Mask Dance ระบำหน้ากาก การแสดงนาฎศิลป์พื้นเมืองของชาวศรีลังกาที่ Kandyan Cultural Centre Hall โดยการแสดงจะประกอบไปด้วยการฟ้อนรำประกอบดนตรีปี่และกล่องที่เรียกว่ามังคละเกรี ซึ่งจะใช้ตีพิธีมงคลขับไล่สิ่งชั่วร้ายโดยการร่ายรำจะมีหลากหลายแบบ แต่การแสดงที่ประทับใจและตื่นตาตื่นใจที่สุด เห็นจะเป็น Mask Dance ระบำหน้ากาก โดยได้ยกเอาตอนที่พญาครุฑฆ่าพญานาค ซึ่งเป็นการแสดงเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายอีกสิ่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นจุดดึงดูดสายตาของการแสดงนี้คือหน้ากากอันใหญ่ที่เต็มไปด้วยศิลปะการวาดลวดลายและสีสันสดใสงดงาม จนกลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งประจำศรีลังกาที่เรามักจะเห็นตามร้านขายของที่ระลุกทั่วเกาะลังกา
‘อายุบวร’ คำทักทายง่ายๆ ที่ขอให้มีความสุขและอายุยืนยาว บ่งบอกถึงความใจดีและมีเมตตาของชาวเมืองศรีลังกา ที่ถึงแม้รูปลักษณ์ภายนอกออกจะดูน่ากลัวไปสักหน่อยในสายตาของคนไทยแต่หากภายในกลับส่งพลังจริงใจผ่านออกมาเป็นรอยยิ้ม จนคนที่ถูกส่งยิ้มให้ รู้สึกอิ่มเอมใจได้ไม่เบา หากเอ่ยถึงประเทศศรีลังกา หลายคนมักจะนึกถึงภาพของการเป็นเมืองมรดกโลก การทัวร์แสวงบุญตามสถานที่สำคัญทางศาสนา และแหล่งผลิตชาชีลอนชื่อดัง แต่สำหรับทริปครั้งนี้เรียกได้ว่าพิเศษกว่าทริปอื่นๆ เพราะเราได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสกับอีกมุมหนึ่งของศรีลังกาที่ต่างออกไปจากภาพลักษณ์เดิมๆ นั่นก็คือการเที่ยวศรีลังกาแบบ Extreme แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เราก็ไม่พลาดที่จะเข้าไปสัมผัสกับเสน่ห์ของศรีลังกาที่ใครๆ ต่างการันตีว่าควรต้องไป ... เพียงแค่นึก เราก็ตื่นเต้นแล้ว จากนครแคนดี้ เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อไปยังเมืองกิตูคารา อันเป็นสาถานที่ที่เราจะได้พิสูจน์ความกล้า เอาชนะความกลัว นั่นคือกิจกรรมการล่องแก่ง ซึ่งจะต้องฝ่าด่านอุปสรรคอันเป็นโขดหินมากมายไปตามสายน้ำกัลยาณี ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว ชมความงามของทั้งสองฝั่งแม่น้ำที่เต็มไปด้วยสีเขียวขจีของป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ และวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ถึงแม้จะดูธรรมดาสำหรับเขา แต่สำหรับเรากลับเป็นเสน่ห์ที่ยากจะพบเห็นได้โดยทั่วไป สำหรับกิจกรรมล่องแก่งในครั้งนี้ จัดเป็นกิจกรรมที่ถือได้ว่าแหวกแนวสุดๆ และไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสกันสักเท่าไหร่นัก นับเป็นโอกาสที่พิเศษมากๆ สำหรับคณะของเราที่ได้มาร่วมทำกิจกกรมนี้ การล่องแก่งของที่นี่จัดว่ามีความโหดระดับปานกลาง แต่ก็สามารถทำให้ฮอร์โมนอะดรีนาลินสูบฉีดได้คล่องกันเลยทีเดียว พระเขี้ยวแก้วจะถูกรักษาไว้เป็นอย่างดี เพราะเชื่อกันว่าหากเมื่อใดที่พระเขี้ยวแก้วถูกนำออกนอกเกาะลังกา จะภัยพิบัติมาสู่ประเทศชาติ ดังนั้นพระเขี้ยวแก้วจึงถูกนำมาประดิษฐานอยู่ในเจดีย์ทองคำและผอบทองคำถึง 7 ชั้น ตั้งอยู่ในห้องกระจกกันกระสุนที่อยู่ในหอที่มีประตูเงินและประตูทองหนา 1 ศอก 3 ชั้น และกั้นเป็นเขตหวงห้ามซึ่งบุคคลพิเศษเท่านั้นที่จะเข้าไปสักการะได้ แต่จะมีการเปิดประตูหอเป็นเวลา คือ 05.30 น. 09.30 น. และ 17.30 น. เพื่อให้ประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางเข้าไปสักการะใกล้ๆ สามารถมากราบไหว้ได้ เพื่อข้ามไปยังอีกฟากหนึ่ง อันเป็นที่ตั้งของวัดดาลดามัลลิกาวะหรือวัดพระเขี้ยวแก้วหากใครตั้งใจมากราบนมัสการเพื่อรับพลังศักดิ์สิทธิ์จากพระธาตุเขี้ยวแก้วนี้ มีข้อควรรู้อยู่ 1 ข้อ คือจะต้องนุ่งเสื้อขาวเท่านั้น แต่ท่อนล่างจะใส่กางเกงหรือกระโปรงก็ได้ ไม่เป็นไร วัดดาลดามัลลิกาวะนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นกำแพงล้อมรอบ ชั้นที่ 2 เป็นกุฎิของพระสงฆ์ และขั้นที่ 3 เป็นที่ประดิษฐานของพระเขี้ยวแก้ว โดยจะมีหลังคาสีทองคลุมอยู่เป็นอาคารสูง 2 ชั้น ชั้นล่างจะมีสัญลักษณ์แทนพระเขี้ยวแก้วให้ประชาชนมากราบไหว้ โดยจะมีเหล่านักดนตรีในชุดขาวแดงประโคมปี่ ตี มังคละเภรี ซึ่งเป็นกลองทีตีเพื่อให้เกิดความมงคลและขับไล่สิ่งชั่วร้าย ถวายเป็นพุทธบูชา สำหรับพระเขี้ยวแก้ว เมืองกอลล์ (Galle) เมืองมรดกโลก ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ปลายแหลมสุดของศรีลังกา เมืองนี้หลายๆ คนอาจจะรู้จักในชื่อของ Gimhathiththa ก่อนที่จะตกเป็นของชาวโปรตุเกสและอังกฤษ เมืองนี้เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่มายาวนาน ใครที่ชอบเที่ยวศิลปวัฒนธรรมรับรองถูกใจไม่เบา เพราะสถาปัตยกรรมของบ้านเมืองนี้จะเป็นแบบโปรตุเกส-ฮอลันดา ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์โปรตุเกส ศิลปะแบบบาโรก โบสถ์ฮอลันดา ตึกที่ทำการของบริษัทอีสต์อินเดียของฮอลันดา หรือแม้แต่คูคลองก็ถอดแบบมาจากฮอลันดาด้วยเช่นกัน เมืองกอลล์เป็นเมืองที่อยู่ติดริมทะเล จึงได้มีการสร้างป้อมปราการแห่งเมืองกอลล์ (Galle Fort) ขึ้นสมัยเมื่อชาวดัตซ์มาครอบครองในปี 1663 ส่งผลให้สถาปัตยกรรมของป้อมปราการแห่งนี้มีรูปแบบเป็นไปในสไตล์ยุโรป บริเวณรอบๆ กำแพงจะมีป้อมปืนรายล้อมถึง 14 ป้อม ศรีลังกา หมายถึง ‘เกาะที่มีความเจริญ โชคดี และเป็นสิริมงคล’ เป็นเกาะเล็กๆ อยู่ทางตอนใต้ของอินเดีย