เที่ยวยุโรปใต้ด้วยรถไฟผ่าน 6 เมือง 3 ประเทศ การเดินทางโดยรถไฟในยุโรปนั้นสะดวกสบายขึ้นชื่อ ผู้คนมากมายใช้ชีวิตผ่านรางข้ามประเทศกันเป็นนิตย์ รถไฟเปลี่ยนราง ผู้คนเปลี่ยนหน้าความเพลินใจยามพบปะผู้ร่วมทางต่างภาษาชวนให้น่าติดตามราวหนังภาคต่อ ก้าวแรกที่สัมผัส Gare de Lyon สถานีรถไฟใจกลางกรุงปารีสเปรียบดั่งบทนำของละคร ที่จะนำเข้าสู่เนื้อเรื่องอันสุนทรีย์ ตลอดเส้นทางรถไฟซึ่งแล่นผ่านหกเมือง สามประเทศ ในอีกแปดวันข้างหน้า
หลังจากนั่งมองเพื่อนร่วมขบวนเปลี่ยนหน้ามากว่า 5 ชั่วโมง โดยรถไฟฟ้าความเร็วสูง TGV บนความเร็วกว่า 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เราก็มาถึง “นีซ” (Nice) เมืองตากอากาศอันดับหนึ่งทางตอนใต้ของฝรั่งเศส นักเดินทางที่หิ้วกระเป๋าลงสถานี Gare Nice Ville เดียวกันนั้นแต่งกายสบายๆ ผู้ชายใส่เสื้อยืดหรือเชิ้ตแขนสั้นสีอ่อน สวมกางเกงขาสั้นพอดีเข่า ฝ่ายหญิงถ้าไม่ใส่เสื้อแขนกุดกางเกงขาสั้นก็มักเป็นชุดสไตล์รีสอร์ท สวมแว่นกันแดดสีชา เข้าบรรยากาศแหล่งตากอากาศริมทะเล

นีซเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 รองจากปารีส เป็นหนึ่งในสมาชิกแคว้น โพรวองซาลป์โกตดาซูร์ (Provence-Alpes-Côte d’Azur) ริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีประวัติศาสตร์ยาวนานพอๆ กับอาณาจักรกรีกโบราณสถานสำคัญหลายแห่งแสดงหลักฐานอายุของเมืองซึ่งมีมาราว 350 ปีก่อนคริสตกาล อาคารบ้านเรือนสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศสผสมอิตาเลียนในเขตเมืองเก่าสวยงามขึ้นกล้อง ใครมีเวลามากหน่อยเดินชี้นกชมเมืองกันได้เป็นวัน ณ หาด Promenade des Anglais หาดหินชื่อดังของนีซ นักพักผ่อนต่างพากันเปลือยผิวให้แสงแดดโลมไล้ ตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงบ่ายแก่ท่ามกลางบรรยากาศแสนสบาย แสงแดดเจิดจ้า ลมทะเลอ่อนๆ น้ำทะเลสีฟ้าครามเลียบหาดหินทอดตัวไกลหลายกิโลเมตร ถ้าคลื่นแรงหน่อยก็ฉวยเซิร์ฟบอร์ดออกไปโต้ ใครมาเป็นกลุ่มก็หยิบลูกบอลมาเล่นกันริมหาดในช่วงยามเย็นที่อาทิตย์ยอแสงก็จะหนาตาไปด้วยชาวเมืองที่ออกมาทำกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ เดินเล่นกินลม วิ่งออกกำลังกาย ปั่นจักรยานบ้างจับกลุ่มเต้นบีบอย เล่นสเก็ตบอร์ด เล่นดนตรีเบาๆ คลอเสียงคลื่น เดินจากหาดไปไม่ไกลก็ถึงตัวเมืองเก่า ตึกรามบ้านช่องสีสันเด่นสะดุดตา ตรอกซอยมากมายเต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่งานศิลปะ ร้านค้า ร้านอาหาร มีสินค้าท้องถิ่นให้เลือกช็อป เดินตามไปถนนสายหลักจะพบกับตลาดกูร์ซาเลยา (Cours Saleya) ตลาดเก่าประจำเมือง เปิดขายอาหารสดและอาหารแปรรูปสารพัดชนิด สบู่ออร์แกนิค น้ำมันมะกอก ไวน์ท้องถิ่น และเครื่องเทศทางใต้ แต่ในวันจันทร์ตลาดแผงลอยที่ขายผักผลไม้และดอกไม้สดจะเปลี่ยนเป็นร้านขายของเก่าสภาพเยี่ยมของแต่ละชิ้นประณีตสวยงาม บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองทางศิลปะของฝรั่งเศสสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี ณ จตุรัส Place Rossetti ใจกลางเมืองเก่า มีร้านไอศกรีมร้านเด็ดที่ใครมานีซแล้วไม่ได้ชิมถือว่าพลาดมหันต์ ร้าน “Fenocchio Glacier”เป็นร้านเก่าประจำเมือง เปิดมานานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1966 มีไอศกรีมหลากรสให้เลือกมากมายเกือบร้อยชนิด เล่นเอาคนสั่งถึงกับมึนว่าจะสั่งรสไหนดี จะเลือกกินรสธรรมดาอย่างวนิลา ช็อกโกแลต หรือรสแปลกน่าลองอย่าง M&M รสพริกแอนด์ช็อกโก หรือไอศกรีมผสมเหล้าตั้งชื่อตามเมนูค็อกเทล ราคาก็จับต้องได้อยู่ที่ 1 Scoop/ 2 ยูโร ยิ่งซื้อหลายรสยิ่งถูก รสชาติอร่อยถูกลิ้นดีจริง ใกล้กันเป็นที่ตั้งของ Cathedrale Ste Reparate โบสถ์เก่าแก่ประจำเมือง ใครที่สนใจงานของศิลปินท้องถิ่นแนวร่วมสมัยสามารถแวะชมงานศิลปะเท่ๆ ได้ที่ Musee D’Arte Moderne et D’Arte Contemporain ติดกับจตุรัส Massena แค่นี้ก็เที่ยวเมืองหมดไป 2 วันเต็ม สี่โมงเย็น เราลากกระเป๋ากลับมายังสถานี Gare Nice Ville เพื่อเดินทางไปยังเมืองตูริน (Turin) ประเทศอิตาลี ยกกระเป๋าเปลี่ยนขบวนกันที่สถานีเบลย์ ซู โรย่า (Breil sur Roya) พนักงานต้อนรับเปลี่ยนเสียงทักทายจากบองชูร์ (Bonjour) เป็น ชาว์ (Ciao) เพื่อนโดยสารเปลี่ยนหน้าจากหนุ่มเจ้าสำอางแบบฝรั่งเศสเป็นหนุ่มหล่อคมเข้มนัยน์ตาชวนฝันตามแบบฉบับหนุ่มอิตาลี มวลอากาศเย็นรอบนอกกำลังโอบล้อมโบกี้โดยสาร ดีที่กระเป๋าเป้ Columbia มีจำนวนช่องมากมาย จึงเก็บของได้เป็นสัดส่วนง่ายต่อการหยิบแจ็คเก็ตมาสวมใส่ 4 ชั่วโมงในรถไฟตูริน (Turin) เมืองศูนย์กลางทางอุตสาหกรรมและธุรกิจทางภาคเหนือของอิตาลีก็เผยโฉม

