องุ่นไร้เมล็ดแห่งสวน Silver Lake เป็นพันธุ์ที่ขายดิบขายดีมากๆ เริ่มต้นความอร่อยกันที่ “สวนองุ่น Silver Lake” พัทยา ชลบุรี อยู่ติดกับพระพุทธรูปเขาชีจรรย์ บนเส้นทางที่จะมุ่งตรงเข้าไปวัดญาณสังวรารามได้ สวนองุ่นเนื้อที่ 1,200 ไร่แห่งนี้ คืออาณาจักรแห่งความสดชื่น เพราะนอกจากจะมีไร่องุ่นทอดยาวสุดลูกหูลูกตาแล้ว ยังมีวิวทิวทัศน์งดงามมาก คือมีทั้งทะเลสาบ สวนดอกไม้ และทิวเขาทอดยาวอยู่เป็นเบื้องหลัง มาถึงแล้วก็ต้องเข้าไปนั่งรถพ่วงชมสวน เก็บผลองุ่นสุก ชิมน้ำองุ่น ไอศครีมรสองุ่น ผลองุ่นสดแช่เย็นชุ่มคอ และสำคัญที่สุดคือ ชิมไวน์รสเลิศที่ทางไร่บ่มหมักเองในถังไม้ คือไวน์แดงชีราส ปี 2006 ซึ่งรสลื่นนุ่มคอนุ่มลิ้นมากๆ
มีคนเคยบอกว่า เมื่อสายฝนพรำพืชพรรณก็ผลิบาน ออกลูกออกหลานรับความชุ่มฉ่ำ ประโยคนี้ท่าจะเป็นจริงเมื่อได้ไปเห็นกับตาตัวเองในภาคตะวันออกแดนบูรพา ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน อันเป็นช่วงที่จะคึกคักคับคั่งเป็นพิเศษ เพราะชาวสวนต่างดีใจ ได้เก็บผลไม้ที่กำลังออกดกดื่นไปขาย สมแล้วที่ไทยเราเป็นเมืองเกษตรอันมั่งคั่งมาแต่ไหนแต่ไร
ทุเรียน มังคุด เงาะ สละ ระกำ ลองกอง ลางสาด สับปะรด มะม่วง มะเฟือง มะไฟ กระท้อน แก้วมังกร กล้วย ขนุน ส้มโอ องุ่น สาลี่ ลิ้นจี่ ชมพู่ และอีกสารพัดผลไม้กำลังผลิผลดกงามละลานตา ราวกับเป็น Amazing Fruit Festival เลยล่ะครับ แต่ถ้าถามว่ามีเวลาน้อยจะไปเที่ยวชิมผลไม้กันได้เต็มอิ่มหรือ? คำตอบง่ายๆคือสบายมาก มีเวลาแค่ 2 วัน 1 คืนก็เพียงพอแล้ว ไล่ไปตั้งแต่จังหวัดชลบุรี ระยอง และจันทบุรี ทุกปีทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เขามีแคมเปญ “เที่ยวทุกไร่ชิมไปทุกสวน” ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน จะขับรถไปเองหรือจะนั่งรถสาธารณะไปก็ได้ ทำไมภาคตะวันออกของเราจึงมีผลไม้เมืองร้อนดกงามถึงเพียงนี้ ก็ต้องตอบว่านับเป็นความกรุณาปรานีของดินฟ้าอากาศและพระแม่ธรณีโดยแท้ เพราะภาคตะวันออกมีอากาศใกล้เคียงกับทางปักษ์ใต้ คือ ร้อนชื้น ฝนตกชุก ดินเป็นดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี ผลไม้จึงมีรสหวานอร่อย ไม่อมน้ำมากเกินควร ผิดกับบางบริเวณทางภาคใต้ที่เป็นดินเหนียวล้วน ผลไม้จึงอุ้มน้ำมากและคลายความหวานลง เมื่อย่างเข้าเขตจังหวัดระยอง ก็ถือว่าเป็นดงผลไม้ของจริง เพราะมองไปทางไหนในยามนี้ก็จะเห็นแผงผลไม้เต็มพรึ่บ มีรถขนทุเรียน