PRETTY ORTA นอกจากนี้ แกลเลอรี่ภาพถ่ายขายงานรีโพรดักชั่นของช่างภาพ Wolfgang Schadow ก็เท่น่าสนใจ เขาสร้างโปรเจ็คท์ถ่ายภาพขาวดำมุมต่างๆ ที่เป็นความทรงจำของชาวออร์ต้า อย่างเบเกอรี่โบราณที่ปิดตัวไปแล้ว ร้านรวงต่างๆ ที่อยู่คู่ท้องถิ่น โบสถ์ วิหาร ฯลฯ โดยช่างภาพจะนำพาลูกบอลยักษ์สีแดงไปตั้งวางไว้ในจุดต่างๆ ทั่วออร์ต้า ลองแวะไปชม
ได้ที่ Orta Arte Galleria D’Arte Contemporanea (www.artarte.com)
แล้วรับรองว่าคุณจะได้ไอเดียเดินเที่ยวสำรวจเมืองน่าสนใจอีกหลากหลายจุด นอกเหนือจากการไปเยือนโบราณสถาน Holy Mount Sacro Monte of St.Francis ที่ซึ่งว่ากันว่านักเขียนดังอย่างนิตท์เช่ (Friedrich Nietzsche) ได้มาดื่มด่ำกับบรรยากาศยามบ่ายที่ชวนเคลิ้มใจบนภูศักดิ์สิทธิ์ดินแดนมรดกโลกนี้ ที่เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของออร์ต้าอันน่าไปเยี่ยมเยือนยามบ่าย ก่อนจะลงเขามาปิดท้ายวันกันที่ Al Boeuc (Via Bersani 28) ไวน์บาร์เล็กๆ เก่าแก่หลายร้อยปี ที่มีไวน์เสิร์ฟเป็นแก้ว พร้อมโคลคัต ชีสพื้นถิ่น และเครื่องจิ้มรสดีสูตรเฉพาะของร้านในบรรยากาศการกินดื่ม
แบบโบร่ำโบราณ

*ออร์ต้าอยู่ห่างจากมิลานเพียง 1 ชั่วโมงโดยทางรถยนต์ ส่วนการเดินทางโดยรถไฟ เลือกสาย Novara - Domodossola ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ (www.ferroviedellostato.it) และรายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับออร์ต้า ลองคลิกเข้าไปที่ www.distrettolaghi.it/en/webcam/
lake-orta และ www.orta.net/eng1/indexe.htm เว็บนี้มีที่พักในออร์ต้าให้เลือกหลายแห่ง
หรือจะคลิกเข้าไปเลือกชมที่ http://lagodortahotels.com/ มีสองที่พักวิวทะเลสาบน่าสนใจให้ยล
PRETTY ORTA
ในบรรดา ‘The Lakes’ หมู่เมืองริมทะเลสาบแสนสวยทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ทะเลสาบโคโม่ (Lake Como) เป็นที่รู้จักดีที่สุด ไกด์พลอยเองก็พาคุณผู้อ่านไปเยี่ยมเยือนมาแล้วเรียบร้อย คราวนี้ถึงคิวทะเลสาบน่ารักที่สุดกันบ้าง ที่นี่ถูกเปรียบเปรยไว้มากมายหลายสมญานาม และว่ากันว่า
เป็นมุมแอบซ่อนในหมู่ชาวอิตาเลียนที่เก็บไว้ไม่อยากบอกใคร ให้แห่กันมามากมาย ไปทำความรู้จักกับทะเลสาบน่ารักที่ชื่อว่าออร์ต้า(Lake Orta) กันเลยค่ะ Orta ถูกเปรียบว่าเป็นน้องนุชสุดท้องของหมู่เมืองริมทะเลสาบ น้องสาวคนเล็กสวยงามสมบูรณ์แบบ แต่ถูกรัศมีความดังของพี่ๆ บังมิด ทั้ง Lake Como และ Lake Maggiore ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน มีภูสูง Monte Mottarone กั้น ทำให้ออร์ต้าสวยสันโดษหลบตัวอยู่เงียบเชียบ (ต่างจากสองเลคผู้พี่ที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว) ออร์ต้ายังได้รับอีกหนึ่งคำเปรียบว่าเหมือนเป็นเจ้าหญิงนิทราผู้หลับไหลบ้าง เป็นซินเดอเรลล่ารอเจ้าชายบ้าง 

