RANONG CALLING สัมผัสความอร่อยหลากหลายในเมืองชายแดนอย่างระนองที่คุณอาจเผลอมองข้ามไป แม้เป็นจังหวัดมีพื้นที่เพียงเล็กน้อย แต่ระนองกลับเป็นศูนย์รวมอาหารริมฝั่งผสมผสานและอัตลักษณ์ด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศ
ความรุ่งเรืองของเมืองระนองในอดีตเคยอู้ฟู่จากการทำเหมืองแร่ดีบุก ก่อนจะเคลื่อนไหวไปอย่างช้าๆ ก้าวข้ามสู่ยุคสมัยของการทำประมง ความคึกคักอันเกิดจากการหลั่งไหลไปมาหาสู่ของผู้คนประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่าทั้งแรงงานอพยพและเข้ามาพักอาศัย แม้ความเปลี่ยนแปลงย่างกรายเข้ามา แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรนัก เพราะระนองยังคงยืนหยัดในความเป็นตัวของตัวเอง ภาพของเมืองโอบล้อมไปด้วยเทือกเขา สายนํ้าสำคัญอย่างกระบุรียังคงรินไหลในความอุดมสมบูรณ์ ณ จุดเชื่อมต่อระหว่างนํ้าจืดและนํ้าเค็ม ตรงบริเวณปากอ่าวคือบริเวณที่รุ่มรวยทรัพยากร ทั้งอาหารทะเล อาหารสด พืชพรรณธัญญาหาร เช่นกันที่ตลาดเช้าสะพานยูงตรงถนนชลระอุในตัวเมืองที่นี่เป็นมุมสงบเรียบง่าย ผู้คนท้องถิ่นยิ้มทักทาย มากด้วยมิตรภาพ ชาวระนองส่วนใหญ่มักขี่มอเตอร์ไซค์ไปตลาดที่นั่นมีร้านค้าตั้งโต๊ะเล็กๆ ขายอาหารสำหรับใส่บาตร ผู้คนพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ พ่อค้าแม่ค้ากับผู้คนมากหน้าหลายตาต่างรู้จักคุ้นเคยกันทั้งนั้น เราเดินเข้าไปตรงหัวมุมตลาด หันไปเห็นอะไรบางอย่างเลยลงไปนั่งยองๆหยิบถุงเล็กๆ ในถาดนั้นขึ้นมาถามด้วยความสงสัย“ตัวเคยสดน่ะหนู ปกติมีมากในช่วงนํ้าลด มันจะชอบว่ายอยู่บนผิวนํ้า ถุงละ 10 บาทเอง เอาไหมจ๊ะ” ป้าสำลี ทองฉิม ตอบแล้วก็ว่าต่อ “กุ้งตัวเล็กตาใสอย่างนี้ เอาไปทำได้หลายอย่างนะ ปกติก็เอาไปทำเคย (กะปิ) นั่นแหละบางบ้านเอาไปฝานใส่หัวหอม พริกขี้หนู บีบมะนาว กินคลุกกับข้าวกับผักเหนาะ ผัดกับหมูกับกุ้งใส่สะตอก็อร่อย หรือจะทำไข่ตุ๋นใส่กุ้งเคยลงไปก็รสชาติดีนะ” ป้าสำลีอธิบายพร้อมสรรพถึงเมนูพื้นบ้าน แล้วยังใจดีจะใส่ถุงให้ฟรีๆ ทำให้ต้องรีบเอ่ยปฏิเสธอย่างเกรงอกเกรงใจ เดินต่อไปยังท้ายตลาดมีแม่ค้าขายผักพื้นบ้านทั้งหัวปลี หน่อไม้ ใบมะม่วงหิมพานต์ ยอดธัมมัง ยอดก้ามปูและผลไม้อย่างกะท้อน มะม่วงเบา ยอดกระถิน ทุเรียนบ้าน “เก็บมาจากสวนท้ายบ้านทั้งนั้นวันไหนเก็บอะไรได้ก็เอามาขาย 