Machu Picchu EXPLORER  เนื่องจากระดับความสูงที่ตั้งของมาชู ปิกชู การค้นหาและการุกรานของสเปนจึงล้มเหลวและไม่เคยได้เข้าครอบครองที่นี่สักครั้ง แต่ในความเป็นจริง ที่นี่ถูกทอดทิ้งกลับคืนสู่ธรรมชาติเป็นระยะเวลานาน จนกระทั่ง ค.ศ. 1911 Hiram Bingham ชาวอเมริกา ผู้เป็นทั้งนักสำรวจ ศาสตราจารย์นักโบราณคดี ได้ค้นพบสถานที่แห่งนี้ ซึ่งในขณะนั้นเขาเป็นผู้นำของคณะสำรวจทางวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเยลในอเมริกาเดินทางสำรวจพร้อมตำรวจท้องถิ่นที่เป็นไกด์และล่ามระหว่างการเดินทาง Bingham และคณะได้ตั้งแคมป์อยู่ที่ Mandor Pampa ได้บังเอิญพบกับชาวนาผู้หนึ่งชื่อ Melchor Arteage เขาร้องเรียนว่ามีซากปรักหักพังใหญ่โตมโหราฬซ่อนอยู่บนยอดเขาใกล้ๆ Bingham เชื่อในคำพูดของ Arteaga จึงโน้มน้าวให้เขาพาไปดูสถานที่นั้นโดยให้ค่าจ้างหนึ่งโซล Bingham และคณะปืนขึ้นทางสูงชันจนไปพบมาชู ปิกชู ซึ่งเขาได้กล่าวไว้ว่าถึงแม้ปกคลุมไปด้วยป่าไม้แต่ก็ทำให้รู้สึกทึ่ง ตื่นเต้น และปิติยินดีเป็นอย่างมาก
การเดินทางกว่าครึ่งโลก เพื่อมาพิสูจน์ความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรอินคาในประเทศเปรูนั้นไม่ยาก แต่เหนื่อยยยยย ด้วยความต้องการที่จะเติมเต็มความฝันก็เลยฮึดฮัดเป็นนักสู้ขึ้นมา เดินทางข้ามแผ่นดิน ข้ามทะเล ข้ามภูเขานับหมื่นๆ ไมล์กว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง ซึ่งคุ้มค่าแก่การคู่ควรของนักท่องเที่ยวทั้งหลายที่ชอบการสำรวจและการผจญภัย... มาชู ปิกชู (Machu Picchu) เป็นผลงานสร้างที่ยิ่งใหญ่อลังการมากที่สุดจากการพัฒนาทั้งหมดที่ไม่ใช่ป้อมปราการ แต่เป็นภาพปรากฏขึ้นอยู่บนที่สูงที่มีชื่อเสียงก้องโลกมากที่สุดในอเมริกาใต้ สร้างราวๆ ปี ค.ศ. 1450 อันล้วนมาจากหินอยู่บนสันภูเขาระดับความสูง 2,350 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ขนาบข้างด้วยหุบเขาลึก Urubamba
ตามคำบอกเล่าของนักโบราณคดี กลุ่มเมืองของมาชู ปิกชู แบ่งออกเป็นสามเขตแดนที่สำคัญ คือ เขตศักดิ์สิทธิ์ เขตของประชาชนทางทิศใต้ และเขตของพระและคนชั้นสูง ทั้งนี้เขตศักดิ์สิทธิ์เป็นบริเวณที่สำคัญที่สุดและมีทรัพย์สมบัติโบราณดีที่ยังคงเดิม คือ Intihuatana ซึ่งเป็นสถานที่ที่อินคาอุทิศพระเจ้าพระอาทิตย์ Inti ส่วนเขตที่อยู่อาศัยของประชาชนเป็นที่อยู่ของคนชั้นต่ำในบ้านรูปทรงแบบง่ายๆ รวมทั้งโรงเก็บของคนชั้นสูงนั้นอาศัยอยู่ในบ้านที่ตั้งอยู่บนเนินแยกออกเป็นกลุ่มย่อย เช่น บ้านของคนเฉลียวฉลาดเรียกว่า Amautas มีลักษณะเฉพาะของกำแพงสีแดง หรือโซนของเจ้าหญิงทั้งหลายเป็นห้องลักษณะรูปร่างสี่เหลี่ยมคางหมู ยังมีอนุสรณ์สถานสุสานที่เป็นรูปปั้นแกะสลัก ภายในเป็นหลังคามุมโค้งและภาพวาดแกะสลัก ใช้ในการทำพิธีกรรมต่างๆ หรือในการบวงสรวงเท่านั้น นอกจากมรดกโลกใหญ่โตมโหฬาร ยอดตระหง่านเทียมฟ้างามน่ายลส่วนล่างของภูเขามาชูปิกชูใกล้สถานีรถไฟ AguasCalientes โรงแรมอินคาเทรา มาชู ปิกชู พเว็ปบโล (Inkaterra Machu Picchu Pueblo Hotel) เป็นหนึ่งเดียวที่เติมเต็มประสบการณ์การเดินทางได้อย่างสมบูรณ์ เพราะสถานที่ตั้งที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ สิ่งมหัศจรรย์ของโลก และชีวิตของสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง รวมถึงการบริการที่อบอุ่นเอาใจใส่ทุกกระเบียดนิ้ว WHAT YOU SHOULD KNOW