เช้าที่อากาศดีจะมีสุขใดเยี่ยมไปกว่าได้นั่งจิบกาแฟริมระเบียงห้องนอนมองวิถีชีวิตคนเมืองตูริน แม้เป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่แต่ชาวเมืองตูรินกลับไม่เคร่งเครียดเฉกเช่นคนญี่ปุ่น หรือเคร่งครัดดั่งคนเยอรมัน อาจเพราะพื้นฐานนิสัยชาวอิตาลี มักทำตัวสบายๆ ใช้ชีวิตยืดหยุ่นอยู่เสมอ บรรยากาศเมืองโดยรวมจึงไหลไปแบบเรื่อยๆ มีเร็วบ้างช้าบ้างตามจังหวะเวลา ถนนบางเส้นในตูรินสร้างตั้งแต่สมัยโรมัน หากสังเกตสักนิดจะเห็นความต่างระหว่างของเก่าและใหม่สามารถแยกได้ที่หน้าตาของหินของดั้งเดิมรูปร่างหยาบและขรุขระกว่าของใหม่ เอมมานูล่า โมโรนี(Emanuela Moroni) ไกด์สาววัยกลางคนพาเราเดินมายังจตุรัสปิอิซซ่า ซาน คาร์โล (Piazza San Carlo) เด่นด้วยอนุสาวรีย์ เอมมานูเอล ฟิลิเบอร์โต (Emanuele Filiberto) กษัตริย์แห่งราชวงศ์ซาวอย (Savoy)ราชวงศ์เก่าแก่ที่สุดในยุโรป อาคารรอบจตุรัสเต็มไปด้วยร้านอาหารและกาแฟชื่อดัง เธอพาแวะร้านสตราทต้า (Stratta) ให้ลองชิมขนมหวานจำพวกเยลลี่หรือช็อกโกแลตขึ้นชื่อของเมือง ร้านนี้เป็นหนึ่งในร้านโปรดของชาวตูริน หนุ่มสาววัยทำงานมักแวะมาซื้อกาแฟในตอนเช้าและเลือกขนมไปเป็นของฝากตามโอกาส เดินลัดเลาะแวะชิมอยู่สามสี่ร้าน ผ่านพิพิธภัณฑ์อียิปต์ (Museo Egizio) ไล่เรื่อยไปจนถึงปิอิซซ่า คาสเตลโล่ (Piazza Castello) ที่ติดใจมากสุดเป็น ร้านบาเร็ตติ เอ มิลาโน (Baratti & Milano) ร้านเก่าแก่ของเมืองที่รสดีจนคนในราชสำนักติดใจ ทำถวายเป็นขนมทานเล่นสำหรับราชวงศ์ กาแฟที่นี่จะเสิร์ฟพร้อมช็อคโกแลตขนาดเล็กให้กินควบคู่ ซึ่งรสของช็อคโกแลตจะเปลี่ยนตามเมนูกาแฟที่สั่งเพื่ออรรถรสที่เข้ากัน ส่วนใครที่หมายซื้อกลับบ้าน ทางร้านก็มีให้เลือกอยู่ด้านหน้าทั้งรสหวานรสขมปนกันไป พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์แห่งชาติ (Museo Nazionale del Cinema) เป็นอาคารรุ่นเก่าที่ปรับแต่งภายในใหม่ให้ล้ำหน้าตามยุคสมัย โครงสร้างภายนอกเป็นอาคารเก่านามโมเล อันโตเนลเลียน่า (Mole Antonelliana)แลนด์มาร์กสำคัญของเมืองที่มีดีกรีเป็นถึงอาคารสูงที่สุดในตูริน ผู้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์มีทั้งแขกที่สนใจวงการภาพยนตร์และผู้ที่หมายจะยลทิวทัศน์ของเมืองในมุมสูง ด้านในจัดแสดงประวัติวงการแผ่นฟิล์มของอิตาลีมีห้องจำลองโรงละครรูปแบบต่างๆ ทั้งแบบเรียกเสียงฮาที่ทำเก้าอี้สุขภัณฑ์ไว้ให้นั่ง หรือเก้าอี้เอนเกือบ 180 องศา ให้นอนชมภาพยนตร์กันเพลินๆ

เมืองนี้ยังมีหลายสถานที่ที่น่าสนใจ เสียดายที่เวลาเร่งรัด ไมมี่โอกาสได้ยลพระราชวังซาวอย (Residenzen des Hauses Savoyen)สุดอลังการ มหาวิหารเซนต์จอห์นแบปทิสต์ (Kathedrale San Giovanni Battista) สถานที่เก็บผ้าห่อพระศพของพระเยซูอันเลืองชื่อ (Turiner Grabtuch) และตลาดพอร์ต้า พาลาสโซ่ (Porta Palazzo in Piazza della Republica ) หนึ่งในตลาดกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป หลังออกจากเมืองตูริน เรานั่งรถไฟเข้ามิลานแวะพักเอาแรงหนึ่งคืนแล้วมุ่งหน้าต่อมายังเมือง “ลูกาโน่” (Lugano) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์แต่แทนที่จะใช้เวลาไม่กี่ชั่วยามในการเดินทาง ด้วยระยะทางรถไฟจากมิลานไปลูกาโน่ใช้เวลาแค่ 2-3 ชม. แต่ขบวนรถไฟที่กำลังรอกลับงดให้บริการ เนื่องจากมีต้นไม้ใหญ่ล้มทับรางชำรุด แผนท่องเที่ยวเดิมจึงมีอันต้องเปลี่ยน มาลงเอยด้วยรถไฟทัวร์สวิตฯ ทั่วประเทศแบบ non-stop หากเปรียบเป็นแผนที่ประเทศไทย ก็เหมือนคนบ้าที่มุ่งไประยองแต่ดันนั่งรถไฟจากกรุงเทพฯ ขึ้นเชียงใหม่แล้วค่อยวกกลับลงมาอีกที!