5 บาท 10 บาท เดี๋ยวก็หมด” แม่ค้ามุสลิมบอกเล่าตามประสาคนค้าขาย บรรยากาศตลาดเช้าแบบนี้เห็นได้ทั่วไปในระนอง ที่อำเภอกระบุรีก็เช่นกัน ตลาดเช้าเต็มไปผู้คน รถสองแถวไม้ขนคนจากทุกสารทิศมาจับจ่ายของสดตั้งแต่ตี 4 ตี 5 สินค้าในตลาดก็ดาษดื่นไปด้วยอาหารทะเลสดๆ ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา ร้านนํ้าชาเล็กๆ เป็นที่นัดพบของคนในวัยที่ผมเปลี่ยนเป็นสีดอกเลา แต่ใบหน้าและอารมณ์ดูสุขใจสดชื่นอ่อนกว่าวัยหลายเท่าตัวนัก ร้านขายกับข้าวสารพัดอย่าง รวมถึงขนมจีนหลายเจ้าเต็มไปด้วยผักเครื่องเคียงหรือผักเหนาะครบเครื่อง อาหารปักษ์ใต้นั้นมีรสจัดจ้านเผ็ดร้อน โดยเฉพาะแกงเผ็ด ดังนั้นผักพื้นบ้านที่ขึ้นเองตามธรรมชาติจึงเป็นของแกล้มแก้เผ็ดได้ดีเสมอ

เราเห็นลูกเนียงผลกลมๆ ออกรสมันและกรอบ แม้มีกลิ่นฉุนไม่ยอมกันพอๆ กับสะตอดอง ซึ่งใช้วิธีถนอมอาหารแบบปักษ์ใต้ เขาจะดองสะตอจนออกรสเปรี้ยว เก็บได้นานเป็นปี และลูกเหรียงหน่อคล้ายถั่วงอกแต่ใหญ่กว่า มีกลิ่นฉุนนิยมกินสดๆ และนำไปหมานหรือประกอบกับเครื่องปรุงอื่นๆ เช่น ผัดเครื่องแกงไก่ ใส่ในแกงพริกกระดูกหมูหรือเนื้อสับรสชาติเข้มข้น แต่ละอย่างเป็นอาหารใต้แบบพื้นเพดั้งเดิม สืบทอดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น และยังคงรสชาติเข้มข้นผ่านวัฒนธรรมการกินอย่างเด่นชัดไม้แพ้ภาคอื่น ส่วนตลาดเทศบาลใกล้ศาลเจ้าไหหลำกลายเป็นตลาดผสมผสาน มีอาหารจากพี่น้องเพื่อนบ้านที่มีทั้งขนมจีนย่างกุ้งและขนมจีนทวาย โกเล่และมิแต๊ ชาวพม่าพูดไทยชัดช่วยแนะนำเครื่องปรุงอย่างสุภาพ นํ้าขนมจีนนั้นเข้มข้นด้วยเครื่องเทศ ทั้งกลิ่นตะไคร้ พริก กระเทียม หอมใหญ่ พอบีบมะนาวเพิ่มรสเปรี้ยว รสชาติอร่อยแตกต่างไปอีกแบบร้านถัดไปขายยำทวายซึ่งเป็นใบชาจีนหมักยำกับถั่วเหลือง กะหลํ่าปลี หอมใหญ่ รสออกไปทางเปรี้ยวอมเค็ม สุดท้ายมีโอกาสได้ลองชิมหมากพม่า สำหรับผู้หญิง ว่ากันว่ามีสรรพคุณช่วยขับลม หมากนี้เป็นคำเล็กๆ ใช้ใบพลูทา นํ้าปูนสีขาวขุ่นใส่นํ้ามันหอมจากอินเดีย ส่วนหมากก็เติมด้วยมะพร้าวขูดฝอยสีแดงสดฉาบนํ้าตาล เคี้ยวคำแรกหวานฉํ่าอยู่ในที อย่างไรก็ดี ความโชคดีอีกอย่างหนึ่งของคนระนองคือการได้กินอาหารทะเลและปลาสดๆ ตลอดปี แผงปลา หลายเจ้าในตลาด พบเห็นทั้งปลาทู ปลาอินทรี ปลากะพง ปลาดุกทะเล ปลาสำลี ปลาเก๋า ปลาทรายแดง