เยี่ยมบ้านเกิด เชกสเปียร์ อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางสำคัญ ของการเดินทางมาคอทสโวลด์ส ก็คือการเดินทงขึ้นมาทางตอนเหนือเพื่อมาเยือนเมืองเล็กๆ ซึ่งงดงามราวกับภาพวาดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ ที่มีชื่อว่าสแตรทฟอร์ด อัพพอน เอวอน (Stratford-Upon-Avon) ด้วยว่าใครๆ ก็อยากมาเห็นบ้านเกิดของกวีเอกระดับโลกด้วยกันทั้งนั้น
 สแตรทฟอร์ด อัพพอน เอวอน คือหนึ่งในเมืองคอทสโวลด์สที่มีความงดงาม และมีเสน่ห์ที่สุด ตัวเมืองตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเอเวน ที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนและสถาปัตยกรรมในแบบทิวดอร์ (Tudor) ซึ่งบรรยากาศโดยรวมของเมืองมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ด้วยว่าที่นี่คือบ้านเกิดของวิลเลียมเชกสเปียร์ ศิลปินและทวีเอกผู้มีชื่อเสียงของโลก ทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ที่รัฐบาลอังกฤษได้ยกเอาเชกสเปียร์มาเป็นจุดขายหลักของการท่องเที่ยวด้วยการรักษาสภาพบ้านเรือนของกวีเอกและญาติสนิทให้คงอยู่ในสภาพเดิมให้มากที่สุด นอกจากนี้ยังผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรม ละคร วรรณกรรม และการท่องเที่ยวเข้าไว้ด้วยกันในเมืองเดียวได้อย่างน่าอัศจรรย์ที่สุด
 ไฮไลท์เด็ดที่พลาดไม่ได้ คือการเที่ยวไปในบ้านทั้ง 5 หลังและสถานที่สำคัญที่มีความเกี่ยวพันกับเชกสเปียร์เพื่อจะได้เข้าใจชีวิตและเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงชีวิตของศิลปินเอกผู้นี้ เป็นต้นว่า บ้านเกิดของเชกสเปียร์ (Shakespear’s Birthplace), เชกสเปียร์เซ็นเตอร์ (Shakespear’s Center), บ้านดอกเตอร์จอห์นฮอลล์ (Hall Croft), กระท่อมแอนน์ แฮทธาเวย์ (Anne Hathaway’s Cottage), บ้านนางแมรี อาร์เดน (Mary Arden’s Farm), โรงละครรอยัลเชกสเปียร์ (Royal Shakespears), โบสถ์ทรินิตี้ และหลุ่มศพเชกสเปียร์ (Holy Trinity Church)
“เป็นการเดินทางครั้งสำคัญในชีวิต...ที่ประทับใจที่สุด”
 นิยามสั้นๆ ของการเดินทางไกลไปยุโรปครั้งล่าสุดที่ฉันมุ่งมั่นตั้งใจจะออกนอกเมืองกรุงเพื่อตะลอนไปให้ถึงสถานที่ที่ว่ากันว่าเข็มนาฬิกาได้หยุดก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างถาวร อันมีที่มาจากคำบอกเล่าของเพื่อนนักเดินทางรุ่นก่อน ที่ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า “พลาดที่นี่ไม่ได้” หรือ “ยังไวต้องไปให้ถึง!”
