ศาลเจ้า Hokkaido Jingu Shrine ศูนย์รวมใจของคนท้องถิ่น หลายคนแนะนำให้มาที่ศาลเจ้า Hokkaido Jingu Shrine (ฮอกไกโดจินกูชอน) เป็นที่ๆ คนท้องถิ่นนิยมมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และจัดงานแต่งงานที่นี่ (เหมือนคนไทยที่ชอบจัดงานในวัด) แต่ศาลเจ้านี้ไม่มีแม้เศษเสี้ยวของความน่ากลัว ทุกอย่างดูเรียบง่าย โครงสร้างโปร่งตา ทำจากไม้เสียเป็นส่วนใหญ่ คนที่มาไหว้พระแต่งตัวด้วยชุดกิโมโน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ (อาจเป็นผู้ร่วมงานแต่งผสมด้วย) แสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมเขาแข็งแรงมาก และความเชื่อของผู้คนยังมีความเป็นชาตินิยมอยู่ซึ่งตรงนี้แหละ ที่มันทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจ พวกเขายิ้มให้เวลาผมขอถ่ายรูป คนญี่ปุ่นโดยเนื้อแท้แล้วเป็นคนขี้อาย และยิ้มง่าย (เท่าที่พบเห็น) อยากให้บ้านเราเป็นแบบนี้จัง…

วันแรกจบทริปด้วยการเที่ยวในตัวเมืองและกลับไปนอนพักผ่อน
นิราศ Japanese

ลงเครื่องบิน ต่อรถไฟ เข้าที่พัก
วิวข้างทางสวยยิ่งนักญี่ปุ่นจ๋า
ทุ่งหญ้าเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา
ชาวนารุ่นปู่รุ่นย่าทำมาหากิน

หน้าหนาวมันหนาวจับจิต
คิดถึงผ้าห่มเป็นหนักหนา
เลิกงานยิ้มร่านั่งซดราเมน

ชินคันเซ็น รถด่วน และหัวจักรไอน้ำ
มันเจ๋งมันจ๊าบ ไฮเทคเป็นบ้า
มองท้องทุ่งดูแปลกตา ชาวนาที่นี่ตัวขาวจัง หลายเดือนก่อน ผมมีโอกาสได้คุยกับพี่ เจี๊ยบ วรรธนา หัวข้อสนทนาเกี่ยวกับสถานที่ในฝัน พี่เจี๊ยบเล่าว่า “ชอบประเทศญี่ปุ่น เพราะมันเป็นสถานที่ๆ วัฒนธรรมเก่า กับเทคโนโลยีล้ำสมัยอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัวที่สุด ได้ทั้งวิวธรรมชาติสวยและสิ่งอำนวยความสะดวก อาหารอร่อยอีกต่างหาก” ณ เวลานั้นผมรู้สึกอิจฉาอยากจะไปเห็นด้วยตาตนเอง

ธันวาคม 2556...... ผมมาเที่ยวญี่ปุ่นช่วงก่อนปีใหม่ แพลนนี้เริ่มจาก Sapporo (ซับโปโร) ต่อที่ Niseko (นิเซโกะ) แล้วพุ่งไปยงั Biei (บิเอะ) ปิดท้ายด้วย Furano (ฟุราโน่) วนอยู่บนเกาะ Hokkaido (ฮอกไกโด) ความรู้สึกตอนนี้อยากตะโกนบอกว่า “เทมปุระ ปลาดิบ โมจิ มิยาบิ อาโออิ โดราเอม่อน ชินจัง นารูโตะ และวันพีช รอก่อน เรากำลังจะได้เจอกัน” First time

วันแรกที่มาถึง อากาศหนาว แต่ยังไม่ทารุณนัก เดินในตัวเมือง Sapporo รู้สึกชอบในความสะอาดเป็นอันดับแรก ข้างถนน ฟุตปาธ หรือแม้แต่มุมตึก ไม่มีขยะทิ้งเกลื่อนกลาดเลยสักที่ Sapporo เป็นศูนย์กลางความเจริญ ของเกาะ มีอะไร ผ่านตาให้รู้สึกตื่นเต้นหลายอย่าง อาทิเช่น รถรูปทรงล้ำๆ บ้านเรือนหน้าตาแปลก และมีเรื่องหนึ่งที่ทำให้ยิ้มได้เวลานึกถึง คือ ที่นั่งบนรถไฟที่ไว้ให้คนแก่กับคนพิการ มีแปะป้ายเอาไว้ แต่พวกเขากลับเลือกที่จะยืน ราวกับต้องการจะแสดงว่าพวกข้ายังไม่แก่นะ ยังยืนไหว น่ารักดีครับ Day 2 : ญี่ปุ่นต้องรถไฟ