ภาพเทือกเขาสูงท่ามกลางทะเลสาบกว้างในลูกาโน่ดูแจ่มชัดและสวยงามกว่าเมื่อคืน แสงสว่างจากดวงอาทิตย์เฉลยให้รู้ว่าลูกาโน่เป็นเมืองที่น่าตั้งรกรากขนาดไหน บรรยากาศที่ดูเงียบสงบเรียบร้อยและปลอดภัย ไม่ต้องระแวงเลยว่าจะมีพวกลักเล็กขโมยน้อยเหมือนในฝรั่งเศส หรือ พวกยิปซีและนักต้มตุ๋นในอิตาลี แต่ถึงกระนั้นไม่ได้หมายความว่าไม่ให้ระวังตัว เพราะได้ชื่อว่าต่างบ้านต่างเมืองแล้ว อะไรก็เกิดขึ้นได้ทุกเวลา ในย่านเมืองเก่า มีอะไรให้สัมผัสและเดินทอดน่องมอง หนึ่งในนั้น คือมหาวิหารประจำเมืองลูกาโน่ (Lugano Cathedral) คริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 9 - 15 สวยงามด้วยอาคารหินแกรนิตสีขาว โดดเด่นด้วยหอระฆังสไตล์บาโรกที่มีหลังคาทรงกลม ด้านในประดับประดากระจกสี ตามกำแพงและหลังคาตกแต่งงานจิตรกรรมที่บอกเล่าเรื่องราวพระราชประวัติ จากกันไม่ไกลโบสถ์ซานตามาเรียเดกลีอันกีโอลี (Santa Maria degli Angeli) เปิดประตูต้อนรับคริสต์ศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวผู้สนใจ โบสถ์เก่าแก่สมัยโรมันตอนปลายที่โดดเด่นมากเรื่องภาพวาดไอคอนพระเยซูกับอัครสาวกทั้ง 12 คน ในอิริยาบถต่างๆ ใจกลางเมืองเป็นจัตุรัสสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนปูหินเป็นลวดลาย ล้อมรอบด้วยย่านการค้าและร้านอาหารเลิศรสหลายแห่งหากเดินมาในช่วงสายของวัน บริเวณนี้จะคลาคล่ำไปด้วยชาวเมืองที่ออกมานั่งเอกเขนกตามร้านคาเฟ่ คุยเรื่องจิปาถะ เป็นหนึ่งกิจวัตรที่พบเห็นได้ชินตา ลูกาโน่เป็นเมืองทางตอนใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในเขตรัฐทีชีโน (Ticino) ถูกห้อมล้อมด้วยภูเขาสูงและทะเลสาบลูกาโน (Lugano Lake) ซึ่งเส้นแบ่งเขตพรมแดนระหว่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์กับอิตาลีคนที่นี่นอกจากจะใช้รถไฟเป็นพาหนะหลักแล้ว บ้านทุกหลังที่อยู่ริมน้ำล้วนมีเรือสปีดโบ้ทเป็นของตนเองอย่างน้อยหนึ่งลำ ความเป็นเมืองติดน้ำ นักท่องเที่ยวหลายคนมักเลือกชมเมืองผ่านเรือนำเที่ยว ซึ่งหากใครที่ถือสวิส พาส (Swiss Pass) อยู่ในมือก็ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด เส้นทางของเรือนั้นแล่นรอบเวิ้งทะเลสาบและแวะจอดตามท่าสำคัญ แนะนำให้ลงท่า Melide เพื่อชมเมืองจำลองขนาดจิ๋วที่ Swissminiatur (www.swissminiatur.ch) แหล่งเรียนรู้ที่เอาโมเดลสถานที่สำคัญทั่วประเทศมาจัดแสดงกลางแจ้ง ตกแต่งสวยงามพร้อมโมเดลระบบขนส่งมวลชนของประเทศ มาที่เดียวเห็นทั่วประเทศ! อิ่มใจกับความสวยงามรอบทะเลสาบ พาเปลี่ยนบรรยากาศขึ้น“มอนเต เบร” (Monte Bre) ภูเขาขนาดเล็กส่วนหนึ่งของมอนเต โบเกลีย (Monte Boglia) เป็นแหล่งเทร็กกิ้งของคนสวิสทุกวัย เดินชมนกชมไม้เชยชมทิศทัศน์และธรรมชาติ ก่อนผ่านสู่หมู่บ้านเบร หมู่บ้านขนาดไม่กี่สิบหลังคาเรือน แหล่งรวมเหล่าศิลปินและคนรวยในลูกาโน่ตึกรามบ้านช่องบริเวณนี้สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ทีซีโน (Ticino) ที่เน้นหินเป็นวัสดุหลัก ตามพื้นที่สาธารณะประดับประดาด้วย งานประติมากรรมของ Pasquale Gilardi และงานอาร์ทฝีมือศิลปินชาวสวิส มีพิพิธภัณฑ์ของวิลเฮล์ม ชมิด (Wilhelm Schmid)ให้เยี่ยมชม เป็นหมู่บ้านที่ไม่ว่ามองหรือกดชัตเตอร์ถ่ายมุมไหนก็สวย ยิ่งใครที่ชอบแหล่งท่องเที่ยวประดิษฐ์ของไทยอย่าง ปาลิโอ หรือซานโตรินี พาร์ค รับรองว่ามาแล้วหลงสุดๆ ป้ายสุดท้ายของทริปอยู่ที่เมืองบาเซิล (Basel) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เรานั่งรถไฟจากลูกาโน่ ผ่านลูเซิร์น ก่อนประตูเปิดออก ณ สถานีบาเซิล สายฝนด้านนอกโปรยหนัก บรรยากาศโดยรอบดูพลุกพล่านเต็มไปด้วยคนสัญจร มองแล้วช่างแตกต่างกับเมืองลูกาโน แม้ถือสัญชาติสวิสเหมือนกันแต่คนบาเซิลนั้นสื่อสารด้วยภาษาเยอรมัน ในขณะที่ลูกาโน่ใช้ภาษาอิตาเลียน เสียงโดยรอบที่อื้ออึงจึงทำให้รู้สึกเหมือนก้าวสู่ประเทศใหม่มากกว่าระลึกตนว่ายืนอยู่พื้นแผ่นดินสวิตฯ เวลาเพียงครึ่งวัน จึงทำอะไรไม่ได้มากนอกจากใช้สองเท้าเดินหน้าชมเมืองด้วยความเร่งรีบ