 จุดหมายปลายทางของการเดินทางในครั้งนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ลอนดอนเช่นการเดินทางไปอังกฤษในครั้งก่อนๆ ด้วยว่าเป้าหมายสำคัญอยู่ที่เนินเขาลูกระนาดซึ่งตั้อยู่บนพื้นที่กว่า 790 ตารางไมล์ ทางตะวันตกของเกาะอังกฤษ  สถานที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นชนบทในแบบอิงลิชคันทรีที่รายล้อมไปด้วยกระท่อมชาวนามุงหลังคาใบจาก กำแพงหินสีน้ำผึ้งและบรรยากาศของความเก่าแก่ คลาสสิก
 เมืองผู้คนอาศัยอยู่หลังกำแพลสีน้ำนี้มีชื่อว่า ‘คอทสโวลด์ส’ (Cotswolds) 
 เมืองคอทสโวลด์ส ครอบคุลมอาณาบริเวณของเมืองน้อยใหญ่หลายเมืองเข้าไว้ด้วยกันในระยะทงที่ไม่ห่างไกลกันมาก โดยเริ่มต้นที่ออกซฟอร์ด (Oxford) ศูนย์กลางการศึกษาสำคัญ ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญจากภาพยนต์เรื่องดัง จากนั้นก็เลยไปถึงสแตรทฟอร์ด อัพพอน เอวอน (Stratford-upon-Avon) บ้านเกิดของกวีนิพนธ์คนดังระดับโลกและไบเบอร์รี่  (Bibury) เมืองชนบทเล็กๆ ที่วิลเลียม มอร์ริส ศิลปินชื่อดังชาวอังกฤษยกย่องให้เป็น “หมู่บ้านที่สวยที่สุดในประเทศอังกฤษ”  ธุรกิจการทอผ้าได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในย่านคอทสโวลต์ส ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เอื้อประโยชน์ต่อการเลี้ยงแกะ คอทสโวลต์สจึงกลายเป็นแหล่งเลี้ยงและทอขนแกะชั้นดี เหล่าบรรดาพ่อค้าขนแกะต่างพากันมาปักหลักอยู่ที่นี่ โดยพร้อมใจกันสร้างคฤหาสน์และโรงงานทอผ้าที่มีหน้าจั่วสูง หน้าต่างไม้พร้อมด้วยกระจกและปล่องควันทรงสูง ประกอบกับการที่มีเนินเขาสลับกับทุ่งหญ้ากว้างๆ แสนสวยตามแบบฉบับของ Mid Land ทำให้ในเวลาต่อมาแม้การผลิตผ้าทอขนแกะจะเสื่อมความนิยมลง แต่คอทสโวลต์สก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย โดยปรับเปลี่ยนจากแหล่งผลิตงานหัตถกรรมมาเป็นแหล่งธุรกิจท่องเที่ยว จนกระทั่งทุกวันนี้มันกลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งฝันที่นักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกใฝ่ฝันจะได้มาสัมผัสกับความน่ารักในบรรยากาศของหมู่บ้านชนบทที่แวดล้อมด้วยวัวนมตัวลายและฝูงแกะที่กำลังแทะเล็มหญ้าอยู่บนเนินเขาสีเขียวสดท่ามกลางแสดงแดดอบอุ่น พร้อมชมความโด่งดังของกระท่อมหินสีน้ำผึ้งที่มีชื่อว่ากระท่อมชนบทสไตล์คอทสโวลต์ส (Cotswolds Honey Stone Vilage) ซึ่งสร้างจากหินปูนตามธรรมชาติ วัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทานและมีอายุยาวนานนับร้อยปี ... ที่ให้ความรู้สึกราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างในคอทสโวลต์สไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงมาหลายร้อยปีแล้ว

 จากคำให้การของอดีตนักเรียนเก่าอังกฤษที่ยืนยันว่าจะเที่ยวคอทสโวลต์สให้สนุก ต้องเช่ารถขับเองจึงจะดีที่สุดด้วยว่าระยะทางระหว่างเมืองแต่ละเมืองนั้นไม่ได้ห่างไกลกันมาก นอกจากนี้การขับรถในอังกฤษยังได้ชื่อว่าขับรถดี...มีมารยามากว่าพี่ไทยเราเยอะ
 และที่สำคัญที่สุด ก็คือ ประดยคสุดท้ายที่เพื่อนยืนยันว่า “แค่มี TomTom ก็ขับได้ไปมันดุ่มๆ รับรองไม่มีหลงทางแน่ๆ”