แสงทอดตัวเข้ามาทางหน้าต่าง ยามเช้าอากาศเย็นสดชื่น แปลกที่ไม่รู้สึกงัวเงียหรืองอแง อยากออกไปข้างนอกเร็วๆ (ต่างจากเวลาทำงาน) วันนี้มาขึ้นรถไฟหัวจักรไอน้ำ JR Hokkaido SL ชื่อดังกันหน่อย (จองตั๋ว JRมาจากเมืองไทยเลยจะถูกกว่ามาก) ตัวรถจักรเป็นดีไซน์ยุคเก่าแต่ก็ได้รับการดูแลรักษามาอย่างดี เวลาก่อนขบวนออกมีเสียง ปรู้นนนน พร้อมไอน้ำพวยพุ่งออกจากหัวขบวนเหมือนจะบอกว่า ฉันจะเดินทางแล้วนะ สนุกดีครับ ผ่านภูเขาและป่าไม้ ระหว่างทางจะเห็นวิวสองข้างทาง สวยงามมาก เป้าหมายคือ อุทยานแห่งชาติใน Niseko ชื่อว่า Shinsen Marsh Recreation Forest บรรยากาศโดยรอบดูธรรมชาติมาก สิ่งปลูกสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้นกลมกลืนไปกับภูเขาและต้นไม้อย่างแยกไม่ออก ชอบการดีไซน์แบบนี้ ภูมิทัศน์ความสวยงามไม่เสียเลย ทั้งยังอำนวยความสะดวกได้อย่างยอดเยี่ยม ขั้นบันไดมีแผ่นกันลื่นแปะ ซึ่งมันก็กลมกลืนไปกับสีหิน รั้วใช้ไม้ไผ่ ท่อน้ำฝังมาใต้ดิน ละเอียดในการคิดเอามากๆ Day 3 : เห็นหิมะครั้งแรกคุณจะทำอย่างไร?

มองซ้ายมองขวา ดูให้ปลอดคน ถ้าพกน้ำแดงมาจะสะดวกกว่านี้มาก แอบชิม เอาเข้าปากเลยครับ รสเค็มปะแล่ม ย้อนคิดนิดหนึ่งว่า มันคงไม่สะอาดหรอกนะ แต่นี่เป็นสิ่งที่เคยฝันมาเมื่อนานมาแล้ว ขำๆ ตัวเองเหมือนกัน

