STILL PHOTO & PRE - WEDDING How to Choose the Wedding Photographer เลือกช่างภาพสำหรับงานแต่งอย่างไรให้ได้ ภาพสวยถูกใจที่สุด
"ควรดูผลงานของช่างภาพที่สนใจก่อนเป็นอันดับแรก ถ้ารู้สึกชอบในผลงานจึงค่อยติดต่อเพื่อตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายและสไตล์ภาพที่ต้องการ"

• ไม่ควรเลือกเพราะราคาถูกหรือราคาที่พ่วงมา กับแพ็คเกจแต่งงานเป็นที่ตั้งในการจ้างช่างภาพ ด้วยอาจเห็นว่าเป็นการประหยัดงบประมาณ เพราะผลที่ตามมาคืออาจจะได้งานที่ไม่ถูกใจ เต็มร้อย • คู่บ่าว - สาวกับช่างภาพที่เลือกมาควรมีรสนิยม ที่ตรงกัน เช่น คู่บ่าว - สาวชอบธรรมชาติ ป่าไม้ และน้ำตก อยากได้รูปภาพที่เกี่ยวกับ ธรรมชาติ ช่างถ่ายภาพก็ควรเป็นพวกที่รัก ธรรมชาติ เข้าใจธรรมชาติดีเช่นกัน Prepare for Pre-Wedding การถ่ายภาพพรีเวดดิ้งเป็นการทำให้แขก ที่มาร่วมงานได้รู้จักตัวตนของคู่บ่าว- สาว ซึ่งควรเตรียมตัวดังนี้ • ควรมีไดเร็กชั่นหรือธีมของงานแต่งงานมา ประกอบ เพื่อให้การถ่ายภาพพรีเวดดิ้งไปใน ทิศทางเดียวกัน • ควรมีคอนเซ็ปต์ในการถ่ายภาพและแสดง ความเป็นตัวตนของคู่บ่าว - สาวออกมา เช่น คู่บ่าว - สาวชอบแนวร็อค ก็อาจจัดองค์ประกอบ ให้เหมือนอยู่ในคอนเสิร์ต เป็นต้น • ถ้าคิดคอนเซ็ปต์ไม่ออกหรือไม่มีไอเดียในการ ถ่ายภาพ สุดท้ายแล้วภาพที่ออกมาก็จะเป็นแค่ ภาพที่แสนจะธรรมดา เช่น ภาพกอดกันหวาน ๆ อย่างน้อยหาไอเดียได้จากงานอดิเรก ความ ชอบส่วนตัว หรือเรื่องราวความรักของทั้งคู่ก็ได้

ภาพ: ยศสินี ณ นคร – ณัฐบูร ไตรณัฐี
เตรียมงานแต่งอย่างมือโปร แม้จะลงท้ายด้วยเลข 13 แต่ 2013 ก็ไม่มีคำว่าอาถรรพ์ เมื่อเซเลบดังทั้งไทยและเทศเซย์ “I do.” จน WE แทบไม่มีหน้าพอให้ลงอัพเดต และ Let’s celebrate เดือนแห่งความรักด้วยภาพหวานในตำนานของคนดังจนถึงภาพพรีเวดดิ้งที่ลืมไม่ลงของหลายคู่รักชาวไทย พร้อมคู่มือการเตรียมตัวจัดงานแต่งจากบรรดามือเก๋าหน้าเก่าที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการเวดดิ้งมายาวนาน ทั้งหมดนี้ Only@WE ที่นี่ที่เดียว เตรียมตัวก่อนจองห้องจัดเลี้ยง ในการเตรียมงานแต่ง อันดับแรกที่ต้องทำคือการหาสถานที่จัดเลี้ยง ซึ่ง WE สรุปรวมคำแนะนำจากกูรูโรงแรมดังที่ห้องจัดเลี้ยงฮ็อตจนไม่มีช่วงว่างอย่างโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ลกรุงเทพฯ และโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ว่าจะเลือกที่ไหน ควรคำนึงถึงสิ่งใด และปัจจัยอะไรบ้างที่จะทำให้สถานที่นั้นเป็น The right place at the right time สำหรับคุณ 

