พานขันหมาก เริ่มต้นด้วยพิธีสงฆ์ 
• เริ่มด้วยจุดเทียนไหว้พระพุทธ เพื่อทำพิธีสงฆ์ โดยพระสงฆ์เริ่มบทสวด (มีคนนำสวด 1 คนด้วยก็ดี) 
• ตักบาตรหน้าพระสงฆ์ และถวายภัตตาหาร พระสงฆ์ฉันอาหารเช้า ระหว่างนี้ก็จะทำพิธีบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางบริเวณหน้าบ้าน (ถ้าไม่ได้ทำที่บ้าน ก็อาจตัดขั้นตอนนี้ไป) 
• พระสงฆ์ฉันเรียบร้อยแล้ว ก็กรวดน้ำ เสร็จพิธีแล้ว พระก็จะทยอยกลับ 
• เจ้าสาวขึ้นไปเตรียมตัวรอขันหมากบนบ้าน ส่วนเจ้าบ่าวก็จะไปบริเวณที่จัดขบวนขันหมากไว้ เมื่อได้ฤกษ์เคลื่อนขบวน พ่อแม่เจ้าบ่าวและเจ้าบ่าวนำขบวนขันหมากเดินมายังบ้านเจ้าสาว 
• ขันหมาก เป็นขบวนสินสอดทองหมั้น และอาหารคาวหวานที่ฝ่ายชายนำมาให้ฝ่ายหญิง ในสมัยก่อน พิธีหมั้นและพิธีแต่งงาน จะกระทำคนละวันกัน แต่ในยุคสมัยปัจจุบันนิยมจัดกันเพียงวันเดียว ซึ่งพานขันหมากจะประกอบไปด้วย 
• พานขันหมากเอก จะมีหมากดิบ 8 ผล พลู 4 เรียง (เรียงละ 8 ใบ) หรืออาจใช้มากกว่านี้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับธรรมเนียมของแต่ละท้องถิ่น ขอแค่ให้เป็นจำนวนเลขคู่ โดยบรรจุใบเงินใบทอง ถุงเงินถุงทองที่ใส่ข้าวเปลือก ข้าวตอก ถั่วเขียว และงา ซึ่งจัดไว้เพื่อเอาความหมายเกี่ยวกับความเจริญรุ่งเรืองและความงอกงามในวันข้างหน้า ทั้งหมดจัดแต่งอย่างประณีต อาจมีการเย็บใบตองจับจีบประดับ ด้วยมาลัยดอกรักและบานไม่รู้โรย แล้วคลุมด้วยผ้าอย่างดีให้เรียบร้อยสวยงาม 
• พานของหมั้น ซึ่งในสมัยก่อนมักจะเป็นทองรูปพรรณ เครื่องเพชร พลอย สร้อย ต่างหู กำไล หรือแหวนทองมรดกจากบรรพบุรุษ ห่อไว้ด้วยผ้าหรือกระดาษสีแดงให้เรียบร้อย สวยงาม 
• พานหมากโท เป็นเครื่องของประเภทขนมและผลไม้ บรรจุมาในขันหรือภาชนะอื่น เช่น ถาดหรือพาน ชนิดของขนมและผลไม้ไม่จำกัด แต่ส่วนมากมักใช้ชนิดที่นิยมในงานมงคล มีกล้วย ส้ม มะพร้าวอ่อน ขนมชั้น ฝอยทอง ข้าวเหนียวแก้ว กะละแม จัดเป็นคู่ทั้งจำนวนชิ้นขนม จำนวนภาชนะที่บรรจุ
เมื่อความรักของคุณทั้งสองบ่มกันมาจนสุกงอม จนถึงขั้นตกลงที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน การแต่งงานเป็นเรื่องที่สำคัญของทั้งสองฝ่าย เพราะเป็นประเพณี เพื่อประกาศให้เกียรติผู้ใหญ่ในครอบครัวของคนทั้งคู่ ดังนั้น วิธีและการปฏิบัติจึงควรกระทำให้ถูกต้องตามหลักขั้นตอนประเพณี การแต่งงานตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทย จัดว่ามีรายละเอียดค่อนข้างมาก ขั้นตอนดั้งเดิมนั้นก็มากพอสมควร แต่ในยุคสมัยปัจจุบันได้มีการประยุกต์และรวบรัดให้เข้ากับยุคสมัย แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงไว้ซึ่งความถูกต้องของแบบแผนเดิม ซึ่งได้รวบรวมขั้นตอนและพิธีการงานแต่งงานตามขนบธรรมเนียมไทยไว้ดังนี้ ลำดับการจัดขบวน 
