What is Hong Kong’s Identity? What is Hong Kong’s Identity?
เยี่ยมดีไซน์สตูดิโอ ‘ทูตวัฒนธรรมคนดัง’ ที่ฮ่องกง
หลายปีก่อนตอนไปฮ่องกงครั้งแรก จำได้ว่าฉันไม่ ‘ปลื้ม’ เกาะเล็กๆ อดีตอาณานิคมของอังกฤษแห่งนี้เลยสักนิด ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่ได้เป็นคนพิสมัยการซื้อของ ไม่ได้หลงใหล คลั่งไคล้การช้อปปิ้ง แถมกินอะไรก็ไม่อร่อย เพราะจะสั่งอะไรที่อยากกินก็ทำไม่ได้ ด้วยว่าเมนูท้อองถิ่นส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นภาษากวางตุ้งที่ไม่กระดิกหูเลยสักนิด ที่สำคัญฉันยังไม่ประทับใจอาอัปกิริยามารยาทคนเจ้าถิ่น และคิดเองว่าคนจีนก็คือคนจีน ไม่ว่าจะเป็นปักกิ่ง ฮ่องกง หรือที่ไหนๆ คนจีนก็เสียงดังเอะอะโวยวายเหมือนกันไปหมดทั้งโลก ความไม่ประทับใจในการพบกันครั้งแรกทำให้ฉันมองผ่านข้ามฮ่องกงไปจากลิสต์การเดินทางเนิ่นนานหลายปี พร้อมสรุปเอาเองดื้อๆว่า ที่นี่คงไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าแค่เรื่องอาหารอร่อย บรรดาร้านค้าแบรนด์เนมซีเล็คป็อปชื่อดัง
 จนเมื่อไม่นานมานี้เมื่อคนข้างตัวผู้ซึ่งในชีวิตไม่เคยพิสมัยการชอปปิ้งเลยสักนิด มากกระซิบดังๆให้ฟังว่า เยามีความหลังครั้งเก่าและอยากจะชวนฉันไป ‘ฮ่องกง’ ด้วยกันนั่นแหละ
 “ไม่ใช่แค่เรื่องของกินหรือช้อปปิ้ง ที่จริงแล้วฮ่องกงยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ของการผสมผสาน และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ประเพณี ที่สำคัญศิลปะที่นั่นเท่ ร่วมสมัยและน่าสนใจกว่าที่พลอยคิดไว้... มากก”
  นอกจากจะคะยั้นคะยอให้ไปฮ่องกงด้วยกันให้ได้ เขายังเพียรพยายามในการเสาะแสวงหาสารพัดสื่อทั้งภาพถ่าย หนังสือ หนังสั้น หนังโฆษณา ภาพยนตร์ ฯลฯ มาให้ดู ก่อนจะย้ำทิ้งท้ายไว้คาใจเล่นๆว่า ทั้งหมดที่เอามาให้ดู คืองานดีๆ ที่ได้ชื่อ ‘Made in Hong Kong’ อย่าได้เข้าใจผิดหลงคิดไปว่าเป็นงานของญี่ปุ่น
 นั่นก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันต้องหันกลับมามองฮ่องกงใหม่ ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม
 จากปากคำยืนยันของคนใกล้ตัว ทำให้ฉันตั้งใจจะปรับเปลี่ยนความคิดแบบเดิมที่เคยมี และลองเปิดใจมองฮ่องกงใหม่ว่า การเดินทางมาที่นี่ ‘อาจ’ จะมีอะไรดีๆ ที่น่าสนใจมากว่าแค่การมากิน มาช้อปฯ ฉันจึงเริ่มปฏิวัติความคิดตัวเอง พยายามลบภาพความทรงจำของฮ่องกงที่เคยเห็นมาเป็นการเดินทางครั้งแรก พร้อมกฎเหล็กในการเดินทางตามล่าหาอะไรบางอยาง ที่แสนนะ ‘ฮ่องกงที่สุด’