 • ก่อนอื่นต้องหาวันหรือดูฤกษ์แต่งงานให้พร้อม ถ้าเป็นไปได้ควรจะมีวันสำรองไว้ เพราะถ้าเป็น วันฤกษ์ดีมาก ๆ อาจมีหลายคู่ที่แต่งในวันนั้น สถานที่จัดเลี้ยงบางแห่งจึงอาจเต็มได้
 • ควรเริ่มวางโครงร่างคร่าว ๆ ก่อนว่าอยากจัด เป็นรูปแบบไหน เช่น งานเลี้ยงค็อกเทล บุฟเฟ่ต์ โต๊ะจีน ซิตดาวน์ดินเนอร์ อินดอร์ หรือเอ๊าต์ดอร์
 • นับจำนวนแขกทั้งสองฝ่ายคร่าว ๆ แล้วเผื่อ บวกเพิ่มเข้าไปอีก 10 - 20 เปอร์เซ็นต์ล่วงหน้า กันตกหล่น
 • คำนวณงบประมาณที่ต้องใช้ในการจัดงาน คร่าว ๆ เท่าที่พอจะเป็นไปได้ 

ภาพ: Marilyn Monroe – Arthur Miller
ถ่ายภาพโดย Sam Shaw ในนิวยอร์ก ปี ค.ศ. 1957 http://suicideblonde.tumblr.com มีบ่าว - สาวจำนวนไม่น้อยที่ฮิตจัดงานแต่งงานแบบดีไอวายสไตล์ทำด้วยตัวเอง แต่ก็มีจำนวนมากโขอยู่ที่มีเพื่อนคู่คิด ช่วยสร้างงานวิจิตรอลังการ พวกเขาคือเวดดิ้งแพลนเนอร์ที่ออกตัวว่าไม่ใช่แค่คนทำงาน แต่ WE มองว่าพวกเขาเป็นเพื่อนคู่คิดที่จะตามติดเป็นบุคคลที่ 3 ตลอดการเตรียมงานแต่งงานของคุณและคนรักเลยทีเดียว 
 ทำไมต้องใช้เวดดิ้งแพลนเนอร์ คุณเค้ก - หัสชล คคนานต์ เวดดิ้ง แพลนเนอร์สาวที่ทำงานหรูก็ได้ แต่ทุกงานแฝง รายละเอียดของผู้หญิงสวยหวานเอาไว้ แนะนำ ให้คู่บ่าว - สาวใช้บริการเวดดิ้งแพลนเนอร์ “เพราะงานแต่งงานคืองานสำคัญครั้งหนึ่ง ในชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่คู่บ่าว - สาวจะไม่มี ประสบการณ์ในการจัดเตรียมงาน รวมทั้งการ ติดต่อประสานงานในการเลือกใช้บริการต่าง ๆ แต่เวดดิ้งแพลนเนอร์ผ่านงานทางด้านนี้มาเป็น เวลาหลายปี สามารถเลือกสรรบริการต่าง ๆ ที่ดีและเหมาะสมกับคู่บ่าว - สาวนั้น ๆ ได้เพราะ มีการทำงานให้เห็นผลงานกันมาแล้วหลายงาน และทราบราคาในการให้บริการ ทำให้มีข้อมูล ของบริการต่าง ๆ ในราคาสมเหตุสมผล แน่นอนว่าคู่บ่าว - สาวจะไม่เสียเงินไปกับบริการ ที่แพง แต่ผลงานไม่ถูกใจ หรือโดนบังคับ ซื้อบริการเพิ่มเติมที่ถูกยัดเยียดเข้ามา ดังนั้น ควรมอบภาระเหล่านี้ไว้ให้เวดดิ้งแพลนเนอร์ เป็นผู้จัดเตรียมงานจะดีที่สุด”

ภาพ: นฤดี โชติกานต์อนันต์ - นนทวัฒน์ เจริญชาศรี ถ่ายภาพโดย พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์ “จัดงานแบบไหนดี” เป็นอีกเรื่องที่ต้องตัดสินใจเป็นอันดับแรก ๆ มืออาชีพฝากทิปส์แสนดีมีประโยชน์ว่า ต้องเริ่มต้นจากการดูว่าแขกส่วนใหญ่ของเราเป็นกลุ่มไหนและมีจำนวนเท่าไร