เทพนิยายถูกยกมาหลายเรื่องเช่นนี้ ไม่น่าแปลกใจว่าออร์ต้าเป็นเมืองเล็กภาพลักษณ์น่ารัก ทว่ามีความลึกลับนิดๆ เจือ ราวกับมีมนตราคลุมเมืองอยู่ ด้วยทำเลที่ตั้งอันมีทั้งป่าสวย ตัวเมืองลดหลั่นกันมาจากเนินเขา ทอดยาวลงมาสู่จัตุรัสเปิดโล่งริมทะเลสาบซึ่งมองไปมีทัศนียภาพ
ไม่ซ้ำใคร เห็นเกาะเล็กพร้อมอาคารโบราณโผล่ขึ้นมากลางทะเลสาบสวยสงบ เกาะนี้มีชื่อว่า Island of St. Giulio ซึ่งจากบนฝั่งเมืองเก่าที่เรายืนอยู่ นั่งเรือไปได้สบายมาก ห้านาทีถึง ยิ่งจากโต๊ะรับประทานอาหารร้านโปรดของพี่บึ้ก เพื่อนร่วมทางของดิฉัน เห็นเกาะน้อยนี้สวยดูดตาน่านั่งมองไม่รู้เบื่อ มีเรือพายของนักท่องเที่ยวมาเกยฝั่งเป็นพร็อพเป็นระยะๆ
เติมมู้ดน่าสนุก วีนุส (Venus - วีนัส ออกเสียงแบบอังกฤษ) www.venusorta.it/ Ristorante ร้านโปรดของพี่บึ้ก เป็นร้านอาหารที่ดูทัวริสตี้สุดขีดค่ะ ด้วยทำเลริมเลคทำให้ใครต่อใครก็อยากมารื่นรมย์ชมวิวกินอาหารที่นี่กันเนืองแน่นร้าน ทีแรกดิฉันยึกยักไม่ยอมกิน เพราะต้องการกินร้านอาหารด้านในตรอกเล็กๆ (Alley) ที่มีกลิ่นอายของเมืองยุค Medieval อย่างร้าน Edera (Trattoria Ristorante bar Edera Via Bersani,15) เพราะอ่านบทความของนักเขียนบีบีซีมา ฮีว่าเด็ด ชาวท้องถิ่นนิยม “ทำไมต้องเชื่อบีบีซี พี่จะกินร้านนี้ พี่จะดูวิว ใครจะทำไม พี่เป็นนักท่องเที่ยว” แป่วววว
ค่ะค่ะ ตามใจคุณพี่ค่ะ พอสั่งอาหารมาปุ๊บ คุณพี่นักท่องเที่ยวก็ยิ้มร่า เพราะว่าอร่อยเด็ดทุกจาน! “อย่ามาดูถูกนักท่องเที่ยว” he เคี้ยวอาหารไปสามคำก็หันมาทำหน้าผยอง เราอึ้งทึ่งกับเมนูปราบเซียนของโปรดมากค่ะ Steak Tartare เนื้อดิบปรุงรส จานนี้ที่ฝรั่งเศสกับเบลเยี่ยมหาอร่อยๆ รับประทานง่ายมาก ขณะที่ในอิตาลีสั่งร้านไหนก็ไม่อร่อยเท่า มาเจอที่วีนุสนี่แหละ แถมปรุงแบบสร้างสรรค์แตกต่างจากที่เคยรับประทานมามีครีมซอสสูตรพิเศษเคียงมา
รอบเนื้อดิบ วางซูคินี่หั่นเป็นเส้นโรยทับกันไปมาก่อนโปรยด้วยชีส เสิร์ฟพร้อม
บิสกอตติพิสตาชิโอ หูย อร่อยแปดดาว พาสต้ามาพร้อมไข่ดิบ เห็นจานนี้แล้วสรุปเลยว่าเป็นอิตาเลียนสมัยใหม่ ไม่ใช่ traditional cooking บ้านๆ แบบดั้งเดิม ขนมหวานร้านวีนุส ก็อลังการพยายามประดิษฐ์แนวกูร์เม่ต์มิชลินดี พูดถึงมิชลินของแท้ นั่นหมายถึงโรงแรมที่เราพักค่ะ Hotel Villa Crispi (www.hotelvillacrespi.it) เพราะที่นี่มีเชฟมิชลิน (สองดาว) ประจำการอยู่ เหล่านักชิมต่างมุ่งหน้ามารับประทานอาหารที่นี่ ตอน
