โทลฮารูบัง (Dolharubang) หรือ หินปู่ผู้คอยปกปักรักษาชาวเกาะเชจู  ชื่นใจกับการชมเจ้าหมีน้อยๆ เหล่านี้แล้ว ฉันก็ไปเดินเล่นที่ Columna Joint (Jusangjeollidae) สวนสาธารณะที่อยู่ริมทะเลใกล้หาดจุงมุน ทำไมมาที่นี่ มันต้องมีเหตุจูงใจ (อีกแล้ว)เห็นแล้วก็ตื่นตาตื่นใจดีไม่น้อย ฉันเดินไปด้านหลังสวนสาธารณะเห็น โทลฮารูบัง (Dolharubang) หรือ หินปู่ผู้คอยปกปักรักษาชาวเกาะเชจู แน่นอนว่าฉันไม่ลืมถ่ายภาพคู่กับหินปู่มาอวดเพื่อนๆที่เมืองไทยด้วย
สิ้นเสียงประกาศจากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน สองตาที่ปิดสนิทแต่แรกก็กลับมาทำงานปกติอีกครั้ง และพร้อมที่จะบันทึกภาพแห่งความทรงจำของการเดินทางอีกหน
ได้ยินมาเยอะว่า “เกาหลีใต้ไม่มีอะไร” (หมายถึงทรัพยากรด้านการท่องเที่ยว) แต่เพราะการประชาสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ทำให้ใครต่อใครพากันมาเยือนแดนโสมหนาแน่นทุกปี
ไม่ปฏิเสธว่าฉันเองก็อยากมาเห็นเกาหลีใต้พราะได้รับแรงบันดาลใจจากซีรีส์เกาหลีเช่นกัน โดยเฉพาะละครเรื่องดังอย่าง “แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง” ที่มีอิทธิพลมากถึงขนาดทำให้ฉันอยากรู้จัก “เกาะเชจู” สถานที่ซึ่งแพทย์หญิงแดจังกึมเคยถูกจำคุก
ตอบสนองความอยากนั้นด้วยการนั่งเครื่องบินจากสนามบินภายในประเทศคิมโป กรุงโซล เกาหลีใต้ ไปยังเกาะเชจู โดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง
เกาะเชจู หรือ เชจูโด (JEJU-DO) เป็น 1 ใน 9 จังหวัดของเกาหลีใต้ (เชจูเป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในเกาหลีใต้) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี ห่างจากชายฝั่งราว 130 กิโลเมตร ด้วยมีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม กอปรกับอากาศดีตลอดทั้งปี คู่รักชาวเกาหลีจึงนิยมเลือกเกาะแห่งนี้เป็นสถานที่ฮันนีมูน
เกาะแห่งนี้เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟใต้ท้องสมุทรเมื่อราว 700-1,200 ล้านปีมาแล้ว เมื่อปี พ.ศ.2550 องค์การยูเนสโก (UNESCO) ประกาศให้ “เกาะเชจูและถ้ำลาวา” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ด้วยเหตุผลหลักๆ ที่ว่า…เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดของการเป็นตัวแทนในวิวัฒนาการสำคัญต่างๆ ในอดีตของโลก และ…เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดในการเป็นตัวแทนของขบวนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทางธรณีวิทยาหรือวิวัฒนาการทางชีววิทยา และปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่กำลังเกิดอยู่ Columna Joint เป็นหน้าผาหินรูปร่างประหลาด กล่าวคือ มีลักษณะเป็นแท่งสี่เหลี่ยมเรียงตัวยาวไปตลอดแนวตลิ่งยาว 2 กิโลเมตร ส่วนที่เป็นพื้นหาดก็เป็นหินกลมมน คือหินบะซอลต์ (หินลาวา) ที่โดนน้ำทะเลกัดเซาะเป็นเวลานาน ที่นี่จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่แสดงถึงโครงสร้างทางธรณีวิทยาอันเกิดจากการปะทุของภูเขาไฟ
เริ่มต้นเที่ยวเกาะเชจูด้วยการไปดูของสะสมน่ารักๆ อย่างหมีเท็ดดี้ ที่อยู่ภายใน Teddy Bear Museum
หลายประเทศทั่วโลกมีพิพิธภัณฑ์เท็ดดี้แบร์ ในเกาหลีเองก็มีอยู่หลายแห่ง แต่พิพิธภัณฑ์ บนเกาะเชจู ได้รับความนิยมจนติดอันดับพิพิธภัณฑ์ของแปลกที่น่าไปชม เพราะมีตุ๊กตาหมีรูปแบบต่างๆ จัดแสดงไว้อย่างน่าสนใจ ถ้าใครเคยชมซีรีส์เกาหลี เรื่อง “เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา” (Princess Hours หรือ Goong) จะต้องรู้จักและอยากมาเห็นสถานที่จรงที่สุดแสนจะโรแมนติกแน่ๆ
พิพิธภัณฑ์เท็ดดี้แบร์ ริมชายหาดชุงมุน เกาะเชจู สร้างขึ้นในโอกาสครบรอบ 100 ปี เท็ดดี้แบร์ ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ.1902 และเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการเมื่วันที่ 24 เมษายน ค.ศ.2001
ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งการเข้าชมเป็น 3 โซน โซนแรกจัดแสดงประวัติและการเดินทางของหมีเท็ดดี้ รวมถึงเท็ดดี้แบร์ในรูปของคนดังยุคต่างๆ โซนที่ 2 เป็นการปะทะกันของ เท็ดดี้แบร์ กับผลงานศิลปะชื่อก้องโลก เช่น ภาพ “โมนาลิซา” ของเลโอนาร์โด ดา วินชี่ หรือภาพ “พระเจ้าสร้างอดัม” ของ ไมเคิล แอนเจโล ส่วนโซนสุดท้ายจัดแสดงเท็ดดี้แบร์ ในสวนป่ากับอิริยาบถต่างๆ
ตอนลงเครื่องที่สนามบินนานาชาติอินชอน โปสเตอร์แผ่นหนึ่งที่ติดอยู่ภายในอาคารต้อนรับดึงความสนใจจากฉันไปได้มาก นั่นคือภาพ ชงซัน อิลชุลบง (Songsan Ilchulbong) ยอดเขาที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดบนเกาะเชจู

