ศึกษาวิถีชีวิตชาวไทยพวนผ่านผ้าทอจากรุ่นสู่รุ่น ริมแม่น้ำยมฝั่งบ้านหาดเสี้ยวเงียบสงบ ถนนพิศาลดำริบีบแคบลง เมื่อเราผ่านเข้าสู่บ้านเรือนไม้โบราณ รายรอบ หลงเหลืออดีตของคนไทยพวนไว้ตามบ้านใต้ถุนสูง หรือไม่ก็ในผ้าซิ่นผืนสวยที่ฝ่ายหญิงนุ่งห่ม

“เดี๋ยวนี้สาวๆ เขาจะใส่ก็ช่วงงานบุญนั่นล่ะ แต่รุ่นยาย รุ่นทวดนี่ขาดไม่ได้” ยายสมใจ โกศัย นั่งอยู่หน้าบ้านเลขที่ ๓ เคียงข้างคุณลุงกุน โกศัย แม้จะเพิ่งพบหน้า แต่รอยยิ้มและอัธยาศัยแสนอบอุ่นนั่นเป็นคนละเรื่อง แกคุยให้ฟังถึงสีสันของงานบุญกำฟ้า งานเทศน์มหาชาติ ว่าความสวยงามนั้นแทบจะเป็นหนึ่งเดียวกับชีวิตคนที่นี่ที่เชื่อมโยงกับพุทธศาสนา

(จากภาพ) หากเข้าไปในบ้านหาดสูง หมู่บ้านทอผ้าริมลำน้ำยม ตามใต้ถุนบ้านคือ ที่ทางของผ้าทอ ทั้งทอตีนจก ในกี่โบราณ
ขณะเหยียบยืนอยู่เหนือแผ่นดินโบราณ เบื้องล่างคือโครงกระดูกมนุษย์ในหลุมขุดค้นแหล่งโบราณคดีวัดชมชื่น วันร้อนร้าย นอกฤดูท่องเที่ยวทำให้ที่นี่เงียบงัน นานๆ ทีจึงจะแว่วดังเสียงสืบเท้าของผู้มาเยือน

ริมตลิ่งแม่น้ำยม หลายอย่างซ้อนทบอยู่ในการเคลื่อนหมุนของวันเวลา จากแดนดินที่เรียกกันว่าโลกก่อนประวัติศาสตร์ ผ่านการเปลี่ยนรับปรับร่างของอารยธรรม ก่อนจะเรืองรุ่งและร้างโรย เหลือเพียงซากปรักหักพังให้หลายคนได้เดินตาม ไถ่ถาม และทำความเข้าใจ

(จากภาพ)ยามเช้าที่วัดหาดเสี้ยว ผู้เฒ่าผู้แก่ชาวไทยพวนร่วมทำบุญ และใช้ชีวิตผูกพันกับพุทธศาสนามาเนิ่นนาน แม่เฒ่านุ่งซิ่นผืนสวย ส่วนพ่อเฒ่าห่มผ้าขาวม้าตาอิด นุ่ง “ใสซ่ง” กางเกงสีน้ำเงิน แบบชายไทยพวนดั้งเดิม อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยยามใกล้ค่ำเสริมเติมภาพของเมืองโบราณไว้กลางแมกไม้ชอุ่มเขียว ภายในกำแพงเมืองเงียบเชียบคล้ายหลับใหลอยู่ในห้วงอดีต ดอกคูนติดสีเหลืองสดหน้าวัดเจดีย์เจ็ดแถว ไล่เลยไปถึงลายปูนปั้นอันวิจิตรของวัดนางพญา ที่ดึงดูดให้ใครสักคนยืนนิ่งแหงนมอง

หลายวันที่ศรีสัชนาลัย เมืองเล็กแสนสงบงามอันเก่าแก่ของสุโขทัย ผมค่อยๆ ทำความรู้จัก และพยายามนึกคิดเอาเองว่า ชีวิตของหลายคนที่นี่ล้วนเป็นเรื่องของการสืบทอด และหัวใจของพวกเขาไม่แตกต่างไปจากเมืองที่โอบรับชีวิตอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

