เมธวิน  อังคทะวานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิน ครีเอชั่น จำกัด จริงๆ ผมก็ไม่ใช่เว็ดดิ้ง ออร์แกไนเซอร์โดยอาชีพ มันเริ่มต้นเพราะการที่ได้เข้าไปช่วยพี่ๆ น้องๆ เพื่อน จัดงานแต่งงาน อาศัยว่าตัวเองเคยออกอัลบั้มเพลง เคยแต่งเพลงให้แกรมมี่ ก็จะแต่งเพลงให้ เล่นเปียโนให้ หรือไปร้องเพลงให้ เป็นพิธีกรให้ รายละเอียดต่างๆ ก็สะสมแล้วก็กลายเป็นให้คำแนะนำได้ หลังๆ มาเลยต้องเข้าไปทำให้แทบทั้งหมดเลย ทั้งคิดธีม บริหารงบ สร้างความประทับใจ จะเน้นไปที่ในส่วนงานครีเอทีฟมากกว่า เพราะจริงๆ แล้วใครแต่งงานก็ตาม ขั้นตอนแบบแผนไม่ต่างกัน แต่ความต่างของมันคือความเป็นคนสองคนนั้น ว่ากว่าที่เขาสองคนจะมาถึงจุดๆ นี้ได้ ซึ่งผมจะให้น้ำหนักตรงนี้มากกว่า
เรื่องเบสิคของงานมันตายตัวมีขั้นตอนลำดับพิธีอยู่แล้ว ส่วนมากคู่แต่งงานก็จะคิดอยู่แล้วว่าอยากจะแต่งในบรรยากาศแบบไหน สถานที่ที่เลือกมามีข้อดีข้อด้อยอย่างไร มาดูว่าจะจัดพิธีที่ไหน จัดเลี้ยงที่ไหน อาหารแบบไหน ในงบประมาณเท่าไหร่ ต้องการเชิญแขกเท่าไหร่ ต้องการความเป็นทางการมากน้อยแค่ไหน บนเวทีคิวจะเป็นอย่างไร มีใครขึ้นไปบ้าง ซึ่งเราจะได้คิดธีมให้ตั้งแต่ต้น คุยเรื่อง  สโคปงานกันก่อน ซึ่งสิ่งที่จะทำให้มันพิเศษขึ้นมาได้ คือการเอาครีเอทีฟมาใส่ เพื่อให้คู่บ่าวสาวรู้สึกว่ามันเป็นวันที่พิเศษสำหรับเขา ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ เวดดิ้ง แพลนเนอร์ ต้องดูแลทั้งหมด เพราะบางคู่ไม่เคยแต่งงาน แต่เคยไปงานซึ่งเราก็จะรู้คร่าวๆ แต่พอเอาเข้าจริงก็อาจตกหล่นในรายละเอียด ก็ให้เว็ดดิ้งแพลนเนอร์ไปดูแล เป็นการให้คำปรึกษาในรายละเอียดแต่ละอย่าง เว็ดดิ้ง แพลนเนอร์ นี่ก็เปรียบเหมือนโปรดิวเซอร์ของ เว็ดดิ้ง ออร์แกไนเซอร์ เป็นผู้ควบคุมงานตั้งแต่ต้นจนจบ อย่างผมนี่ ก็ไม่รู้จะเรียกอะไร เพราะทำแทบทั้งหมดเลย (หัวเราะ)
คู่แต่งงานของคนแต่ละช่วงอายุก็จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป อย่างวัยรุ่นมองแค่อยากมีปาร์ตี้สนุกๆ พิธีการไม่อยากมีเลย เพื่อนคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องมาก็ได้ แต่ถ้าเป็นวัยกลางคนจะคิดอีกอย่างคือ ต้องเชิญแขกเหรื่อ ทั้งของตัวเอง พ่อแม่ ญาติ ต้องเป็นทางการหน่อย ส่วนคนที่เคยแต่งงานแล้ว และจัดงานแต่งงานอีกครั้งหนึ่ง เขาอาจต้องการแค่เพื่อนสนิทและงานเล็กๆ ให้ประทับใจพอ ไม่ใช่คู่แต่งงานอยากได้อะไรแล้วตามใจหมดนะ เพราะหน้าที่ของเวดดิ้ง ออร์แกไนเซอร์ คือต้องให้คำปรึกษาที่ลึกกว่านั้น ไม่ใช่อีก 10-20 ปีที่เขาหันกลับมามองแล้วบอกว่าไม่น่าทำอย่างนั้นเลย ต้องมีประสบการณ์แนะนำในสิ่งที่เหมาะสมในสิ่งที่บ่าวสาวต้องการ และไม่ทำให้เขารู้สึกเสียใจในภายหลัง