• เหมาะกับงานที่มีแขกผู้ใหญ่เยอะ เพราะมี ที่นั่งสำหรับทุกท่านและมีบริการเสิร์ฟ
• ใช้พื้นที่มาก ถ้าจัดโต๊ะเต็มพื้นที่แล้วเกิดแขก มาเกินกว่าที่กำหนดจะไม่มีพื้นที่จัดโต๊ะเพิ่ม และเนื่องจากมีราคาสูง ทางโรงแรมจะเผื่อให้ ลูกค้าเพียงประมาณ 1 - 2 โต๊ะ จึงจำเป็นต้องรู้ จำนวนแขกที่แน่นอน ในกรณีที่รู้แต่แรกว่า แขกเยอะเกินกว่าห้องจัดเลี้ยงจะรองรับได้ก็ต้อง เปลี่ยนเป็นแบบอื่น 
• อาจต้องปวดหัวกับการจัดการผังที่นั่ง เช่น แขกกลุ่มนี้มี 12 ท่าน จะเอาอีก 2 ท่านที่เกิน ไปรวมกับโต๊ะไหนจึงจะเหมาะ บุฟเฟ่ต์ 
• มีเมนูอาหารให้เลือกเยอะและหลากหลาย แขกจึงสามารถเลือกตักอย่างที่ชอบได้ 
• แขกมีที่นั่งทุกท่าน แต่แขกผู้ใหญ่บางท่าน อาจไม่สะดวกลุกไปตักอาหารเอง บางโรงแรม อาจมีบริการเสิร์ฟเฉพาะโต๊ะที่มีแขกผู้ใหญ่ ว่าที่บ่าว - สาวต้องนับและจัดผังที่นั่งของแขก ให้เหมาะสม ค็อกเทล 
• ถ้าไม่มีใบสั่งจากผู้ใหญ่ว่าต้องเป็นโต๊ะจีน บ่าว - สาวสมัยนี้นิยมจัดเลี้ยงแบบค็อกเทล มากที่สุด เพราะรองรับปริมาณแขกได้เยอะ แต่แขกผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ถูกจัดให้นั่งโต๊ะวีไอพี อาจรู้สึกเมื่อย

ภาพ: Jane Birkin – Serge Gainsbourg
http://lelaid.blogspot.com แม้ในยุคที่สามารถเชิญแขกผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค กระนั้นบัตรเชิญที่สัมผัสได้เป็น ๆ เน้น ๆ ก็ยังมีความจำเป็นไม่เสื่อมคลาย แต่จะทำอย่างไรให้ได้บัตรเชิญและของชำร่วยสวยเก๋เลิศเท่ถูกใจ กูรูจากสองร้านดัง Viriya และ Miidear รับอาสามาตอบคำถามให้ผู้อ่าน WE โดยเฉพาะ

 • เมื่อวางแพลนจะแต่งงาน ให้ว่าที่บ่าว - สาว ลิสต์รายชื่อแขกของตัวเองอย่างละเอียด เช่น บ้านคุณยาย...(ชื่อ) 1 ซอง 4 คน เจ้านาย... (ชื่อ) 1 ซอง 2 คน ฯลฯ จากนั้นนำทุก รายชื่อมารวมกันแล้วสั่งการ์ดเผื่อ 50 - 100 ซอง (แล้วแต่จำนวนแขก) ซึ่งข้อมูลนี้จะเป็น ประโยชน์ในการเลือกขนาดห้องจัดเลี้ยงด้วย
 • ถ้าคำนวณการ์ดขาดไปแล้วต้องสั่งเพิ่ม ร้านส่วนใหญ่จะรับออร์เดอร์อย่างต่ำ 100 ใบ (สำหรับการ์ดสำเร็จ) หรือ 200 - 250 ใบ (สำหรับการ์ดดีไซน์) ดังน้นั ถ้าพิมพ์น้อย ราคา อาจสูงกว่าเดิม หรือบางร้านแม้ราคาเท่าเดิม แต่ถ้าต้องการงานด่วนก็ต้องจ่ายเพิ่มอยู่ดี
 • ควรขอซองเกินจำนวนการ์ดเผื่อไว้ในกรณี จ่าหน้าซองผิด หรือวางไว้หน้างานเผื่อ แขกขอ
 • สะกดชื่อ - นามสกุลแขกอย่างถูกต้องและ ระบุให้ชัดว่า...และครอบครัว หรือ...และ ภรรยา แขกจะได้ทราบว่าได้รับเชิญกี่คน และไม่ควรจ่าหน้าด้วยหมึกสีดำ เพราะผู้ใหญ่ บางท่านถือ Favor ควรสั่งของชำร่วยเผื่อไว้อย่างน้อย 50 - 100 ชิ้น (แล้วแต่จำนวนแขก) เพราะแม้เราจะ กำหนดของชำร่วยไว้ 1 ชิ้นต่อ 1 ซอง แต่แขก บางท่านอาจขอเพิ่ม ถ้าเกิดกรณีเช่นนี้ควร บอกแขกให้มารับเพิ่มหลังงานเพื่อให้แขก ที่มาทีหลังได้รับของชำร่วยอย่างทั่วถึง 