ปลากระบอกปลากระเบนนก ฯลฯ แม่ค้ากับคนซื้อต่างคุยต่อรองราคากันอย่างกันเอง “อยากเห็นปลาเยอะๆ ต้องไปที่สะพานปลาตรงปากนํ้าโน่น เขาประมูลกันทุกเช้าแหละ” แม่ค้าปลาเอ่ยปาก แถมบอกพิกัดเส้นทางเสร็จสรรพ ระนองแม้จะเต็มไปด้วยป่าเขาก็จริง แต่ทางฟากฝั่งตะวันตกนั้นห้อมล้อมไปด้วยผืนทะเล หลังผ่านพ้นยุครุ่งโรจน์ของเหมืองแร่ ผันแปรสู่ความหยุดนิ่งชั่วขณะ ก่อนกลับมายืนหยัดมีสีสันในฐานะเมืองประมง นอกจากความอุดมสมบูรณ์ในน่านนํ้าเองแล้ว ยังมีสัตว์นํ้าจากพม่าซึ่งมีอาณาเขตใกล้กันด้วย โรงงานผลิตอาหารแช่แข็ง โรงปลาป่น ห้องเย็นเกิดขึ้นเรื่อยๆ ส่งสินค้าไปไกลถึงญี่ปุ่นอเมริกา จีน สิงคโปร์ ไต้หวัน ฮ่องกง ฯลฯ ทางการระบุว่าปากนํ้าระนองคือตลาดกลางกระจายอาหารประเภทสัตว์นํ้าใหญ่ที่สุดในภาคใต้ มีมูลค่าการค้าทางทะเลเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ทุกๆ เช้าเป็นที่รู้กันดีว่าตรงท่าเทียบเรือขององค์การสะพานปลาระนองเต็มไปด้วยผู้คน บรรยากาศโหวกเหวกวุ่นวาย ธีระสิทธิ์ จิตวิบูลย์ เจ้าหน้าที่ธุรการประจำองค์การสะพานปลา เล่าว่า องค์การสะพานปลาระนองมีมาตั้งแต่ปี 2505 แต่เพิ่งนำระบบประมูลมาใช้เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2532 พ่อค้าแม่ค้าเจ้าของแพจากต่างถิ่นต่างที่มาประมูลสัตว์นํ้ากันต่อวัน ส่งผลให้เงินสะพัดหมุนเวียนหลายสิบล้าน เพราะมีทั้งขาเล็กขาใหญ่ หลังๆ มาเริ่มมีชาวมาเลเซียและสิงคโปร์เข้ามาประมูล ส่วนรายย่อยเจ้าประจำก็เป็นร้านค้า ร้านอาหาร บ้างก็เป็นกลุ่มโรงงานแปรรูป “อย่าว่าแต่เจ้าใหญ่เลย ช่วงเทศกาลบางทีก็มีคนมาประมูลปลาหมึกหรือกุ้งไปเป็นลัง เพราะรับรองได้ถึงความสด ขนาดปลาตัวเดียวก็ยังมีมาประมูลเลย เขาเอาไปกินฉลองกันในหมู่พี่น้อง แต่เดี๋ยวพอบ่ายๆ ภาพที่เห็นจะหายไปหมด เหมือนฝันเลยนะ ตลาดวายเงียบเชียบ พอพรุ่งนี้เช้ามืดก็กลับมาคึกคักใหม่” จริงอย่างที่ว่า ภาพตรงหน้าพื้นที่แทบทุกตารางเมตรในพื้นที่อาคารกว่า 10 ไร่ เต็มไปด้วยปลาหมึกกองพะเนิน กุ้งตัวโตๆ ในตะกร้า ปลาตัวใหญ่และตัวเล็กตัวน้อยตากลมใสแป๋ว รอวัฏจักรการซื้อขายแลกเปลี่ยนเข้ามาทำหน้าที่ และนี่คืออีกความมั่งคั่งที่เปิดโอกาสให้เราได้เวียนมาสัมผัสความเป็นแหล่งอาหารของเมืองเล็กๆ แห่งนี้ VARIETY IS THE KEY