องค์ประกอบหลายต่อหลายอย่าง ทั้งกว่าจะมาเป็นเพื่อน เป็นคู่รัก คู่หมั้น กระทั่งถึงวันสำคัญนั่นคือ การแต่งงาน เป็นความฝันที่ใครหลายคนอยากขอมีส่วนร่วม งานนี้เราจึงจัดมืออาชีพมาให้ความกระจ่างและสร้างความมั่นใจให้กับคุณว่าการแต่ง (ที่น่าจะมีเพียง) ครั้งเดียวในชีวิต จะประทับจิตโดนใจภายใต้คอนเซ็ปต์ “แม้ความรักจะออกแบบไม่ได้ แต่ก็สามารถจัดการ เพื่อปูทางไปสู่ชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นได้”
แปลกอะไร ถ้าจะหาคู่เอง “เชื่อเถอะค่ะว่า พรหมลิขิตกำหนดได้ และทุกคนมีเนื้อคู่อยู่แล้ว อยู่ที่เราจะเปิดโอกาสตัวเองหรือเปล่า” ประโยคทักทายที่ นิกกี้ นิธินันท์ อัศวทร เจ้าของ มีท แอนด์ ลันช์ บริษัทจัดหาคู่แห่งแรกของเมืองไทย สาดเข้ามากลางใจหนุ่ม-สาวหลายต่อหลายคนที่กำลังชะแง้คอรอเนื้อคู่ร่วงหล่นมาจากฟากฟ้า ดีกรีของเธอคือแม่สื่อผู้อยู่เบื้องหลัง ช่วยสานฝันให้หนุ่มสาวนับพันคู่ได้ศึกษาดูใจ จนกระทั่งเดินสู่ประตูวิวาห์มาแล้ว จากวันแรกพบของเธอและเขาไปจนกระทั่งตัดสินใจที่จะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นมั่นคง บทบาทและหน้าที่ของ แมทช์ เมกเกอร์ ต้องจัดให้ถึงขั้นไหนไปฟังกัน
แมทช์ เมกเกอร์ คือ คนที่เป็นตัวกลางนำคนสองคนที่มีอะไรคล้ายคลึงกันมาเจอกัน มีมากว่า 2,000 ปีแล้วในเมืองจีน โดยในสมัยก่อนจะคำนึงถึงเรื่องฐานะเป็นเหตุผลแรกๆ แต่ปัจจุบันเราจะเน้นคนที่มีกิจกรรม ความต้องการในชีวิต รสนิยมคล้ายคลึงกัน เช่น ชอบดำน้ำเหมือนกัน หรือมีไลฟ์สไตล์ที่คล้ายกันเป็นหลัก เรื่อง บริษัทแม่สื่อที่เกาหลีจะบูมมาก ชื่อบริษัทดูโอ มีออฟฟิศอยู่ทุกเมืองในเกาหลี มีพนักงานซึ่งก็คือแม่สื่อ 300 คน ซึ่งใหญ่มาก คนที่นั่นจะไม่หาคู่เอง จะผ่านบริษัทเท่านั้นเป็นคนช่วยสกรีนให้ เลือกได้เลยว่าต้องการคนจบอะไรมา สูงเท่าไหร่ ทำงานอะไร หน้าตาอย่างไร แน่นอนว่ามีค่าสมาชิกที่แพงมากเช่นกัน ส่วนในเมืองไทยส่วนใหญ่ลูกค้าที่เข้ามาก็มีความคาดหวังสูงมาก เช่นว่าอยากเจอคนที่โพรไฟล์ดีๆ ที่เขาไม่สามารถหาเจอได้เองง่ายๆ ข้างนอก และอาจจะเป็นตัวไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนที่ยุ่งอาจทำให้สังคมค่อนข้างแคบ เพราะไม่กล้าคุยกับคนแปลกหน้า หรือไม่ค่อยได้คุยกับคนที่ไม่ได้ทำอะไรด้วยกัน ซึ่งมันก็จะปิดโอกาสให้ได้พบกับคนที่มีโอกาสเป็นแฟนเราลงไปอีก หลายคนที่เดินเข้ามาหาดิฉันก็เคยผ่านการจับคู่โดยพ่อแม่มาแล้ว แต่ลองคิดนะคะว่า พ่อแม่ก็จะหาคนที่ท่านอยากได้ ซึ่งอาจจะไม่ใช่คนที่เราอยากได้ แล้วก็อาจจะไม่ได้แนะนำคนที่เราอยากจะเจอให้ ดังนั้นเวลาลูกค้ามาเจอดิฉัน เขาก็จะเต็มที่เลยว่าอยากเจอคนแบบไหน อาจจะเป็นคนในฝันที่อยากเจอแต่ไม่มีโอกาสได้เจอ เป็นหน้าที่เราที่ต้องรักษาความลับของลูกค้า จะต้องเป็นสมาชิกเท่านั้นที่จะได้รับรู้ข้อมูลที่แท้จริงระหว่างกัน ดิฉันจะมองลูกค้าให้เป็นเพื่อน เวลาแนะนำใครให้ไปมันเกี่ยวพันถึงความไว้วางใจที่สูงมาก เพราะลูกค้าเชื่อใจเราถึงให้เป็นผู้ที่แนะนำคนให้ ดังนั้นต้องทรีตเขาให้เหมือนเพื่อน ลูกค้าก็จะรู้สึกผ่อนคลาย ไม่รู้สึกเหมือนเป็นธุรกิจ ต้องพยายามสร้างความไว้วางใจแก่กันและกัน 