ภาพ: สุมณี จงเจริญ – ประชา คุณะเกษม ถ่ายพร้อมสักขีพยานหลังจากได้รับพระราชทานน้ำสังข์จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 WE จับเข่าคุย Q & A ไขปัญหา สลัดข้อข้องใจเรื่องชุดเจ้าสาวและเกิร์ลแก๊งเรื่องแต่งอย่างไรให้สวยกับ Vatit Itthi
และ Klar Lov สองดีไซเนอร์ที่ “anti-traditional” และ “sophisticated” แหวกม่านประเพณีและเก๋ล้ำนำเทรนด์ที่สุดในเวลานี้

WE : การเลือกชุดเจ้าสาวต้องพิจารณาสิ่งใด บ้างเพื่อให้ได้ชุดที่สวยและดูดีที่สุด 
Vatit Itthi : เรื่องแรกที่จะต้องพิจารณาคือ สไตล์ ว่าหุ่นเราเหมาะกับชุดแต่งงานสไตล์ไหน เพื่อเป็นพื้นฐานในการออกแบบ ส่วนราย- ละเอียดเพิ่มเติมของชุดขึ้นอยู่กับความชอบของ เจ้าสาว อีกอย่างที่ต้องพิจารณาคือ พิธีการ สถานที่จัดงาน จำนวนแขก และรูปแบบ ของงาน เพื่อจะได้เตรียมชุดที่เหมาะสมกับ แต่ละงาน 

WE : ข้อแตกต่างของการเลือกใช้ชุดดีไซเนอร์ กับชุดจากเวดดิ้งสตูดิโอ 
Vatit Itthi : การเลือกใช้ชุดต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับ ความต้องการของบ่าว - สาว ถ้าต้องการ ควบคุมงบประมาณอาจเลือกใช้ชุดจากเวดดิ้ง สตูดิโอ ซึ่งจะมาพร้อมกับแพ็คเกจต่าง ๆ เช่น รวมชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว ช่างแต่งหน้าทำผม และการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งด้วย ซึ่งสะดวก ในแง่ไปที่เดียวได้ครบหมด แต่ต้องเลือกชุด จากดีไซน์ที่แต่ละร้านเลือกมาไว้แล้ว แต่ถ้า เจ้าสาวต้องการชุดที่พิเศษสำหรับวันพิเศษนี้ อาจเลือกตัดชุดกับดีไซเนอร์ ซึ่งถึงแม้ราคา จะสูงกว่าการใช้ชุดจากสตูดิโอ แต่เจ้าสาว จะได้ชุดที่สวยถูกใจตรงกับความต้องการของ เจ้าสาวและธีมของงาน 

WE : สิ่งที่เจ้าสาวต้องคำนึงถึง หากต้องการ ความแปลกแหวกแนวโดยใช้ชุดสีสันที่ไม่ใช่ ชุดแต่งงานสีขาวตามปกติ 
Vatit Itthi : สำหรับงานแต่งงานในเมืองไทย สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือครอบครัวและญาติ ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย เพราะแต่ละครอบครัว มีธรรมเนียมปฏิบัติต่างกัน บางบ้านอาจ เคร่งครัดธรรมเนียมมาก ซึ่งถ้าผ่านข้อนี้ไปได้ ก็เลือกใช้ชุดสีแฟชั่นได้ ซึ่งคงต้องดูว่าสไตล์ งานเราจะเป็นอย่างไร บรรยากาศในงานจะ เป็นแบบไหน สีผิวของเจ้าสาวเหมาะกับการใส่ สีอะไร หรือเพื่อนเจ้าสาวจะใส่ชุดสีประมาณ ไหนเพื่อให้เจ้าสาวดูเป็นคนสำคัญที่สุดเวลาถ่ายรูป

