“วัดวิหารเบิก”  เพียงเดินข้ามถนนจากวัดวังมาที่ “วัดวิหารเบิก” เราก็จะได้สัมผัสกับหนึ่งในวัดที่ สวยงามและสำคัญที่สุดของเมืองพัทลุง ไม่ว่า จะเป็นในด้านพุทธศิลป์ สถาปัตยกรรม หรือ จิตรกรรมฝาผนัง ล้วนได้รับการยกย่องจาก กรมศิลปากรแล้วว่า งามเลิศระดับบรมครูทั้งสิ้น! ถ้ามาเที่ยวพัทลุงแล้วไม่ได้ชมวัดวิหารเบิก จึงเหมือนกับมาไม่ถึง! แม้พระอุโบสถจะเล็ก ทว่างามลงตัวด้วยสัดส่วนอย่างหาตัวจับยาก กำแพงแก้วนั้นเตี้ยเผยความงามของฐานโบสถ์ ซุ้มประตูทางเข้าและหอระฆังก็มียอดหลังคา ทรงแหลมคล้ายหมวกโนราปักษ์ใต้ เรือน หลังคาที่ทอดเอนลงก็รับกับเสาสีขาวภายนอก โบสถ์อย่างลงตัว
เมฆฝนสีเทากลุ่มใหญ่จับตัวอยู่เหนือเทือกเขาบรรทัดทางทิศตะวันตก ปล่อยให้สายลมเย็นพัดพาความชุ่มชื้นมาสู่ผืนป่าและบึงน้ำใหญ่ที่ถูกเรียกขานว่า “ทะเลน้อย”แห่งจังหวัดพัทลุง ขณะที่เมฆฝนค่อยๆลอยอ้อยอิ่งสู่ทิศตะวันออก ในทะเลน้อยที่มีบัวสายสีชมพูนับล้านดอกก็ยังคงคึกคักไปด้วย จังหวะชีวิตโดยเฉพาะฝูงนกอีโก้งนับร้อยตัว ยังพากันเดินหากินอยู่ตามพืชน้ำบ้างได้หอยโข่งและสาหร่ายมาแทะกินใกล้ๆกัน นกยางโทนใหญ่กำลังเดินท่องน้ำตื้นใช้สายตาอันแหลมคมรอจิกกินปลาที่ว่ายหลงเข้ามา ส่วนนกยางกรอกพันธุ์จีนที่ผลัดขนบนหัวเป็นสีน้ำตาลเข้มในฤดูผสมพันธุ์ ก็ยืนนิ่งอยู่กลางกอบัว คอยมองหาลูกปลามากินให้อิ่มหนำ 
ปัจจุบันทะเลน้อยได้รับการประกาศ ให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า มีนกน้ำประจำถิ่น และนกอพยพช่วงฤดูหนาวมากกว่า 180 ชนิด บ่งบอกชัดเจนถึงปริมาณอาหารอัน อุดมสมบูรณ์ล้นเหลือ มีแบ่งปันให้พวกมัน จับกินไม่สิ้นสุด เช่นเดียวกับผู้คนรอบ ทะเลน้อยอีกหลายล้านคน ที่ได้อาศัยพึ่งพิง ธรรมชาติและแผ่นน้ำ บ้างจับปลา ปลูกข้าว เลี้ยงควาย เก็บกระจูดมาทอเสื่อขาย หรือ ไม่ก็เก็บหาสาหร่าย หอย และปูปลามากิน เลี้ยงชีพ เกิดความผูกพันกันระหว่างผู้คน และธรรมชาติมาแต่โบราณ ทะเลน้อยจึง เปรียบดังบึงน้ำแห่งสรรพชีวิตอย่างแท้จริง จากทะเลน้อย พวกเราเปลี่ยนบรรยากาศ มาเที่ยวชมความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมกันบ้าง จุดแรกคือ “วัดวัง” ตำบลลำปา ไปตาม ทางหลวงหมายเลข 4047 ประมาณ 6 กิโลเมตร วัดวังถือเป็นวัดสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของพัทลุง สร้างขึ้นในช่วงกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ต่อมา ได้รับการบูรณะใหม่โดยพระยาพัทลุง (ทองขาว) ในสมัยรัชกาลที่ 3 และเคยเป็นที่ ถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาด้วย ท่านเจ้าอาวาสอายุ กว่า 90 ปี นำเราเข้าชมพระอุโบสถ ซึ่งสร้าง ตามแบบรัตนโกสินทร์ตอนต้น ประมาณช่วง รัชกาลที่ 3 สังเกตได้จากภาพจิตรกรรมฝาผนัง ภายในที่มีกลิ่นอายของจีนเข้ามาปะปน เมื่อ เข้าไปภายในพระอุโบสถเราจะรับรู้ถึงกลิ่นอาย อดีตอันยาวนาน มีภาพเทพชุมนุมเรียงเป็นแถว อยู่เหนือภาพพุทธประวัติ ด้านหลังพระประธาน