หลายคนที่ลองวิธีการอื่นมาเยอะก็ยังไม่เจอคนที่ใช่สักทีเลยมาหาดิฉัน ซึ่งก็จะมีการพูดคุยว่า ทำไมถึงอยากเข้ามาใช้บริการชีวิตรักที่ผ่านมาเป็นอย่างไร จากนั้นก็ค่อยพูดคุยเรื่องพื้นฐานครอบครัว หน้าที่การงาน การศึกษา ไลฟ์สไตล์ แล้วค่อยลงลึกไปว่าต้องการคนแบบไหน จากนั้นก็มาดูว่าความต้องการของลูกค้าเหมาะสมหรือเปล่า ถ้าไม่เหมาะก็จะแจ้งลูกค้าทราบว่า ที่คิดมาอย่างนี้ บางทีอาจจะไม่ใช่ ต้องปรับทัศนคติของลูกค้าให้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด ถ้าเขาอยากจะประสบความสำเร็จ คนที่เข้ามาก็จะบอกว่ามันน่าสนใจ ลองแล้วมันก็ดี มันมีคนช่วยสกรีนให้ ดีกว่าเราไปค้นหาเอง เปลืองเวลา หรืออาจจะเปลืองตัวด้วย คือไม่ชัวร์เลยสักอย่าง ซึ่งจะสร้างความมั่นใจให้คนได้เยอะ บางคนเข้ามาก็ยังไม่ค่อยรู้จักตัวเองว่าต้องการเจอคนแบบไหน เพราะคำว่าดีของแต่ละคนก็แตกต่างกัน ต้องเทียบกับตัวของเขาเองด้วย คือต้องแมทช์ให้เหมาะสมกัน มันไม่ใช่เรื่องยากง่ายแต่เป็นเรื่องความต้องการที่ต่างกัน ต้องเข้าใจลูกค้าว่าแต่ละคนมีที่มาแตกต่างกัน จะไปตัดสินไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงขอแบบนี้ เพราะเราก็ไม่ได้เกิดมาเหมือนเขา ต้องรู้จักที่จะรับฟัง
จากนั้นก็จะมาวิเคราะห์อีกว่า ที่เขาบอกเรากับที่เราเห็นว่าเขาเป็นนั้นเป็นอย่างไร เพื่อหาว่าจริงๆ แล้วเขาเหมาะกับใครในฐานข้อมูลที่มีอยู่ จากนั้นก็อาจจะเลือกมาสัก 3-5 คนจากเป็นพันคน โทร.ไปเล่าให้ลูกค้าฟังโดยละเอียดว่าคนที่เราคิดว่าเหมาะกับเขาเป็นแบบนี้ๆ ซึ่งถ้าสนใจเราก็จะติดต่ออีกฝ่ายหนึ่งให้ ซึ่งก็ต้องโอเคกับโพรไฟล์ของลูกค้าเราด้วย ถ้าโอเคทั้งคู่ ก็จะนัดให้ออกเดทในสถานที่ที่สบายๆ จองโต๊ะให้ แลกเบอร์ให้ หลังจากที่ออกเดทแล้ว ก็จะโทร.ไปสอบถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ต้องการให้ปรับปรุงตรงไหน หรือโอเคแล้วและอยากจะลองคบกันดู ซึ่งจริงๆ ถ้าถามว่างานของดิฉันจะจบตรงไหน มันถึงเกือบจะแต่งงานเลยด้วยซ้ำ (หัวเราะ) จริงๆ แล้วมีแรงกดดันทุกคู่นะคะ เพราะลูกค้าก็ฝากความหวังเอาไว้ค่อนข้างสูง บางครั้งถ้าดูแล้วน่าจะมีปัญหากันมากกว่าเหมาะสมกัน ก็จะเชียร์ให้เปิดใจลองดูคนอื่น เพราะมองไปถึงขั้นว่าถ้าแต่งงานกันไปแล้วมีปัญหาก็ไม่ดีแน่ สู้ลองเชียร์ให้ลองเปิดใจดูคนอื่น อย่าไปปิดตัวเอง มันเสียโอกาส เสียเวลา โดยเฉพาะผู้หญิงที่จะเสียเวลาในการสร้างครอบครัว ในการมีลูก อันนี้หมายถึงในกรณีที่เขาให้ความสำคัญในเรื่องนั้น ซึ่งก็ดูแลกันไปจนถึงขึ้นที่ตกลงใจแต่งงานกัน