ภาพ: Priscilla – Elvis Presley แต่งงานเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ปี ค.ศ. 1967 ณ ห้องสวีท Milton Prell โรงแรม Aladdin Hotel ในลาสเวกัส http://elvis-tkc.com สำหรับบางคน รองเท้าที่ใช้ในวันแต่งงานอาจเป็นของที่มีอยู่แล้ว เพราะใส่ชุดเป็นกระโปรงสุ่มยาวคลุมมิดจนไม่เห็นแม้แต่หัวรองเท้า แต่ถ้าดีไซน์ของชุดไม่ได้เป็นเช่นนั้นและคุณซีเรียสกับภาพที่ออกไป อีกทั้งรองเท้าที่มีอยู่ไม่สามารถสวมใส่ได้สบายนักตลอดพิธีการแต่งงาน 4 - 5 ชั่วโมง แนะนำให้ซื้อหรือสั่งตัดรองเท้าคู่ใหม่ที่ใช้วัสดุและถูกดีไซน์ให้เข้ากับวันแต่งงานโดยเฉพาะ หนึ่งคือ ใส่แล้วไม่เมื่อย และสองคือ ได้รองเท้าคู่ใหม่ที่นำไปใส่ได้อีกหลายโอกาส 

ภาพ: นวลตา คงเจริญ – วัชระ อริยไตรพร
เจ้าสาวอย่าหยุดสวยด้วยตัวเอง แม้ผู้คนกว่าสองพันล้านคนจะจับจ้องรอยัลเวดดิ้งผ่านความคมชัดระดับ HD แต่ดัชเชสเคทก็ไม่หวั่น เธอมุ่งมั่นแต่งหน้าเองในวันแต่งงาน โดยได้รับคำแนะนำจากเมคอัพอาร์ติสท์อาราเบลล่า เพรสตัน WE เลยดอดไปคุยกับเพรสตันและเจนี ด็อดสัน เมคอัพอาร์ติสท์สุดเก๋าชาวอังกฤษ ซึ่งได้เผยเคล็ดลับสำหรับเจ้าสาวที่อยากแต่งหน้าแบบ DIY โดยเฉพาะ

 เมื่อทุกอย่างพร้อม ก็ได้เวลาลงมือเอง แล้ว 
1. Primer Jeni Dodson’s Tip: “ไพรเมอร์เป็นขั้นตอน สำคัญที่ขาดไม่ได้ในการแต่งหน้า เพราะจะ ช่วยไม่ให้เครื่องสำอางไหลย้อยเมื่อเวลาผ่านไป โดยเฉพาะในจุดที่ผิวคุณมีปัญหาเลือกไพรเมอร์ ที่มีเบสเป็นซิลิโคน ใช้เป็นหยดเล็ก ๆ ทาให้ทั่ว ผิวหน้า จากนั้นลงรองพื้น คอนซีลเลอร์ และ ถ้าจำเป็น ลง Loose Powder หรือแป้งฝุ่น ชนิดดูดซับความมันบริเวณทีโซน แต่ถ้า กลัวจะเด้งขาวโพลน ให้ใช้ไพรเมอร์แบบ mattifying ซึ่งจะไม่ทำให้หน้าสว่างเว่อร์” 
2. Foundation JD’s Tip: “ระวังรองพื้นที่ผสม SPF เพราะ บางทีก็ไม่เวิร์คเวลาถ่ายรูปแบบใช้แฟลช หน้า อาจจะขาวลอยได้ ฉันคิดว่ารองพื้นเบสซิลิโคน ติดทนนานกว่ารองพื้นสูตรออยล์เบส และ ยังไม่ต้องคอยซับหน้าหรือตบแป้งระหว่าง วันด้วย” Arabella Preston’s Tip: “ระวังอย่าลง รองพื้นหนาไป ให้ผิวจริงได้เผยออกมา นิดหน่อยจะดูเก๋กว่ามาก ฉันแนะนำให้ใช้ รองพื้นเนื้อบาง ตัวที่ฉันชอบคือ Chanel Vitalumière และใช้คอนซีลเลอร์เนื้อหนาหนัก ขึ้นมาอีกนิดอย่าง Laura Mercier Secret Camouflage โดยแต้มปกปิดในบริเวณที่ จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น เช่น รอยสิว รอย แผลเป็นต่าง ๆ” 
3. Eyeshadow JD’s Tip: “ไม่มีสีไหนที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าสาว เลือกสีที่เข้ากับผิวและบุคลิกของคุณที่สุดก็พอ และฉันพบว่าอายแชโดว์เนื้อแป้งติดทนกว่า เนื้อครีม ระวังสีเข้ม ๆ สีแปร๊ด ๆ เพราะจะ ดูน่ากลัวและตลกเวลาถ่ายรูปออกมา สีโทน น้ำตาล ม่วง ชมพู และไลแล็กจะช่วยเปิด ดวงตาคุณให้ดูกลมโตสดใส” 
4. Eyeliner JD’s Tip: “กรีดมุมด้านนอกของดวงตาด้วย อายไลเนอร์บาง ๆ โดยใช้เจล ดินสอ หรือ อายแชโดว์เนื้อแป้ง ไม่ควรใช้อายไลเนอร์ แบบน้ำ เขียนขอบตาให้ชิดโคนขนตาจะช่วย ให้ขนตาดูหนาอย่างเป็นธรรมชาติ และอย่าลืม เกลี่ยให้ดูฟุ้ง ๆ อย่าให้ดูเป็นเส้นคมชัดอย่าง ตั้งใจเกินไป สีน้ำตาลช็อกโกแลตเป็นตัวเลือก ที่ดีกว่าสีดำสนิท” 
 