ต้องเริ่มต้นด้วยเถ้าแก่ของฝ่ายเจ้าบ่าว ตามมาด้วยคนยกพานหมากเอก พานเงินสินสอด หลังจากนั้นถึงต่อท้ายด้วยคนยกพานหมากโท ต้นอ้อย 1 คู่ ถือเป็นการเอาเคล็ดเรื่องความหวาน ใช้ต้นกล้วย 1 คู่ หมายถึง การมีลูกหลานมากมาย ส่วนวงกลองยาว หากสถานการณ์ไม่อำนวย ไม่ต้องมีก็ได้ เพราะไม่ใช่องค์ประกอบสำคัญ แต่โดยส่วนมากก็มักจะอยากให้มีประกอบอยู่ในขบวนด้วย เพื่อความสนุกสนานเฮฮาของทั้งเจ้าภาพและของแขกที่มาร่วมงาน 
• ฝ่ายเจ้าสาวจะเตรียมให้เด็กผู้หญิงถือพานเชิญขันหมากไว้หน้าบ้าน เพื่อเชิญเจ้าบ่าวเข้าบ้าน 
• เมื่อขบวนขันหมากผ่านเข้ามาจนถึงตัวบ้านแล้ว ฝ่ายเจ้าสาวต้องส่งเด็กผู้หญิงถือพานบรรจุหมากพลูออกมาต้อนรับเถ้าแก่ฝ่ายเจ้าบ่าว เพื่อเป็นการรับขันหมากและเชิญให้เข้าไปข้างในบ้าน เจ้าบ่าวเข้ามาบริเวณบ้านก็จะมีคนคอยกั้นประตูเงิน นาค ทอง ไว้เป็นชั้นๆ เมื่อเจ้าบ่าวเข้ามาในบ้านแล้ว ก็จะขึ้นไปเรียกเจ้าสาวลงมาทำพิธีหมั้น การกั้นประตู คือ การขวางทางขบวนขันหมากฝ่ายเจ้าบ่าวไว้ เมื่อเคลื่อนเข้ามาในเขตบ้านเจ้าสาว โดยใช้คนสองคนถือสิ่งของที่มีลักษณะยาวออกกางกั้นไว้ หากไม่มอบของกำนัลให้ ก็จะไม่ยอมให้ผ่านเข้าไปได้ การกั้นประตูจะต้องทำโดยญาติพี่น้องหรือลูกหลานในครอบครัวเจ้าสาว ส่วนใหญ่มักทำกัน 3 ครั้ง ครั้งแรกใช้ผ้ากางกั้นไว้ เรียกว่า ประตูชัย ประตูที่สองให้ผืนแพร เรียกว่า ประตูเงิน สุดท้าย กั้นด้วยสายสร้อยทอง เรียกว่า ประตูทอง ในแต่ละประตู เถ้าแก่ของเจ้าบ่าวจะต้องเจรจาเพื่อมอบของขวัญ (ส่วนมากนิยมใช้ซองใส่เงิน) ก่อนจะผ่านประตูไปได้ ซึ่งมูลค่าของขวัญมักจะต้องสูงขึ้นตามลำดับด้วย 
• ของในขบวนขันหมากทั้งหมดจะนำมาวางเรียงกันไว้เป็นแถวภายในบ้านเจ้าสาว คนที่ทำหน้าที่เปิดขันหมากก็ทำพิธี และเปิดขันหมากนำเงินทองทั้งหมดมาวางเรียงกันบนพานที่ปูด้วยผ้าที่หุ้มขันหมาก 
• พ่อแม่เจ้าบ่าวเจ้าสาว และญาติๆ นำข้าวเปลือก งาดำ และดอกไม้ต่างๆ (ได้แก่ ดอกดาวเรือง ดอกบานไม่รู้โรย) ที่เตรียมไว้มาโรยบนพาน แล้วกล่าวคำอวยพรให้แก่บ่าวสาว ให้มีความสุขและความเจริญก้าวหน้าในชีวิต 
