เตรียมเข้าสู่บทเรียนถอดรหัสป่า จากตัวเมืองนครศรีธรรมราชเดินทางมาที่สวนฝากฟ้า อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช สวนป่าริมคลองกลายของนายแพทย์รังสิต ทองสมัคร์ ประธานกลุ่มอาสาสมัครกรุงชิง ที่เปิดบ้านให้เราจัดเตรียมและฝากสัมภาระ เราได้พบกับครูอีก ๓ คน คือ ครูเอ็กซ์ ครูโอ หนุ่มผู้ช่ำชองผืนป่าเขาหลวง และครูอีฟ นิสิตมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่อาสาเข้าป่ามาช่วยสอนและเรียนรู้ไปพร้อมกัน ที่นี่จึงไม่มีลูกหาบ เพราะทุกคนคือครูที่หาบของหนักพอ ๆ กัน

เสื้อผ้าและสัมภาระทุกอย่างถูกแพ็กลงถุงพลาสติกก่อน ๑ ชั้น แบ่งประเภทให้หยิบใช้ง่าย เช่น ถุงชุดนอน ถุงรองเท้าแตะ ถุงกล้องถ่ายรูป ถุงอุปกรณ์เครื่องนอนที่มีเปล ถุงนอน ฟลายชีต ฯลฯ แล้วค่อยจัดลงกระเป๋าเป้อีกที เตรียมพร้อมรับสภาพฟ้าฝนของป่าทางภาคใต้ที่อาจมาเยือนได้ตลอดเวลา
การเข้าป่าครั้งนี้ไม่มีจุดหมายเป็นยอดเขาสูง ไม่ตั้งใจไปเฝ้ารอสัตว์ชนิดใด ไม่มุ่งหาทะเลหมอก และอาจไม่พบดอกไม้งามตามที่เคยเห็น มีเพียงจุดประสงค์เดียวที่รอท้าทาย คือเราจะมีชีวิตรอดและเรียนรู้อะไรจากป่าได้บ้าง ป่าที่มีนิยามห่างไกลความหมายของคำว่าแหล่งท่องเที่ยว ไม่มีป้ายบอกทาง ไม่มีเส้นทางเดินชัดเจน ไม่มีสาธารณูปโภคใด ๆ
นเรศ สุขรินทร์ หรือทาร์ซานบอย ชายผู้พลิกชีวิตจากเทรดเดอร์หนุ่มในตลาดหลักทรัพย์ มาเป็นพรานป่าบนเทือกเขาหลังบ้าน และเป็นผู้ริเริ่มหลักสูตรถอดรหัสป่า หลักสูตรที่ว่าด้วยวิธีการดำรงชีวิตในป่า ตั้งแต่หาอาหาร เดิน นอน กิน ขี้ ลี้ภัย ฯลฯ วิธีเอาตัวรอดในธรรมชาติ ที่ต้องยอมรับและปรับตัวกับทุกสภาวะ ไม่ว่าจะเหนื่อย หนัก ร้อน หิว อด กดดันและที่สำคัญคือต้องเคารพในสรรพสิ่ง เชื่อว่าทุกอย่างมีชีวิต แม้แต่กรวดหินดิน ทราย สายน้ำ หรือเรียกว่าใช้หลักกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติโดยไม่จำเป็นต้องแยกว่าโน่นสัตว์ นี่คน เพราะในความเป็นจริงแล้ว มดอาจไม่รู้จักเราในนามของ “คน” และไม่ได้รู้จักตัวเองในนามของ “มด” ด้วยซ้ำ
๑๐.๓๐ นาฬิกา เดินทางด้วยรถยนต์ถึงอุทยานแห่งชาติเขาหลวง หน่วยพิทักษ์ฯ ขล. ๔ น้ำตกกรุงชิง จุดเริ่มต้นการเดินเท้า เรามีข้อตกลงร่วมกันว่า