ภาพ: ชุติมา ธีปะนาถ - พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
ถ่ายภาพโดย สุพนิต เรียนศรีวิไล www.supanit.net ใส่สูทอย่างไรให้หล่อ WE เพิ่งเชิญดีไซเนอร์น้องใหม่มาสาธยายให้ฟังไปในฉบับที่แล้ว และเพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ Guru’s Best Advice ในฉบับนี้ เราข้ามทวีปไปขอคำแนะนำจากดีไซเนอร์ สไตลิสท์ และบายเออร์สุดเก๋าที่โด่งดังระดับโลกถึงการใส่สูทและทักซีโดให้หล่อเนี้ยบที่สุดสำหรับเจ้าบ่าว พร้อมแล้วกระชับแขนเสื้อเข้ามาอ่านกันพลัน

 “มีกฎในการแต่งตัวคือ งานแต่งงานกลางวัน ให้ใส่ daytime suit รองเท้าสีดำใส่กับสูท สีน้ำเงิน และรองเท้าสีน้ำตาลใส่กับสูทสีเทา” Tom Ford ดีไซเนอร์แห่ง Tom Ford บอก 2. “ทักซีโดสไตล์คลาสสิกสำหรับงานสังสรรค์ ตอนกลางคืนคือสูทผ้าวูลสีดำหรือสีมิดไนต์บลู ปกคอเสื้อด้านหน้าเป็นผ้าซาตินหรือแพรต่วน คอเสื้อเป็น Peak Collar จะดีกว่า Notch Collar ซึ่งนิยมใส่ในงานเลี้ยงทางธุรกิจ” Guy Trebay จาก The New York Times แนะนำ 3. “สูทที่ดีควรมีซิลลูเอตต์หรือเค้าโครงรูปร่าง แบบดีเทลเรียบ ๆ เส้นคมและช่วงไหล่ตรง ซึ่ง จะทำให้คุณมั่นใจโดยไม่ดูพยายามมากไป” Christopher Bailey ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของ Burberry กล่าว 4. “ถ้าเป็นคนตัวใหญ่ อย่าคิดว่าการใส่สูท ที่ฟิตพอดีกับรูปร่างจะทำให้อึดอัด แล้วหันไป เลือกสูทตัวใหญ่กว่าไซส์ตัวเอง คุณควรปรึกษา ช่างตัดสูทอย่างใกล้ชิด เพราะเขาคือเพื่อนที่ดี ที่สุดของคุณและอย่าได้เช่าสูทเด็ดขาด เพราะ มันแย่พอ ๆ กับการที่คุณเช่ารองเท้าโบว์ลิ่งมา ใส่นั่นแหละ” 


