G.O.D Street Culture Museum G.O.D Street Culture Museum
ความจริงที่ว่าคนฮ่องกงส่วนใหญ่ขาดความเข้าใจที่ตรงกันเกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรมฮ่องกง เป็นหนึ่งในหลายๆ เหตุผลที่ทำให้มีนักออกแบบไม่กี่คนที่สามารถดึงแรงบันดาลใจ จากวัฒนธรรมท้องถิ่นมาใช้ในงานดีไซน์ของตน ในปี 2009 ดักลาสจึงตัดสินเปิดใจเปิดสตูดิโอส่วนตัวของเราเป็นพิพิธภัณฑ์ G.O.D Street Culture Museum ของหลายอย่างในพิพิธภัณฑ์คือตัวแทนทางวัฒนธรรมฮ่องกงที่ได้มาจากตามท้องถนน พวกมันอยู่ในโซนขยะและของเก่า ของบางชิ้นไม่เก่าพอที่จะเป็นของโบราณ แต่ก็ไม่ได้ใหม่พอที่จะนำมาใช้งานได้ในปัจจุบัน พวกมันถูกทิ้งเพราะมีอายุเกินความต้องการ ดักลาสและทีทอกแบบของ G.O.D ช่วยกันรวบรวมคอบเลกชั่นไว้กว่า 20 ปี เพราะเชื่อมั่นว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวแทนคำนิยามของ ‘วัฒนธรรมฮ่องกง’ ที่ชัดเจนและดีที่สุด โดยหวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบคนอื่นๆ
 “ของที่เห็นทั้งหมดคือสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจ ในการออกแบบิสินค้าต่างๆ ของ G.O.D มันคือสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเราในชีวิตประจำวัน แต่น่าแปลกที่หลายต่อหลายคนละเลย เพิกเฉยและไม่เคยใส่ใจมัน ที่ G.O.D เราไม่ศรัทธาการเลียนแบบของเดิม แต่เราสกัดกลิ่นอายของเดิมออกมาและดัดแปลงมัน การอัพเดทของเก่าเพื่อสร้างสรรค์การผสมผสานใหม่เป็นหัวใจสำคัญในการักษาวัฒนะธรรมของเราไว้ โดยความตั้งใจของเราไม่ใช่การเลียนแบบอดีต เพราะความสุขในอดีตเป็นสิ่งที่ไม่สามารถพยุงไว้ได้ แต่เราต้องรักษามรดกที่เราเชื่อว่าเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการจัดกระบวนการทางวัฒนธรรมใหม่” – ดักลาส
G.O.D ย่อมาจากคำว่า Goods of Desire มาจากการล้อเล่นกับภาษากวางตุ้งที่อ่านออกเสียงว่า ‘Jyu hou di’ มีความหมายว่า ‘ชีวิตที่ดีขึ้น’ ก่อตั้งโดย ดักลาส ยัง (Douglas Young) อดีตนักศึกษาสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่ผันตัวมาเป็นโปดักท์ดีไซเนอร์ นิตยสารชื่อดังระดับโลกอย่าง New York Time ยกย่องเขาเป็นหนึ่งในดีไซเนอร์หัวก้าวหน้าที่น่าจับตามองที่สุดของฮ่องกง ความโด่งดังของดักลาสเกิดจากความสำเต็นในการเปลี่ยนแปลงมุมมองที่คนทั่วไปมีต่อเกาะฮ่องกง ด้วยการใส่ ‘ความเป็นฮ่องกงจริงๆ’ (Very hong Kong Culture) ลงไปในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ กระเป๋า เสื้อผ้า สินค้าแฟชั่น สมุดโน้ต ฯลฯ
 เอกลักษณ์สำคัญในการออกแบบสินค้าของ G.O.D คือ การดึงวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีความเป้นฮ่องกงมาผสมผสานกับทัศนคติ มุมมองและแนวคิดหยิกแกมหยอก ความทะเล้น ทะลึ่ง แสบ ซ่า กล้า และบ้าบิ่น เป็นต้นว่า การหยิบเอาของใกล้ตัวคนฮ่องกงอย่างกล่องไปรษณีย์หล็กที่แขวนอยู่หน้าประตูบ้านมาทำสกรีนลงบนกระเป๋าสตางค์ เสื้อยืดและของที่ระลึกต่างๆ ทั้งแม็กเน็ตติดตู้เย็น แผ่นรองเมาส์ แฮนดี้ไดรฟ์ การนำภาพเมนูอาหารเช้าที่  ‘คนฮ่องกงจริงๆ เขากินกัน’ อย่างขนมปัง ซุปไข่ ขนมปังสับปะรดและซุปมะกะโรนีไส้กรอก มาทำเป็นที่รองจาน ไปจนถึงขนมไหว้พระจันทร์รูปก้น เสื้อสกรีนที่พิมพ์ชื่อกองโจรกลุ่มหนึ่งที่ทำให้ดักลาส และทีมงานถูกจับไปนอนเล่นในห้องขังในข้อหาล่วงละเมิดกฎหมาย ต่อต้านแก๊งมาเฟียมาแล้ว ไปจนถึงการออกแบบต้นแบบของงานสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของฮ่องกงหรือเมืองต้องห้าม (Kowloon Walled City) ที่เกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงตัวตนและความเป็น ‘ฮ่องกง’ ที่แท้จริงได้อย่างชัดเจนที่สุด
ผลงานออกแบบชิ้นล่าสุดที่สร้างชื่อเสียงให้กับดักลาสอย่างมากในงาน The Hong Kong International Art Fair 2010 ในปีที่ผ่านมาดักลาสเริ่มต้นด้วยคำถามว่า “อะไรคือสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมของฮ่องกง?” และ”ตึกใดบ้างที่เป็นตัวแทนทางวัฒนธรรมของฮ่องกงที่ดีที่สุด?”