อาณาบริเวณของคอทสโวลด์ส เริ่มต้นและสิ้นสุดตรงไหนก็แล้วแต่ความคิดของนักเพลินทางแต่ละคนสำหรับการเดินทางในครั้งนี้ ฉันได้รวมเอาเมืองการศึกษาที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และบรรยากาศที่ไม่ธรรมดาอย่างออซฟอร์ด (Oxford) เข้าไว้ด้วยในทริป
 หลายคนเมื่อพูดถึงออกซฟอร์ด มักเข้าใจผิดคิดว่าที่นี่มีมหาวิทยาลัยใหญ่ในเมืองที่ชื่อมหาวิทยาลัยออฟซฟอร์ด หากแต่ในความเป็นจริงแล้ว เมืองออกซฟอร์ดทั้งเมืองคือแหล่งรวมมหาวิทยาลัยชั้นเยี่ยม ด้วยว่าทั่วทั้งตัวเมืองเต็มไปด้วยมหาวิทยาลัย วิทยาลัย โรงเรียน และสถานที่ศึกษาที่มีชื่อเสียงโด่งดังในสาขาต่างๆ มากกว่า 30 แห่ง โดยมีมหาวิทยาลัยไครัสต์เซิร์ซ (Christchurch College) เป็นไฮไลท์เด็ดที่น่าสนใจที่สุดเพราะนอกจากความใหญ่โต หรูหรา ฮอลล์ใหญ่ที่ตั้งอยู่ภายในโบสถ์ คือฉากหลังของภาพยนตร์เรื่องดังต่างๆ ทั้ง อลิซ ในแดนมหัศจรรย์ และเป็นสถานที่ถ่ายทำฉากโรงอาหารในโรงเรียนฮอกวอตส์ของพ่อมดน้อยแฮร์รี่ พอตเตอร์ ซึ่งปัจจุบันห้องโถงแห่งนี้ก็ยังถูกใช้อยู่เป็นสถานที่รับประทานอาหารของนักเรียนในวิทยาลัยแห่งนี้อย่างสม่ำเสมอ
 ว่ากันว่า วิถีชีวิตของคนเมืองออกซฟอร์ต คือการสลับกลับไปกลับมาระหว่างคำ 2 คำ นั่นก็คือ Town และ Gown (หมายถึง ‘เมือง’ และ ‘มหาวิทยาลัย’) ซึ่งทำให้การใช้ชีวิตในเองการศึกษาแห่งนี้มีความเป็นเอกลักษณ์และน่าสนใจที่สุด เพราะกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรในเมืองมีอายุต่ำกว่า 30 ปี ที่นี่จึงเต็มไปด้วยถนนสายช้อปปิ้งที่แสนครึกครื้น, ผับสไตล์อังกฤษที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนและร้านอาหารรสเลิศ “ไปถึงแล้วจะไม่อยากกลับออกมา”
 คือคำจำกัดความสั้นๆ ของเบิร์นทัน ออน เดอะ วอเตอร์ (Bourtion on the Water) อีกหนึ่งในหมู่บ้านคอทสโวลด์สที่มีชื่อเสียงที่สุด เมืองเล็กๆ สุดน่ารักที่แสนจะเงียบสงบแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตกลูเซสเตอร์ไซร์ (Gloucstershire) ความโดดเด่นของเมืองนี้อยู่ที่บ้านเรือนแต่ละหลังนั้นถูกสร้างขึ้นด้วยหินคอทสโวลด์สที่มีอายุกว่า 300-400 ปี โดยมีลำธารเล็กๆ และสายน้ำใสของแม่น้ำวินด์รัช (Windrush) แทรกผ่านกลางใจเมือง จนทำให้ที่นี่ได้รับการยกย่องให้เป็นเวนิสแห่งหมู่บ้านคอทสโวลด์ส (Venice of Cotswolds) ไปในที่สุด
หมู่บ้านชนบทที่สวยงามที่สุด
หมู่บ้านชนบทแสนโรแมนติก ที่ได้รับการโหวตให้เป็น ‘หมู่บ้านชนบทที่สวยที่สุดของเกาะอังกฤษ’ ที่แอบซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบริมลำธารสายเล็กใส ตั้งอยู่ทางตะวันตกของออกซฟอร์ดออกไปอีก 30 ไมล์ ที่มีชื่อว่าไบเบอร์รี่ (Bibury) สิ่งที่ทำให้ชื่อเสียงเรียงนามของหมู่บ้านขนาดจิ๋วแห่งนี้โด่งดังไปทั่วไปโลก นอกจากเรื่องของความสวยงามตามธรรมชาติที่มิได้เสกสรรค์ปั้นแต่งจุดขายปรุงแต่งใดๆ เพื่อดึงดูดใจนักท่องเที่ยว คือ กระท่อมหินอาร์ลิงตันโรว์ (Arilington Row) ที่ทอดตัวเรียงต่อกันเป็นแนวยาว ตลอดจนตรอก ซอก ซอยแคบๆ และพื้นถนนที่สร้างจากหินสีน้ำผึ้ง ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 13 ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดแสดงให้เห็นถึงความเป็นหมู่บ้านชนบทและกลิ่นอายความเป็นอิงลิชคันทรีที่สมบูรณ์ที่สุดในคอทสโวลด์ส คำว่า Cotswolds มีที่มาจากคำว่า Cots ที่หมายถึง คอกแกะที่กั้นด้วยหินบ้างก็ว่ามาจากคำว่า Cottage ที่หมายความถึงกระท่อมที่อยู่อาศัยในชนบท ส่วนคำว่า Wolds เป็นภาษาอังกฤษโบราณ หมายถึง บริเวณที่สูงลาด หรือ พื้นที่ที่เป็นเนินกว้าง
