Music of Love สำหรับดนตรีที่บรรเลงในงานเป็นวงสโมสรท่าเรือ ทุกเพลงเวดดิ้งแพลนเนอร์เป็นคนดูแล แต่มีเพลงหนึ่งที่ทางคุณเมย์เจ้าสาวขอให้ปนัดดา เรืองวุฒิ มาขับร้องเพลง Hero ความหมายในเพลงคือสิ่งที่เจ้าสาวมองเจ้าบ่าว เธอให้สัมภาษณ์ว่า “เมย์มองพี่ป๊อกว่าเป็นฮีโร่เหมือนคุณพ่อเมย์ เมย์คิดเสมอว่าถ้ามีคู่ครองก็อยากได้คนที่เป็นเหมือนคุณพ่อได้ ทำให้เรารู้สึกว่าเขาเป็นฮีโร่แบบตอนเด็กๆ ที่เรามองคุณพ่อ และเขาก็เป็นได้เพลงนี้เลยมีความหมายมาก”

Friendships on the stage
พิธีกรบนเวที คือเกรซ มหาดำรงค์กุล และเมทนี บุรณศิริ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเจ้าบ่าว
THE FAIRY TALE WEDDING
เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์แห่งปีทีเดียว สำหรับงานแต่งงานของ วิลักษณ์ โหลทอง - -ประธานกรรมการ บริษัท อินสไพร์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด - - และมาริษา ฮอร์น เจ้าของแบรนด์แฟชั่น Marihorn โดยปิดห้อง Royal Jubilee Ballroom อิมแพ็ค เมืองทองธานี รับแขกกว่า 3,000 คน พร้อมพิธีการสุดอลังการที่แสนประทับใจและอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดมัน เรียกว่าข่าวสินสอดร้อยล้านในงานหมั้นที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ลว่าฮือฮาแล้ว งานแต่งกลับเรียกเสียงฮือฮายิ่งกว่า... ความรักที่ผ่านกาลเวลายาวนานถึง 13 ปี นอกจากคนใกล้ชิดที่ประทับใจแล้วยังสามารถสรุปให้แขกที่มาในงานได้เห็น สัมผัสและรู้สึกถึงสายใยความผูกพันที่ลึกซึ้งของทั้งคู่ในวันแต่งงานได้อย่างสวยงาม ผ่านวีทีอาร์ (ที่ฉายบรรยากาศของงานหมั้นที่ออเธอร์ส เลานจ์ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล รวมถึงภาพถ่ายพรีเวดดิ้งที่ภูเก็ตและอิตาลี การแนะนำตัวบ่าวสาว ผลงานพรีเซ็นเทชั่นของ Box Wedding ที่เคยฝากฝีมือในงานแต่งระดับประเทศมาแล้วหลายงาน โดยใช้เทคนิคเฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น มุมภาพ เทคนิคการตัดต่อ การย้อมสีแบบ film look) ซึ่งบรรยากาศในงานชุดแต่งงาน เพลง ดอกไม้ ฯลฯ ทุกโมเม้นต์เกิดจากแรงบันดาลใจของเจ้าสาว งานแต่งครั้งนี้จึงเป็นความฝันของเจ้าสาวที่เจ้าบ่าวยินดีเนรมิตทุกอย่างให้ตรงตามความฝันของฝ่ายหญิง เพื่อแสดงออกถึงความรักและการให้เกียรติโดยเจ้าสาวให้สัมภาษณ์กับกราเซียถึงคอนเซ็ปต์ในงานว่า “ตั้งคอนเซ็ปต์งานไว้ว่า Do You Believe in Destiny? ความรักของเราเหมือน destiny จริงๆ ต่อให้เราทะเลาะกันแค่ไหน ก็ไม่เคยตัดกันขาด ไม่เคยถึงขั้นเลิกกัน เมย์มีดรีมเวดดิ้งอยู่แล้วว่า ถ้าวันหนึ่งเมย์แต่งงาน เมย์อยากให้คุณพ่อ (โรเบิร์ต เบอร์รี่ ฮอร์น)เป็นคนพาเดินมาส่งให้เจ้าบ่าว ทำพิธีเหมือนอยู่ในโบสถ์ แต่เราเป็นพุทธ ถึงอย่างนั้นเราก็อยากได้ดรีมเวดดิ้งแบบนั้น เลยบอกเวดดิ้งแพลนเนอร์ไป เขาก็ทำให้เราได้อย่างที่เราต้องการจริงๆ มันเหมือน Fairy Tale เล็กๆ เพราะชีวิตของเมย์ก็เหมือนเทพนิยายจริงๆ พี่ป๊อกเขาทำให้เมย์รู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิงตลอดเวลา ตั้งแต่รู้จักกันวันแรกจนถึงวันนี้”