บาเซิลเป็นเมืองเก่าที่เปิดรับเอาวัฒนธรรมยุคใหม่มาปรับใช้สถาปัตยกรรมสมัยศตวรรษที่ 15 มีให้เห็นตามเขตเมืองเก่า ถนนหนทางและอาคารบ้านเรือนยังคงโครงสร้างคงเดิมหากแต่ภายในปรับเปลี่ยนให้เข้ากับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า เราเดินลัดเลาะตามตรอกมาหยุด ณ จตุรัสกลางเมืองเก่า สถานที่ตั้งศาลากลาง (City Hall) ที่รัฐบาลบาเซิลไว้ใช้ประชุมในอดีต เด่นตระหง่านด้วยอาคารสีแดงอิฐสูงใหญ่สมัย ค.ศ. 1504 เพลิดเพลินตากับภาพจิตรกรรมฝาหนังที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีต ในเขตเมืองเก่าบรรยากาศยังคงครึกครื้นแม้ฝนตกหนัก มุ่งหน้าสู่ Cathedral of Basel โบสถ์คาทอลิกเก่าแก่ริมน้ำที่ใช้เวลาสร้างนานถึง 4 ศตวรรษ งามด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค หินสีแดงอิฐขับให้ตัวโบสถ์โดดเด่นสะดุดตา รอบนอกเป็นสวนธารณะมองเห็นแม่ไรน์ (Rhine)ไหลเอื่อย แม่น้ำสายหลักที่แบ่งเมืองบาเซิลออกเป็น 2 ส่วน Little Basel และ Great Basel ระหว่างทางพักเหนื่อย ณ Tinguely Fountain น้ำพุเต้นระบำ ผลงานของศิลปินชาวสวิส Jean Tinguely ที่ตั้งอยู่หน้าโรงละครบาเซิล ก่อนเปลี่ยนบรรยากาศมุ่งหน้าสู่ถนน Freie Strasse ถนนสายช็อปปิ้งที่รวมเอาช็อปสินค้าไฮเอนท์มาไว้แทบทุกแบรนด์ เวลาเพียงครึ่งวันอาจน้อยไปนิดเมื่อเทียบกับการทำความรู้จักบาเซิลแต่จากที่คลุกคลีไม่นานกลับทำให้เราเข้าใจว่า สิ่งที่ชาวบาเซิลภูมิใจที่สุด คือการที่พวกเขาสามารถพัฒนาเมืองให้เจริญรุดหน้าได้ โดยไม่ลืมประวัติศาสตร์และรากเหง้าของตนเอง