ภาพ: John Lennon – Yoko Ono
ในวันแต่งงาน 20 มีนาคม ปี ค.ศ. 1969 ที่ Gilbraltar อาณานิคมของสหราชอาณาจักรบนปลายสุดของคาบสมุทรไอบีเรียในบริเวณเมดิเตอร์เรเนียน http://www.tumblr.com เปิดตำนานแหวนในฝันของว่าที่เจ้าสาวพร้อมรุ่นคลาสสิกฮิตตลอดกาลของแต่ละแบรนด์ ... ให้ไปฝันกันต่อแบบชัด ๆ เลยว่าอยากได้วงไหน

Cartier หลุยส์ - ฟรองซัวส์ คาร์เทียร์ เป็น ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Cartier เมื่อปี ค.ศ. 1847 ใน กรุงปารีส มีลูกค้าเป็นราชวงศ์และชนชั้นกลาง ผู้มั่งคั่ง ด้วยความสร้างสรรค์ในการออกแบบ Cartier จึงเป็นอีกตำนานเครื่องประดับจาก ยุโรปที่สาว ๆ ใฝ่ฝันถึง ไม่ว่าจะเป็นเทียร่าและ สร้อยโคตรเพชรของราชวงศ์ต่าง ๆ เครื่องประดับ สไตล์อาร์ตเดโค ตลอดจนคอลเล็กชั่นเสือดาว อันเลื่องลือ • Cartier มีสาขาในประเทศไทยที่สยาม พารากอน และมีแผนก Cartier Bridal Area ที่ให้คำปรึกษาในการเลือกแหวนเพชรและ เครื่องประดับจาก Cartier สำหรับพิธีหมั้น แต่งงาน และโอกาสสำคัญของคู่รักโดยเฉพาะ • แหวนหมั้นทรงคลาสสิกที่ได้รับความนิยม ตลอดกาลคือ Solitaire 1895 แหวนเกลี้ยง เพชรชูที่มาพร้อมหนามเตย 4 แฉกอันเป็น เอกลักษณ์ที่บ่าว - สาวสามารถเลือกวัสดุ ทรงเพชร และบ่าแหวนได้ และจะเก๋สุดเมื่อ สวมคู่กับแหวนแต่งงานประดับเพชรจากแบรนด์ เดียวกัน • แหวนอื่น ๆ ที่คู่รักนิยมใช้เป็นแหวนแทนใจ คือ Trinity, LOVE และ Mini Love 

ภาพ: ธาริณี สาธิตปัตติพันธ์ - วริษฐ์ เมฆสุภะ
สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงในการตกแต่งดอกไม้ภายในห้องจัดเลี้ยงงานแต่งงานคือ ขนาดของห้องที่มีความแตกต่างกัน เช่น ห้องเล็ก ห้องใหญ่ นอกอาคาร เพราะขนาดห้องของแต่ละสถานที่ไม่สามารถใช้ดอกไม้ที่มีขนาดเท่ากันหรือตกแต่งห้องด้วยดอกไม้ในรูปแบบเดียวกันได้ 

ห้องขนาดเล็กเป็นห้องแคบ มีพื้นที่น้อย ควรหลีกเลี่ยงการวางสิ่งต่าง ๆ ไว้บนพื้น ควร ตกแต่งดอกไม้โดยการแขวนจะดีกว่า และ ไม่ควรใช้ดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ เพราะจะทำให้ ห้องมีขนาดเล็กลง • ห้องขนาดใหญ่ ควรใช้ดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ กว่าดอกไม้ที่ใช้ตกแต่งในห้องขนาดเล็ก หรือ จะใช้ดอกไม้ที่มีขนาดแตกต่างกันมาประดับก็ได้ เพื่อให้แขกผู้มาร่วมงานสามารถมองเห็นความ สวยงามของการตกแต่งดอกไม้ได้อย่างชัดเจน ถ้าคู่บ่าว-สาวมีงบประมาณจำกัด ควรจัด ดอกไม้แบบกระจาย เพื่อเวลาถ่ายภาพออกมา จะทำให้รู้สึกว่ามีดอกไม้มากมายอยู่รายรอบ • องค์ประกอบอื่นที่ควรคำนึงถึง เช่น ความ สูงต่ำของเพดาน สีหรือพื้นห้องเป็นวัสดุใด ลวดลายในห้องเป็นแบบไหน • การจัดงานแต่งงานเอ๊าต์ดอร์ ควรเลือกการ ตกแต่งดอกไม้แบบมีจุดโฟกัสและต้องมีการ ดูแลดอกไม้ที่ใช้ภายในงานมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นสถานที่ที่อยู่กลางแจ้ง จึงควร คำนึงถึงแดด ลม และฝน Colored Flowers • ศึกษาการเลือกโทนสีดอกไม้ที่จะใช้ในงาน แต่งงานเสียก่อน เพราะจะเป็นตัวบ่งบอก อารมณ์ของงาน เช่น ถ้าตกแต่งด้วยดอกไม้ ที่มีโทนสีออกแนวอ่อนหวาน ภาพของงานจะ ออกมาในแบบที่ดูอ่อนหวาน ส่งผลให้อารมณ์ ของคู่บ่าว - สาวมีความชื่นมื่นและอบอวลไป ด้วยความสุข 

