7. พลอยจันท์น้ำงาม คงไม่มีพลอยแหล่งใดในสยามที่จะงามล้ำเกินพลอยเมืองจันท์ไปได้ เพราะใต้ผืนปฐพีของดินแดนนี้ ยังมีทรัพย์ในดินให้ขุดค้นอีกมากมายมหาศาล สมบัติล้ำค่าทางธรรมชาตินั้นได้ถูกนำมาเจียระไน แล้วรวมไว้ที่ “ถนนศรีจันทร์ และซอยกระจ่าง” ซึ่งเป็น “ตลาดพลอยที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย” ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00–15.00 น. จะมีบรรยากาศการซื้อขายพลอยอันคึกคักให้ชมมีเงินหมุนเวียนนับร้อยล้านบาท เราจะเห็นพ่อค้าพลอยจากทั่วโลกมานั่งคัดพลอยด้วยตนเองในร้านที่น่าตื่นตา เพราะมีทั้งพลอยเม็ดและที่ทำเป็นเครื่องประดับแล้ววางขายกันละลานตา พลอยก็มีทุกเฉดสีให้เลือก แถมยังมีหลายสนนราคาตามแต่งบประมาณของลูกค้าจะมี โชคดีอาจได้เม็ดงามๆ กลับไปฝากคนที่บ้าน