ซึ่งคนไทยรู้จัก ‘เกาะลังกา’ มาแต่สมัยโบราณ เพราะเป็นประเทศที่นับถือพุทธศาสนาฝ่าย ‘เถรวาท’ เช่นเดียวกับไทย ชาวศรีลังกาเชื่อว่าประวัติศาสตร์ของประเทศตนเก่าแก่และเกิดขึ้นพร้อมพุทธศักราชเมื่อกว่า 2,500 ปี มาแล้ว ศรีลังกาเคยตกอยู่ใต้การปกครองของโปรตุเกส ฮอลันดาและอังกฤษ และได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2491 สำหรับสกุลเงินของศรีลังกาคือ รูปี นักท่องเที่ยวควรแลกเป็นเงินดอลลาร์ไปก่อน แล้วค่อยแลกเป็นเงินรูปีที่สนามบินโคลัมโบ แต่ขอแนะนำให้คำนวณค่าใช้จ่ายที่ต้องการใช้ให้ดีๆ ไม่ควรแลกเผื่อไปเยอะเพราะเวลาแลกคืนจะขาดทุนมาก และเสียเวลารอด้วยหากใครมีไฟลท์บินกลับช่วงเช้า เนื่องจากเคาน์เตอร์แลกเงินจะไม่เปิดก่อน 09.00 น. (แต่จริงๆ ก็สามารถขอร้องแกมบังคับได้) สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนจะอยู่ที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ประมาณ 110 รูปีศรีลังกา 
NIGHT > TIPS สำหรับใครที่มีโอกาสไปนอนพักค้างคืนที่กรุงโคลัมโบ อย่าลืมแวะไปอัพเดทสีสันยามค่ำคืนที่ถือว่ามีเสน่ห์ไม่แพ้ตอนกลางวันเลย การเดินทางในประเทศศรีลังกา หากเป็นการเดินทางในเมืองสามารถเรียกใช้บริการแท็กซี่ได้เลย ซึ่งที่โน่นจะเป็นแบบรถสามล้อ (Three-Wheeler) มองดูคล้ายๆ กับตุ๊กตุ๊กบ้านเรา มีทั้งแบบมีมิเตอร์และแบบเหมาจ่าย แต่ราคาไม่แพงมาก ซึ่งตุ๊กตุ๊กที่โน่นคันจะเล็กกะทันรัดกว่า และนำเข้าจากอินเดีย มีหลากหลายสีสัน สำหรับการเดินทางไปต่างจังหวัด จะต้องเดินทางมาที่สถานีรถไฟหลักของกรุงโคลัมโบ ชื่อ Fort Railway Station คล้ายๆ กับหัวลำโพงบ้านเรา ซึ่งไม่ว่าจะเดินทางโดยรถไฟหรือรถบัส จะต้องมาเริ่มต้นที่นี่เสมอ
Board: Roaming
(0)
Share
GM
Keep by GM
2469
FOLLOWER

Mask Dance ระบำหน้ากาก

"การแสดงนาฎศิลป์พื้นเมืองของชาวศรีลังกาที่ Kandyan Cultural Centre Hall โดยการแสดงจะประกอบไปด้วยการฟ้อนรำประกอบดนตรีปี่และกล่องที่เรียกว่ามังคละเกรี ซึ่งจะใช้ตีพิธีมงคลขับไล่สิ่งชั่วร้ายโดยการร่ายรำจะมีหลากหลายแบบ แต่การแสดงที่ประทับใจและตื่นตาตื่นใจที่สุด เห็นจะเป็น Mask Dance ระบำหน้ากาก โดยได้ยกเอาตอนที่พญาครุฑฆ่าพญานาค ซึ่งเป็นการแสดงเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายอีกสิ่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นจุดดึงดูดสายตาของการแสดงนี้คือหน้ากากอันใหญ่ที่เต็มไปด้วยศิลปะการวาดลวดลายและสีสันสดใสงดงาม จนกลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งประจำศรีลังกาที่เรามักจะเห็นตามร้านขายของที่ระลุกทั่วเกาะลังกา"
1 KEEP
GM
0 LOVES
COMMENT