ภาพ: Bianca - Mick Jagger by Unknown
http://www.sometimesnothingisarealcoolhand.com การทำพรีเซ็นเทชั่นงานแต่งงานไม่มีรูปแบบที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับจินตนาการของคู่บ่าว -สาวว่ามีความสร้างสรรค์มากน้อยเพียงใด โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้แขกที่มาร่วมงานเกิดความประทับใจและได้รู้จักคู่บ่าว - สาวมากขึ้น

ภาพ: วรรณพร (ภูมิจิตร) – อธิชัย โปษยานนท์ ถ่ายภาพโดย ธนนนท์ ธนากรกานต์
Board: Scoop
(1)
Share
We
Keep by We
1542
FOLLOWER

STILL PHOTO & PRE - WEDDING

"How to Choose the Wedding Photographer เลือกช่างภาพสำหรับงานแต่งอย่างไรให้ได้ ภาพสวยถูกใจที่สุด
"ควรดูผลงานของช่างภาพที่สนใจก่อนเป็นอันดับแรก ถ้ารู้สึกชอบในผลงานจึงค่อยติดต่อเพื่อตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายและสไตล์ภาพที่ต้องการ"
• ไม่ควรเลือกเพราะราคาถูกหรือราคาที่พ่วงมา กับแพ็คเกจแต่งงานเป็นที่ตั้งในการจ้างช่างภาพ ด้วยอาจเห็นว่าเป็นการประหยัดงบประมาณ เพราะผลที่ตามมาคืออาจจะได้งานที่ไม่ถูกใจ เต็มร้อย • คู่บ่าว - สาวกับช่างภาพที่เลือกมาควรมีรสนิยม ที่ตรงกัน เช่น คู่บ่าว - สาวชอบธรรมชาติ ป่าไม้ และน้ำตก อยากได้รูปภาพที่เกี่ยวกับ ธรรมชาติ ช่างถ่ายภาพก็ควรเป็นพวกที่รัก ธรรมชาติ เข้าใจธรรมชาติดีเช่นกัน Prepare for Pre-Wedding การถ่ายภาพพรีเวดดิ้งเป็นการทำให้แขก ที่มาร่วมงานได้รู้จักตัวตนของคู่บ่าว- สาว ซึ่งควรเตรียมตัวดังนี้ • ควรมีไดเร็กชั่นหรือธีมของงานแต่งงานมา ประกอบ เพื่อให้การถ่ายภาพพรีเวดดิ้งไปใน ทิศทางเดียวกัน • ควรมีคอนเซ็ปต์ในการถ่ายภาพและแสดง ความเป็นตัวตนของคู่บ่าว - สาวออกมา เช่น คู่บ่าว - สาวชอบแนวร็อค ก็อาจจัดองค์ประกอบ ให้เหมือนอยู่ในคอนเสิร์ต เป็นต้น • ถ้าคิดคอนเซ็ปต์ไม่ออกหรือไม่มีไอเดียในการ ถ่ายภาพ สุดท้ายแล้วภาพที่ออกมาก็จะเป็นแค่ ภาพที่แสนจะธรรมดา เช่น ภาพกอดกันหวาน ๆ อย่างน้อยหาไอเดียได้จากงานอดิเรก ความ ชอบส่วนตัว หรือเรื่องราวความรักของทั้งคู่ก็ได้
ภาพ: ยศสินี ณ นคร – ณัฐบูร ไตรณัฐี"
1 KEEP
We
1 LOVES
tleaha
COMMENT