ใครต่อใครต่างรู้จักระนองผ่านสมญานามเมืองฝนแปดแดดสี่ แม้ทุกวันนี้อากาศแปรปรวน จนเกิดนิยามใหม่ว่าฝนสี่แดดก็สี่ ทว่าในตอนเช้ามืดของทุกวัน คนระนองก็ยังคงดำเนินวิถีชีวิตไหลเลื่อนไปอย่างช้าๆ ไม่แปรเปลี่ยนมากนัก ควันร้อนสีขาวโชยพุ่งจากบ่อพ่อของบ่อนํ้าร้อนสวนสาธารณะรักษะวาริน จุดนัดพบของผู้คนหลายอาชีพทั้งชาวสวน พ่อค้า ข้าราชการในชุดนอกเครื่องแบบ พวกเขายึดการอาบนํ้าแร่ ยืดเส้นยืดสาย ก่อนชีวิตการงานเริ่มต้นเกิดขึ้นเป็นกิจวัตร ขณะที่สภากาแฟดั้งเดิมอย่างเรืองราษฎร์กาแฟและร้านโอภาสต่างยังคงคึกคักไปด้วยลูกค้าเจ้าประจำ รถโพถ้องสีส้มหรือรถประจำทางแบบไม้ของคนท้องถิ่นก็ยังคงจอดรับส่งผู้คนไปตามเส้นทางอยู่ทุกวี่วันส่วนตึกบนถนนสายหลักย่านเก่ายังคงตั้งตระหง่านกลางเมือง ร้านรวงร้านค้าเปิดทำการ แม้สไตล์จะผสมผสานเป็นลูกเสี้ยวตามแบบฉบับคนรุ่นใหม่อยู่บ้าง แต่โครงสร้างตึกเก่าชิโน-โปรตุกีสยังสวยจับใจชวนเหลียวมอง เราใช้เวลาสำรวจความเป็นไปของเมืองเล็กๆ ที่ยังคงแฝงด้วยเสน่ห์ จนพบกับร้านอาหารเจแอนด์ทีสีขาวสะอาดตา ตรงแยกบางส้านของ สนชัย อุ่ยเต็กเค็ง หรือโกเจี๊ยวหนึ่งในตระกูลเชื้อสายชาวจีนฮกเกี้ยนที่อยู่คู่เมืองระนองมากว่า 30 ปี เจ้าของร้านออกมาต้อนรับพร้อมเอ่ยทักทายอย่างกันเอง แม้จะยุ่งวุ่นวายกับกิจธุระตามประสานายกสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดระนอง แต่โกเจี๊ยวก็ยังปลีกเวลาให้ความรู้อาหารแบบครัวจีนว่า ความโดดเด่นนั้นแตกต่างกันไปกับชาวจีนฮกเกี้ยนที่อื่น ชาวจีนในระนองเชี่ยวชาญกิจการเดินเรือและทำประมง เพราะถิ่นเดิมในจีนแผ่นดินใหญ่ก็อยู่ติดทะเล กรรมวิธีปรุงอาหารจึงเน้นพืชผักนานาชนิดและอาหารทะเล มักใช้เต้าหู้ยี้ เต้าเจี้ยวถั่วเหลืองและถั่วดำเป็นเอกลักษณ์ ใช้นํ้าส้มปรุงรสพร้อมกับนํ้าซุปใสซดคล่องคอ บางอย่างก็คล้ายกับอาหารกวางตุ้งและไหหลำ ที่สำคัญชาวจีนในระนองส่วนใหญ่สืบเชื้อสายฮกเกี้ยนและไหหลำ เมนูโบราณมีหลงเหลือให้เห็นไม่กี่อย่างแล้ว“พรรณทิภา อุ่ยเต็กเค็ง” แม่บ้านและแม่ครัวประจำร้านช่วยอธิบายเมนูอร่อยแถมยังยกเสิร์ฟทุกจานให้ได้ลิ้มลองหมูค้อง (ที่ภูเก็ตเรียกหมูฮ้อง) ที่นี่จะนิยมใช้หมูสามชั้นกับเนื้อตรงสะโพก มาล้างสะอาดผัดด้วยไฟกลางๆ แล้วใส่ซีอิ๊วดำสูตรเฉพาะ เติม เกลือ นํ้าตาลทรายแดง กระเทียมพริกไทย โป๊ยกั๊ก ผัดจนนํ้ามันออกจากเนื้อหมู