(จากภาพ) วัดเจดีย์เจ็ดแถว สงบงามขรึมขลัง ในยามเย็น ยามเช้าบนถนนพิศาลดำรินั้นแสนงดงาม แม้ระดับน้ำในแม่น้ำยมจะลดน้อยจนแลดูสายเล็กในฤดูแล้ง แต่ชีวิตริมฝั่งที่ลืมตามากว่า ๓ รุ่น ก็บอกให้ใครสักคนที่มาเยือนศรีสัชนาลัยรู้ว่า ผู้คนของที่นี่ไม่เคยห่างหายจากลำน้ำสายโบราณอันเก็บงำไว้ทั้งประวัติศาสตร์และรูปแบบชีวิตสั่งสม “แต่ก่อนหาดเสี้ยวนั้นมาถึงยาก ต้องมาทางน้ำแม่ยม เท่านั้นละ” เราพูดถึงความคึกคักที่ผ่านพ้นและตกหล่นอยู่เพียงในความทรงจำของชายชรา ลุงกุนว่าแต่ก่อนขบวนเรือของคนจีนล่องขึ้นมาขายสินค้า ผ่านสวรรคโลก ต่อขึ้นมาหาดเสี้ยว ยาวไกลไปถึงแพร่ “เรือมอญก็มีนะ เอาโอ่ง เอาเครื่องปั้นมา ขาย เอาเกลือมาแลกข้าวสารบ้านเรา”

“บรรพบุรุษลุงมาจากลาวโน่น แต่ฉันไม่เคยไปหรอก” หลายต่อหลายรุ่นสืบต่อกันมาเพียงภาษาพวนแท้ๆ ที่เราเอง ได้แต่นั่งฟังสำเนียงอันไม่รู้ศัพท์ 

พูดถึงสายเลือดอันเก่าแก่และงดงามในมิติของวัฒนธรรม คนศรีสัชนาลัยราว ๔ หมู่บ้านล้วนมีเชื้อสายคนพวนจากแดนดินห่างไกลในที่ราบสูงของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แถบเมืองเชียงขวาง ทุ่งไหหิน ลงลึกไปในประวัติศาสตร์ คนพวนจากเมืองเชียงขวาง เหนือที่ราบสูงของแผ่นดินลาวได้ถูกเกณฑ์ เข้าสู่แผ่นดินไทยโดย แม่ทัพใหญ่จากครั้งโบราณ ด้วยเหตุผลทางศึกสงครามราวปี พ.ศ. ๒๓๗๙ กระจายการลงหลักปักรากทั้งในอำเภอหล่มสัก หล่มเก่า ของเพชรบูรณ์ ไล่เลยลงไปไกลถึงแถบสะพานมอญ ปากคลองตลาด วัดโสมนัส หรือริมคลองวัดสระเกศ ที่กรุงเทพฯ และที่ศรีสัชนาลัย หมู่บ้านเล็กๆ ริมแม่น้ำยมของสุโขทัย ที่บ้านหาดเสี้ยว บ้านหาดสูง บ้านใหม่ และบ้านแม่ราบ ล้วนคือสายเลือดที่ตกสะท้อนความเป็นลาวพวนไว้ในภาษาพูด และความงดงามของสองมือ

(จากภาพ) บ้านไม้บนถนนพิศาลดำริ คือที่อยู่ของคนไทยพวน ดั้งเดิม “พูดถึงคนพวน ไม่พูดถึงผ้าก็ไม่ใช่ละ” ในนามของผู้หญิงไทยพวนบ้านหาดสูง ป้าจันทา โกศัย จมอยู่ท่ามกลางเสียงแต้กๆ ขณะกรอด้าย เธอว่าเดี๋ยวนี้เส้นฝ้ายแบบย้อมธรรมชาติดั้งเดิมอย่างคราม หรือระกำ เริ่มไม่มีใครย้อมแล้ว แทบทุกบ้านที่แยกตรอกซอยเข้าไปตามถนนเทศบาลของบ้านหาดสูงคือโลกของผ้าทอที่ซุกซ่อนอยู่ในความเงียบเชียบ ชีวิตตามลำน้ำ ไร่นา ผลักพาผู้ชายออกไปทำมา หากิน สำหรับหญิงชาวพวน ดูเหมือนงานทอผ้าจะเป็นคำตอบเดียวที่ชัดเจนในเชื้อสายพวนของพวกเธอ

“อย่างเขาว่า ที่นี่ผู้ชายตีมีด ผู้หญิงทอผ้า” ป้าขยายความถึงอาชีพดั้งเดิมของคนพวนที่ศรีสัชนาลัย แต่เดิมชายหนุ่มของ ศรีสัชฯ รับจ้างตีมีดพร้าที่ใช้ในไร่นา ส่วนงานของผู้หญิงนั้นสะท้อนชัดอยู่ในซิ่นที่เธอนำออกมาให้ดู ลายสารพันชื่อที่ป้าบอก ล้วนต้องถามถึงความหมายกันยืดยาว