 ภูมิภาคดอทสโวลด์ส ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศอังกฤษห่างจากกรุงลอนดอนไปทางทิศตะวันออเฉียงเหนือเพียง 160 กิโลเมตร โดยมีอาณาเขตกว้างขวางครอบคลุมพื้นที่อย่างน้อ 2 แคว้น ได้แก่ ออกซฟอร์ดไซร้ (Oxfordshire) และ กลูเซสเตอร์ไซร้ (Gloucestershire) ความโดดเด่นของภูมิภาคนี้อยู่ที่ความงดงามของธรรมชาติ และหมู่บ้านหินสีน้ำผึ้งที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขาลูกระนาด สลับกับเนินเขาเขียวขจี ที่สูต่ำไล่เลี่ยกันไปตลอดทั้งเส้นทาง
 ว่ากันว่า เราไม่สามารถกำหนดขอบเขตที่แน่นอนของภูมิภาคคอทสโวลด์สได้ตายตัวจากแผนที่ เพราะถ้าถามคน 10 คนก็จะได้ 10 พื้นที่ ที่แตกต่างกันไปตามคำจำกัดความคอทสโวลด์สของแต่ละคน แต่เราสามารถรู้ว่าพื้นที่บริเวณใดตั้งอยู่ในเขตคอทสโวลด์สจากภาพสิ่งก่อสร้างในพื้นที่ที่มองเห็น โดยเอกลักษณ์เฉพาะของสิ่งก่อสร้างคอทสโวลด์สนั้น คือต้องเป็นกระท่อมหินที่สร้างด้วยหินสีอ่อนๆ ที่เรียกกันว่า หินสีน้ำผึ้ง (Cotswolds Stone) ซึ่งมีชื่อเรียกว่าที่ถูกต้องว่า Oolite หรือ Egg Stone สีเหมือนไข่ปลาซึ่งเป็นหินปูนที่มีเฉพาะในแถบคอทสโวลด์ส ที่นำมาใช้สร้างบ้านได้ทั้งหลัง ไม่ว่าจะเป็นตัวบ้านหรือหลังคา โดยจะให้ความอบอุ่น ในช่วงฤดูหนาวอันแสนยาวนาน พร้อมมอบความเย็นสบายในช่วงหน้าร้อนได้อย่างยอดเยี่ยม

แรกเริ่มเดิมทีกระท่อมแห่งนี้ถูกใช้เป็นที่สำหรับเก็บขนสัตว์ที่จะนำไปทำผ้าวูล ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 17 ได้มีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นที่พักของช่างทอผ้าขนสัตว์ ซึ่งในสมัยนั้นหมู่บ้านอาร์ลิงตันได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการค้าที่ยิ่งใหญ่และมั่งคั่งแห่งหนึ่งในคอทสโวลด์ส
 นับเป็นความโชคดีของเหล่าบรรดานักท่องเที่ยว เมื่อ เฮนรี่ ฟอร์ด (Henry Ford) ผุ้ก่อตั้งกิจการรถยนต์ฟอร์ด มอเตอร์  ได้เดินทางมาที่หมู่บ้านไบเบอร์รี่แห่งนี้ และเกิดติดอกติดในหมู่บ้านแสนสวย จนเกิดความคิดที่จะซื้อกระท่อมหินอาร์ลิงตันโรว์ และขนกลับไปอเมริกา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกรีนฟิลด์ วิลเลจของเขา นับแต่นั้นเป็นต้นมา ชื่อเสียงหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ก็โด่งดังไปทั่วโลก
