีได้เอง เลือกทุกอย่างได้เอง ผมเลยเริ่มสนใจ และช่วงนั้นผมได้ไปเจอจักรยานเก่าๆ คันหนึ่งแถวพระราม 3 ที่ร้านจักรยานมือสอง ผมได้ไปเห็นแฮนด์ที่มันโค้งๆงอลง หรือที่เรารู้จักกันดีว่าแฮนด์เสือหมอบ หรือแฮนดร็อป วินาทีที่ผมได้ขึ้นคร่อมลองจับแฮนดร็อปผมจำได้เลยว่านั่นเป็นครั้งแรกของชีวิตผมที่ได้ลองจับแฮนดร็อปปั่น เพราะปกติก็ใช้แต่แฮนด์รถจักรยานแม่บ้านธรรมดามาตลอด 26 ปี วินาทีที่หน้าเราทิ่มลง มือทั้งสองกำแฮนดร็อปไว้แน่น มันเหมือนตัวเราได้กลายเป็นส่วนหนึ่งกับจักรยาน ความรู้สึกมันตื่นเต้น มันเหมือนกับว่าเรากำลังเหาะได้ และชีวิตผมก็เปลี่ยนไปจากที่ไม่เคยคิดสนใจในโลกของจักรยาน ชีวิตผมที่ผ่านมา ไม่เคยมองคนปั่นจักรยานที่อยู่บนท้องถนน ผมมองจักรยานทุกอย่างเหมือนกันหมด ไม่มีประเภท มันก็แค่คนที่ปั่นจักรยาน เหมือนเวลาที่เราไม่เคยมองอะไรอยู่ในสายตา ดังนั้นเราก็จะไม่ใส่ใจ แต่ทุกอย่างมันเริ่มชัดขึ้น เหมือนตาผมมันเริ่ม Focus ไปที่จักรยานมากขึ้น โลกของจักรยานมันช่างกว้างใหญ่มันทำให้ผมรู้จักคนเพิ่มมากขึ้น สุดท้ายกับคำตอบของคำถามว่าทำไมต้อง Fixed คำตอบของมันคือ เพราะ Fixed ทำให้ผมเริ่มชอบปั่นจักรยาน มันเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้ผมอยากซื้อจักรยาน อยากปั่นจักรยาน อยากรู้จักโลกของจักรยาน ดังนั้นเจ้าคันเหลืองแดงของผมคันนี้ มันจึงเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้ผมอยากปั่นจักรยาน และมันสะท้อนความเป็นตัวผมได้ดีที่สุด หากวันหนึ่งที่ผมต้องทิ้งมันไปเพื่อปั่นคันอื่น มันคงไม่ใช่ตัวผมอีกต่อไป : > ยังมีคนหลายกลุ่ม ที่มองว่า Fixed นั้นอันตรายเกินไป ไม่เหมาะสมที่จะมาปั่นร่วมกับผู้อื่น ไม่เหมาะกับการปั่นไกลๆ แต่จริงๆแล้ว ผมอยากให้ทำความเข้าใจกับมันมากขึ้น เพราะหากได้รู้จักมักคุ้นกับคนที่ปั่น Fixed จริงๆ จะรู้ว่า Fixed มันไม่ได้อันตรายเหมือนอย่างที่คิดมันมีการติดเบรก คนปั่นมานานก็จะมีทักษะ อุบัติเหตุนั้นไม่ว่าปั่นอะไรมีก็มีทั้งนั้นไม่อยากให้มีการแบ่งแยก แต่ก่อนมีแต่คนหาว่าผมบ้าที่จะปั่นฟิกไปไกลๆ บ้างก็ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่สามปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะขอนแก่น เชียงใหม่ ภูเก็ต และอีกหลายๆจังหวัด ผมได้พิสูจน์จากตัวผมเองแล้วว่ามันเป็นไปได้เสมอ ตัวผมไม่ได้ปั่นเก่งแต่ผมเป็นคนคิดอะไร ผมก็จะตั้งใจทำมันให้สำเร็จ สิ่งที่ผมอยากจะพูดในฐานะคนที่รักในจักรยาน