 คำตอบก็คือ Kowloon Walled City สถานที่อันเป็นตำนานที่เคยมีประชาชนอาศัยอยู่อย่างแออัดคับคั่งที่เปรียบเสมือน ‘เมืองต้องห้าม’ ที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยราชวงศ์ และเป็นสถานที่แห่งเดียวที่อยู่นอกระบบนิติบัญญัติ เป็นบ้านของคนจรจัดที่คนทั่วไปภายนอกไม่สามารถเข้าถึงได้
 “ความน่าสนใจของมันก็คือ ตึกดั้งเดิมที่มีลักษณะแบบนี้ในเกาะฮ่องกง เมื่อศึกถูกสร้างเสร็จและมีคนเข้าอาศัย ก็จะเกิดปรับปรุงเปลี่ยนแปลงต่างๆ เป็นต้นว่า กรอบหน้าต่างอาจถูกเปลี่ยน, มีการติดแอร์เพิ่ม, เสริมหลังคา, ติดเสาอากาศต่างๆ เข้าไปอยู่เสมอ เช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยหยุดพัฒนาตึกดั้งเดิมเหล่านี้ใน
ฮ่องกงเป็นสิ่งแวดล้อมแบบหยาบๆ มีพื้นที่ไฟ การระบายอากาศ และระบบสาธารณะสุขที่ไม่เพียงพอทุกอย่างถูกสร้างอย่างคุณภาพต่ำและราคาถูก แต่ผู้คนก็ยังอยู่รอดได้และมีความสุขดี ผมว่ามันเป็นสถาปัตยกรรมที่ประสบความสำเร็จ ถึงแม้จะดูแปลกๆ อยู่บ้างก็ตาม” – ดักลาส
Board: Roaming
(0)
Share
GM
Keep by GM
2469
FOLLOWER

G.O.D Street Culture Museum

"G.O.D Street Culture Museum
ความจริงที่ว่าคนฮ่องกงส่วนใหญ่ขาดความเข้าใจที่ตรงกันเกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรมฮ่องกง เป็นหนึ่งในหลายๆ เหตุผลที่ทำให้มีนักออกแบบไม่กี่คนที่สามารถดึงแรงบันดาลใจ จากวัฒนธรรมท้องถิ่นมาใช้ในงานดีไซน์ของตน ในปี 2009 ดักลาสจึงตัดสินเปิดใจเปิดสตูดิโอส่วนตัวของเราเป็นพิพิธภัณฑ์ G.O.D Street Culture Museum ของหลายอย่างในพิพิธภัณฑ์คือตัวแทนทางวัฒนธรรมฮ่องกงที่ได้มาจากตามท้องถนน พวกมันอยู่ในโซนขยะและของเก่า ของบางชิ้นไม่เก่าพอที่จะเป็นของโบราณ แต่ก็ไม่ได้ใหม่พอที่จะนำมาใช้งานได้ในปัจจุบัน พวกมันถูกทิ้งเพราะมีอายุเกินความต้องการ ดักลาสและทีทอกแบบของ G.O.D ช่วยกันรวบรวมคอบเลกชั่นไว้กว่า 20 ปี เพราะเชื่อมั่นว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวแทนคำนิยามของ ‘วัฒนธรรมฮ่องกง’ ที่ชัดเจนและดีที่สุด โดยหวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบคนอื่นๆ
“ของที่เห็นทั้งหมดคือสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจ ในการออกแบบิสินค้าต่างๆ ของ G.O.D มันคือสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเราในชีวิตประจำวัน แต่น่าแปลกที่หลายต่อหลายคนละเลย เพิกเฉยและไม่เคยใส่ใจมัน ที่ G.O.D เราไม่ศรัทธาการเลียนแบบของเดิม แต่เราสกัดกลิ่นอายของเดิมออกมาและดัดแปลงมัน การอัพเดทของเก่าเพื่อสร้างสรรค์การผสมผสานใหม่เป็นหัวใจสำคัญในการักษาวัฒนะธรรมของเราไว้ โดยความตั้งใจของเราไม่ใช่การเลียนแบบอดีต เพราะความสุขในอดีตเป็นสิ่งที่ไม่สามารถพยุงไว้ได้ แต่เราต้องรักษามรดกที่เราเชื่อว่าเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการจัดกระบวนการทางวัฒนธรรมใหม่” – ดักลาส
"
1 KEEP
GM
0 LOVES
COMMENT