งานของดิฉันก็คงจะจบตรงนั้น ดิฉันเชื่อว่าทุกคนมีเนื้อคู่อยู่แล้ว อยู่ที่เราตัดสินใจว่าเขาจะใช่หรือเปล่า แล้วเราเปิดโอกาสให้ตัวเองหรือเปล่า การประคองชีวิตคู่ให้ยืนยาว ดิฉันคิดว่าทุกอย่างมันเริ่มต้นมาด้วยความรัก พอผ่านไปสักระยะก็จะเป็นเรื่องของความผูกพัน ความเห็นใจ ความอดทน ช่วยซัพพอร์ตให้เราให้ในหลายๆ ด้าน แม้จะช่วยแก้ปัญหาให้ทั้งหมดไม่ได้ แต่การยินดีที่จะรับฟังกัน เข้าใจกัน อยู่เคียงข้างกันตลอดนี่เป็นสิ่งที่คู่ครองพึงมีให้แก่กันและกันค่ะ คัพเค้ก บรรจุช่วงเวลาประทับใจ เราพาคุณบุกมาถึงก้นครัว 3 สาวพี่น้อง ปอม สุมาลิน พี่สาวคนโต ปุ้ย อารินธร พี่สาวคนกลาง และน้องเล็ก แป๊กกี้ ฐิติยา ฮุนตระกูล สามสาวรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ผู้พลิกเส้นทางสู่ถนนคนรัก(ขนม)สนุก สร้างชื่อด้วยคัพเค้กสุดจี๊ดในหลากหลายคอนเซ็ปท์ หนึ่งในแรงส่งให้คัพเค้กเป็นขนมที่มาแรงแห่งยุค นอกจากนั้นทั้งสามคนในนามของ Bake Ministry ก็อยู่แถวหน้าของการสร้างปรากฏการณ์คัพเค้กให้เป็นที่นิยมสำหรับพิธีแต่งงานจนเป็นที่ฮือฮามาแล้ว ดังนั้นว่าที่บ่าวสาวทั้งหลายน่าจะลองฟังไอเดียของเธอทั้งสามดูสักนิด 

ปอม : งานแต่งงานเดี๋ยวนี้ คนเบื่ออะไรที่เป็นแบบเดิมๆ อยากหาอะไรที่เป็นเฉพาะตัวมากขึ้น ก็เริ่มที่จะหาออฟชั่นหาตัวเลือกใหม่ๆ เข้ามา อย่างบางคนก็ชอบเค้กแต่งงานหลายๆ ชั้น หรือบางคนอยากหาคัพเค้กที่น่ารักๆ หรือเป็นดีไซน์เฉพาะตัว คงความหมายเดิมไว้ มีดีเทลที่มีความหมายเฉพาะเรื่องของเขา อย่างนี้ก็เริ่มเยอะขึ้น เดี๋ยวนี้ก็มีมาการอง (macaron) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเช่นกัน 
ปุ้ย : ใช่ค่ะ ตอนนี้เริ่มนิยมแล้ว เป็นขนมหวานๆ สีสวยๆ ชิ้นเล็กๆ รูปร่างน่ารัก เหมือนในงานแต่งงาน บางคู่ก็ให้แทนน้ำตาลในงานหมั้น เป็นของชำร่วยก็มี เรา 3 คน พี่น้องก็จะแบ่งหน้าที่ของตัวเอง อย่างพี่ปุ้ยจะเป็นคนอบ แป๊กกี้และปอมก็จะเป็นคนตกแต่ง
ปอม : จริงๆ คัพเค้กมีมานานแล้วในต่างประเทศ ตกแต่งคัพเค้ก เมืองนอกก็มีมาพักหนึ่งแล้ว แต่เมืองไทยมาฮิตในช่วง 2-3 ปีหลัง คงเพราะก่อนหน้านี้ เรื่องอุปกรณ์ เรื่องเทคนิคอาจจะยังไม่ได้นำเข้ามา พอเริ่มทำขึ้นมา มีคนบุกเบิกเรื่องอุปกรณ์เข้ามาเยอะ หาอุปกรณ์ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ก็ทำได้มากขึ้น 
ปุ้ย : อย่างงานแรกที่สั่งคัพเค้กไป งานแต่งนี่ก็จะเป็นเพื่อนๆ กันก่อน 
ปอม : เขาจะบอกธีมงานแต่งเค้าก่อนว่าเป็นอย่างไร เน้นโทนสีอะไร อยากจะได้เหมือนเป็นโลโก้ชื่อของเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่มาตกแต่งบนคัพเค้กในงานแต่งงาน เราก็ต้องพยายามคิด เพื่อให้โทนสีและองค์ประกอบอื่นๆ สอดคล้องไปกับธีมของงาน อย่างล่าสุดที่มีออร์เดอร์เข้ามาก็เป็นเพื่อนอีกเหมือนกัน เป็นคู่รักที่ไปเจอกันที่ฝรั่งเศส ให้โจทย์มาว่า อยากจะจัดงานแต่งงานในบรรยากาศแบบ แซงค์ โทรเป ออกเป็นแบบทะเล เหมือนกับแต่งงานที่ชายทะเล ไม่ต้องใส่รองเท้า แล้วก็ทำเป็นตัวของเขาเองขึ้นมา แล้วเค้กก็ไม่ได้เป็นสีขาวหรือชมพูปกติ