 เมื่อได้เห็นภาพถ่ายของคอทสโวลด์ส เพื่อนชาวเมืองผู้ดีบางคนถึงกับเอ่ยปากสารภาพออกมาว่า พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า มีเมืองที่สวยงามขนาดนี้อยู่ในประเทศของตน หากแต่สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดสำหรับฉันไม่ใช่เรื่องของความสวยงามใดๆ เพราะเมื่อการเดินทางครั้งนี้สิ้นสุดลง ฉันพบว่าการได้ลัดเลาะไปตามความงดงามยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่คอทสโวลด์สนั้นให้อะไรมากกว่าแค่การได้เล่าให้คนที่อยู่ข้างหลังฟังว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเคยได้มีโอกาสไปเยือนบ้านเกิดกวีเอกระดับโลกหรือโรงเรียนของแฮร์รี่ พอตเตอร์ เพราะไม่ว่าจะเป็นการเดินไปตามเส้นทางที่วางไว้แต่แรก การพลัดหลงไปในหมู่บ้านแสนสวยที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขา หรือแม้แต่กำลังเดินหลงทางอยู่บนทุ่งหญ้าสีเขียวสด
 มนุษย์เราก็เป็นเพียงแค่สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ในโลกใบใหญ่ ที่ไม่มีวันจะเอาชนะความยิ่งใหญ่และกฎเกณฑ์ใดๆ ที่ธรรมชาติได้วางไว้เลยจริงๆ

NOTE
Cotswolds Tip
ท่องไปในคอทสโวลด์ส
วิธีที่ดีที่สุดที่ช่วยให้ดื่มด่ำไปกับควางดงามของสุนทรียภาพในภูมิภาคนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบและสนุกที่สุด ก็คือ การขับรถเที่ยว ด้วยว่าเมืองแต่ละเมือง และหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในคอทสโวลด์สถูกเชื่อมต่อกันด้วยถนนสายเล็กจิ๋ว ที่ตัดลัดเลาะไปตามสุมทุมพุ่มไม้ ทุ่งหญ้า ฟาร์มเลี้ยงสัตว์และเนินเขาน้อยใหญ่ต่างๆ ด้วยและเชื่อมต่อกันด้วยระยะทางสั้นๆ ห่างกันเพียง 15-30 นาที สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอทสโวลด์สได้ที่ www.cotswolds.info หรือ www.the-cotswolds.org
เช่ารถขับใน Cotswolds
ราคาค่าเช่ารถเริ่มต้นที่ 40 ปอนด์ต่อวัน (ไม่รวมค่าน้ำมัน) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.europcar.com หรือ www.enterprise.co.uk/car_rental/home.do สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ใครที่ขับเกียร์ธรรมดาไม่ได้ระบุไปด้วยว่าขอเกียร์ออโต และอย่าลืมเช่าเครื่อง GPS ที่มีชื่อว่า TomTom เพื่อนคู่ใจและไกด์นำทางคนเก่งติดไม้ติดมือไปด้วย (ราคาค่าเช่าประมาณ 10 ปอนด์ต่อวัน)
ที่พัก
Buttslade House สำหรับใครที่ตั้งใจจะไปเยี่ยมเชกสเปียร์ที่บ้านเกิดแต่หากอยากหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองสแตรทฟอร์ด อัพพอน เอวอน (Stratford –upon-Avon) แนะนำให้มาพักที่บ้านไดอาน่า เพราะนี่คือ B&B (Bed & Breakfast) สไตล์อิงลิชคันทรีที่น่ารักที่สุด กระท่อมน้อยของครบครัวบัตต์สเลด ดัดแปลงโรงนา ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ขนาดย่อม มาเป็นห้องพักสไตล์เบคแอนด์เบรคฟาสต์ที่แสนอบอุ่น ซึ่งรายล้อมด้วยสวนสวยแบบ ‘English Garden’แท้ๆ เพื่อให้ผู้มาไกลได้เพลิดเลินไปกับกับความร่มรื่น งดงามของดอกไม้นานาพรรณ ในราคาเริ่มต้นที่ 50 ปอนด์ (ราคานี้รวมอาหารเช้า) ที่อยู่ : Colony Road (ake Temple MillRoad) Sibford Gower Oxfordshine OX155RX www.buttsladehouse .co.uk janthompson50@hotmail.com
The Swan Hotel, Bibury โรงแรมเก่าแก่นับแต่ศตวรรษที่ 17 ที่โด่งดังมาจากการเป็นฉากหลังภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่องดัง รัตนวดี ซึ่งตั้งอยู่ในกลางไบเบอร์รี่ (Bibury) หมู่บ้านชนบทที่ได้ชื่อว่างดงามที่สุดในเกาะอังกฤษ ด้วยระยะทางเดินเท้าที่ห่างจากกระท่อมหินอาร์ลิงตัน โรว์ (Arlington Row) และฟาร์มปลาเทร้าต์ที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษไม่ถึง 5 นาที ที่อยู่ : Gloucestershire, GL7 5NW, Bibury www.cotswold-inns-hotles.co.uk/property/the_swan_hotel/contact_us.html
