มุมสวย ภูเขาไฟบาตูร์ ภูเขาไฟบาตูร์ (Batur) คือ จุดหมายปลายทางของผมในเช้าวันนี้ ใช้เวลา 2 ชั่วโมงรถก็มาถึงทางขึ้นเขาตอนตี 4 ... สิ่งแรกที่สัมผัสเมื่อก้าวลงจากรถคืออากาศหนาวมาก มากจนกำลังงงว่าตกลงที่บาหลีมีกี่ฤดูกันแน่ มีแค่ 2 ฤดูครับ คือ ร้อนกับฝน เพียงแต่ตอนนี้ ผมกำลังยืนอยู่กลางป่าทึบบนเชิงเขาตอนเช้ามืดเท่านั้นเอง ก่อนเริ่มเดินขึ้นสู่ยอดปล่องเขาไฟ พวกเราควักเงินจ่ายค่าไกด์นำทางจำนวน 500 บาท ต่อไกด์สองคน เพื่อเป็นค่านำทางอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีบทบรรยาย หรือเสียงในฟิล์มใด ๆ ทั้งสิ้น ถามว่าคุ้มมั้ย ตอบได้เลยว่าคุ้มมาก เหตุเพราะหันไปมองรอบตัว 360 องศาหาอะไรไม่พบเลยนอกจากความมืดสนิท จนแอบนึกไปว่าเขาจะพาเรามาฆ่าหมกเกาะบาหลี รึเปล่าเนี่ย เพราะนักท่องเที่ยวกรุ๊ปอื่นก็ไม่มีให้เห็นเลยสักคน แถมอากาศก็หนาวแบบไม่เกรงใจคนใส่กางเกงขาสั้นอย่างผมและน้องสาวในกลุ่มอีกคน ที่มั่นใจไร้สติมาในชุดเสื้อเกาะอก พร้อมผ้าถุง กับรองเท้าหูคีบสุดแนว ก็พี่เกตุ้ดแกเล่นไม่บอกล่วงหน้าเลยว่าเราต้องมาเดินขึ้นเขา พร้อมสภาพแวดล้อมที่ทรหดขนาดนี้ ทีแรกก็นึกว่าจอดรถเสร็จ เดินขึ้นไปหน่อยเดียว แต่ก็เอาเถอะเป็นไงเป็นกัน ไกด์บอกว่าเหตุที่ต้องมีคนนำทางถึงสองคนก็เพราะต้องมีคนเดินนำหน้ากับปิดท้าย เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวแตกแถวพลัดหลงออกไป มิเช่นนั้นจะอันตรายมากเพราะความมืด เมื่อพระอาทิตย์เริ่มปรากฏแสงสว่างก็เริ่มบรรเจิด บรรยากาศสองข้างทางที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ สวยงามเกินบรรยาย เดินหยุด เดินหยุดได้อีกราวสามถึงสี่รอบ ก็มาถึงยังยอดสูงสุดแห่งภูเขาไฟบาตูร์ตอน 7 โมงเช้า สิริรวมเวลาในการเดินขึ้นเขาทั้งสิ้น 3 ชั่วโมงเต็ม ๆ ถามว่าเหนื่อยมั้ย ตอบได้เลยว่าเหนื่อยโครตตตต (แต่) คุ้มสุด ๆ คุ้มเหลือเกินครับ
ตอนนี้ผมกำลังยืนอยู่ริมชายหาดที่ไม่มีความสวยเลยสักนิดหากเปรียบเทียบกับชายทะเลแถบอันดามันของเมืองไทย หากแต่กลับคลาคล่ำไปด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวในปริมาณมหาศาลราวกับว่ากำลังจัดงานเกษตรแฟร์กันริมทะเล ถ้าไม่ใช่ก็คงใกล้เคียง เพราะตรงจุดนี้คือ วัดปุระทานาลอต (Pura Thanah Lot) อันมีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นที่รู้จักมากที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่นิยมมาถ่ายภาพวัดสวยบนเกาะกลางทะเลริมชายหาดในเขตทาบานัน (Tabanan) ตรงด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะบาหลี ทานาลอต คือ ชื่อย่อเรียกสั้น ๆ ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คุ้นเคย คำว่า ทานา แปลว่า โลก ลอต แปลว่า ทะเล เชื่อว่าวัดแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของการบรรจบกันของธรรมชาติและจักรวาล