แป๊กกี้ : เป็นสีฟ้าน้ำทะเล คัพเค้กก็จะเป็นรูปดอกชบา เฟื่องฟ้า เป็นม้าน้ำ เป็นหอย หรืออะไรที่สื่อถึงความเป็นชายทะเล เพราะเขาเจอกันที่ทะเลก็อยากให้บรรยากาศนั้นกลับมาสู่ความทรงจำของเขาอีกครั้ง 
ปุ้ย : บุคลิกของคัพเค้กคือมันไม่รู้จบค่ะ ไปได้เรื่อยๆ เรื่องขนมนี่ความเป็นไปได้มันเยอะมาก พลิกแพลงไปได้ ไม่ตายตัว มันอาจจะไม่ได้น่ารักอย่างเดียว อาจจะตลก สวย เท่ก็ไปได้ 
ปอม : ความสนุกของเวลาทำเค้กก็คือการตีความ ได้โจทย์มาแล้วก็ตีความออกมาว่าจะทำอย่างไรให้ตรงกับโจทย์มากที่สุด ให้มีความแปลกใหม่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันมีคนทำมาเยอะ จะทำอย่างไร ให้มันมีความสดใส มีความใหม่ไม่จำเจ 
ปุ้ย : ลูกค้าจะชอบหลายแนวค่ะ ลูกค้าจะมีความทรงจำของเขาในเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา อย่างไปเจอแฟนครั้งแรกที่นี่ ทำกิจกรรมร่วมกัน เขาก็จะให้โจทย์เรามา 
แป๊กกี้ : คนสมัยนี้คิดอยากจะออกนอกกรอบเดิมๆ บ้าง แล้วบางคนก็ไม่นิยมจัดงานใหญ่ตามโรงแรม มันสนุกขึ้นตรงที่ว่าเราไม่ต้องทำตามแบบแผนเป๊ะๆ เพราะคนเปิดกว้างมากขึ้น ยอมรับไอเดียใหม่ๆ มากขึ้น เราก็สนุกกับการคิดงานมากขึ้นเช่นกัน 
ปุ้ย : เราเริ่มจากคัพเค้กที่ไม่ได้แต่งหน้า แต่พอทำไปเรื่อยๆ ก็เริ่มได้เห็นเทคนิค พี่สาวกับน้องสาวจะถนัดเรื่องตกแต่ง ปั้นตุ๊กตาก็กลายมาเป็นคัพเค้กที่สามารถสั่งคัสตัมเมดได้ คนก็เลยเริ่มเอาไปใช้ในงานที่หลากหลายขึ้น เช่น งานอีเวนท์ งานแต่งงาน แป๊กกี้ : มันเป็นเหมือนงานฝีมือ ต้องใช้เวลาต้องแต่งทีละตัว ทีละชิ้น ไม่ใช่งานโรงงานที่ออกมาได้แบบเยอะๆ ขึ้นอยู่กับรูปแบบด้วยว่าถ้ายากมาก ลงรายละเอียดมากก็ยิ่งนาน บางทีลูกค้าก็จะไม่ค่อยเข้าใจ โทร.มาเช้าบอกบ่ายๆ จะเข้ามาเอา เราก็ต้องอธิบายไปว่า เราไม่ได้ทำตุนไว้ ดังนั้นมันจะไม่มีของสต็อก คือทุกชิ้นเราต้องปั้นขึ้นมาใหม่หมด มันต้องใช้เวลา 
ปุ้ย : ช่วงนี้มันอาจจะเป็นกระแสของคัพเค้กที่มาเยอะ เค้กใหญ่เราก็มี ขนมอื่นเราก็มี เพราะเราเริ่มจากเค้กใหญ่ แต่พอมาปั้นตัวตุ๊กตา แล้วมาจับคู่กับคัพเค้กคนก็ชอบ ต้องคุยกันก่อน คืออย่างแรกคัพเค้กมันขนาดนิดเดียว มันไม่สามารถที่จะใส่เรื่องราว หรือดีเทลอะไรทั้งหมดได้บนขนาด 2.5 นิ้ว เราก็บอกมันเป็นไปไม่ได้ ข้อจำกัดมันก็มี แต่ก้อนเท่านี้เราก็สามารถตีโจทย์มันออกมา สื่อออกมาถึงบางส่วนของเรื่องราวได้ แล้วพอมันมาอยู่รวมกันเยอะแล้วมันจะน่ารัก มีเสน่ห์ของมัน 