ห่างจากคุสโค 20 นาที เดินทางจาก Poroy ไปสถานี Aguas Calientes ที่มาชู ปิกชู ประมาณ 3 ช.ม. (92 กม.) โดยรถไฟเท่านั้น ซึ่งมีรถไฟสำหรับนักท่องเที่ยวหลายระดับหลายราคา จากราคาย่อมเยา รถไฟ Backpacker ราคาปกติ รถไฟ Vistadome ถึงแบบหรูหรารถไฟ Hiram Bingham และสิ่งที่สำคัญ คือ การทางรถไฟไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินทางด้วยกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ค่ะ กระเป๋าที่อนุญาตให้ใช้คือ กระเป๋าเป้หรือกระเป๋าเดินทางขนาดเล็ก (Hand Carry) ขนาดเทียบเท่าใบที่สามารถเก็บไว้ในที่เก็บของเหนือศีรษะบนเครื่องบินเท่านั้นค่ะ สิ่งที่เขมทำ คือ เขมฝากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไว้ที่โรงแรมในคุสโค เพราะยังไงเราต้องเดินทางกลับมาที่นี่อยู่ดี ให้เอาแต่เสื้อผ้าที่จำเป็น ข้าวของเครื่องใช้ให้พอดีวันที่ไป การทางรถไฟเข้มงวดมากนะคะ อย่าได้ลองแอบเอากระเป๋าใบใหญ่ไปเลย แล้วอย่ามาหาว่าไม่เตือนกันนะคะ
จากสถานี Aguas Calientes จะต้องต่อด้วยรถเมล์ขึ้นไปบนภูเขาที่มีหนทางค่อนข้างซิกแซก เพื่อไปสถานที่ตั้งของมาชู ปิกชู
สภาพอากาศบนมาชู ปิกชูอาจจะแปรปรวนได้หลายสภาพภายในหนึ่งวันมีทั้งร้อน ฝนตก เย็น และลมแรง ควรเตรียมตัวเองให้พร้อม สวมใส่เสื้อผ้าและรองเท้าที่เดินสบายไม่มีส้น เพราะต้องเดินปีนป่ายอยู่เรื่อยๆ ค่ะ
ห้ามนำอาหารเข้า
ห้ามทิ้งขยะในบริเวณ
ห้ามนำกระเป๋าเป้ที่มีน้ำเกินกว่า 20 ลิตร
ห้ามใช้ไม้เท้าเดิน
ห้ามปีนป่าย หรือเขียนบนกำแพง
ห้ามแปดเปื้อนน้ำในน้ำพุ
ราคาห้องพักของโรงแรมอินคาเทรา มาชู ปิกชู พเว็ปบโล จะรวมรถรับส่งไปกลับระหว่างสถานีรถไฟและโรงแรม อาหารมื้อเช้าและเย็น น้ำชายามบ่าย ระหว่างเวลา 4.30-5.30 น. ที่คาเฟ่อินคาเทรา และโปรแกรมทัวร์ภายในโรงแรม
(0)
Share
Anywhere
Keep by Anywhere
1923
FOLLOWER

Machu Picchu EXPLORER

" เนื่องจากระดับความสูงที่ตั้งของมาชู ปิกชู การค้นหาและการุกรานของสเปนจึงล้มเหลวและไม่เคยได้เข้าครอบครองที่นี่สักครั้ง แต่ในความเป็นจริง ที่นี่ถูกทอดทิ้งกลับคืนสู่ธรรมชาติเป็นระยะเวลานาน จนกระทั่ง ค.ศ. 1911 Hiram Bingham ชาวอเมริกา ผู้เป็นทั้งนักสำรวจ ศาสตราจารย์นักโบราณคดี ได้ค้นพบสถานที่แห่งนี้ ซึ่งในขณะนั้นเขาเป็นผู้นำของคณะสำรวจทางวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเยลในอเมริกาเดินทางสำรวจพร้อมตำรวจท้องถิ่นที่เป็นไกด์และล่ามระหว่างการเดินทาง Bingham และคณะได้ตั้งแคมป์อยู่ที่ Mandor Pampa ได้บังเอิญพบกับชาวนาผู้หนึ่งชื่อ Melchor Arteage เขาร้องเรียนว่ามีซากปรักหักพังใหญ่โตมโหราฬซ่อนอยู่บนยอดเขาใกล้ๆ Bingham เชื่อในคำพูดของ Arteaga จึงโน้มน้าวให้เขาพาไปดูสถานที่นั้นโดยให้ค่าจ้างหนึ่งโซล Bingham และคณะปืนขึ้นทางสูงชันจนไปพบมาชู ปิกชู ซึ่งเขาได้กล่าวไว้ว่าถึงแม้ปกคลุมไปด้วยป่าไม้แต่ก็ทำให้รู้สึกทึ่ง ตื่นเต้น และปิติยินดีเป็นอย่างมาก"
1 KEEP
Anywhere
0 LOVES
COMMENT