ฤดูหนาวของปักกิ่ง ท่ามกลางหิมะโปรยปราย
 ปักกิ่งในวันนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแต่ศูนย์รวมอำนาจการปกครองของโลกคอมมิวนิสต์ แต่เศรษฐกิจหลังม่านไม้ไผ่ถูกเปลี่ยนกระบวนทัศน์ไปเกือบหมด ปักกิ่งคือวอลล์สตรีทแห่งเอเชียร์เราไม่ได้พูดเกินจริง เพราะทุกวันนี้จีนเป็นประเทศที่ถือครองเงินดอลลาร์มากที่สุดในโลกมากกว่าสหรัฐฯ คนพิมพ์แบงก์เสียอีก จีนยุคใหม่พยายามทำหลายๆ อย่างให้เป็น “ตะวันตก” (Westernized) มากขึ้น กระทั่งฟาสต์ฟู้ดอย่าง Kung Fu ก็ยืมแนวคิดมาจากฝรั่ง (แต่อาหารก็ยังเป็นอาหารจีน เช่น ข้าวหน้าปลาไหลและเต้าฮวย) แต่ด้วยความเป็นประเทศสังคมนิยม ของบางอย่างก็ดูขาดๆ เกินๆ อย่างที่บอก แต่ก็มีหลายอย่างที่เข้าท่า เช่นอัตราค่าโดยสารของรถไฟใต้ดิน ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่าสิบเส้นทาง ค่าบริการนั้นถูกมากเพียง 2 หยวน (ประมาณ 10 บาท) ตลอดเส้นทาง คุณสามารถนั่งกี่ที่ก็ได้จนกว่าจะถึงสถานีที่ต้องการไป ฉะนั้นในช่วงเวลาเร่งด่วนคนจะใช้รถไฟฟ้ากันมาก แน่นเกินกว่าที่คุณจะขยับตัวได้ หากใครเคยผ่านตาภาพยนตร์จีนหลายเรื่อง ที่นี่คือ ที่ประทับของ “หวงตี้” หรือ ฮ่องเต้ที่แสดงถึงความรุ่งโรจน์ในยุคของโอรสสวรรค์ ความยิ่งใหญ่และโอ่โถง ที่กินพื้นที่กว่า 720 ตารางกิโลเมตร และมีหมู่อาคารกว่า 800 อาคาร ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 14 ปีนี้ ทำให้มันไม่สามารถพรรณนาได้หมด ความยิ่งใหญ่ของพระราชวังต้องห้าม หรือ Forbidden City กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ เป็นสัญลักษณ์ของความรุ่งเรือง แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนต้องห้าม แต่ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ก็เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ซึ่งแต่ละปีมีผู้มาเยือนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคนทุกปี  ตอนนี้ Global Trend ทำให้โลกเราแคบขึ้น แม้ว่าจีนจะพยายามปิดกั้นการไหลบ่าทางวัฒนธรรมเช่นเดียวกับช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม แต่ก็เหมือนกับการเอาเขื่อนรั่วไปกั้นน้ำ แต่ก็น่าเห็นใจ เพราะการปกครองคน 1,300 ล้านคนให้หันซ้ายหันขวาไปทางเดียวกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ผมเชื่อว่าจีนมีทักษะเรื่องการปกครองไพร่พลจำนวนมากๆ แบบนี้ (ดูได้จากสามก๊ก) จะเรียกได้ว่าเป็นลักษณะเฉพาะของวัฒนธรรมจีนก็ว่าได้ แต่ปัญหาก็คือจีนจะปกครองรวมศูนย์แบบนี้ไปได้อีกนานเท่าไหร่ และทางไหนคือทางออกที่เหมาะสมที่สุดของประเทศจีน น่าติดตามว่าจีนยุคหลังเหมา ที่ไม่ใช่หลังเขานั้นจะเดินไปในทิศใด และเชื่อว่าไม่ว่าจะเปลี่ยนไปอย่างไร ย่อมส่งผลกระทบต่อโลกใบนี้แน่นอน เหมือนกับที่เขาว่าไว้ว่า ถ้าหากคนจีนที่กระจายอยู่ทั่วโลก กระโดดพร้อมๆ กัน...แค่นี้โลกก็สั่นแล้ว  การเดินทางในกรุงปักกิ่งนั้นทำได้ง่าย รถไฟใต้ดินราคา 2 หยวน สามารถนั่งไปลงได้ทุกที่ (ยกเว้นสายสนามบิน 25 หยวน) หากท่านจะไปตามสถานที่ต่างๆ ที่อยู่ในนี้ Olympic Village อยากไปชมความยิ่งใหญ่ของสนามกีฬารังนก ให้นั่งรถไฟสายสีฟ้าไปลงที่ Beitucheng และต่อรถไฟสายสีเขียวไปยังสถานี Olympic Sport Center Beljing Zoo ไปชมครอบครัวแพนด้าที่สวนสัตว์ปักกิ่ง นั่งรถไฟใต้ดินสายสีฟ้าเข้ม ลงที่ Beijing Zoo ได้เลย หวังฟูจิง สำหรับนักช๊อปปิ้ง ลงที่สถานี Wang-fujing แหล่งรวมช้อปปิ้งสำหรับคนกระเป๋าหนัก วัดทิเบต เดินทางด้วยรถใต้ดินสายสีน้ำเงิน (วงกลมในเมือง) ลงที่สถานี Yondhegong จัตุรัสเทียนอันเหมิน และพระราชวังต้องห้าม นั่งรถใต้ดินสายสีแดงไปลงที่สถานี Tiananmen Dong ส่วนการเดินทางอื่นๆ นั้น รถแท็กซี่ที่นี่เริ่มต้นที่ราคา 10 หยวน และมิเตอร์ขึ้นตามระยะทางหรือถ้าเป็นรถเมล์ที่วิ่งบนรางไฟฟ้าก็เริ่มต้นที่ 1 หยวน
Board: Roaming
(0)
Share
GM
Keep by GM
2467
FOLLOWER

ฤดูหนาวของปักกิ่ง ท่ามกลางหิมะโปรยปราย

1 KEEP
GM
0 LOVES
COMMENT