 เริ่มต้นด้วยการไม่ทำตัวอย่างทัวร์ไทยที่ชอบไปฮ่องกง ไม่เดินทางไปในช่วงเทศการลดราคา ที่ว่ากันว่าเหมาะเจาะกับการไปช้อปปิ้งที่สุด ไม่จองแพ็คเกจตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักที่ว่ากันว่า ‘ถูกที่สุด’ แต่เลือกนอนในสถานที่ ‘ถูกใจ’ ตัวเองมากที่สุด ไม่เลือกปักหลักในฝั่งเกาลูน  ที่ว่ากันว่า ใกล้แหล่งช้อปปิ้งแห่งนั้น ห้างนี้ โดยเลือกฝั่งเกาะฮ่องกงเป็นที่มั่นฐานทัพ แม้คนส่วนใหญ่จะบอกว่าฝั่งฮ่องกงไม่มีอะไรนอกจากสำนักงานอาคาร แต่ด้วยเหตุผลส่วนตัวของฉัน สั้นๆ ง่ายๆ ว่า เกาะฮ่องกงมีรถรางไม้คันเก๋า และยังมีอะไร ‘บางอย่าง’ รอคอยฉันอยู่
วันวานของ ‘เมืองท่าไม้หอม’
‘ฮ่องกง’ ในภาษาจีนหมายถึง ‘เมืองท่าไม้หอม’ มีที่มาจากเมืองกวางตุ้งซึ่งเป็นแหล่งปลูกไม้หอมเพื่อส่งเป็นสินค้าออก ที่มีท่าเรือน้ำลึกทางตอนใต้สุดของจีน ซึ่งเป็นที่ตั้งของเกาะฮ่องกงในปัจจุบัน เป้นศูนย์กลางการค้าตังแต่เมื่อครั้งอดีต แรกเริ่มเดิมที ฮ่องกงเป็นเพียงหมู่บ้านประมงเล็กๆ แห่งหนึ่งในเขตอำเภอชินอัน เมืองเซินเจิ้นของจีน ภายหลังจากที่จีนพ่ายแพ้ในสงครามฝิ่น เกาะฮ่องกงและเกาลูกก็ถูกครอบครองโดยประเทศอังกฤษก่อนที่อังกฤษจะทำสัญญาเช่าซื้อเกาะฮ่องกงกับรัฐบาลจีนในปี ค.ศ. 1898 ทำให้ฮ่องกงตกอยู่ภายใต้การดูแลของสหราชอาณาจักรยาวนานนับร้อยปี
 ด้วยสภาพแวดล้อมที่ถูกปกครองโดยอังกฤษ และความที่ต้องพลัดจากแผ่นดีแม่นานนับศตวรรษ ส่งผลให้ชาวฮ่องกงซึมซับและรับเอารูแบบวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเจริญในต้านต่างๆ ของชาวอังกฤษมาไว้กับตัวเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเจริญทางเศรษฐกิจ ความได้เปรียบด้านภาษา ความผสมผสานทางวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก จนถึงความเป็นสากลในการเข้าสังคมจึงไม่น่าแปลกใจที่คนฮ่องกงรุ่นใหม่จะแนะนำตัวกับคุณด้วยสำเนียงภาษา กิริยา มารยาทและแม้แต่กระทั่งชื่อเสียงเรียงนามที่เป็นภาษาอังกฤษ ไม่ต่างอะไรไปจากสหายชาวตะวันตกผมทองคนอื่นๆ
 เช่นเดียวกันกับเพื่อนใหม่ของฉันคนนี้ ทูตวัฒนธรรมคนดังของ ‘ฮ่องกง’
สิ่งที่ดีที่สุดในทริปแห่งความไม่ประทับใจเมื่อได้มาฮ่องกงครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน คือ การที่ฉันเตร็ดเตร่เดินหลงไปจนได้พบกับร้านเล็กๆ ร้านหนึ่งที่มีชื่อว่า G.O.D และสิ่งเดียวที่ได้ติดไม้ติดมือกลับบ้านมาใน
ทริปนั้นก็คือ  กระเป๋าสตางค์ใบจิ่วพิมพ์ลาย กล่องไปรษณีย์เหล็กหลากสี ที่ได้มาจากร้าน G.O.D นี่แหละ เชื่อไหมว่าตลอดระยะเวลาหลายปีที่ไม่ได้แวะเวียนมาที่นี่ แม้จะไม่คิดถึงฮ่องกง แต่กลับนึกถึงสิ่งละอันพันละน้อย และข้าวของต่างๆ ที่อยู่ในร้าน G.O.D อย่างไม่ลืมเลือน และสิ่งที่ดีที่สุดของการเดินทางมาฮ่องกงในครั้งนี้ คือ การได้มาเยี่ยมสตูดิโอส่วนตัวของเจ้าของร้าน G.O.D คนนี้นี่แหละ ! “เริ่มมาจากความสงสัยว่า ฮ่องกงมีวัฒนธรรมหรือมีอะไรที่เป็นสิ่งดั้งเดิมของเราเองบ้างมั๊ย ซึ่งผมว่ามันเป็นเรื่องอันตรายมาก ผมจึงอยากสร้างสรรค์แบรนด์ของฮ่องกง ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ และทำอะไรที่แตกต่างออกไปเพื่อให้เราได้ภาคภูมิใจในความเป็นฮ่องกง”