ชงซัน อิลชุลบง อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะ มีลักษณะเป็นปากปล่องภูเขาไฟที่คล้ายมงกุฎ เกิดจากการก่อตัวของหิน 99 ก้อน สูงจากระดับน้ำทะเล 182 เมตร ชาวเกาหลีเชื่อว่า หากขึ้นมาที่ยอดเขานี้ในช่วงปีใหม่ ก็เหมือนกับได้รับพรจากพระอาทิตย์ แรงบันดาลใจแรกของการมาเยือนเกาะเชจู นั่นก็คือ คุกที่ขังแดจังกึม พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านพื้นบ้านเชจู (JEJU Folk Village Museum) เป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีส์เรื่องดัง “แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง” ตอนที่นางเอกถูกเนรเทศออกจากวัง มีหลักฐานชัดเจนเป็นภาพโปสเตอร์ซีรีส์ขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าทางเข้า แน่นอนว่านักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบซีรีส์เกาหลีอย่างเราไม่พลาด “แชะ” ภาพกับโปสเตอร์แผ่นยักษ์นั้นด้วย
นอกจากเป็นสถานที่ถ่ายทำละครโทรทัศน์เรื่องดัง ที่นี่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จำลองภาพวิถีชีวิตของชาวเกาะเชจูในสมัย ค.ศ.1890 ไว้ด้วย  ฉันเดินผ่านบ้านโบราณหลายหลัง สังเกตว่าลักษณะบ้านเรือนของชาวเกาะเชจูจะสร้างง่ายๆ มีหลังคาเตี้ย เพื่อไม่ให้ต้านลมที่พัดกระหน่ำมาทุกปี แต่ที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ กรรมวิธีการสร้างหลังคา โดยชาวเกาะเชจูจะใช้เชือกมัดหลังคา แล้วมีไม้เป็นตัวยึดระหว่าง 4 ด้าน เมื่อลมพัดด้านหนึ่ง อีก 3 ด้านจะตรึงรั้งไว้ทำให้หลังคาไม่ถูกพัด ไม่เรียกว่า หลักแหลม ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไร
Board: Travel
(0)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2581
FOLLOWER

โทลฮารูบัง (Dolharubang) หรือ หินปู่ผู้คอยปกปักรักษาชาวเกาะเชจู

"ชื่นใจกับการชมเจ้าหมีน้อยๆ เหล่านี้แล้ว ฉันก็ไปเดินเล่นที่ Columna Joint (Jusangjeollidae) สวนสาธารณะที่อยู่ริมทะเลใกล้หาดจุงมุน ทำไมมาที่นี่ มันต้องมีเหตุจูงใจ (อีกแล้ว)เห็นแล้วก็ตื่นตาตื่นใจดีไม่น้อย ฉันเดินไปด้านหลังสวนสาธารณะเห็น โทลฮารูบัง (Dolharubang) หรือ หินปู่ผู้คอยปกปักรักษาชาวเกาะเชจู แน่นอนว่าฉันไม่ลืมถ่ายภาพคู่กับหินปู่มาอวดเพื่อนๆที่เมืองไทยด้วย"
1 KEEP
Kullastree
0 LOVES
COMMENT