จากรูป: รูปปั้นพระนางมารีอา ประดับพลอยจันท์นับแสนเม็ดที่ชุมชนเก่าริมน้ำจันทบุรี
จันทบุรี หนึ่งในจังหวัดดินแดนบูรพาที่ควรค่าแก่การไปเยี่ยมชม เพราะ “เมืองจันท์” อยู่ใกล้แค่เอื้อม กรุงเทพฯ ก็ถึงแล้ว นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายมาก ทั้งบนบกและในทะเล อาบอิ่มด้วยบรรยากาศของสายลมแสงแดด หาดทรายสวย ทวมะพราวโอนเอน แหลงประวตศาสตร สวนผลไม อกทงอดมดวยปาเขาเขยวชอม ชมชนนารกของกินอร่อย และพลอยงามล้ำค่า ซึ่งไม่มีที่ไหนในเมืองสยามจะเทียบได้ ทริปนี้จะพาทุกคนไปสัมผัส “8 แหล่งท่องเที่ยวดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุด” สำหรับการเดินทางในระยะเวลาสั้นๆ (หรือจะยาวๆ ก็ได้ถ้าใครมีเวลาเหลือ) ชวนกันไปเที่ยวแบบคู่รักแบบครอบครัว หรือจะบินเดี่ยว ก็ได้ทั้งนั้น เพราะเมืองจันท์เขาพร้อมต้อนรับเราเสมอ จันทบุรีเป็นจังหวัดชายฝั่งทะเลบูรพา ที่มีหาดทรายชายทะเลยาวเหยียดกิโลเมตร จึงมีหาดทรายสวยๆ ไล่เรียงต่อเนื่องกันหลายสิบญ่บ้าง ชื่อดังบ้าง ไม่ใคร่เป็นที่รู้จักบ้าง ทว่า 3 หาดเลื่องชื่อที่สุดก็คือ หาดคุ้งวิมาน-หาดแหลมเสด็จ-หาดเจ้าหลาว เรียงต่อกันจากตะวันตกไปตะวันออก ขับรถเที่ยวง่ายด้วยถนนเส้นเลียบทะเลผ่านอ่าวคุ้งกระเบนสามหาดนี้เงียบสงบ ไม่มีผับบาร์แสงสี อึกทึก โดดเด่นด้วยทิวมะพร้าวโอนเอนชุมชนประมงที่กระจายตัวอยู่ห่างๆ กัน มีเสียงคลื่น สายลมแสงแดด และหาดทรายสีน้ำตาลอ่อนซึ่งน้ำทะเลจะลดระดับในตอนเย็นๆ พร้อมอาทิตย์อัสดง เผยให้เห็นหาดทรายกว้าง ลงไปเดินเที่ยวเล่นได้สบาย แถมยังมีรีสอร์ตน้อยใหญ่เรียงรายให้เลือกพักได้อย่างจุใจ รับรองว่าชายทะเลแถบนี้จะเป็นสวรรค์สำหรับการพักผ่อน และคนที่ค้นหามุมสงบเป็นส่วนตัวจริงๆ เมื่อสายฝนโปรยปรายช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน จันทบุรีก็เขียวชอุ่มไปด้วยเรือกสวนผลไม้ที่ผลิดอกออกผลกันขนานใหญ่ ทั้งทุเรียน มังคุดเงาะ ลองกอง มะเฟือง มะปราง มะยงชิด สละ ระกำ แก้วมังกร ฯลฯ เก็บกินเก็บขายกันแทบไม่ทัน รสชาติก็ลือเลื่องไปทั้งประเทศ มีเวลาแค่วันสองวันก็ไปเที่ยวได้ ขับรถตระเวนแวะทุกไร่ชิมไปทุกสวน บางแห่งเขาให้เราเข้าไปสอยเก็บเองด้วยซ้ำน่าสนุกดี ยิ่งไปกันเป็นครอบครัวยิ่งอบอุ่น เพราะทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมสนุกๆ แถมอิ่มด้วยล่ะ ตัวอย่างเช่น ชุมชนบ้านเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ (โทร. 0-3935-6544, 08-6834-9604) เขามีทุเรียนพันธุ์โบราณร้อยปีให้ชิม และมีโฮมสเตย์ให้พักค้างคืนในสวนอันร่มรื่น ชื่นชมธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง เหตุที่ผลไม้เมืองจันท์อร่อยเลื่องชื่อ เขาบอกว่า เพราะดิน น้ำ อากาศ แร่ธาตุ พันธุ์ผลไม้ และการเอาใจใส่ของชาวสวนนั้นดีเยี่ยม อยู่ใกล้กรุงแค่นี้เอง รีบไปชิมกันเลยดีกว่า จันทบุรีเป็นดินแดนแห่งตำนานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งใช้ผืนดินนี้เป็นที่รวมสามารถกอบกู้เอกราชหลังเสียกรุงครั้งที่ 2 ได้สำเร็จ “ค่ายเนินวง” ตำบลบางกะจะ อำเภอเมืองจันทบุรี คือร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ชาติไทยอันสำคัญยิ่งนั้น ปัจจุบันยังมีแนวกำแพงเชิงเทินและปืนใหญ่ตั้งไว้ให้ชม ยิ่งกว่านั้น ในบริเวณค่ายอันกว้างขวางยังมีชุมชนเข้าไปอาศัย ยึดอาชีพทำสวนผลไม้ โดยเฉพาะ “สละเนินวง” ที่เขาว่าเป็นสละรสชาติดีที่สุดของประเทศไทย! ลักษณะเด่นของสละพันธุ์นี้คือ ผลมีรูปร่างยาวรี หัวท้ายเรียวคล้ายกระสวย หนามผลยาว อ่อนนิ่ม ปลายหนามงอนไปทางท้ายผล เนื้อมีสีเหลืองนวลคล้ายน้ำผึ้ง เนื้อหนานุ่ม รสชาติหวานหรือหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย กินแล้วชุ่มคอ กลิ่นหอม เมล็ดเล็ก สุดยอดไปเลยครับ คุ้งกระเบน คือชื่อของอ่าวขนาดใหญ่รูปครึ่งวงกลมพระจันทร์เสี้ยว อดีตเคยอุดมด้วยป่าชายเลน แน่นทึบ ยิ่งกว่านั้นยังสมบูรณ์ถึงขนาดเคยมีพะยูนอาศัยอยู่หลายฝูง