เช็คอินดิฉันถึงกับอ้าปากหวอกับบรรดารถซูเปอร์คาร์ เฟอรารี่ ปอร์เช่ ลัมโบกินี่ จอดเท่เรียงรายอยู่บนถนนโรยกรวดของโรงแรม ไฮโซมิลาโน่ ขับมารับประทานอาหารกัน จากมิลานมาออร์ตาชั่วโมงเดียวเท่านั้น โฮเต็ลนี้มีห้องไม่แยะ จัดอยู่ในกลุ่ม SLH (Small Luxury Hotel) ตัวโรงแรมเป็นอาคารสถาปัตยกรรมและอินทีเรียร์พราวพร้อยสไตล์อาหรับเพราะท่านเจ้าของผู้สร้างเป็นพ่อค้าวาณิชย์ที่หลงรักกลิ่นอายอาระเบียมาจากการเดินทางเยือนตะวันออกไกล จนขอสร้างอาคารที่เราแอบเรียกว่าปราสาทมัวริชไว้ ณ ริมฝั่งเลค ออร์ต้า กลายเป็นแลนด์มาร์คหนึ่งของเมืองมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 โรงแรมอยู่ห่างออกไปจากตัวเมืองเก่า Orta San Giulio หน่อย โครงสร้างด้านในงามละเอียดมาก แต่ห้องพักดิฉันไม่ประทับใจมากนัก สงสัยห้องที่เราได้มืดไปหน่อยและประตูไม้สวยบางไม่ค่อยเก็บเสียง ระเบียงเห็นทะเลสาบอยู่ลิบๆ ไม่ได้งามตามากรู้อย่างนี้พักโรงแรมบ้านๆ ในตัวเมืองเก่าดีกว่า หนึ่งเดียวที่ชอบสุดในโรงแรมหรูแห่งนี้คือมุมรับประทานอาหารเช้าค่ะ มีโต๊ะเดียวที่มองเห็นสวนสวยสดชื่นด้านนอกได้เต็มตาอาหารเช้าก็อร่อยทีเดียว ไข่สแครมเบิลเนื้อเนียนถูกปาก นอกนั้นถูกตัดคะแนนหมด เพราะเราโชคไม่ดีไปพักตอนมีคนมาจัดงานอีเว้นท์ที่โรงแรมพอดี อีกประเดี๋ยวสวนเขียวสวยที่นั่งมองก็ถูกเต็นท์ขาวขนาดใหญ่มาจับจอง และแขกเหรื่อเนืองแน่นมาก เราจึงรีบหนีออกไปชมเมืองอันสงบสบายกว่า ค่อยสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเจ้าหญิงนิทราหลับไหลหน่อยณ จุดนี้สอนให้รู้ว่าบางครั้งการเลือกโรงแรมที่ดีที่สุดในเมืองก็พลาดได้ แป่ววววที่สองของไกด์พลอยค่ะ ตามตำนานความเชื่อโบราณ Saint Giulio จากกรีกได้มาจัดการปราบและขับไล่สัตว์ร้ายในเทพนิยายอย่างมังกรและงูดุร้ายให้ไปไกลจากถิ่นนี้และต่อมามีการสร้างศาสนสถานขึ้นบนเกาะ ปัจจุบันซากปราสาทโบราณ โบสถ์ วิลล่า ที่ถูกก่อสร้างขึ้นในหลากหลายยุคยังคงหลงเหลืออยู่อย่าง
เงียบสงบบนเกาะน้อยที่มีร้านอาหารเพียงแห่งเดียว Ristorante San Giulio อยู่ในปีกหนึ่งของวิลล่าเก่า Villa Tallone ที่ซึ่งคุณอาจได้พบกับเจ้าสาวแสนสวยยืนโพสนิ่งผ้าคลุมหน้าสีขาวลูกไม้พราวปลิวไสวชวนให้
ตื่นตะลึงเมื่อแรกเห็นว่านางมีอยู่จริงหรือไร จนทำให้ต้องหันซ้ายขวาเลิ่กลั่กถึงจะเจอกองทัพช่างภาพพร้อมทีมเวดดิ้งสตูดิโอ กำลังกำกับให้เจ้าบ่าวค่อยๆ เดินเข้าไปในเฟรมกล้อง ข้ามฝั่งขึ้นเรือกลับไปในตัวเมืองเก่าก็เช่นกันค่ะ บรรยากาศทางเดินแคบเล็กโบสถ์ใหญ่สวยบนเนิน (The Church of Santa Maria Assunta) โบสถ์เล็กโบราณในตรอกเล็ก อาคารสำคัญต่างๆ หลอมรวมสร้างภาพ ให้ออร์ต้าเหมือนเมืองในเทพนิยายกระมัง ส่งผลให้บ่าวสาวหลายคู่นิยมมาสมรสกันที่เมืองนี้และเดินถ่ายภาพแต่งงานว่อนหลายคู่ เวดดิ้ง สตูดิโอเปิดกิจการสง่าอยู่ในหมู่ร้านของศิลปินหลากหลายแขนง หนึ่งในร้านเด่นประจำเมืองที่ผู้คนเดินเข้าออกซื้อของฝากแยะสุดคือร้าน Penelope (http://penelope-orta.it/en.html) ที่นี่คือแหล่งรวมงานผ้าลินิน ผ้าทอใยธรรมชาติ ที่ใช้เทคนิคบล็อคไม้ (Bertozzi Stampe) แกะไม้เป็นลายดอกแนวนิยมในศตวรรษที่ 18 และใช้มือตอกให้สีบนบล็อคติดบนผ้าตามกรรมวิธีที่สืบสานกันมา ร้านของศิลปินหญิงชาวท้องถิ่นนามว่า Giovanna Campobello ก็น่าสนใจค่ะ โจวานน่าสร้างงานเซรามิกสีสวยหลากหลายให้เลือกสรรวางกองอยู่เต็มร้านของเธอชื่อ Arte della Ceramica (Piazza