“ต้องไปด้วยกัน ถ้ากลับ กลับทั้งหมด มีอะไรแชร์กัน และเมื่อจบทริปต้องเขียนแผนที่หรือเทรล (Trail) ของตัวเองได้ เพราะเส้นทางนี้คือเส้นทางใหม่ บางช่วงครูก็ไม่เคยไปเหมือนกัน”
สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ก่อนเริ่มเดิน คือ ทิศ ต้องรู้ว่าเราอยู่ทิศไหนและกำลังเดินไปทิศใด โดยครูแนะให้สังเกตธรรมชาติรอบตัวแทนอุปกรณ์นำทาง โชคดีที่ยังอยู่ในช่วงสาย จึงพอคาดเดาได้ว่าฝั่งที่มีพระอาทิตย์คือทิศตะวันออก และเรากำลังมุ่งหน้าไปทางทิศใต้ ก่อนเดินครูยังย้ำว่าให้จำทุกอย่างระหว่างทางอย่างรื่นรมย์ อย่าเครียดจนลืมสนุกกับป่า

เราเดินอย่างสบายใจ ข้ามน้ำตกน้อยสายเล็ก ๆ แล้วเดินเลียบคลองพันตาลไปเรื่อย ๆ บ้างก็ข้ามคลองไปมา หยุดบ้างเป็นบางช่วง ขณะหยุดรอช่างภาพถ่ายภาพหินชั้น ครูบอยเด็ดใบเฟิร์นหลังเงินเล็ก ๆ หงายหน้าใบขึ้น วางลงบนขากางเกงสีดำของฉัน แล้วตบใบเฟิร์นเข้าอย่างจัง เมื่อหยิบใบเฟิร์นขึ้น ปรากฏรอยพิมพ์รูปใบเฟิร์นสีขาวเด่นชัดบนกางเกง คล้ายจะบอกว่าป่าคือห้องเรียนศิลปะชั้นเยี่ยม จงสนุกกับมัน เมื่อเดินถึงดงผักกูด พืชตระกูลเฟิร์นอีกชนิด ที่ชอบขึ้นริมน้ำและที่ชื้นแฉะ เติบโตได้ดีในบริเวณที่ปลอดสารเคมี ผักกูดที่นี่สูงท่วมหัว กิ่งก้านอวบอิ่ม ครูจึงเริ่มโยนเข้าสู่บทเรียนการดำรงชีพ

“เลือกเฉพาะยอดที่กรอบ ที่ก้านหักได้ ไม่เหนียว แล้วอย่ามองแต่ยอดสูง ๆ หัดมองที่ต่ำ ๆ บ้าง เอาเฉพาะพอกิน”

บางช่วงต้องเดินบนหินลื่น จนล้มแล้วล้มอีก เป็นช่วงเวลาที่ได้เรียนรู้ว่ารองเท้าของเราเหมาะกับสภาพแบบไหน เหมาะกับการเดินในป่า ในน้ำหรือบนหิน มันเป็นเรื่องยากมากที่จะหารองเท้าคู่เดียวเหมาะกับทุกสภาพผิว แต่แน่นอนว่าต้องมีสักคู่ที่เหมาะกับทางของเรา

“ขอให้มั่นใจว่าทุกครั้งที่เราหกล้ม มันไม่เกี่ยวใด ๆ กับรองเท้า เรามักโทษรองเท้าเวลาล้มขณะเดินป่า พอ ๆ กับในชีวิตจริง ที่มักโทษคนข้าง ๆ เวลาชีวิตล้มเหลว” ระหว่างทางมีเสียงร้องเจื้อยแจ้ว บางเสียงก็ร้องระงม จนแยกไม่ออกว่ามีเสียงอะไรบ้าง ครูบอกให้ตั้งใจฟัง หัดใช้ประสาทสัมผัสทางหู ทุกเสียงจะมีรหัสบอกรับรู้ได้ว่าแต่ละเสียงมีความหมายอย่างไร เสียงแบบไหนสัตว์ร้องต้อนรับ ไว้วางใจ เสียงแบบไหนเต็มไปด้วยความระแวงและส่งสัญญาณบอกต่อ ๆ กัน โชคดีว่าเสียงที่ได้ยินตอนนี้ออกไปทางผูกมิตร