เป็นภาพเทวดา ส่วนผนังเหนือประตูทางเข้าเป็น ภาพพระแม่ธรณีบีบมวยผมอันอ่อนช้อย ภาพเหล่านี้คือผลงานของพระอาจารย์แดงและ ศิษย์ ซึ่งเป็นช่างชุดเดียวกับที่บูรณะภาพจิตรกรรม ฝาผนังในวิหารวัดพระศรีรัตนศาสดารามใน บางกอกนั่นเอง ภาพปูนปั้นนารายณ์ ทรงครุฑที่หน้าบันก็วิจิตรสุดยอด ช่างปูนปั้น จากเพชรบุรีมาเห็นแล้วยังตะลึง! เมื่อเข้าไปภายในก็ยิ่งตื่นตาตื่นใจ เพราะ ภาพจิตรกรรมฝาผนังของวัดวิหารเบิกนั้น วาดขึ้นโดยพระอาจารย์แดงและช่างกลุ่มเดียว กับที่วัดวัง โดยใช้สีแดงชาดและสีคราม เป็นหลัก ซึ่งสีครามนั้นได้มาจากต้นครามจริงๆ จึงมีสีเข้มข้นแม้ผ่านเวลามานับร้อยปี เมื่อ เพ่งพินิจใกล้ๆ จะเห็นว่าลายเส้นรูปเทวดา คน สัตว์ ต้นไม้ และสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในภาพล้วน ละเอียดมาก เส้นบางแต่คมชัดไร้รอยสะดุด อีกทั้งมีการแสดงอารมณ์ทางใบหน้าและการ เล่นเงาด้วยสีอย่างชำนิชำนาญ นี่ล่ะ ฝีมือช่าง ชั้นครูที่เราได้เห็นเป็นบุญตาแล้วในวันนี้ จากนั้นเราแวะเวียนเข้าไปที่ “วัดเขียน บางแก้ว” ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน วัด สำคัญอีกแห่งที่มีพระบรมธาตุสร้างเป็นทรง ระฆังคว่ำแบบลังกา เหมือนกับพระบรมธาตุ เมืองนครศรีธรรมราช แต่ของที่นี่เล็กกว่า นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์เก็บรวบรวมโบราณ วัตถุล้ำค่าของเมืองพัทลุงไว้ด้วย ทั้งลูกปัด เงิน พดด้วง เหรียญเงินสตางค์รู พระพุทธรูป โบราณ และถ้วยชามเครื่องเคลือบล้ำค่าต่างๆ สะท้อนว่านอกจากอดีตพัทลุงจะเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ แล้ว ยังติดต่อค้าขายกับชนหลายชาติด้วย หลังจากหลบร้อนไปนั่งรับลม เล่นที่หาดแสนสุขลำปา ก็ได้เวลาไปชมวิถี พื้นบ้านกันที่กลุ่มหัตถกรรมกะลามะพร้าวลุงปลื้ม ตำบลชัยบุรี โดยลุงปลื้มนี่เองคือคนแรกในพัทลุง ที่คิดนำกะลามะพร้าวไร้ค่ามาประดิษฐ์เป็นงาน ฝีมือแสนสวย ปัจจุบันส่งขายไปทั้งญี่ปุ่น อเมริกา ยุโรป แอฟริกา และกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย พวกกุญแจนับร้อยแบบ กำไล แหวน โคมไฟ ช้อน ทัพพีตักข้าว ฯลฯ ล้วนได้รับการสร้างสรรค์ ขึ้นจากฝีมือของชาวบ้านล้วนๆ น่าชื่นชมมากครับ สถานที่สุดท้ายก่อนวันสิ้นสุดลง คือการ ไปเยือนชาวบ้านท่าช้าง ตำบลพนางตุง ที่นี่เรา ได้พบกับคุณย่าคุณยายใจดีหลายท่านที่ช่วย สอนการทอเสื่อกระจูดให้ คืนสุดท้ายก่อนกลับบ้าน ที่อำเภอ ควนขนุนใกล้กับทะเลน้อย เขามีการแสดงโนรา และเชิดหนังตะลุงฉลองกันในงานท้องถิ่น เรา เลยโชคดีได้ดูศิลปะพื้นบ้านปักษ์ใต้ที่หาดูยาก แล้วในปัจจุบัน เพราะทุกวันนี้คนมีทีวีวิทยุกันหมด เลยไม่ค่อยสนใจสืบสานมหรสพโบราณไว้! ชุดของโนราที่เปี่ยมสีสัน ผสานบทร้องเป็นภาษาใต้ สื่อความหมายวิถีชีวิตและเรื่องราวขบขันสองแง่สองง่าม ต่อด้วยหุ่นเงาหนังตะลุง ที่มีบทพากย์ ขำขัน ช่วยสร้างบรรยากาศสนุกเฮฮาตามประสา พื้นบ้าน จนเราหลงรักพัทลุงเข้าเต็มเปาเลยล่ะ  มาเที่ยวพัทลุงคราวนี้ได้พบมุมมองใหม่ อันหลากหลายอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน อีกทั้ง ยังได้ประจักษ์ว่า เมืองไทยของเราช่างเต็มไป ด้วยสิ่งสวยงามและน่าเรียนรู้อีกมาก เพราะการ ท่องเที่ยวนั้นคือการเรียนรู้ ผมจึงต้องขอตัว รีบไปเก็บกระเป๋าสำหรับการท่องเที่ยวทริปต่อไป ก่อนล่ะครับ Best season 
