Lilypad City       ส่วนชิ้นนี้คือเมืองลอยน้ำจากฝีมือของสถาปนิกที่มีชื่อว่า Vincent Callebaut ที่ใช้เส้นใยของใบบัวพันธุ์ Amazonia Victoria Regia ซึ่งเป็นบัวลอยน้ำขนาดใหญ่มาเป็นโครงสร้างในการออกแบบ นอกจาก ลอยน้ำได้แล้ว เมืองจากไอเดียของสถาปนิก ชาวเบลเยียมคนนี้ยังพึ่งพาตัวเองได้โดยสามารถรองรับน้ำฝนและกรองน้ำให้สะอาด เพื่อการอุปโภคบริโภคของคนที่อาศัยอยู่ในเมืองได้แถมยังใช้พลังงานสะอาดจาก ธรรมชาติที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานความร้อน พลังงานลม พลังงานจากน้ำ พลังงานจาก คลื่นมาหมุนเวียนใช้กับกิจกรรมต่างๆ ของ เมือง 
 Lilypad City รองรับคนได้50,000 คน บริเวณใจกลางของเมืองซึ่งเป็นจุดศูนย์กลาง ของโครงสร้างนั้นสงวนไว้สำหรับการเพาะ-ปลูกเท่านั้น ด้วยการใช้ดินและสารอาหาร แบบนาโนเทคโนจึงทำให้สามารถเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปีส่วนเนินที่สูงเหมือนภูเขา เป็นพื้นที่สีเขียวและใช้เป็นทางเข้า-ออกของ เมืองเชื่อมต่อกับท่าเรือไว้รับ-ส่งผู้คน และ ถ้าสิ่งที่นักวิชาการคาดไว้เป็นจริง ว่าภายใน ปีพ.ศ. 2643 ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้น ประมาณ 88 เซนติเมตร เราคงจะได้เห็น หรือได้ใช้ Lilypad City กันแล้วจริงๆ 

NOTE
เข้าไปดูผลงานอื่นๆ ของสถาปนิกเหล่านี้ได้ที่ 
www.vincent.callebaut.org 
www.spluspba.weebly.com 
www.waterstudio.nl
    ระหว่างที่คุณกำลังถือ GM เล่มนี้อยู่ในมือ เราก็ได้แต่ภาวนาว่าสถานการณ์น้ำท่วมครั้งร้ายแรงที่สุดอีกครั้งหนึ่ง ของประเทศไทยคงจะบรรเทาเบาบางลงไปบ้างแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นถึงแม้ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติที่มนุษย์ตัวกระจ้อยร่อยไม่อาจต้านทานได้แต่สิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำแน่นอนคือ การปรับตัวให้อยู่ร่วมกับน้ำ ดังเช่นหลายตัวอย่างต่อไปนี้ที่ถือเป็นความพยายามที่จะอยู่ร่วมกับน้ำจากบรรดาสถาปนิกทั่วโลก 