ขณะเดียวกันครูก้มมองพื้นทรายในคลอง ทำท่าเหมือนเจออะไรบางอย่าง เราเข้าใจว่ามันคือรูปรอยของตีนสัตว์ แต่ก็เดาไม่ออกว่าเป็นสัตว์ชนิดไหนอีกตามเคย ครูเฉลยว่านี่คือรอยตีนสมเสร็จ และเป็นสมเสร็จตัวใหญ่มาก ราว ๒ เมตรกว่า โดยวัดขนาดตัวจากช่วงระยะการก้าวของขาหน้าและขาหลัง ที่สำคัญยังเป็นรอยใหม่ ๆ ที่คงรูปชัดเจน เดินข้ามต้นไม้ใหญ่ที่ล้มขวางคลอง ลัดเลาะขึ้นเนินอีกครั้ง “สังเกตให้ดีตรงนี้คือดงต้นช้างร้อง ถ้าโดนหนามที่ใบก็เจ็บขนาดช้างร้องนั่นแหละ ที่สำคัญในป่ามีต้นไม้ลักษณะใกล้เคียงกันหลายต้น หากแยกไม่ออกจะพานกลัวจนหลอนไปหมด”

เดินลงลำธาร ขึ้นลงอีกไม่ไกลนักก็ถึงหนานคุเรียน ที่กางเต็นท์ของวันนี้ หนาน (ภาษาใต้) หมายถึงบริเวณที่น้ำต่างระดับกัน หรืออาจหมายถึงน้ำตกเล็ก ๆ ส่วนคุเรียน หรือทางภาคใต้เรียกต้นหลาโอน เป็นต้นไม้วงศ์ปาล์มชนิดหนึ่ง ลำต้นสูงชะลูด มีต้นจริงให้เห็นเด่นชัดอยู่บนน้ำตก
(1)
Share
osotho
Keep by osotho
3131
FOLLOWER

เตรียมเข้าสู่บทเรียนถอดรหัสป่า

"จากตัวเมืองนครศรีธรรมราชเดินทางมาที่สวนฝากฟ้า อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช สวนป่าริมคลองกลายของนายแพทย์รังสิต ทองสมัคร์ ประธานกลุ่มอาสาสมัครกรุงชิง ที่เปิดบ้านให้เราจัดเตรียมและฝากสัมภาระ เราได้พบกับครูอีก ๓ คน คือ ครูเอ็กซ์ ครูโอ หนุ่มผู้ช่ำชองผืนป่าเขาหลวง และครูอีฟ นิสิตมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่อาสาเข้าป่ามาช่วยสอนและเรียนรู้ไปพร้อมกัน ที่นี่จึงไม่มีลูกหาบ เพราะทุกคนคือครูที่หาบของหนักพอ ๆ กัน
เสื้อผ้าและสัมภาระทุกอย่างถูกแพ็กลงถุงพลาสติกก่อน ๑ ชั้น แบ่งประเภทให้หยิบใช้ง่าย เช่น ถุงชุดนอน ถุงรองเท้าแตะ ถุงกล้องถ่ายรูป ถุงอุปกรณ์เครื่องนอนที่มีเปล ถุงนอน ฟลายชีต ฯลฯ แล้วค่อยจัดลงกระเป๋าเป้อีกที เตรียมพร้อมรับสภาพฟ้าฝนของป่าทางภาคใต้ที่อาจมาเยือนได้ตลอดเวลา"
2 KEEP
osotho
narongkorn.laosrisin.3
1 LOVES
narongkorn.laosrisin.3
COMMENT