เที่ยวได้ตลอดปี แต่บัวบานเยอะสุดและมีนกมากที่สุดช่วงเดือน ตุลาคม-มีนาคม 
How to go 
รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 จนถึงชุมพร ให้เข้า ทางหลวงหมายเลข 41 จนถึงพัทลุง รวมระยะทาง 846 กิโลเมตร 
รถไฟ จากสถานีรถไฟหัวลำโพง-พัทลุง จากนั้นต่อรถสองแถวอีก 8 กิโลเมตร ถึงทะเลน้อย หัวลำโพง โทร.1690,0-2220-4334,0-2220-4444
เครื่องบิน ต้องบินไปลงจังหวัดตรัง แล้วต่อรถมาพัทลุงอีกทอดหนึ่ง ติดต่อ แอร์เอเชีย โทร.0-2515-9999 www.airasia.com หรือนกแอร์ โทร. 1318 www.nokair.com 
Where to stay 
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย อำเภอควนขนุน โทร . 0-7468- 5230, สถานีพัฒนาและส่งเสริมสัตว์ป่าทะเลน้อย โทร. 0-7468-5599 ค่าที่พัก แล้วแต่จะบริจาค ควรจองล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์ 
What to eat 
ที่อำเภอควนขนุน ทะเลน้อย แนะนำร้านริมน้ำ โท ร. 0-7468- 5248, 08-7291-1445 ไม่ควรพลาดชิมปลากระบอกต้มส้ม สะตอผัดกุ้ง ปลาแดง ทอดขมิ้น แกงส้มปักษ์ใต้ และไข่ปลาทอด 
Souvenirs 
ปลาดุกร้าทะเลน้อย ผลิตภัณฑ์จากกระจูด งานฝีมือจากกะลา มะพร้าว กลุ่มลุงปลื้ม ตำบลชัยบุรี อำเภอเมืองพัทลุง โทร. 0-7461-4512, 08- 6287-2542,กลุ่มข้าวสังข์หยดและภูมิปัญญาท้องถิ่น บ้านท่าช้าง ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน โทร. 08-9978-1044(คุณมาลี)ควรติดต่อล่วงหน้าสำหรับการเที่ยวชมเป็นหมู่คณะ มีกิจกรรมให้ทดลองทำ เช่น สานเสื่อกระจูด สีข้าว ฝัดข้าว และทำลอดช่องพื้นบ้าน 
Informations ททท. พัทลุง-นครศรีธรรมราช-ตรัง โทร. 0-7534-6515-6, วิทยาลัยภูมิปัญญาพัทลุง โทร . 08-1479-8202
Board: Travel
(0)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2583
FOLLOWER

“วัดวิหารเบิก”

"เพียงเดินข้ามถนนจากวัดวังมาที่ “วัดวิหารเบิก” เราก็จะได้สัมผัสกับหนึ่งในวัดที่ สวยงามและสำคัญที่สุดของเมืองพัทลุง ไม่ว่า จะเป็นในด้านพุทธศิลป์ สถาปัตยกรรม หรือ จิตรกรรมฝาผนัง ล้วนได้รับการยกย่องจาก กรมศิลปากรแล้วว่า งามเลิศระดับบรมครูทั้งสิ้น! ถ้ามาเที่ยวพัทลุงแล้วไม่ได้ชมวัดวิหารเบิก จึงเหมือนกับมาไม่ถึง! แม้พระอุโบสถจะเล็ก ทว่างามลงตัวด้วยสัดส่วนอย่างหาตัวจับยาก กำแพงแก้วนั้นเตี้ยเผยความงามของฐานโบสถ์ ซุ้มประตูทางเข้าและหอระฆังก็มียอดหลังคา ทรงแหลมคล้ายหมวกโนราปักษ์ใต้ เรือน หลังคาที่ทอดเอนลงก็รับกับเสาสีขาวภายนอก โบสถ์อย่างลงตัว"
1 KEEP
Kullastree
0 LOVES
COMMENT