ปอม : สำหรับคัพเค้กสามารถทำหนึ่งเรื่อง อาจจะมีหลายสตอรี่ได้ ถ้าเป็นเค้กใหญ่อาจจะใส่ได้เรื่องเดียว เก็บรายละเอียดไม่ได้หมด คัพเค้กนี่น่ารักกว่า กระจุ๋มกระจิ๋มแล้วแบ่งทานได้ง่าย คัพเค้กที่น่ารักๆ สามารถให้เป็นของขวัญ หรือไปกินเล่นกับเพื่อนก็ได้ ส่วนใหญ่ตามงานแต่งจะขอให้จัดเป็นชุดของชำร่วย อะไรที่ทำได้ก็คุยกัน ของชิ้นนี้ในงบประมาณเท่านี้ ก็สนุกกันทั้งสองฝ่าย 
ปุ้ย : มันสนุกทุกงานที่รับมาเลยนะ เพราะได้คิด ได้เจอเรื่องเฉพาะหน้า สนุกที่ได้แก้ปัญหานี่แหละ พอเสร็จแล้วเราก็ภูมิใจ เดี๋ยวนี้สเกลทุกอย่างมันเล็กลงเรื่อยๆ ไม่ค่อยนิยมอลังการมาก ง่ายขึ้นเยอะ แต่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ซึ่งเดี๋ยวนี้คนต่างเริ่มคำนึงถึงเรื่องนี้มากขึ้น

NOTE 
คัพเค้กยอดนิยม 5 อันดับ 
1. Classic Vanilla + Chocolate 
2. Red Velvet 
3. Carrot 
4. Cookie & Cream 
5. Coffee งานแต่งงาน ที่สุดของชีวิต
หลังจากอิ่มตาอิ่มใจไปกับหลากหลายสีสันแล้ว เพื่อให้งานที่จะจารึกไว้ในช่วงหนึ่งของชีวิตคู่ของคุณสมบูรณ์และประทับใจไม่รู้ลืม จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องไปนั่งคุยกับเขาคนนี้ ผู้ที่จะรังสรรค์งานวิวาห์ของคุณให้ประทับใจ ติดตรึงอยู่ในความทรงจำของทั้งคุณและแขกที่มาร่วมงาน
“นั่งลงก่อนสิครับ มีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้บ้าง” คำเชื้อเชิญเปื้อนยิ้มที่จริงใจจากชายร่างสูงโปร่ง เมธวิน  อังคทะวานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิน ครีเอชั่น จำกัด ที่ออกตัวว่าไม่ใช่ออร์แกไนเซอร์มือทอง แต่เราแอบสืบรู้มาว่าหลายต่อหลายงานที่สร้างความประทับใจให้กับทั้งบ่าวสาวและแขกเหรื่อล้วนมาจากมันสมองของเขาคนนี้
ทุกคนอยากแต่งงานเพียงครั้งเดียว แล้วก็อยากจะให้เป็นวันพิเศษที่ประทับในความทรงจำตลอดไป
งานแต่งงานเป็นงานที่มีรายละเอียด ต้องไม่ทำเพราะมันเป็นงาน แต่ต้องทำเพราะใจรักที่อยากจะทำ จึงจะออกมาดี งานพวกนี้ใช้ใจและความละเอียดอ่อน เพราะถ้าเป็นออแกไนเซอร์ก็จะรู้ว่าทุกอย่างต้องเป๊ะลงตัวในเวลาที่เหมาะสม และได้ความหมายตามที่คิดกันมา คนทุกคนคิดเหมือนกันหมดว่าอยากจะแต่งครั้งเดียวในชีวิต ฉะนั้นครั้งนี้ต้องเป็นครั้งเดียวที่ประทับใจและสำคัญมาก ต้องหาคนที่มั่นใจว่าจะทำงานนี้ออกมาให้ดีที่สุด เพราะเขาทำครั้งเดียว แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว คู่บ่าวสาวต้องการความประทับใจที่เขาจะจำไปชั่วชีวิตนี่เป็นหน้าที่ของเวดดิ้ง ออร์แกไนเซอร์ ที่จะต้องไปทำการบ้านไปหาข้อมูลไปคิดมา เอามาผูกเป็นเรื่องราวว่าวันนี้เราจะทำธีมอะไรให้กับเขา ผมเคยจัดให้คู่บ่าวสาวที่ทั้งคู่เคยมีครอบครัวมาแล้วมีลูกมาแล้ว ซึ่งรักกันแล้วก็รู้สึกว่าอยากจะใช้ชีวิตร่วมกันในบั้นปลายชีวิต คู่นี้โจทย์ก็คืออยากได้แค่เพื่อนสนิทมาร่วมงาน แต่จะทำอย่างไรให้เพื่อนที่มารู้สึกอบอุ่น มีความสุขที่ได้มา ผมก็ไปคุยกับเพื่อนๆ ของทั้งคู่ แล้วแต่งเพลงขึ้นมาเพลงหนึ่งเป็นเพลงเกี่ยวกับตายายคู่หนึ่ง แล้วก็ให้เพื่อนสิบคนร้องคนละท่อน อัดในห้องอัด เป็นเซอร์ไพรส์ ซึ่งแต่งเพื่อเขา เกี่ยวกับตัวเขา ร้องโดยคนที่เขารัก ไปเปิดในงานแต่งเขา โดยเล่าเรื่องตากับยายที่รักกัน ตั้งใจจะอยู่กันไปจนแก่เฒ่า แล้วก็บอกว่าเขาทั้งคู่คือตายายในตำนานนั้น
สโคปใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อย ก็จัดให้น้องที่รู้จักสองคน ซึ่งชีวิตของทั้งคู่ผ่านร้อนผ่านหนาว ลำบากทุกข์ยากไม่ค่อยมีสตางค์ กอดคอกันร้องไห้มาด้วยกัน เรื่องราวเหล่านี้มันมีที่มา มันสามารถทำให้พิเศษขึ้นมาได้ ตอนนั้นจัดงานในโบสถ์ เตรียมกับฝ่ายชายว่าจะทำเซอร์ไพรส์เจ้าสาว ผมเห็นว่าความประทับใจที่จะเกิดขึ้นจะต้องทำให้เขาจำไปตลอดชีวิตได้ ผมก็แต่งเพลงชื่อแหวน อัดกันในห้องอัด แต่วันจริงผมจะเล่นเปียโนแล้วให้เขาเซอร์ไพรส์เจ้าสาวโดยการร้องเพลงนี้ก่อนสวมแหวน พอวันจริงแทนที่จะให้บาทหลวงนำกล่าว เจ้าบ่าวก็บอกว่าวันนี้เขาจะพูดเอง ผมก็เล่นเปียโน เจ้าบ่าวก็ร้องเพลงแหวน ซึ่งให้กับเธอด้วยความรัก และเป็นความหมายสำคัญที่ชีวิตของฉันจะมีเธออยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น แหวนนี้แทนถ้อยคำจากใจฉันว่ารักเธอมากเท่าไหร่ ให้แหวนนี้บอกเธอว่ารักเธอมากแค่ไหน ให้แหวนนี้แก่เธอคือจะรักเธอตลอดไป... ง่ายๆ สั้นๆ เจ้าสาวก็ร้องไห้ ซึ่งผมก็เตรียมช่างภาพรายล้อมทั้งคู่เพื่อจะถ่ายภาพในวินาทีนั้น จากนั้นก็มาเลือกภาพเหตุการณ์ดังกล่าวทุกมุม มาทำพรีเซนเทชั่นประกอบเพลงแหวนที่อัดไว้ก่อนหน้านี้ แล้วเปิดในงานเลี้ยงเป็นเซอร์ไพรส์ที่สองให้ ซึ่งเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ไม่รู้ ดังนั้นคนที่ไม่ได้ไปโบสถ์และไม่ได้เห็นภาพนี้ก็จะเหมือนอยู่ร่วมในวินาทีนั้นกับคนทั้งคู่ อาชีพนี้เป็นอาชีพที่สนุก ถ้ามีใจรักในการทำ เราจะได้เห็นภาพความประทับใจเกิดขึ้นบ่อยๆ เรากำลังทำงานกับความรักของคน ทำงานกับความสุข ซึ่งการจัดงานอีเวนท์ทั่วไปมันจะไม่ได้อารมณ์แบบนี้ เป็นความท้าทายที่จะต้องตีโจทย์ของแต่ละงาน แต่เมื่อเราทำแล้วสุดท้ายออกมาเป็นแบบที่เราคิด ภาพความประทับใจเกิดขึ้นมีน้ำตา รอยยิ้ม ความรู้สึกดีๆ เกิดขึ้น มันเป็นความรู้สึกดีและประทับใจ ซึ่งมันเป็นอาชีพได้ ข้อสำคัญคือ ต้องมีใจที่อยากจะเห็นความสุขของคน มีความคิดสร้างสรรค์ มีความละเอียดอ่อน และเติมความโรแมนติกเข้ามาด้วย
หลังจากเดินทางไปพูดคุยและทำความเข้าใจกับ 3 มืออาชีพ ผู้มีบทบาทสำคัญในการออกแบบ แต่งเติมชีวิตคู่ของคุณให้สมบูรณ์แบบดังเทพนิยายแล้ว ตอนนี้ก็เหลือเพียงคุณและเขาและการเอื้อนเอ่ยประโยคที่ว่า...เรามาแต่งงานกันไหม
(0)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2583
FOLLOWER