Fixed Gear คนหนึ่ง ผมแค่อยากจะบอกว่าลองมาทำความรู้จัก ลองมาปั่นกับพวกเราดูก่อนเถอะครับก่อนที่จะตัดสินว่าเราเป็นอย่างไร ผมรัก Fixed ครับ : > มีหลายคนอยากจะขอเข้ากลุ่ม แต่จริงๆแล้วถ้าเป็นคนปั่นจักรยานเราก็จะเห็นกันบ่อย ปั่นไปเรื่อยๆ เริ่มเจอกันมากขึ้น ก็จะชวนกันเข้ากลุ่ม มันเป็นในลักษณะนี้มากกว่าถึงจะมาอยู่ด้วยกันได้ เยอะเลย อย่างช่วงแรกผมก็ไม่รู้ตัวเองนะว่าปั่นเพราะเป็นกระแสหรือยังไง ตอนนั้นกระแส Fixed Gear มาแรงมาก พอปั่นแล้วรู้ตัวเองว่าชอบจริงๆ มันปั่นในชีวิตประจำวันได้ ปั่นไปส่งงานลูกค้าได้ ปั่นไปเที่ยวได้ พอผมอยู่ตรงนี้มา 2-3 ปีก็เห็นแล้วว่าคนที่มาเท่แป๊บเดียวซื้อมาแต่งเต็ม เบื่อก็ขายทิ้ง
ผมสู้กับตัวเอง เพราะการปั่นทางไกล ทำให้เราต้องอดทน สู้กับความรู้สึกตัวเองที่บอกว่าเฮ้ยไม่ไหว ไม่ไหว มันสอนให้ผมรู้จักกับความยากลำบาก และต้องก้าวข้ามผ่านความลำบากเพื่อไปยังจุดหมาย การปั่นจักรยานทางไกลสอนให้คนรู้จักสู้
Board: SPORT
(0)
Share
damn
Keep by damn
1106
FOLLOWER

คิดถึงเรื่องอะไรมากที่สุดตอนที่ปั่นจักรยาน

"‘Life Above the Saddle’ ทุกครั้งที่ผมก้าวขาขึ้นคร่อมจักรยาน นั่นหมายถึง ผมต้องการผ่อนคลาย ผมไม่อยากจะคิดถึงสิ่งใดอีก เพราะชีวิตการทำงาน ทำให้เราคิดมากจนพอแล้ว แต่แน่นอนความสุขคนเราไม่เหมือนกัน บางคนนักที่จะปั่นให้เร็วที่สุด บางคนรักที่จะปั่นเพื่อไปพบปะเพื่อนฝูง แต่สำหรับผม การปั่นจักรยานของผมเหมือนการผ่อนคลาย การปลดปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างจากโลกอันแสนวุ่นวาย ปั่นไปไกลๆปั่นไปในที่ที่ไม่รู้จัก มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งที่ผมไม่รู้จัก ที่ที่ผมมีอิสระที่จะแวะลงข้างทางเมื่อเจอธรรมชาติสวยๆ ที่ที่ผมสามารถสูดอากาศรอบข้างได้ ที่ที่ผมสามารถลงไปนั่งบนพื้นหญ้าข้างทางได้ ที่เหล่านี้ผมไม่สามารถสัมผัสได้จากการนั่งรถไป ที่เหล่านี้ผมไม่สามารถสัมผัสได้ถ้าผมไม่ลงมือทำ
การปั่นจักรยานไปทางไกลจึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่นั่นมันไม่ได้หมายถึงว่าผมเป็นคนที่ปั่นเก่ง เพราะในโลกของจักรยาน ผมก็เปรียบเหมือนมดตัวน้อย ที่อืดอาดคนหนึ่งเท่านั้น ผมเพียงแต่มีใจรักที่จะทำมัน ผมคิด และผมลงมือทำ การออกทริปแต่ละครั้งผมปั่นเรื่อยๆ เหนื่อยผมก็ขอร้องให้คนอื่นหยุด เพราะผมไม่ไหว ผมปั่นเพื่อเสพบรรยากาศในการปั่น"
1 KEEP
damn
0 LOVES
COMMENT