การเดินทางครั้งนี้ควรจบแบบสวยสดงดงาม ถ้าเราไม่เจอคนขโมยของในขากลับ! เพื่อนร่วมทางของเราตะโกนบอกเสียงดังว่าเธอกระเป๋าเงินหาย ในช่วงขณะลงบันไดเลื่อนกระเป๋าหลังของเธอเปิดออก เธอเลยเช็คของและรู้ว่ากระเป๋าได้หายไปแล้ว เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นในประเทศที่เราระวังตัวน้อยที่สุด ฉะนั้นไม่ว่าใครต่อใครหรือไกด์บุ๊คเล่มไหนบอกว่าสวิตเซอร์แลนด์ปลอดภัย ไร้โจร ขอให้รู้ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้

ในภาพยนตร์เรื่อง The Curious Case of Benjamin Button บอกไว้ว่า “ชีวิตไม่ได้นับเป็นเวลา แต่นับเป็นช่วงของความทรงจำ” ฉะนั้น ไม่ว่าการเดินทางในครั้งนี้จะพบช่วงนาทีที่แย่หรือดีเพียงใด มันคือหนึ่งช่วงเวลาที่น่าจดใจและยากจะลืมเลือน • เที่ยวชมเมืองนีซมีให้เลือกหลายอรรถรส จะนั่งรถรางเที่ยวตามจุดต่างๆ หรือเลือกปั่นจักรยานสาธารณะก็มีให้เช่าตามแต่สะดวกใจ หากมีเวลาไม่มากแนะนำให้นั่งรถนำเที่ยวก่อนเป็นอันดับแรกแล้วค่อยมุ่งเจาะจงอีกทีว่าจะไปที่ใดรถนำเที่ยวจอดรออยู่หน้าโรงแรม Negresco บริเวณหาด Promenade des Anglais การเดินทาง 1 รอบใช้เวลา 45 นาที ราคา 8 ยูโร เส้นทางเดินรถเริ่มต้น หน้าหาด ผ่านเมืองเก่า (Vieux Nice) ท่าเรือยอรท์ ก่อนไปจอดพัก ณ จุดชมวิวบริเวณ Castle Hill สวนสาธารณะบนยอดเขาเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมเมืองในมุมสูงแบบ 180 องศา และวกกลับเข้าถนนเรียบหาดอีกครั้ง ระหว่างทางมีไกด์อิเล็กทรอนิกส์ 6 ภาษา คอยบรรยายเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังโดยละเอียด

• หากต้องการเลือกซื้อขนมเมืองนีซเป็นของฝาก แนะนำร้าน La Cure Gourmande (www.la-cure-gourmande.fr) มีขนมหวานให้เลือกหลากประเภทอีกทั้งหีบห่อก็สวยงามน่าดูชม คนรักน้ำมันมะกอกเดินเข้า Nicolas Alziari ตรงเขตเมืองเก่าใกล้โรงละครโอเปร่า ร้านน้ำมันมะกอกคุณภาพสูงที่อยู่เมืองนีซมานานถึง 140 ปี (www.alziari.com.fr)