    A Post-Diluvian Future 
    นี่คือผลงานของ S+PBA สตูดิโอออกแบบของสถาปนิกไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก พลวัต บัวศรี 
และ ทรงสุดา อธิบาย ที่มองภาพกรุงเทพฯ ในอนาคตที่แผ่นดินอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลและถูกล้อมรอบไว้ด้วยน้ำทำให้กรุงเทพฯ ต้องมีการปรับตัวเพื่ออยู่รอด และที่ที่ปลอดภัยที่สุดก็คือการสร้างเมืองใหม่ที่อยู่เหนือน้ำ โดยงานสถาปัตยกรรมที่ทั้งคู่นำเสนอจะเป็นเมืองต้นแบบที่ ยั่งยืนและมีภูมิทัศน์ที่งดงาม 
     ตัวเมืองมีลักษณะคล้ายเซลล์ของสิ่งมีชีวิตที่แผ่ขยายตัวออกไป สเปซภายในถูกใช้เป็นที่อยู่อาศัยและการดำเนินชีวิตปกติ  แต่ที่น่าสนใจไม่แพ้หน้าตาของเมืองคือการปรับเปลี่ยนตัวเมืองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมเดิมของกรุงเทพฯ  ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยน้ำ  ทั้งน้ำกร่อยและเสียจากอุตสาหกรรมฟาร์มกุ้งโดยใช้วิธีธรรมชาติมาแก้ปัญหา  เช่น  ปลูกป่าโกงกางซึ่งนอกจากจะช่วยกรองของเสียตามธรรมชาติแล้ว  ยังทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันคลื่นและสร้างวิวที่สวยงามสำหรับคนที่อยู่ในเมือง  รวมทั้งดูดซับก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ที่เกิดจากเมืองอีกด้วย  ที่สำคัญ  เมืองใหม่นี้ยังช่วยส่งเสริมกิจกรรมและการค้าขายโดยรอบชุมชนริมน้ำที่มีอยู่ดั้งเดิมให้เพิ่มมากขึ้น
        อย่างที่ทราบกันดีว่า  ประเทศเนเธอร์แลนด์  นั้นอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมากกว่าบ้านเรา  ดังนั้น  เราจึงเห็นงานสถาปัตยกรรมทั้งที่มีอยู่เดิมและที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต  ออกแบบให้อยู่ร่วมกับน้ำได้เป็นอย่างดี  Waterstudio  ที่ก่อตั้งโดย  Koen Olthuis  ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นสตูดิโอออกแบบที่เกี่ยวกับน้ำ  ดังนั้น ผลงานส่วนใหญ่ที่ออกมาจากสตูดิโอนี้จึงตอบโจทย์น้ำท่วมได้อย่างดี  อย่างเช่น  โครงการ New Water  ซึ่งเป็นชุนที่พักอาศัยที่ยอมให้น้ำไหลเข้าท่วมในพื้นที่ได้ตามใจชอบ  เพราะตัวอาคารทั้งหมดถูกออกแบบให้ลอยน้ำ  และมี Citadel  ซึ่งเป็นอพาร์ตเมนต์คอมเพล็กซ์ลอยน้ำ 60 ห้อง  พร้อมที่จอดรถในตัว  อพาร์ตเมนต์แห่งนี้มีส่วนสัมผัสกับดินเพียง 25 เปอร์เซ็นต์  และมีการนำน้ำที่อยู่รอบๆ  เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในระบบทำความเย็น  ภายในอาคาร  จึงช่วยประหยัดพลังงานไม่น้อย
       แม้ว่าสิ่งที่เห็นจากภาพเปอร์สเปคทีฟทั้งหมดนี้  ล้วนแต่ดูสวยงามจนน่าตกใจ  แต่หากเลือกได้ เราอยากอยู่บนพื้นดินอย่างที่เป็นอยู่จะดีกว่า
Board: Space
(0)
Share
GM
Keep by GM
2467
FOLLOWER

Lilypad City

" ส่วนชิ้นนี้คือเมืองลอยน้ำจากฝีมือของสถาปนิกที่มีชื่อว่า Vincent Callebaut ที่ใช้เส้นใยของใบบัวพันธุ์ Amazonia Victoria Regia ซึ่งเป็นบัวลอยน้ำขนาดใหญ่มาเป็นโครงสร้างในการออกแบบ นอกจาก ลอยน้ำได้แล้ว เมืองจากไอเดียของสถาปนิก ชาวเบลเยียมคนนี้ยังพึ่งพาตัวเองได้โดยสามารถรองรับน้ำฝนและกรองน้ำให้สะอาด เพื่อการอุปโภคบริโภคของคนที่อาศัยอยู่ในเมืองได้แถมยังใช้พลังงานสะอาดจาก ธรรมชาติที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานความร้อน พลังงานลม พลังงานจากน้ำ พลังงานจาก คลื่นมาหมุนเวียนใช้กับกิจกรรมต่างๆ ของ เมือง
Lilypad City รองรับคนได้50,000 คน บริเวณใจกลางของเมืองซึ่งเป็นจุดศูนย์กลาง ของโครงสร้างนั้นสงวนไว้สำหรับการเพาะ-ปลูกเท่านั้น ด้วยการใช้ดินและสารอาหาร แบบนาโนเทคโนจึงทำให้สามารถเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปีส่วนเนินที่สูงเหมือนภูเขา เป็นพื้นที่สีเขียวและใช้เป็นทางเข้า-ออกของ เมืองเชื่อมต่อกับท่าเรือไว้รับ-ส่งผู้คน และ ถ้าสิ่งที่นักวิชาการคาดไว้เป็นจริง ว่าภายใน ปีพ.ศ. 2643 ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้น ประมาณ 88 เซนติเมตร เราคงจะได้เห็น หรือได้ใช้ Lilypad City กันแล้วจริงๆ
NOTE
เข้าไปดูผลงานอื่นๆ ของสถาปนิกเหล่านี้ได้ที่
www.vincent.callebaut.org
www.spluspba.weebly.com
www.waterstudio.nl "
1 KEEP
GM
0 LOVES
COMMENT