• เจ้าบ่าวสวมแหวนหมั้น และทองหมั้นต่างๆ ให้แก่เจ้าสาว เจ้าสาวสวมแหวนหมั้นที่เตรียมไว้ให้แก่เจ้าบ่าว เป็นอันเสร็จพิธีหมั้น 

พิธีสวมแหวนหมั้น 
เป็นการประกาศให้ทราบว่า หญิงและชายคู่นี้จะแต่งงานร่วมชีวิตกันในอนาคต โดยมีแหวนหมั้นเป็นตัวแทนของการหมั้นหมายแต่ที่แท้จริงแล้ว ของหมั้นหมายไม่จำเป็นต้องเป็นแหวนเสมอไปอาจใช้ สร้อยคอ กำไล ทองแท่ง เป็นของหมั้น แต่ที่นิยมที่สุดคือแหวน เพราะเป็นของมีค่าที่ทั้งสองฝ่ายสามารถติดตัวได้ตลอดเวลา 
• หลังจากนี้ก็ทำพิธีไหว้ขอขมาพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย เริ่มจากพ่อแม่เจ้าสาว บ่าวสาวก็จะนำพานธูปเทียนแพมาไหว้ และกล่าวคำขอขมาตามที่ผู้ทำพิธีบอก (จำไม่ได้ว่าพูดอะไรบ้าง แต่เหมือนกับบอกว่าสิ่งใดที่ทำผิดต่อท่านไว้ให้ท่านอภัยให้) พ่อแม่รับพานไว้ (จับไว้เฉยๆ) 
• บ่าวสาววางพาน และก้มลงกราบกับพื้น (ถ้าเป็นพ่อแม่ให้ไหว้แบมือ 3 ครั้ง แต่ถ้าเป็นญาตินอกจากพ่อแม่ให้ไหว้ 1 ครั้งไม่ต้องแบมือ) ผู้ที่รับไหว้ก็ผูกข้อมือบ่าวสาว เพื่ออวยพรให้คู่บ่าวสาว และให้ของขวัญแก่คู่บ่าวสาว คู่บ่าวสาวก็มอบของขวัญที่เตรียมไว้เป็นที่ระลึกให้ผู้ที่รับไหว้ หลังจากนั้นก็เป็นพ่อแม่เจ้าบ่าว และตามด้วยญาติๆ ที่มาในงาน 
• ทำพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ เริ่มจาก เจ้าบ่าวเจ้าสาวจุดธูปเทียนไหว้พระพุทธ เสร็จแล้วไปนั่งที่ตั่ง ประธานในพิธีสวมมงคล (ที่พระทำไว้ให้แล้ว) และหลั่งน้ำอวยพรให้บ่าวสาว ตามด้วยพ่อแม่ และผู้ร่วมงานที่เป็นผู้ใหญ่ ขั้นตอนการหลั่งน้ำสังข์ โดยเมื่อถึงเวลาที่กำหนด ให้บ่าวสาวเป็นผู้จุดธูปเทียนบูชาพระ แล้วทั้งสองมานั่งบนตั่งสำหรับหลั่งน้ำ แล้วเชิญประธานในพิธีสวมมงคลแฝดบนศีรษะเจ้าบ่าวเจ้าสาว เจิมหน้าผากด้วยแป้งเจิม แล้วเริ่มหลั่งน้ำสังข์ให้กับคู่บ่าวสาว และให้ศีลให้พรไปด้วย จากนั้นก็เป็นผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะให้พรไปพร้อมกับหลั่งน้ำ ส่วนคิวต่อๆ ไปมักเรียงลำดับตามอาวุโส 
• วิธีจัดตั่งหลั่งน้ำ ได้แก่ โต๊ะหมู่บูชาให้จัดหันหน้าไปทางทิศตะวันออก รวมทั้งตั่งด้วย (ถ้าไม่ใช่ทิศตะวันออก ก็ควรเป็นทิศเหนือ หรือใต้ ไม่ควรเป็นทิศตะวันตก) เวลาทำพิธีให้เจ้าสาวอยู่ซ้ายมือของเจ้าบ่าว ตลอดทั้งตอนพิธีสงฆ์ ไหว้พระ และหลั่งน้ำ ส่วนผู้ที่จัดน้ำมนต์ (ตักน้ำมนต์ใส่ในสังข์) ให้อยู่ขวามือของเจ้าบ่าว ผู้ที่มาหลั่งน้ำก็จะหลั่งน้ำให้เจ้าบ่าวก่อน ตามด้วยเจ้าสาว 
• ผู้ทำพิธี ทำพิธีถอดมงคล 
• เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัว หรือไม่มีฤกษ์แต่ต้องการส่งตัวเลย ก็ให้ส่งตัวบ่าวสาวที่ห้องหอ ให้ผู้ที่ทำพิธี (อาจเป็นประธาน หรือผู้ที่เตรียมไว้ ซึ่งควรเป็นคู่ที่ดี มีชีวิตสมรสราบรื่น มีลูกเยอะๆ) ปูที่นอนเสร็จแล้ว ก็ขึ้นไปนอนเป็นตัวอย่าง แล้วจึงให้บ่าวสาวขึ้นไปนอนบนเตียง 
พิธีปูที่นอน 
เป็นการจัดปูที่นอนในห้องหอคืนส่งตัว เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตของคู่บ่าวสาวต่อไปในอนาคต เดิมนั้นพ่อแม่ฝ่ายเจ้าสาวจะเชิญผู้ใหญ่คู่สามีภรรยา ซึ่งชีวิตครอบครัวมีความสุขสมบูรณ์ ซื่อสัตย์ สุจริต ไม่เคยทะเลาะหรือขัดแย้งกัน ต้องมีลูกแล้วและลูกเป็นคนดีด้วย เพื่อถือเคล็ดว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะได้มีชีวิตคู่ที่ดีเช่นเดียวกัน ผู้ใหญ่ที่ทำพิธีปูที่นอนนี้ต้องอาบน้ำให้สะอาด แต่งตัวเรียบร้อยสวยงามดีก่อน แล้วจึงเข้ามาในห้องหอ เพื่อจัดเรียงหมอน 2 ใบ แล้วปัดที่นอนพอเป็นพิธี ไม่จำเป็นต้องปูที่นอนเองทั้งหมดจริงๆ ก็ได้ จากนั้นจัดวางข้าวของประกอบพิธีลงบนที่นอน อันได้แก่ หินบดยาหรือหินก้อนเส้า ซึ่งใช้ก่อไฟในครัว หมายถึง ความหนักแน่น ฟักเขียว หมายถึง ความอยู่เย็นเป็นสุข แมวคราว (แมวตัวผู้ที่อายุมากแล้ว) หมายถึง การอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน พานใส่ถุงข้าวเปลือก งา ถั่วทองหรือถั่วเขียว ซึ่งล้วนหมายถึง ความเจริญงอกงาม และขันใส่น้ำฝน เป็นความเย็น ความสดชื่นชุ่มฉ่ำ หรือบางแห่งอาจเพิ่มถุงใส่เงินด้วย ในระหว่างจัดวางของจะให้ศีลให้พรไปด้วย จากนั้นผู้ใหญ่ทั้งคู่ก็จะนอนลงบนที่นอนนั้น ฝ่ายหญิงนอนทางซ้าย ฝ่ายชายนอนทางขวา แล้วกล่าวถ้อยคำที่เป็นมงคลต่างๆ แก่ชีวิตคู่ 
การส่งตัว แต่ดั้งแต่เดิมมาผู้ใหญ่จะนำเจ้าสาวเข้ามาส่งตัวในห้องหอ ซึ่งเจ้าบ่าวเข้ามาคอยอยู่ก่อนแล้ว ไม่ใช่ว่าส่งทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้ามาพร้อมๆ กันเหมือนสมัยนี้ การส่งตัวไม่มีอะไรซับซ้อน ส่วนสำคัญของพิธีอยู่ที่คู่ผู้ใหญ่ซึ่งทำพิธีปูที่นอนนั้น พาเจ้าบ่าวเข้ามาในห้องหอ เจิมหน้าผากอวยพร จากนั้นค่อยนำเจ้าสาวเข้าห้องหอตามมา โดยเจ้าสาวต้องกราบพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ฝ่ายของตัวเอง เพื่อเป็นการขอพร เมื่อเจ้าสาวเข้ามาในห้องหอแล้ว แม่เจ้าสาวต้องเป็นผู้พามามอบให้กับเจ้าบ่าว พร้อมพูดจาฝากฝังให้ช่วยดูแล จากนั้นจะกล่าวให้โอวาทเกี่ยวกับการใช้ชีวิตคู่ ในขั้นตอนนี้ ธรรมเนียมบางท้องถิ่นจะให้พ่อแม่เจ้าสาวเป็นผู้กล่าว บางแห่งก็ให้กล่าวทั้งพ่อแม่เจ้าสาวและเจ้าบ่าว หรือบางแห่งให้ผู้ใหญ่คู่เดิมซึ่งทำพิธีปูที่นอนเป็นผู้กล่าวแทนพ่อแม่ไปเลยก็มี ซึ่งพอให้โอวาทจบ ก็ถือเป็นอันเสร็จพิธี