เมธวิน อังคทะวานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิน ครีเอชั่น จำกัด

"จริงๆ ผมก็ไม่ใช่เว็ดดิ้ง ออร์แกไนเซอร์โดยอาชีพ มันเริ่มต้นเพราะการที่ได้เข้าไปช่วยพี่ๆ น้องๆ เพื่อน จัดงานแต่งงาน อาศัยว่าตัวเองเคยออกอัลบั้มเพลง เคยแต่งเพลงให้แกรมมี่ ก็จะแต่งเพลงให้ เล่นเปียโนให้ หรือไปร้องเพลงให้ เป็นพิธีกรให้ รายละเอียดต่างๆ ก็สะสมแล้วก็กลายเป็นให้คำแนะนำได้ หลังๆ มาเลยต้องเข้าไปทำให้แทบทั้งหมดเลย ทั้งคิดธีม บริหารงบ สร้างความประทับใจ จะเน้นไปที่ในส่วนงานครีเอทีฟมากกว่า เพราะจริงๆ แล้วใครแต่งงานก็ตาม ขั้นตอนแบบแผนไม่ต่างกัน แต่ความต่างของมันคือความเป็นคนสองคนนั้น ว่ากว่าที่เขาสองคนจะมาถึงจุดๆ นี้ได้ ซึ่งผมจะให้น้ำหนักตรงนี้มากกว่า
เรื่องเบสิคของงานมันตายตัวมีขั้นตอนลำดับพิธีอยู่แล้ว ส่วนมากคู่แต่งงานก็จะคิดอยู่แล้วว่าอยากจะแต่งในบรรยากาศแบบไหน สถานที่ที่เลือกมามีข้อดีข้อด้อยอย่างไร มาดูว่าจะจัดพิธีที่ไหน จัดเลี้ยงที่ไหน อาหารแบบไหน ในงบประมาณเท่าไหร่ ต้องการเชิญแขกเท่าไหร่ ต้องการความเป็นทางการมากน้อยแค่ไหน บนเวทีคิวจะเป็นอย่างไร มีใครขึ้นไปบ้าง ซึ่งเราจะได้คิดธีมให้ตั้งแต่ต้น คุยเรื่อง สโคปงานกันก่อน ซึ่งสิ่งที่จะทำให้มันพิเศษขึ้นมาได้ คือการเอาครีเอทีฟมาใส่ เพื่อให้คู่บ่าวสาวรู้สึกว่ามันเป็นวันที่พิเศษสำหรับเขา ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ เวดดิ้ง แพลนเนอร์ ต้องดูแลทั้งหมด เพราะบางคู่ไม่เคยแต่งงาน แต่เคยไปงานซึ่งเราก็จะรู้คร่าวๆ แต่พอเอาเข้าจริงก็อาจตกหล่นในรายละเอียด ก็ให้เว็ดดิ้งแพลนเนอร์ไปดูแล เป็นการให้คำปรึกษาในรายละเอียดแต่ละอย่าง เว็ดดิ้ง แพลนเนอร์ นี่ก็เปรียบเหมือนโปรดิวเซอร์ของ เว็ดดิ้ง ออร์แกไนเซอร์ เป็นผู้ควบคุมงานตั้งแต่ต้นจนจบ อย่างผมนี่ ก็ไม่รู้จะเรียกอะไร เพราะทำแทบทั้งหมดเลย (หัวเราะ)
คู่แต่งงานของคนแต่ละช่วงอายุก็จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป อย่างวัยรุ่นมองแค่อยากมีปาร์ตี้สนุกๆ พิธีการไม่อยากมีเลย เพื่อนคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องมาก็ได้ แต่ถ้าเป็นวัยกลางคนจะคิดอีกอย่างคือ ต้องเชิญแขกเหรื่อ ทั้งของตัวเอง พ่อแม่ ญาติ ต้องเป็นทางการหน่อย ส่วนคนที่เคยแต่งงานแล้ว และจัดงานแต่งงานอีกครั้งหนึ่ง เขาอาจต้องการแค่เพื่อนสนิทและงานเล็กๆ ให้ประทับใจพอ ไม่ใช่คู่แต่งงานอยากได้อะไรแล้วตามใจหมดนะ เพราะหน้าที่ของเวดดิ้ง ออร์แกไนเซอร์ คือต้องให้คำปรึกษาที่ลึกกว่านั้น ไม่ใช่อีก 10-20 ปีที่เขาหันกลับมามองแล้วบอกว่าไม่น่าทำอย่างนั้นเลย ต้องมีประสบการณ์แนะนำในสิ่งที่เหมาะสมในสิ่งที่บ่าวสาวต้องการ และไม่ทำให้เขารู้สึกเสียใจในภายหลัง"
1 KEEP
Kullastree
0 LOVES
COMMENT
RELATED ARTICLE
7
2
1
6
3
3
2
2
2
4