ร้านอร่อย
 The Wykham Arms นี่คือผับชนบทสไตล์อังกฤษแท้ๆ ที่ได้รับการยืนยันจากหนังสือ Michelin Red Guide ว่า ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด หากมีโอกาสได้มาคอทสโวลด์ส ดำเนินกิจการความอร่อยโดย Damien และ Debbie สองสามีภรรยาที่หันหลังให้ความวุ่นวายของลอนดอน แล้วพร้อมใจกันย้ายมาหักหลักอยู่ท่ามกลางความสงบเงียบของธรรมชาติ โดยหยิบเอาวัตถุดิบสดๆ คุณภาพเยี่ยม แสนอร่อยที่มีอยู่ในท้องถิ่น มาปรุงเป็นอาหารรสเลิศ แนะนำให้สำรองที่นั่ง เพราะผับแห่งนี้ได้รับความนิยมอย่างล้มหลามทั้งจากคนในท้องถิ่น เพื่อในละแวกบ้านที่แวะมาจิบเอลเบียร์แก้วโปรดหลังเลิกงาน และคนจรที่เดินทางผ่านมา ที่อยู่ : Banbury, Oxfordshire OX15 5RX www.wykhamerms.co.uk
Board: Roaming
(0)
Share
GM
Keep by GM
2467
FOLLOWER

เยี่ยมบ้านเกิด เชกสเปียร์

"อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางสำคัญ ของการเดินทางมาคอทสโวลด์ส ก็คือการเดินทงขึ้นมาทางตอนเหนือเพื่อมาเยือนเมืองเล็กๆ ซึ่งงดงามราวกับภาพวาดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ ที่มีชื่อว่าสแตรทฟอร์ด อัพพอน เอวอน (Stratford-Upon-Avon) ด้วยว่าใครๆ ก็อยากมาเห็นบ้านเกิดของกวีเอกระดับโลกด้วยกันทั้งนั้น
สแตรทฟอร์ด อัพพอน เอวอน คือหนึ่งในเมืองคอทสโวลด์สที่มีความงดงาม และมีเสน่ห์ที่สุด ตัวเมืองตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเอเวน ที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนและสถาปัตยกรรมในแบบทิวดอร์ (Tudor) ซึ่งบรรยากาศโดยรวมของเมืองมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ด้วยว่าที่นี่คือบ้านเกิดของวิลเลียมเชกสเปียร์ ศิลปินและทวีเอกผู้มีชื่อเสียงของโลก ทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ที่รัฐบาลอังกฤษได้ยกเอาเชกสเปียร์มาเป็นจุดขายหลักของการท่องเที่ยวด้วยการรักษาสภาพบ้านเรือนของกวีเอกและญาติสนิทให้คงอยู่ในสภาพเดิมให้มากที่สุด นอกจากนี้ยังผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรม ละคร วรรณกรรม และการท่องเที่ยวเข้าไว้ด้วยกันในเมืองเดียวได้อย่างน่าอัศจรรย์ที่สุด
ไฮไลท์เด็ดที่พลาดไม่ได้ คือการเที่ยวไปในบ้านทั้ง 5 หลังและสถานที่สำคัญที่มีความเกี่ยวพันกับเชกสเปียร์เพื่อจะได้เข้าใจชีวิตและเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงชีวิตของศิลปินเอกผู้นี้ เป็นต้นว่า บ้านเกิดของเชกสเปียร์ (Shakespear’s Birthplace), เชกสเปียร์เซ็นเตอร์ (Shakespear’s Center), บ้านดอกเตอร์จอห์นฮอลล์ (Hall Croft), กระท่อมแอนน์ แฮทธาเวย์ (Anne Hathaway’s Cottage), บ้านนางแมรี อาร์เดน (Mary Arden’s Farm), โรงละครรอยัลเชกสเปียร์ (Royal Shakespears), โบสถ์ทรินิตี้ และหลุ่มศพเชกสเปียร์ (Holy Trinity Church)"
1 KEEP
GM
0 LOVES
COMMENT