Ragazzoni 7) เหยือกเล็ก ถ้วยกาแฟ ของประดับสวนชิ้นจิ๋ว งานทำมือมีเอกลักษณ์ในโทนสีแบบอิตาเลียนชนบท เหลือง น้ำเงิน เขียว ขณะที่ร้านรวงขายของที่ระลึกอื่นๆ ในเมืองก็เต็มไปด้วยเครื่องใช้ดีไซน์กริ๊บๆ สนุกๆ แบรนด์ Alessi อันโด่งดัง วางขายให้เลือกหลายหลากกรุบกริบ สำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปเยือนเอ๊าท์เล็ต อเลซซี่อยู่ทางเหนือของเลค ออร์ต้าในเมืองเล็กๆ ชื่อ Omegna (Alessi Factory Outlet, Via Privata Alessi 6)
(5)
Share
madamefigaro
Keep by madamefigaro
1570
FOLLOWER

PRETTY ORTA

"นอกจากนี้ แกลเลอรี่ภาพถ่ายขายงานรีโพรดักชั่นของช่างภาพ Wolfgang Schadow ก็เท่น่าสนใจ เขาสร้างโปรเจ็คท์ถ่ายภาพขาวดำมุมต่างๆ ที่เป็นความทรงจำของชาวออร์ต้า อย่างเบเกอรี่โบราณที่ปิดตัวไปแล้ว ร้านรวงต่างๆ ที่อยู่คู่ท้องถิ่น โบสถ์ วิหาร ฯลฯ โดยช่างภาพจะนำพาลูกบอลยักษ์สีแดงไปตั้งวางไว้ในจุดต่างๆ ทั่วออร์ต้า ลองแวะไปชม
ได้ที่ Orta Arte Galleria D’Arte Contemporanea (www.artarte.com)
แล้วรับรองว่าคุณจะได้ไอเดียเดินเที่ยวสำรวจเมืองน่าสนใจอีกหลากหลายจุด นอกเหนือจากการไปเยือนโบราณสถาน Holy Mount Sacro Monte of St.Francis ที่ซึ่งว่ากันว่านักเขียนดังอย่างนิตท์เช่ (Friedrich Nietzsche) ได้มาดื่มด่ำกับบรรยากาศยามบ่ายที่ชวนเคลิ้มใจบนภูศักดิ์สิทธิ์ดินแดนมรดกโลกนี้ ที่เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของออร์ต้าอันน่าไปเยี่ยมเยือนยามบ่าย ก่อนจะลงเขามาปิดท้ายวันกันที่ Al Boeuc (Via Bersani 28) ไวน์บาร์เล็กๆ เก่าแก่หลายร้อยปี ที่มีไวน์เสิร์ฟเป็นแก้ว พร้อมโคลคัต ชีสพื้นถิ่น และเครื่องจิ้มรสดีสูตรเฉพาะของร้านในบรรยากาศการกินดื่ม
แบบโบร่ำโบราณ
*ออร์ต้าอยู่ห่างจากมิลานเพียง 1 ชั่วโมงโดยทางรถยนต์ ส่วนการเดินทางโดยรถไฟ เลือกสาย Novara - Domodossola ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ (www.ferroviedellostato.it) และรายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับออร์ต้า ลองคลิกเข้าไปที่ www.distrettolaghi.it/en/webcam/
lake-orta และ www.orta.net/eng1/indexe.htm เว็บนี้มีที่พักในออร์ต้าให้เลือกหลายแห่ง
หรือจะคลิกเข้าไปเลือกชมที่ http://lagodortahotels.com/ มีสองที่พักวิวทะเลสาบน่าสนใจให้ยล"
1 KEEP
madamefigaro
5 LOVES
nongmai.ete
twanee
Meepooh
waneejang
Aonnisritongkim
COMMENT