ภูเขา Kurodake (คุโรดาเกะ) ในเวลาที่หิมะตกทำผมหลงรัก เกล็ดน้ำแข็งโปรยปรายลงมาช้าๆ จากตอนเช้า ตกบ่ายยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุด มองจากด้านล่างราวกับน้ำแข็งไสถ้วยใหญ่ ต้นไม้ที่แตกกิ่งชูช่อ แนวขั้นบันได กองใบไม้ที่คนทำความสะอาดกวาดรวมไว้ ทุกสิ่งถูกเคลือบด้วยน้ำแข็งหนาวจนซุกตัวในเสื้อแจ็กเก็ตตัวหนายังไม่รู้สึกอุ่นต้องใส่เสื้อยืดซ้อนทับเอาไว้ข้างในสองสามชั้นแถมด้วยถุงน้ำร้อนที่เพื่อนร่วมทริปเอามาให้ แม้กระนั้นใบหน้าก็ยังชาด้วยลมที่พัดมาอยู่ดี ที่นี่มีกระเช้าตรงเชิงเขาให้นั่งขึ้นไปด้านบนเพื่อเล่นสกี นอกจากนั้นยังมีแหล่งน้ำพุร้อนอยู่กว่า 10 แห่ง ซึ่งคราวนี้ผมปลุกใจเองให้กล้า บวกกับความ (หน้า) ด้านลงไปผสมโรงกับเขาด้วย ก้าวแรกที่เหยียบลงบ่อร้อนจนแสบ อุณหภูมิด้านนอกกับในน้ำต่างกัน แบบสุดขั้ว ยิ่งตอนถอดเสื้อผ้านี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เดินขาสั่นฟันกระทบกันเลยครับ แต่มันสดชื่นดีชะมัด ออกจาก Sapporo มาถึง Biei เป็นเมืองเล็กที่เงียบสงบ ผมมีโอกาสได้ชิมราเมนสูตรชาวพื้นเมือง ซัปเปาโร ราเมน ที่นั่น รสชาติดีเอามากๆ ซุปใส่ซีอิ๊วญี่ปุ่นกับเส้นสีเหลือง พอคีบเส้นขึ้นมาจะได้กลิ่นแป้งสาลีที่โชยออกมาตั้งแต่ก่อนเข้าปาก สัมผัสเหนียวนุ่ม เวลาเคยี้ว รสชาติหวานเค็มจากซุปที่ซึมเข้าไปทำให้เข้มข้นไปอีกขั้น เครื่องที่ใส่มีหมูชุบเกล็ดขนมปังทอดชิ้นโต หั่นมาพอดีคำ อีกทั้งสาหร่าย และหน่อไม้ต้ม โรยข้าวโพดมาพูนชาม ชามนี้เลิศมาก กินราเมนแชมป์เปี้ยนในเมืองไทยยังไม่อร่อยเท่านี้ คงเป็นเพราะบรรยากาศด้วย เพื่อนร่วมทริปสั่งมาอีกแบบเป็นราเมนหมูย่าง เราเลยแลกกันคนละครึ่งชามตัวเส้นแบบเดียวกันแต่ซุปคนละอย่าง ชามนี้ออกข้นและหวานน้ำต้มกระดูกหมู รสออกเค็มๆ มันๆ และซ่อนเผ็ดไว้นิดๆ เครื่องที่ใส่เป็นชาชูหั่นออกหนา อร่อยไปอีกแบบ...

คืนนั้นทรมานเพราะอาการนอนจุก สัญญาเลยว่าจะไม่ตะกละแบบนี้อีก Last day

เช้าอีกวันเรามาเที่ยวชมเมือง Furano ระยะทางไม่ไกลจาก Biei มากนัก ขอชมที่นี่ว่าเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีรายละเอียดน่ารักๆ เยอะมาก ทั้งของที่ระลึก และของใช้ในชีวิตประจำวัน แม้แต่รถแท็กซี่ของเขาไฟด้านบนยังทำเป็นรูปตุ๊กตาหิมะเลย วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ได้อยู่ที่ญี่ปุ่น ใจหายอยู่เหมือนกันแต่ไม่กลับตอนนี้ บ.ก. คงด่ากระจาย วอนท่านผู้มีอุปการคุณทั้งหลาย ผมอยากมาอีกครั้ง...

Bye Bye Japan
(0)
Share
Eatingout
Keep by Eatingout
2779
FOLLOWER

ศาลเจ้า Hokkaido Jingu Shrine ศูนย์รวมใจของคนท้องถิ่น

"หลายคนแนะนำให้มาที่ศาลเจ้า Hokkaido Jingu Shrine (ฮอกไกโดจินกูชอน) เป็นที่ๆ คนท้องถิ่นนิยมมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และจัดงานแต่งงานที่นี่ (เหมือนคนไทยที่ชอบจัดงานในวัด) แต่ศาลเจ้านี้ไม่มีแม้เศษเสี้ยวของความน่ากลัว ทุกอย่างดูเรียบง่าย โครงสร้างโปร่งตา ทำจากไม้เสียเป็นส่วนใหญ่ คนที่มาไหว้พระแต่งตัวด้วยชุดกิโมโน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ (อาจเป็นผู้ร่วมงานแต่งผสมด้วย) แสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมเขาแข็งแรงมาก และความเชื่อของผู้คนยังมีความเป็นชาตินิยมอยู่ซึ่งตรงนี้แหละ ที่มันทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจ พวกเขายิ้มให้เวลาผมขอถ่ายรูป คนญี่ปุ่นโดยเนื้อแท้แล้วเป็นคนขี้อาย และยิ้มง่าย (เท่าที่พบเห็น) อยากให้บ้านเราเป็นแบบนี้จัง…
วันแรกจบทริปด้วยการเที่ยวในตัวเมืองและกลับไปนอนพักผ่อน"
1 KEEP
Eatingout
0 LOVES
COMMENT