ชอตที่เจ้าสาวพูดถึงคือ ไฮไลต์ของงานที่หยุดทุกวินาทีบนโลกนี้ไว้เมื่อประตูห้อง Royal Jubilee Ballroom เปิดออก สปอตไลต์ส่องมา ดนตรีที่คลอเบาๆ หยุดลง ตัวเธอและคุณพ่อปรากฏตัวต่อสายตาทุกคู่ แล้วค่อยๆ เดินเข้าสู่พิธีการเปรียบเสมือนเธอได้เดินไปสู่ความเปลี่ยนแปลงของชีวิตครั้งสำคัญโดยมีชายคนรักยืนรอรับเธอจากบิดาอยู่หน้าเวที เพื่อประกาศก้องว่าผู้ชายคนนี้จะดูแลเธอไปตลอดชีวิต และนับจากนี้เราจะเดินไปด้วยกัน ภายใต้ผู้ชมรอบข้างที่เป็นทั้งคนในครอบครัว ญาติผู้ใหญ่ เพื่อนสนิทของทั้งคู่ และแขกเหรื่อในวงการที่หลากหลายยืนรายล้อมอยู่สองข้างทางท่ามกลางกลีบกุหลาบที่เป็นดั่งเหมือนคำอวยพรให้ชีวิตคู่ ชุดไฮไลต์ของงานที่ทำเอาแขกสาวๆ ในงานถึงขั้นเพ้อและอยากมีชอตงานแต่งอย่างนี้บ้าง เป็นฝีมือของดีไซเนอร์ไทย ไข่-สมชาย แก้วทอง จาก Kai Boutique ซึ่งเจ้าสาวให้สัมภาษณ์ว่าเป็นดีไซเนอร์ที่เธอชื่นชมมานาน “ชุดของอาไข่ เมย์ตั้งใจให้เป็นชุดที่อยู่ในพิธีจริงๆ ไม่ต้องการให้ใครเห็น เมย์อยากให้เปิดตัวเจ้าสาวมาในแบบที่ทุกคนยังไม่เห็น และเห็นทีเดียวในพิธี จะดูศักดิ์สิทธิ์และให้เกียรติงานของเรา” ชุดเจ้าสาวที่คุณเมย์พูดถึงนั้นเป็นเสื้อลูกไม้โอบไหล่ ข้างหลังเรียบ ผ่าข้างเพื่อไม่ให้เห็นรอยที่กลางหลัง ตัวกระโปรงลากหางยาวเกือบ 3 เมตร โดยนำคริสตัลสวารอฟสกี้มาประดับบนผ้าลูกไม้ฝรั่งเศส สมชาย แก้วทอง ดีไซเนอร์ชื่อดังให้ข้อมูลกราเซียว่า “ความจริงผ้าลูกไม้นี้ทำมาใช้คลุมผม แต่เราเห็นว่าลายมันสวยมาก เลยใช้ประดับชุดทั้งตัว ส่วนชุดข้างในเป็นผ้าดัชเชสซาติน สีออฟไวต์ ปูทับด้วยผ้าลูกไม้ฝรั่งเศส แล้วค่อยทับด้วยผ้าลูกไม้ที่ประดับคริสตัลสวารอฟสกี้ ส่วนแขนเสื้อดีไซน์ให้ยาวลงไปปิดหลังมือให้เจ้าสาวใช้แทนถุงมือ”ส่วน Veil หรือผ้าคลุมศีรษะเจ้าสาวยาว 12 เมตร ซึ่งหรูหราอลังการที่สุดในชอตเปิดตัวเจ้าสาวที่ต้องเดินเคียงคู่คุณพ่อขึ้นไปหาเจ้าบ่าว (ที่ยืนรอรับอยู่บนเวทีในชุดทักซิโด้ของ Giorgio Armani และเนกไทของ Marihorn ที่เจ้าสาวออกแบบเอง) งานนี้คุณไข่ระดมช่างกว่า 40 คนมาตัดเย็บชุดแต่งงานสุดหรู (มูลค่าร่วม4 แสนบาท) และในวันงานยังส่ง อารี ป้องใหม่ ผู้ช่วยมือหนึ่งของร้านมาแต่งตัวให้เจ้าสาว เหตุการณ์ประทับใจระหว่างคบกันของทั้งคู่

