เดินดูหนังสือแปลกใหม่ กับเครื่องดื่มอร่อยๆ ... ฟินมากๆ ร้านนี้บรรยากาศต่างจากบุ้คสโตร์ขนาดใหญ่ ไม่ได้มีนิวรีลิสออกใหม่ทุกเดือน บนแผงไม่ได้ขึ้นเบสเซลเล่อร์เพื่อกระตุ้นยอดการตลาด แต่บนแผง บนชั้นโชว์ ปรากฏรายชื่อ แต่หนังสือที่ผมแทบไม่รู้จักทั้งนั้นตื่นเต้นดีครับที่ร้านนี้พยายามจะคัดหนังสือที่ไม่มีพื้นที่ในร้านขนาดใหญ่มาด้วยเพราะสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ เขาจะจับจองพื้นที่ในร้านใหญ่ๆ ได้ทั้งหมด เจ๋งๆ.....เอ่อเกือบลืมไป มอคค่าปั่นร้านนี้ เข้มข้นหวานมันอร่อยดี ไว้คราวหน้าจะมาอีก
ลำปาง หนาวนิดหน่อยค่อยๆ เดิน

ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรทราบ
จังหวัดลำปาง เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือตอนบน ภูมิประเทศอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้และภูเขาสูง เป็นที่รู้จักกันดีอีกชื่อหนึ่งว่าเมืองรถม้า อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ราว 600 กว่ากิโลเมตร สามารถเดินทางได้ทั้งรถทัวร์ รถไฟ และเครื่องบิน ส่วนทางรถยนต์ส่วนตัว (ที่ผมกำลังไป) วิ่งเข้ารังสิต ผ่านไปอยุธยา สิงห์บุรี ชัยนาท กำแพงเพชร แล้วเข้าสู่ลำปาง เหยียบมาราว 90-120 km./h (ในบางช่วง) ใช้เวลา 6 ชั่วโมงพอดีครับ บันทึกวันที่ 24 ตุลาคม 2556 เวลาโดยประมาณ 12.00 น. อากาศร้อนเหมือนอยู่ในเตาอบ
อาจเป็นเพราะ นี่เป็นแค่เพียงช่วงต้นของหน้าหนาวอากาศบ้านเราเลยยังติดความอบอ้าวอยู่ แพลนที่วางไว้ว่าจะจอดรถไว้ที่พักแล้วนั่งรถม้าเที่ยว เป็นอันต้องเลื่อนออกไป เราคงยังมีหวังอยู่ที่วันพรุ่งนี้ หวังว่าอากาศจะไม่ทารุณนัก

ร้านหนังสือเล็กๆ ที่ยินดีต้อนรับนักเขียนตัวเล็กๆ ที่ถูกสำนักพิมพ์ขนาดใหญ่เบียด
รุ่นพี่คนหนึ่งในวงการหนอน (หนังสือ) แนะนำหากมาเที่ยวลำปางให้ไปร้าน เอกาลิเต้ บริเวณตึกเก่า บนถนนทิพย์ช้าง “หนังสือหายากเพียบเลยแก ชั้นตามหา Photo Book ของเดวิด (นามสมมติ ชื่อจริงจำไม่ได้) มาตั้งนาน ก็มาเจอที่นี่แหละ” ตลาดเก่า ที่เล่ากันว่าขายมาตั้งแต่รุ่นรัชกาลที่ 5
เย็นย่ำอากาศเริ่มเย็นตัวลงเล็กน้อย เวลายังไม่ถึงห้าโมงเย็นแต่ฟ้าเริ่มมืดลง หน้าหนาวกลางคืนจะมาเร็วกว่าปรกติ ย่านตลาดเก่าที่ตั้งอยู่ขนานกับลำน้ำวังเริ่มมีร้านรวงขายของมาตั้ง แถวนี้เรียกกันว่า กาดกองต้าหรือถนนคนเดินลำปาง
เราตั้งใจกันว่าจะมาฝากท้องที่นี่ ตลาดเยา ย่อมหมายถึงของกินขึ้นชื่อประจำเมือง กาดกองต้า เคยเป็นชุมชนเศรษฐกิจ เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางการค้าขายของภาคเหนือมาตั้งแต่สมัยก่อน พื้นที่ติดแม่น้ำวังทำให้ขนส่งสินค้าสะดวกสบาย มีชนชาวต่างชาติเข้ามาทำการค้าด้วยหลายชาติ ทั้ง อังกฤษ พม่า และจีนชาวบ้านบางคนเรียกกาดกองต้าว่าตลาดจีน นั่นอาจเป็นเพราะมีคนจีนอยู่มากที่สุดพวกเขาทิ้งสถาปัตยกรรมเอาไว้มากมายทั้งรูปทรงตึกเก่าทรงฝรั่ง เรือนไทย แม้แต่บ้านทรงพม่า และบ้านทรงจีน ผสมผสานกันไปอย่างลงตัว 18.00 น. เวลาที่แสงสุดท้ายของวันสาดลงมา
กาดกองต้า ลืมตาตื่น