• สถานีรถไฟ Gare Nice Ville เป็นไปได้ที่คุณจะเจอกับคนเร่ร่อนไร้บ้านคนพวกนี้ไม่ถึงกับเป็นอันตรายเท่าพวกมิจฉาชีพที่เข้ามาตีซี้ ฉกกระเป๋าแล้วทำร้ายร่างกาย แต่จะเดินมาหาแล้วแบมือขอเงินกันแบบดื้อๆ พอคุณให้ไปเขาก็จะเดินไปขอรายอื่น ถ้าไม่ให้เขาก็จะเดินตามคุณไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณจะอ่อนใจ หนักข้อหน่อยก็รุกรานถือวิสาสะจับข้าวของ หรืออยู่ดีดีก็กรี๊ดร้องแล้วยืนชี้หน้าด่าเลยก็มี สิ่งเดียวที่ควรปฏิบัติเมื่อเจอคนเหล่านี้คือ เดินหนี อย่าสบตาอย่าสนใจ เพราะถ้าเราแสดงท่าที่สนใจเมื่อใด เขาจะเข้ามาหาเราทันที

• การเดินทางโดยรถไฟในยุโรป ต้องมีการวางแผนการเดินทางที่นี่ เพราะรถไฟนั้นตรงต่อเวลามาก โดยเฉพาะรถไฟที่สวิตเซอร์แลนด์ และควรจองตั๋วรถไฟล่วงหน้าจากตัวแทนจำหน่ายที่อยู่ในประเทศไทย เนื่องจาก Eurail Pass ไม่มีจำหน่ายในทวีปยุโรป เราสามารถเข้าไปดูตารางเวลาได้ที่ www.raileurope.th

• อีกหนึ่งสิ่งสำคัญเมื่อจองตั๋วเรียบร้อยแล้ว ควรสำรองที่พัก ซึ่งสามารถทำได้ผ่านระบบออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถไฟด่วนพิเศษ เช่น TGV หรือรถไฟชมทัศนียภาพ ที่มีข้อบังคับว่าต้องทำการสำรองที่นั่งล่วงหน้ามิฉะนั้นค่าใช้จ่ายหน้างานจะมีราคาสูงกว่าเท่าตัว

• บัตรโดยสาร Swiss Pass สามารถใช้เดินทางได้กับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะของ Swiss Travel System ได้ทุกรูปแบบ Nice
La Plage Beau Rivage
www.plagenicebeaurivage.com
La Roustide
www.facebook.com/pages/La-Roustide-Restaurant
Fenocchio Glacier
www.fenocchio.fr

Turin
Neuv Caval’d Brôns
www.cavallodibronzo.it
Baratti & Milano
www.barattiemilano.it

Lugano
Ristorante Tango
Tel: +41 91 922 27 01
RistoranteVetta
Tel: +41 91 971 20 45 Nice
Hotel Beau Rivage
www.hotelnicebeaurivage.com

Milan
Atahotel Executive
www.atahotels.it/en/executive

Lugano
Hotel Federale
www.hotel-federale.ch

Basel
Hotel Hilton Basel
www.hilton.ch/basel
(0)
Share
Anywhere
Keep by Anywhere
1923
FOLLOWER

เที่ยวยุโรปใต้ด้วยรถไฟผ่าน 6 เมือง 3 ประเทศ

"การเดินทางโดยรถไฟในยุโรปนั้นสะดวกสบายขึ้นชื่อ ผู้คนมากมายใช้ชีวิตผ่านรางข้ามประเทศกันเป็นนิตย์ รถไฟเปลี่ยนราง ผู้คนเปลี่ยนหน้าความเพลินใจยามพบปะผู้ร่วมทางต่างภาษาชวนให้น่าติดตามราวหนังภาคต่อ ก้าวแรกที่สัมผัส Gare de Lyon สถานีรถไฟใจกลางกรุงปารีสเปรียบดั่งบทนำของละคร ที่จะนำเข้าสู่เนื้อเรื่องอันสุนทรีย์ ตลอดเส้นทางรถไฟซึ่งแล่นผ่านหกเมือง สามประเทศ ในอีกแปดวันข้างหน้า"
1 KEEP
Anywhere
0 LOVES
COMMENT