อะไรในฮ่องกงที่คุณคิดว่าคุ้มค่ากับการหันกลับมามอง
“ภาษาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่คนทั่วไปไม่เห็นถึงความสำค้ญ”
คำสแลงคำไหนในภาษากวางตุ้งที่คุณชื่นชอบ และได้นำมาประยุกต์กับชีวิตประจำวันที่เห็ฯได้ชัดเจนที่สุด
“Delay No More ในภาษากวางตุ้งมันเป็นคำสบถ มาจากคำว่า Diu lay lo mo ที่แปลว่า ‘ช่างแ-ง’ (หัวเราะ)
มีคนเคยบอกไหมว่า งานอกแบบของคุณกำลังล้ำเส้นเข้าไปสู่การวิพากษ์การเมืองและวัฒนธรรม
“อาจจะใช่ แต่ผมคิดว่าบทบาทของนักออกแบบหรือศิลปินคือการท้าทายเส้นขอบเขตต่างๆ สังคมมักมี
สิ่งที่ล้าหลังอยู่มาก ซึ่งมันมักขัดแย้งกับสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และปมคิดว่าอิสรภาพในการแสดงออกของความคิดทางการเมืองของคนฮ่องกงก็คอนเซอร์เวทีฟเกินไป”
เบื้องหลังสินค้าของ G.O.D คือ วัฒนธรรมฮ่องกง คุณเคยคิดว่าตัวเองเป็นทูตทางวัฒนธรรมของฮ่องกงบ้างมั๊ย
“ผมไม่คิดว่าตัวผมเป็นนะ แต่สินค้าของผมอาจจะเป็น หลายคนบอกว่าสินค้าของเราเป็น Retro บ้างก็ว่าอยู่ในประเภท Kitsch ผมเองก็ไม่รู้จะเรียกตัวเองว่าอะไร แต่ที่แน่ๆ คือ G.O.D ไม่ใช่ทั้ง Kitsch และ Retro”
วัฒนธรรมท้องถิ่นมีบทบาทที่สำค้ญในชีวิตประจำวันของเรามากแค่ใหน
“วัฒนธรรมท้องถิ่น คือสิ่งที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ มันสามารถเชื่อมโยงผู้คนได้ง่ายกว่าการไปเดินในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติมาก ที่ฮ่องกง เรามีพิพิธภัณฑ์แห่งชาติแต่มันก็ดูจะยิ่งใหญ่และหรูหรามากเกินไป จนคนทั่วไปจับต้องไม่ได้ และเข้าไม่ถึง”
อะไรใน ‘ฮ่องกง’ ที่คุณชอบที่สุด
“ผมชอบที่ใครทำมากก็ได้มาก ซึ่งไม่ใช่ทุกที่ในโลกที่จะเป็นแบบนี้ ผมคิดว่าคนฮ่องกงมองโลกในแง่ดีและมีความยืดหยุ่นสูง ฮ่องกงเป็นที่ที่คุณไม่สามารถนั่งเฉยๆ โดยไม่ทำอะไรได้เพราะคุณมักจะถูกผลักดันให้ต้องทำบางสิ่งบางอย่างอยู่เสมอ”
ย่านไหนในฮ่องกงที่คุณคิดว่า ยังคงไว้ซึ่งรูปแบบวิถีชีวิตและวัฒธรรมท้องถิ่นดั้งเดิมที่เป็น ‘ฮ่องกง’ ที่สุด
“ทุกวันนี้ย่านเก่าแก่ต่างๆ ถูกรื้อทิ้งและสร้างเป็นตึกใหม่ขึ้นเกือบหมด แต่ที่ Sham Shui Po ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะของฮ่องกง อยู่ด้วยอย่างครบถ้วน เป็นย่านที่ชนชั้นแรงงานและคนจนอาศัยอยู่ความเจริญก็เลยยังไม่ได้เข้าไปทำลายมัน”
คุณคิดว่า อะไรคือ ‘แก่น’ หรือ ‘เนื้อแท้’ ของความเป็นฮ่องกงที่สุด
“ความแต่ต่างหลากหลายระหว่างวัฒนธรรมจากนานาชาติ การผสมผสานและการวิ่งชนกันของวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก สิ่งที่หาไม่ได้เยสักนิดในฮ่องกงก็คือ ความ ‘บริสุทธิ์’ (Pure) เพราะที่นี่ไม่มีอะไรที่ Pure ที่สุด ทุกกสิ่งเอ็กซ์ตรีมและผสมผสานกันไปหมดทั้งรูป รส กลิ่น เสียง สีสัน และนี่