จะเทียบกับถนนข้าวสารของกรุงเทพฯ ที่นี่ไม่ได้มีคนเมาเยอะขนาดนั้น
ตลาดสวนรถไฟ ก็ไม่อีกนั่นแหละ บรรยากาศหลายๆ อย่างไม่เหมือนกัน

ที่นี่มีกลิ่นอายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเองทั้งคนที่มาเดิน (สาวเหนือเพียบ) ทั้งของที่ขาย รวมไปถึงอาหารการกิน เด็ดๆ เลยที่อยากนำเสนอเลยคือ ขนมจีนน้ำยา จานแรกเป็นขนมจีนสไตล์เหนือ ที่มีพระเอกเป็นน้ำเงี้ยว หม้อด้านข้างมีข้าวซอย อีกทั้งเขียวหวาน น้ำพริกฯลฯ ใส่อยู่ในหม้อดิน อากาศหนาวๆ เรานั่งบนเก้าอี้เล็กๆ ใช้แคร่ไม้ต่างโต๊ะกินข้าว เรานั่งร่วมกับคนแปลกหน้าอีกสองคน อบอุ่นดีครับ เดินมาอีก หน่อยเจอกับ เมนูที่สองลูกชิ้นเขียง ลูกชิ้นหมูลูกโตที่เสิร์ฟเหมือนสเต๊ก มาบนเขียงไม้และมีดส้อม เนื้อลูกชิ้นแน่น หมูล้วน อร่อยเด้งฟันใช้ได้เลยครับ เตือนไว้หน่อยที่นี่เปิดแค่ วันเสาร์ - อาทิตย์ 17.00-22.00 น. กลัวมาแล้วไม่ได้เจออย่างผม

อิ่มจากตลาดคืนนี้ผมกลับไปนอนฝันดี หากฟ้าเป็นใจพรุ่งนี้เช้าจะตื่นมานั่งรถม้าชมเมือง.......
(0)
Share
Eatingout
Keep by Eatingout
2779
FOLLOWER

เดินดูหนังสือแปลกใหม่ กับเครื่องดื่มอร่อยๆ ... ฟินมากๆ

"ร้านนี้บรรยากาศต่างจากบุ้คสโตร์ขนาดใหญ่ ไม่ได้มีนิวรีลิสออกใหม่ทุกเดือน บนแผงไม่ได้ขึ้นเบสเซลเล่อร์เพื่อกระตุ้นยอดการตลาด แต่บนแผง บนชั้นโชว์ ปรากฏรายชื่อ แต่หนังสือที่ผมแทบไม่รู้จักทั้งนั้นตื่นเต้นดีครับที่ร้านนี้พยายามจะคัดหนังสือที่ไม่มีพื้นที่ในร้านขนาดใหญ่มาด้วยเพราะสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ เขาจะจับจองพื้นที่ในร้านใหญ่ๆ ได้ทั้งหมด เจ๋งๆ.....เอ่อเกือบลืมไป มอคค่าปั่นร้านนี้ เข้มข้นหวานมันอร่อยดี ไว้คราวหน้าจะมาอีก"
1 KEEP
Eatingout
0 LOVES
COMMENT