ทว่าเมื่อเวลาผ่านพ้นในช่วง 20-30 ปีให้หลัง เมื่อชุมชนประมงชายฝั่งเริ่มขยายตัว จึงมีการบุกรุกป่าชายเลนทำนากุ้งจนระบบนิเวศน์เสื่อมสลายโชคดีที่เมืองไทยเรามี “พ่อหลวง” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ผู้ทรงอัจฉริยภาพ ทรงเข้ามาอนุรักษ์ฟื้นฟูอ่าวคุ้งกระเบนไว้ให้อนุชนรุ่นหลัง ด้วยสายพระเนตรยาวไกล ทรงจัดตั้งศูนย์การพัฒนาฯ อ่าวคุ้งกระเบนขึ้น เพื่อช่วยให้ประชาชนประกอบอาชีพอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ยั่งยืน ทุกวันนี้มีเส้นทางศึกษาธรรมชาตินำเราเข้าไปในป่าชายเลนผืนใหญ่ริมทะเลกว้างมีสะพานแขวน หอดูนก บ่อบำบัดน้ำเสียสาธิตและป่าชายเลนปลูกใหม่คืนความสมดุลแก่ที่นี่ในที่สุดอ่าวคุ้งกระเบนก็ฟื้นคืนชีวิต กลายเป็นศูนย์เรียนรู้อันยั่งยืน สามารถต่อยอดทั้งด้านระบบนิเวศน์ และสาธิตการทำประมงชายฝั่งให้คนท้องถิ่นสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างพึ่งพากันตลอดไป และที่พิเศษคือ ตอนนี้เขามีกิจกรรมปล่อยปูคืนสู่ทะเลด้วย สนใจสอบถาม โทร. 0-3936-9237 จันทบุรีเป็นเขตที่มีฝนตกชุกคล้ายภาคใต้เพราะมีร่องมรสุมพาดผ่าน ภูมิประเทศจึงมีป่าดิบปกคลุม อีกทั้งมีเทือกเขาสลับซับซ้อนแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพที่ญยิ่งแห่งหนึ่งในเมืองไทย ส่วนเสี้ยวหนึ่งป่าเมืองจันท์ที่เราเข้าไปสัมผัสได้ง่ายก็คือตกพลิ้ว” อำเภอแหลมสิงห์ ซึ่งเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจใกล้ตัวเมืองของคนจันท์มาช้านาน โดยคำว่า “พลิ้ว” นั้น เป็นภาษาของชาวชอง ชนเผ่าดั้งเดิมในแถบนี้ มีความหมายว่า“ทราย หรือหาดทราย” จากลานจอดรถเราต้องเดินเข้าน้ำตกอีกแค่ 200 เมตร เลียบธารน้ำใสไหลเย็นลงเล่นได้ กระทั่งถึงตัวน้ำตกที่ไหลเป็นสายยาวสีขาวทิ้งตัวลงสู่แอ่งน้ำเขียวมรกตเบื้องล่าง โดยมีปลาพลวงนับร้อยๆ ตัวแหวกว่ายเข้ามาทักทายนักท่องเที่ยวอย่างเป็นมิตร โดยระหว่างทางจะได้สักการะสถูปพระนางเรือล่มที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ด้วย สนใจสอบถาม โทร. 0-3943-4528 ตึกแดง แห่งตำบลปากน้ำแหลมสิงห์อำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี คือร่องรอยของฝรั่งเศส ยุคล่าอาณานิคมซึ่งทิ้งร่องรอยไว้บนผืนดินไทย เพราะสมัยรัชกาลที่ 3 จุดนี้เคยเป็นที่ตั้งของป้อมพิฆาตปัจจามิตร ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 5 ฝรั่งเศสยกเรือรบเข้ามาทางปากน้ำแหลมสิงห์ แล้วยึดเมืองจันทบุรีไว้ได้ ทหารฝรั่งเศสจึงรื้อป้อมลง แล้วสร้างตึกแดงขึ้นลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียว หลังคามุงกระเบื้องทั้งตึกทาสีแดง ใช้เป็นที่พักกองทหารและเป็นศูนย์บัญชาการฝรั่งเศสขณะนั้น ทุกวันนี้ตึกแดงได้รับการอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานไทยได้นึกถึงวันเก่าๆ ที่ไทยเคยสูญเสียดินแดนบางส่วนให้ชาติตะวันตกอย่างน่าเศร้า นอกจากนี้ตึกแดงยังตั้งอยู่ใกล้หาดแหลมสิงห์ แหล่งร้านอาหารทะเลสดๆ อร่อยๆ ราคาไม่แพงด้วยล่ะ อิ่มอร่อยแล้วก็รีบเปลี่ยนชุดลงเล่นน้ำกันได้เลย หลังจากเดินช็อปปิ้งซื้อพลอยน้ำงามเป็นของฝากกันที่ถนนศรีจันทร์แล้ว ก็เดินข้ามสะพาน ข้ามแม่น้ำจันทบุรีเข้าสู่ “ชุมชนเก่าริมน้ำจันทบูร” หรือชื่อเดิม “บ้านลุ่ม” เป็นชุมชนค้าขายของชาวจีน ที่อาศัยอยู่ในตึกโบราณแบบโคโลเนียลยุคอาณานิคมฝรั่งเศสเป็นตึกชั้นเดียวบ้างสองชั้นบ้าง สร้างด้วยปูนและไม้ หลังคามุงกระเบื้องว่าว มีเสาโรมันซุ้มโค้ง ลายปูนปั้นประดับน่าชม ทว่ามีกลิ่นอายศิลปะจีนเข้าไปผสม เรือนไม้มักมีลายฉลุสวยงาม พากันไปชิมก๋วยเตี๋ยวกั้งแสนอร่อยขนมปังไส้ครีม ไอศกรีมจรวด กาแฟโบราณแล้วเข้าไปชมโบสถ์คริสต์คาทอลิก อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล ซึ่งมีรูปเคารพของพระนางมารีอา ประดับพลอยน้ำงามนับแสนเม็ด ยิ่งใหญ่ระดับโลก! ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.chanthaboonriver.com