คือสิ่งที่หาไม่ได้จากสถานที่ใดในโลก”
ข้อแตกต่างระหว่างคนจีน และคนฮ่องกง 
“ที่ฮ่องกงเรามีอิสรภาพทางความคิดอิสรภาพในการสื่อสาร และการแสดงความคิดเห็น เรามักกระโดดเข้า กระโดดออก ระหว่างวัฒนธรรมจากซีกโลกสองฝั่งอยู่เสมอ คนฮ่องกงเป็นพวกเปิดกว้าง ขณะที่คนจีนมักภาคภูมิใจกับความเป็น ‘จีน’ มากกว่า และไม่เปิดรับอะไรใหม่ๆ ผมกล้ายืนยันเลยว่าคนฮ่องกง Sophisticate กว่าคนจีน แม้จะเป็นเมืองธุรกิจที่ดูสับสนวุ่นวาย แต่เรื่องการจัดระบบระเบียบ เรามีความออร์แกไนซ์กว่าจีนมาก ที่สำคัญก็คือวัฒนธรรมตะวันตกดูจะมีอิทธิพลกับเรามากด้วย”
Board: Roaming
(0)
Share
GM
Keep by GM
2469
FOLLOWER

What is Hong Kong’s Identity?

"What is Hong Kong’s Identity?
เยี่ยมดีไซน์สตูดิโอ ‘ทูตวัฒนธรรมคนดัง’ ที่ฮ่องกง
หลายปีก่อนตอนไปฮ่องกงครั้งแรก จำได้ว่าฉันไม่ ‘ปลื้ม’ เกาะเล็กๆ อดีตอาณานิคมของอังกฤษแห่งนี้เลยสักนิด ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่ได้เป็นคนพิสมัยการซื้อของ ไม่ได้หลงใหล คลั่งไคล้การช้อปปิ้ง แถมกินอะไรก็ไม่อร่อย เพราะจะสั่งอะไรที่อยากกินก็ทำไม่ได้ ด้วยว่าเมนูท้อองถิ่นส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นภาษากวางตุ้งที่ไม่กระดิกหูเลยสักนิด ที่สำคัญฉันยังไม่ประทับใจอาอัปกิริยามารยาทคนเจ้าถิ่น และคิดเองว่าคนจีนก็คือคนจีน ไม่ว่าจะเป็นปักกิ่ง ฮ่องกง หรือที่ไหนๆ คนจีนก็เสียงดังเอะอะโวยวายเหมือนกันไปหมดทั้งโลก ความไม่ประทับใจในการพบกันครั้งแรกทำให้ฉันมองผ่านข้ามฮ่องกงไปจากลิสต์การเดินทางเนิ่นนานหลายปี พร้อมสรุปเอาเองดื้อๆว่า ที่นี่คงไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าแค่เรื่องอาหารอร่อย บรรดาร้านค้าแบรนด์เนมซีเล็คป็อปชื่อดัง
จนเมื่อไม่นานมานี้เมื่อคนข้างตัวผู้ซึ่งในชีวิตไม่เคยพิสมัยการชอปปิ้งเลยสักนิด มากกระซิบดังๆให้ฟังว่า เยามีความหลังครั้งเก่าและอยากจะชวนฉันไป ‘ฮ่องกง’ ด้วยกันนั่นแหละ
“ไม่ใช่แค่เรื่องของกินหรือช้อปปิ้ง ที่จริงแล้วฮ่องกงยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ของการผสมผสาน และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ประเพณี ที่สำคัญศิลปะที่นั่นเท่ ร่วมสมัยและน่าสนใจกว่าที่พลอยคิดไว้... มากก”
นอกจากจะคะยั้นคะยอให้ไปฮ่องกงด้วยกันให้ได้ เขายังเพียรพยายามในการเสาะแสวงหาสารพัดสื่อทั้งภาพถ่าย หนังสือ หนังสั้น หนังโฆษณา ภาพยนตร์ ฯลฯ มาให้ดู ก่อนจะย้ำทิ้งท้ายไว้คาใจเล่นๆว่า ทั้งหมดที่เอามาให้ดู คืองานดีๆ ที่ได้ชื่อ ‘Made in Hong Kong’ อย่าได้เข้าใจผิดหลงคิดไปว่าเป็นงานของญี่ปุ่น
"
1 KEEP
GM
0 LOVES
COMMENT