“เดิมผู้เฒ่าผู้แก่เขาทอกันแต่ซิ่น ส่วนตีนจกนี่รุ่นหลังๆ มาทำ ไปถามคนรุ่นใหญ่ๆ น่ะ เขาจกตีนไม่เป็นหรอก” จากกรอด้าย ป้าจันทานั่งลงชี้ให้ดูตีนจกที่ทำเป็นเชิง มันงดงาม ละเอียดอ่อนด้วยลายเครือน้อยนายที่คนหาดสูงเรียกมันว่า “เก้าหน่วย”

“ยิ่งเป็นงานบวชนาคขี่ช้างนะ ใครๆ ก็มาดู ผ้านี่แทบจะทอประชันกันเลยล่ะ แต่ละบ้าน” งานบวชของคนไทยพวนอันมีชื่อ เหล่านาคลูกหลานบ้านหาดเสี้ยว หาดสูง ล้วนห่มคลุมด้วยผ้าทอจากคนผู้เป็นที่รัก ว่ากันว่าเดือนเมษายนยามจัดงาน ที่นี่คือโลกของผ้าและสิ่งที่เรียกว่าแรงศรัทธา

ใช่เพียงผู้หญิงที่งดงามด้วยซิ่นตีนจก แต่ผู้ชายไทยพวน ที่นี่ล้วนผูกพันกับผ้าขาวม้าตาอิดและกางเกงสีน้ำเงินที่เรียกกัน ว่า “ใสซ่ง” มาแต่โบราณ

ที่นี่อาจเป็นเพียงหมู่บ้านในอำเภอเล็กๆ ริมแม่น้ำยมอันแสน เรียบง่าย ธรรมดา แต่ด้วยผ้าทอผืนสวยที่ร้อยโยงพวกเขาเข้าด้วยกันอย่างเงียบเชียบ สื่อสารถึงที่มาอันห่างไกลถิ่นกำเนิดแต่ครั้งปู่ย่า โยงใยชีวิตเข้ากับศรัทธาและวันเวลา หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้อาจ ยิ่งใหญ่เท่าที่ใครสักคนอยากให้มันดำรงอยู่ และเสียงกี่ทอผ้าจากหญิงชราตามใต้ถุนบ้านก็ไม่มีวัน เงียบหาย

(จากภาพ) ลวดลายโบราณของผ้าไทยพวน อันงามวิจิตร
(0)
Share
osotho
Keep by osotho
3132
FOLLOWER

ศึกษาวิถีชีวิตชาวไทยพวนผ่านผ้าทอจากรุ่นสู่รุ่น

"ริมแม่น้ำยมฝั่งบ้านหาดเสี้ยวเงียบสงบ ถนนพิศาลดำริบีบแคบลง เมื่อเราผ่านเข้าสู่บ้านเรือนไม้โบราณ รายรอบ หลงเหลืออดีตของคนไทยพวนไว้ตามบ้านใต้ถุนสูง หรือไม่ก็ในผ้าซิ่นผืนสวยที่ฝ่ายหญิงนุ่งห่ม
“เดี๋ยวนี้สาวๆ เขาจะใส่ก็ช่วงงานบุญนั่นล่ะ แต่รุ่นยาย รุ่นทวดนี่ขาดไม่ได้” ยายสมใจ โกศัย นั่งอยู่หน้าบ้านเลขที่ ๓ เคียงข้างคุณลุงกุน โกศัย แม้จะเพิ่งพบหน้า แต่รอยยิ้มและอัธยาศัยแสนอบอุ่นนั่นเป็นคนละเรื่อง แกคุยให้ฟังถึงสีสันของงานบุญกำฟ้า งานเทศน์มหาชาติ ว่าความสวยงามนั้นแทบจะเป็นหนึ่งเดียวกับชีวิตคนที่นี่ที่เชื่อมโยงกับพุทธศาสนา
(จากภาพ) หากเข้าไปในบ้านหาดสูง หมู่บ้านทอผ้าริมลำน้ำยม ตามใต้ถุนบ้านคือ ที่ทางของผ้าทอ ทั้งทอตีนจก ในกี่โบราณ"
1 KEEP
osotho
0 LOVES
COMMENT