จากรูป: ชุมชนเก่าริมแม่น้ำจันทบุรี มีโบสถ์คริสต์คาทอลิกเป็นศูนย์กลาง Best season: ท่องเที่ยวจันทบุรีได้ตลอดปี ท้องฟ้าปลอดโปร่งที่สุดเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ผลไม้ออกมากที่สุดช่วงปลายเดือนเมษายน-มิถุนายน และฝนตกชุกที่สุดเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม

How to go: รถยนต์ส่วนตัวมีทางเลือกให้ใช้ 2 เส้นทางสะดวกสบาย

- ใช้ทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) ผ่านจังหวัดสมุทรปราการจังหวัดชลบุรี บางแสน อำเภอศรีราชา พัทยา อำเภอสัตหีบ อำเภอบ้านฉางจังหวัดระยอง จนถึงจังหวัดจันทบุรี รวมระยะทาง 330 กิโลเมตร

- ใช้ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (กรุงเทพฯ-ชลบุรี หรือมอเตอร์เวย์)ไปจนถึงอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี จากนั้นแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 344(ชลบุรี-แกลง) ผ่านอำเภอบ้านบึง อำเภอวังจันทร์ และอำเภอแกลง ระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร จากนั้นแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3 ต่อไปอีก 58 กิโลเมตร จนถึงจังหวัดจันทบุรี 

Where to stay: แนะนำ เจ้าหลาวบีช รีสอร์ต โทร. 0-3936-9123-5, คุ้งวิมาน บีช รีสอร์ต โทร. 0-3941-7300, มณีจันทร์ รีสอร์ต อำเภอเมืองโทร. 0-3934-3777, 0-3932-8888 เว็บไซต์ www.maneechan.com

What to eat: จันทบุรี ขึ้นชื่อเรื่อง “แกงหมูใบชะมวง” โดยนำใบชะมวงที่ให้รสเปรี้ยวมาย่างไฟ ฉีกเป็นชิ้นๆ แกงกับหมูสามชั้น แนะนำ ร้านจันทรโภชนา ถนนเบญจมราชูทิศ นอกนั้นก็เป็นพวก Seafood ที่สดอร่อยจริงๆ 

Souvenirs: เงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง ฯลฯ รวมไปถึงทุเรียนทอดกรอบทุเรียนกวน กะปิ น้ำปลา ก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์ เสื่อจันทบูร พริกไทยจันทบูร กาแฟตราขวานทอง รวมถึงสิ่งล้ำค่าคือ “พลอยเมืองจันท์”

Information: ททท. สำนักงานจันทบุรี โทร. 0-3865-5420-1, 0-3866-4585 หรือที่ www.chanthaburi.go.th
Board: Travel
(0)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2583
FOLLOWER

7. พลอยจันท์น้ำงาม

"คงไม่มีพลอยแหล่งใดในสยามที่จะงามล้ำเกินพลอยเมืองจันท์ไปได้ เพราะใต้ผืนปฐพีของดินแดนนี้ ยังมีทรัพย์ในดินให้ขุดค้นอีกมากมายมหาศาล สมบัติล้ำค่าทางธรรมชาตินั้นได้ถูกนำมาเจียระไน แล้วรวมไว้ที่ “ถนนศรีจันทร์ และซอยกระจ่าง” ซึ่งเป็น “ตลาดพลอยที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย” ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00–15.00 น. จะมีบรรยากาศการซื้อขายพลอยอันคึกคักให้ชมมีเงินหมุนเวียนนับร้อยล้านบาท เราจะเห็นพ่อค้าพลอยจากทั่วโลกมานั่งคัดพลอยด้วยตนเองในร้านที่น่าตื่นตา เพราะมีทั้งพลอยเม็ดและที่ทำเป็นเครื่องประดับแล้ววางขายกันละลานตา พลอยก็มีทุกเฉดสีให้เลือก แถมยังมีหลายสนนราคาตามแต่งบประมาณของลูกค้าจะมี โชคดีอาจได้เม็ดงามๆ กลับไปฝากคนที่บ้าน
จากรูป: รูปปั้นพระนางมารีอา ประดับพลอยจันท์นับแสนเม็ดที่ชุมชนเก่าริมน้ำจันทบุรี"
1 KEEP
Kullastree
0 LOVES
COMMENT