เมย์: “มีหลายเหตุการณ์ค่ะ เมย์เป็นคนชอบสุนัขมาก ที่บ้านเมย์จะเลี้ยงเยอะ และมีสุนัขใกล้คลอดแต่เมย์ติดไปถ่ายรายการ ก็เอามาฝากให้เขาช่วยดู มันจะคลอดวันไหนก็ไม่รู้ เขาก็เอาหมาท้องมาออฟฟิศ แล้วก็คอยโทรบอกเมย์ตลอดว่าอาการเป็นยังไง และโทรมาบอกเมย์ว่า “เออเนี่ย มันเดินไปเดินมาแล้วมันก็ขุดใหญ่เลย สงสัยมันจะหาที่นอน”เมย์บอกพาไปหาหมอเดี๋ยวนี้ มันจะคลอดแล้วเขาก็พาหมาไปหาหมอแล้วก็อยู่จนคลอดลูกเสร็จซึ่งสำหรับเมย์มันเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนจังเลยสำหรับผู้ชายแบบเขา นี่คือความประทับใจ”

ป๊อก: “สิ่งที่ประทับใจเมย์คือเขาเป็นคนสปอร์ตตลอด เวลามีปัญหามีอะไรก็พึ่งพาได้ เป็นทั้งน้องเป็นทั้งแฟน” ป๊อก: “ใช่ครับ มีคนบอกว่าอายุ 40 เป็นตัวเลขที่กำลังเหมาะ ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าจะขอเมื่อไหร่ดีเพราะไปเวนิสด้วย แต่ขอวันเกิดดีกว่า เพราะเพื่อนมาเยอะ ขอต่อหน้าประชาชนจะเป็นการให้เกียรติเขามากกว่าขอในที่ไพรเวต ซึ่งที่เวนิส อีเว้นต์ที่ปารีสก็บอกเขาว่าที่ไปเที่ยวนี่จะ repeat ให้อีกทีนะ ก็ไปคุกเข่าอีกรอบที่ปารีสต่อหน้าหอไอเฟลในโรงแรม”

คุณเมย์ทราบมาก่อนไหมคะว่าเขามีแผนจะขอเราแต่งงาน
เมย์: “ไม่เลยค่ะ แอบหวังตอนไปเวนิส จริงๆ แอบหวังมาหลายทริปแล้วแต่ไม่เคยเกิดขึ้น แต่วันที่เขาขอจริงๆ นั่นคือไม่ได้คิดเลย มันเป็นอะไรที่เนียนมาก เขาไม่เกริ่นเลย ไม่มีอะไรที่จะทำให้เมย์รู้ล่วงหน้าเลย” ป๊อก: “ผมดูแลเขาดีกว่าตัวเองเสียอีกครับ เขาเป็นรักเดียว และเป็นรักที่มีมานาน คนนี้ก็คงจะเป็นแม่ของลูก แต่ที่ผ่านมาบางครั้งก็ยุ่ง มารู้สึกตัวก็ปาเข้าไป 40 แล้ว ก็เลยตกลงปลงใจที่จะขอเขามาเป็นภรรยา เราจะได้เป็นครอบครัวเดียวกัน”

หลังงานแต่งงานมาแล้ว ตื่นเช้ามามีความรู้สึกอย่างไรบ้างคะ
เมย์: “เขาก็บอก Hello, wife”
ป๊อก: “รู้สึกดีมากครับ แต่ตื่นเช้ามาเราก็ยังคงมีภารกิจต้องทำงานทั้งคู่ แล้วก็ยังไม่ได้แกะของขวัญรู้สึกเหนื่อยมากกว่า ต้องไปทานข้าวกับเพื่อนที่บินตรงมาร่วมงานแต่งงานของเรา” ป๊อก: “คุ้มครับ การที่มีใครสักคนที่อยู่ด้วยกันตลอด มันแฮปปี้ ทุกอย่างคุ้มค่า”