มังคุด เงาะ สละ ลองกอง ฯลฯ กองกันมาเต็มเอี้ยดท้ายรถกระบะ ต่างวิ่งไปส่งยังตลาดผลไม้ ภาพคนโยนทุเรียนแล้วรับอย่างชำนาญ จึงเป็นภาพแปลกตาที่หาดูได้เฉพาะช่วงนี้เท่านั้น “ตลาดกลางผลไม้ตะพง” คือศูนย์กลางความคึกคักอย่างปฏิเสธไม่ได้ เจ้าของสวนจะนำผลไม้มาขายให้เองในราคาถูกมากๆ แม่ค้าใจดีมักโบกมือดักกวักมือเรียก พร้อมปอกให้กินฟรี ชิมก่อนได้ ไม่อร่อยไม่ต้องซื้อ! มังคุดถ้าเปลือกเป็นสีดำ ทั้งลูกเล็กลูกใหญ่ ปอกออกมาก็ทานได้พอดี เนื้อจะขาว รสหวานอมเปรี้ยวกำลังได้ที่เลย แต่ถ้าจะซื้อกลับบ้าน แนะนำให้ซื้อแบบเปลือกที่ยังออกสีแดง อีกสองสามวันกินได้พอดี ส่วนเงาะก็ควรชิมก่อน แล้วเลือกลูกที่เปลือกแดงสด ขนเขียวสดชื่น ไม่เหี่ยวเป็นสีน้ำตาล ถ้าเป็นเงาะโรงเรียนจะหวานฉ่ำ เนื้อไม่ค่อยติดเมล็ด แต่ถ้าเป็นเงาะสีชมพูพันธุ์ท้องถิ่นเนื้อจะกรอกติดเมล็ดมากกว่า อร่อยไปอีกแบบ สำหรับราชาแห่งผลไม้เมืองร้อนอย่าง “ทุเรียน” พ่อค้าที่ตลาดผลไม้ก็เล่าให้ฟังว่ามีทั้งพันธุ์หมอนทอง ก้านยาว ชะนี และกระดุม ให้ลองลิ้มชิมรส สุดแล้วแต่สไตล์ความชอบ เขาสอนว่าทุเรียนที่ดีจะมีพูพองโต เห็นร่องชัดเจน หนามทุเรียนมักออกสีน้ำตาลเข้ม ลูกที่สุกกินได้แล้วเคาะเสียงจะกังวาน ส่วนลูกที่ยังห่ามเสียงจะดังทึบๆ ถ้าอยากรู้ว่าลูกไหนสุกแล้ว ให้ลองบีบหนาม 2 อันเข้าหากัน ลูกที่แก่จะยืดหยุ่นเหมือนมีสปริง! สำหรับพันธุ์หมอนทองต้องมีกลิ่นหอม ไม่เหม็นเขียว ผ่าออกมาเนื้อแห้ง เป็นสีทอง รสหวาน มัน แกะง่าย เนื้อไม่ติดเปลือก สนนราคาอาจสูงหน่อย แต่คุ้มค่าความอร่อยแน่นอน แต่รู้หรือเปล่าว่า คนไทยโบราณนิยมกินทุเรียนสุก (ทุเรียนปลาร้า) มากกว่าทุเรียนห่ามเหมือนคนสมัยนี้! เนื่องจากสมัยก่อนยังไม่มีทุเรียนพันธุ์ ส่วนใหญ่เป็นทุเรียนบ้านที่ต้องรอให้สุก แล้วร่วงจากต้นเอง คนไทยโบราณจึงได้กินทุเรียนหอมฟุ้งที่สุกตามธรรมชาติ ไม่ต้องบ่มแก๊ส! จากนั้นเลี้ยวรถเข้าไปที่ “ชุมชนบ้านจำรุง” อำเภอแกลง ชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ที่นี่ถือเป็น มหาวิทยาลัยบ้านนอก ให้คนเข้ามาศึกษาดูงาน ผมเลยนั่งรถพ่วงเที่ยวชมหมู่บ้าน ผ่านสวนผลไม้มาปอกกินไม่อั้น แถมดูแลราวเราเหมือนลูกเหมือนหลาน ช่วงที่ผมไป ทุเรียนหมอนทองกำลังดกดื่น เลยได้ชิมทั้งแบบห่ามๆ และแบบปลาร้า ซึ่งคนไทยสมัยก่อนชอบกิน เหลือจากขายจริงๆจึงนำไปทำทุเรียนกวน ขายดิบขายดี อีกแห่งหนึ่งซึ่งเป็นเสมือนอาณาจักรแห่งผลไม้ภาคตะวันออกอย่างแท้จริงก็คือ “สวนสุภัทราแลนด์” อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ที่เปิดให้เที่ยวชมและสอยกินผลไม้นานาชนิดให้กินตลอดวัน ได้นั่งรถพ่วงชมสวน ช่วยฟอกเลือดได้ยอดเยี่ยม แถมยังมีน้ำฟักข้าวปั่น ผลไม้สีสวยที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็งได้อย่างวิเศษ จนทั่วโลกยอมรับ จากนั้นก็ก้าวเข้าสู่จังหวัดจันทบุรี ถ้าไม่ไปปั่นจักรยานเก็บผลไม้กินที่ “ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี” อำเภอขลุง ชิมมังคุด เงาะ และทุเรียนก้านยาวพันธุ์พื้นบ้านแท้ๆ ที่หายากแสนยากในปัจจุบัน แต่ถ้าใครมีเวลามากหน่อย แนะนำให้ไปที่ “ชุมชนเชิงเกษตรเขาบายศรี” อำเภอท่าใหม่ แดนอุดมสมบูรณ์ที่ชาวบ้านปลูกผลไม้กันนับร้อยปีแล้ว ด้วยว่าเขตนี้อากาศคล้ายภาคใต้ คือ ร้อนชื้น ฝนตกชุก เอื้อให้คนท่าใหม่กลายเป็นชาวสวนกันมาหลายชั่วอายุคน สัมผัสแรกของเขาบายศรีคือร่มรื่นเย็นตาเย็นใจ เห็นชาวบ้านกำลังเก็บผลไม้ใส่เข่งขึ้นรถไปขาย ทั้งทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง กล้วย แก้วมังกร และสละลูกสีแดงอวบอิ่มใหญ่เบิ้ม โดยผลไม้เขาจะออกมากช่วงเดือนเมษายน-กรกฎาคม รีบมาเลย รอช้าไม่ได้ รอยยิ้มของชาวบ้านเขาบายศรี และสำเนียงภาษาการพูดการจาที่ออกจะเหน่อๆนิดๆแบบน่ารัก ทำให้เราผู้ไปเยือนยิ้มได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่คุยกัน เจ้าบ้านใจดีชวนให้ชิมบุฟเฟต์ผลไม้ซึ่งกองอยู่เต็มโต๊ะ บางคนตรงรี่เข้าไปหาทุเรียนหมองทองที่สุกพร้อมชิม บางคนก็ปอกเงาะกินอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนผมคว้ากล้วยไข่มาปอกกินก่อนเลย เสร็จแล้วไปเดินชมสวน ดูต้นทุเรียนยักษ์สูงที่สุดในจันทบุรี อายุกว่า 127 ปี เจ้านี่เป็นสายพันธุ์ทุเรียนบ้านชั้นเลิศเพียงไม่กี่ต้นที่ยังหลงเหลืออยู่ ขณะที่ทุเรียนโบราณต้นอื่นๆ ในจันทบุรีถูกตัดทิ้งเกือบหมดอย่างน่าเสียดาย หลังจากที่ทุเรียนพันธุ์จำพวกหมอนทอง ชะนี และกระดุม ได้รับความนิยมจากคนกินมากกว่า ทว่าทุเรียนบ้านแบบนี้มีเสน่ห์ เมื่อสุกงอมเต็มที่จะร่วงลงมาเอง แม้ลูกจะเล็ก แต่เนื้ออร่อยสุดยอดของสุดยอด ได้ชิมมาแล้วครับ ต้องบอกว่ารสไม่แพ้หมอนทองเลย เดินลัดเลาะผ่านสวนมังคุดร้อยปี สวนทุเรียน และสวนแก้วมังกร เข้าไปจนถึงสวนระกำ ทุกย่างก้าวเรารู้สึกได้เลยถึงคำว่ “ธรรมชาติ” ได้สูดกลิ่นดินกลิ่นหญ้า รับรู้ถึงความเย็นฉ่ำของร่มไม้ ที่สวนระกำคือบ้านของยายบุญมี เป็นเรือนไม้สองชั้นขนาดใหญ่อยู่กลางสวนเปิดเป็นโฉมสเตย์ สะอาด น่าอยู่มาก คืนนั้นผมเลยขออาศัยที่พักกายแสนอุ่นสบายซะเลย เที่ยวทริปนี้กินจนพุงกาง ต้องขยายเอวกางเกงขึ้นอีกนิ้วสองนิ้ว แต่ก็คุ้ม เพราะปีหนึ่งมีครั้งเดียวที่ด้เที่ยวไปชิมไปในสวนผลไม้ภาคตะวันออกเช่นนี้ อยากรอให้ถึงปีหน้าเร็วๆจังเลย Traveler’s Guide 
BEST SEASON การท่องเที่ยวชิมผลไม้ภาคตะวันออกดีที่สุดคือเดือนเมษายน-กรกฎาคม ผลไม้ออกมากที่สุด ช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูฝนอันชุ่มฉ่ำ 
HOW TO GO เดินทางท่องเที่ยวตามเส้นทางนี้สะดวกสบายสุดควรมีรถยนต์ส่วนตัว ใช้ถนนมอเตอร์เวย์ (ทางหลวงหมายเลข 7) ไปออกที่พัทยาแล้วใช้ถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3) เชื่อมโยงถึงระยองและจันทบุรีได้สะดวกมาก หรือขึ้นรถทัวร์ไปก็ได้ จากสถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) และสถานีขนส่งหมอชิต 2 มีรถบริการทุกวัน 
CONTACT สวนองุ่น Silver Lake พัทยา ชลบุรี โทร. 0-3893-8250 / www.silverlakethai.com กลุ่มท่องเที่ยวรักษ์เขาบายศรี เลขที่ 11/11 หมู่ 4 ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี 22120 โทร. 0-3935-6544, 08-6834-9604 ชุมชนบ้านจำรุง หมู่ 7 ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง 21110 โทร. 08-7817-8030, 08-7143-7576 สวนสุภัทราแลนด์ อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง โทร. 0-3889-204809
Board: Travel
(0)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2583
FOLLOWER

องุ่นไร้เมล็ดแห่งสวน Silver Lake เป็นพันธุ์ที่ขายดิบขายดีมากๆ

"เริ่มต้นความอร่อยกันที่ “สวนองุ่น Silver Lake” พัทยา ชลบุรี อยู่ติดกับพระพุทธรูปเขาชีจรรย์ บนเส้นทางที่จะมุ่งตรงเข้าไปวัดญาณสังวรารามได้ สวนองุ่นเนื้อที่ 1,200 ไร่แห่งนี้ คืออาณาจักรแห่งความสดชื่น เพราะนอกจากจะมีไร่องุ่นทอดยาวสุดลูกหูลูกตาแล้ว ยังมีวิวทิวทัศน์งดงามมาก คือมีทั้งทะเลสาบ สวนดอกไม้ และทิวเขาทอดยาวอยู่เป็นเบื้องหลัง มาถึงแล้วก็ต้องเข้าไปนั่งรถพ่วงชมสวน เก็บผลองุ่นสุก ชิมน้ำองุ่น ไอศครีมรสองุ่น ผลองุ่นสดแช่เย็นชุ่มคอ และสำคัญที่สุดคือ ชิมไวน์รสเลิศที่ทางไร่บ่มหมักเองในถังไม้ คือไวน์แดงชีราส ปี 2006 ซึ่งรสลื่นนุ่มคอนุ่มลิ้นมากๆ"
1 KEEP
Kullastree
0 LOVES
COMMENT