(0)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2581
FOLLOWER

พานขันหมาก

"เริ่มต้นด้วยพิธีสงฆ์
• เริ่มด้วยจุดเทียนไหว้พระพุทธ เพื่อทำพิธีสงฆ์ โดยพระสงฆ์เริ่มบทสวด (มีคนนำสวด 1 คนด้วยก็ดี)
• ตักบาตรหน้าพระสงฆ์ และถวายภัตตาหาร พระสงฆ์ฉันอาหารเช้า ระหว่างนี้ก็จะทำพิธีบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางบริเวณหน้าบ้าน (ถ้าไม่ได้ทำที่บ้าน ก็อาจตัดขั้นตอนนี้ไป)
• พระสงฆ์ฉันเรียบร้อยแล้ว ก็กรวดน้ำ เสร็จพิธีแล้ว พระก็จะทยอยกลับ
• เจ้าสาวขึ้นไปเตรียมตัวรอขันหมากบนบ้าน ส่วนเจ้าบ่าวก็จะไปบริเวณที่จัดขบวนขันหมากไว้ เมื่อได้ฤกษ์เคลื่อนขบวน พ่อแม่เจ้าบ่าวและเจ้าบ่าวนำขบวนขันหมากเดินมายังบ้านเจ้าสาว
• ขันหมาก เป็นขบวนสินสอดทองหมั้น และอาหารคาวหวานที่ฝ่ายชายนำมาให้ฝ่ายหญิง ในสมัยก่อน พิธีหมั้นและพิธีแต่งงาน จะกระทำคนละวันกัน แต่ในยุคสมัยปัจจุบันนิยมจัดกันเพียงวันเดียว ซึ่งพานขันหมากจะประกอบไปด้วย
• พานขันหมากเอก จะมีหมากดิบ 8 ผล พลู 4 เรียง (เรียงละ 8 ใบ) หรืออาจใช้มากกว่านี้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับธรรมเนียมของแต่ละท้องถิ่น ขอแค่ให้เป็นจำนวนเลขคู่ โดยบรรจุใบเงินใบทอง ถุงเงินถุงทองที่ใส่ข้าวเปลือก ข้าวตอก ถั่วเขียว และงา ซึ่งจัดไว้เพื่อเอาความหมายเกี่ยวกับความเจริญรุ่งเรืองและความงอกงามในวันข้างหน้า ทั้งหมดจัดแต่งอย่างประณีต อาจมีการเย็บใบตองจับจีบประดับ ด้วยมาลัยดอกรักและบานไม่รู้โรย แล้วคลุมด้วยผ้าอย่างดีให้เรียบร้อยสวยงาม
• พานของหมั้น ซึ่งในสมัยก่อนมักจะเป็นทองรูปพรรณ เครื่องเพชร พลอย สร้อย ต่างหู กำไล หรือแหวนทองมรดกจากบรรพบุรุษ ห่อไว้ด้วยผ้าหรือกระดาษสีแดงให้เรียบร้อย สวยงาม
• พานหมากโท เป็นเครื่องของประเภทขนมและผลไม้ บรรจุมาในขันหรือภาชนะอื่น เช่น ถาดหรือพาน ชนิดของขนมและผลไม้ไม่จำกัด แต่ส่วนมากมักใช้ชนิดที่นิยมในงานมงคล มีกล้วย ส้ม มะพร้าวอ่อน ขนมชั้น ฝอยทอง ข้าวเหนียวแก้ว กะละแม จัดเป็นคู่ทั้งจำนวนชิ้นขนม จำนวนภาชนะที่บรรจุ"
1 KEEP
Kullastree
0 LOVES
COMMENT
RELATED ARTICLE
7
2
1
6
3
3
2
2
2
4