เมย์: “เมย์ต้องบอกว่ามันคุ้มค่า เพราะ 13 ปีที่รอมา ในที่สุดก็มีวันนี้ หลายคนก็รอมากับเราทั้งเพื่อนฝูง ลูกน้อง พ่อแม่ ครอบครัว ทุกคนรอจนเลิกรอ จนวันที่พี่ป๊อกขอเมย์แต่งงาน เพื่อนที่มาในงานร้องไห้กับเรา ระหว่างเตรียมงานเมย์ยังไม่ตื่นเต้น จนมาถึงวันงานจริงๆ ถึงรู้สึกว่า เราแต่งงานแล้วเหรอ มันเหมือนฝัน ตอนนี้ก็ยังอินกับบรรยากาศในงานอยู่เลย มันเป็นฝันของเมย์ก็จริงแต่มันเกินความคาดหมาย” เมย์: “อดทนค่ะ อดและทน มันใช้ได้หมดทั้งกับการใช้ชีวิต การทำงาน ตั้งแต่เกิดมา เราโตมา เราต้องมีความอดทนอยู่แล้ว เรียนหนังสือ ตื่นไปโรงเรียนไม่อยากจะไป แต่เราก็ต้องอดทน ต้องไปเพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องทำเพื่อความสำเร็จ ทำงานเจอปัญหาเราก็ต้องใช้คำว่าอดทน กับตัวเองเราก็ต้องอดทน กับชีวิตคู่เราก็ต้องมีคำว่าอดทน คือพื้นฐานเราดีตรงที่ว่าเรารักกันมาก แต่รักอย่างเดียวอยู่กันไม่ได้นานขนาดนี้ถ้าไม่มีความเข้าใจ ไม่อดทน เมย์มองว่า 3 คำนี้มีอิทธิพลกับการใช้ชีวิตคู่ ถ้าเรายืนหยัดบน 3 คำนี้ได้ก็ทำให้ทุกอย่างราบรื่นและไปได้ดี”

ป๊อก: “สำหรับผม ความเข้าใจมาก่อน เมื่อเข้าใจที่มาที่ไป เข้าใจเหตุการณ์ เข้าใจอารมณ์ ส่วนที่เหลือทั้งหมดมันก็จะมาเอง” เพื่อนเจ้าสาวมีทั้งหมด 12 คนเป็นเพื่อนสนิทและเป็นเพื่อนที่เจ้าสาวรู้จักมานานแล้วทั้งเพื่อนที่เคยเล่นละครด้วยกัน รุ่นน้องที่มศว ประสานมิตร กลุ่มเพื่อน ม.ปลาย กลุ่มเพื่อนปริญญาตรีและปริญญาโท ส่วนเพื่อนเจ้าบ่าวมีเพื่อนที่เรียนประถมด้วยกันที่สาธิตเกษตรฯ เพื่อนที่อังกฤษ ดูไบ ญี่ปุ่น และบอร์ดบริษัท นอกจากช่วงพิธีการที่มีบุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ แห่ง Groove Riders ออกมาร้องเพลง ‘หยุด’ แล้ว ในช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ยังมีเบล-สุพล พัวศิริรักษ์ ตุ้ย-ธีรภัทร์ สัจจกุล ออกมาร้องและเต้นอย่างสนุกสนานเจ้าบ่าวเองก็ยังได้ขึ้นไปร้องเพลงอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีดีเจบุดด้า--เพื่อนเจ้าบ่าวและเจ้าสาวมาร่วมเปิดแผ่น
(0)
Share
Grazia
Keep by Grazia
1808
FOLLOWER

Music of Love

"สำหรับดนตรีที่บรรเลงในงานเป็นวงสโมสรท่าเรือ ทุกเพลงเวดดิ้งแพลนเนอร์เป็นคนดูแล แต่มีเพลงหนึ่งที่ทางคุณเมย์เจ้าสาวขอให้ปนัดดา เรืองวุฒิ มาขับร้องเพลง Hero ความหมายในเพลงคือสิ่งที่เจ้าสาวมองเจ้าบ่าว เธอให้สัมภาษณ์ว่า “เมย์มองพี่ป๊อกว่าเป็นฮีโร่เหมือนคุณพ่อเมย์ เมย์คิดเสมอว่าถ้ามีคู่ครองก็อยากได้คนที่เป็นเหมือนคุณพ่อได้ ทำให้เรารู้สึกว่าเขาเป็นฮีโร่แบบตอนเด็กๆ ที่เรามองคุณพ่อ และเขาก็เป็นได้เพลงนี้เลยมีความหมายมาก”
Friendships on the stage
พิธีกรบนเวที คือเกรซ มหาดำรงค์กุล และเมทนี บุรณศิริ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเจ้าบ่าว"
1 KEEP
Grazia
0 LOVES
COMMENT