จากนั้นก็เติมนํ้าแล้วเคี่ยวต่อจนหมูสุกนุ่ม เคี่ยวจนงวดมีนํ้ามันเคลือบเนื้อหมู เป็นอันเสร็จพิธี ชิมแล้วรสชาติกลมกล่อมลงตัวของอร่อยจานถัดมาคือชุนเปียะ หน้าตาคล้ายหอยจ๊อ แต่ที่นี่ใช้หมูสับปนตับหมูผสมเนื้อปูลงไป ทอดร้อนๆ จนเป็นสีเหลืองทอง หั่นเป็นชิ้นๆ พอคำ กินเคียงกับนํ้าจิ้มรสหวานส่วนจานพิเศษคือยาวเย ชาวจีนกวางตุ้งเรียกเหยาเย เป็นจานสำรับซึ่งประกอบด้วยผักบุ้งลวก แตงกวาหั่นพอคำจานนี้พิถีพิถันกับการคั่วถั่วลิสงและงาขาวจนมีกลิ่นหอมหั่นเต้าหู้ทอดเป็นชิ้นเล็กๆ ตามด้วยกุ้งแห้งและกระเทียมเจียวใหม่ๆ บางแห่งใส่ปลาหมึกฝอยตากแห้งด้วย จากนั้นหยิบเครื่องปรุงแต่ละอย่างลงจานแล้วราดด้วยนํ้าซอสสีแดง สมัยก่อนนํ้าจิ้มจะมีสองนํ้า แยกหวานเผ็ดและอมเปรี้ยว แต่ทุกวันนี้ประยุกต์ให้ถูกปากจนเป็นนํ้าจิ้มรสเดียวสีเข้มออกรสหวานนำเปรี้ยวตาม ทั้งหมดเป็นหนึ่งในเมนูหายาก ทุกวันนี้มีร้านขายเหลืออยู่ไม่กี่ร้านเท่านั้น ไม่ใช่แค่อาหารจีนเท่านั้น ออกไปนอกเมืองราว 15 กิโลเมตร คุณจะพบโรตีนิสรา จากบ้านหงาวที่มีชื่อเสียง กิตติมา มะเดช เล่าย้อนการสืบตำนานความอร่อยจากอับดุลมายิด มุสลิมเชื้อสายปากีสถาน ผู้นำสูตรความอร่อยมาจากมหาสมุทรอินเดียอันไกลโพ้น เริ่มต้นขายตั้งแต่ร้านรถเข็นเล็กๆ ตระเวนขี่มอเตอร์ไซค์ลัดเลาะไปตามหมู่บ้านทุกวันนี้ลูกหลานสืบทอดกิจการในตลาดหงาวจนใหญ่โตแป้งที่นวดหนาทอดกรอบกินอร่อยคู่กับนมข้นโรยนํ้าตาล เสาร์อาทิตย์ขายคู่กับแกงมัสมั่นเนื้อกลิ่นหอมฉุยและฉํ่าด้วยเครื่องเทศ จิบคู่กับกาแฟร้อนหรือชาร้อนเป็นอีกความโอชะคู่เมืองระนอง ใครไปใครมาเห็นทีต้องแวะมาชิมถึงร้าน

สิ่งที่เล่ามาทั้งหมดนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของชาติพันธุ์ที่นำเอาตำรับหลากหลายในเมนูอาหารเข้ามา จนกลายเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมการกินอาหารของคนระนองไปโดยปริยาย
(3)
Share
LonelyPlanet
Keep by LonelyPlanet
1859
FOLLOWER

RANONG CALLING

"สัมผัสความอร่อยหลากหลายในเมืองชายแดนอย่างระนองที่คุณอาจเผลอมองข้ามไป แม้เป็นจังหวัดมีพื้นที่เพียงเล็กน้อย แต่ระนองกลับเป็นศูนย์รวมอาหารริมฝั่งผสมผสานและอัตลักษณ์ด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศ"
1 KEEP
LonelyPlanet
3 LOVES
100006428629053
tleaha
jiraphans
COMMENT