นักท่องเที่ยวมักนิยมไปชมพระอาทิตย์ตกกัน และต้องมีภาพถ่ายให้เป็นหลักฐานที่ว่าได้มาเที่ยวถึงบาหลีแล้วจริง ๆ สถานที่ตั้งอันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนแท่นหินขนาดมหึมาริมชายหาด เรียกได้ว่ายื่นลงไปในทะเลเลย เวลาน้ำขึ้นในตอนเย็น ตรงแท่นหินนี้จะกลายเป็นเกาะไปโดยปริยาย เป็นหนึ่งในวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งชาวบาหลีให้ความเคารพบูชาอย่างมาก มีทิวทัศน์และบรรยากาศที่สวยงาม จนลืมนึกไปถึงความไม่สวยของสีทรายและน้ำทะเลไปจนหมดสิ้น จากทานาลอตขับรถไปประมาณหนึ่งชั่วโมงก็มาถึงยังอีกสถานที่หนึ่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด และจำนวนนักท่องเที่ยวก็มากที่สุดบนเกาะบาหลี นั่นคือ เซมินยัก (Seminyak) บริเวณนี้เป็นเขตชุมชนเมือง มีแหล่งช้อปปิ้ง ผับ บาร์ ร้านอาหาร เกาสต์เฮ้าส์จนไปถึงโรงแรม รีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาวมากมายตั้งเรียงรายกันอยู่ยังไม่นับรวมกิจกรรมทางทะเล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเล่นกระดานโต้คลื่น ขี่ม้า และนอนอาบแดด ผมใช้เวลาขับรถวนหาที่พักไม่นานจนมาพบกับวิลล่าขนาดกลาง 2 ชั้น 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พร้อมสะว่ายน้ำส่วนตัว ราคาไม่ต้องพูดถึง ระดับผมแล้วต้องไม่มีคำว่า “แพง” ปรากฏอยู่ในพจนานุกรมแน่นอนครับ ผมใช้วิมารต่อรองราคาค่าที่พักได้สักพัก ... 1,800 บาทขาดตัว (เมื่อเทียบเป็นเงินไทย) ที่พักเกือบทั้งหมดบนเกาะบาหลีสามารถต่อรองราคาได้ หากไม่ใช่ช่วงไฮซีซั่น ทุ่งนาสีเขียวขจีที่ลดหลั่นคดโค้งตามแนวเส้นภูเขา วัดสวยกลางทะเลสาบ หรือวัดใหญ่กลางหุบเขา ยังไม่นับรวมท้องทะเลยามอาทิตย์อัสดงอีก ทั้งหมดที่กล่าวมาอาจจะยังไม่สามารถทำให้ผมรู้สึกครบได้สักเท่าไหร่สำหรับการเดินทางของนักเดินทาง “ตัวพ่อ” อย่างผม มันต้องมีภูเขาไฟด้วยถึงจะครบ ตี 2 คือ เวลาล้อหมุนออกจากวิลล่าส่วนตัวของผมที่เซมินยัก ชนะเวลาล้อหมุนสมัยไปเที่ยววิหาร อาบูซิมเบลที่อียิปต์ 1 ชั่วโมง (ตอนนั้นผมออกตี 3) ความจริงผมกับน้อง ๆ ในทีมไม่ได้ตั้งใจจะไปเที่ยวภูเขาไฟกันแต่แรก เพียงแค่เกตุ้ด (คนขับรถแท็กซี่ส่วนตัว) เล่าให้ฟังถึงความสวยงามของสถานที่ พวกเราก็ตัดสินใจไปกันเลย ...ใจง่ายจริง ๆ กับหนุ่มบาหลีที่มีชื่อจริง ๆ ตามทะเบียนเกิดว่า (เกตุ้ด) ! ผมกับน้อง ๆ แพ็คเสื้อผ้าเตรียมอำลาเซมินยักเพื่อกลับไปอาศัยชายคาอูบุดอีกรอบ เพราะเหลือทนกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายแห่งนี้ ระหว่างทางก่อนเข้าเช็คอินยังเกสต์เฮ้าส์เดิม ที่เพิ่งจากมาเมื่อสองวันก่อน เกตุ้ดพาเราฉีกออกนอกเส้นทางไปยังหมู่เม็งวี (Mengwi) อันเป็นสถานที่ตั้งของวัดแห่งหนึ่ง ที่มีความสวยงามมาก ซึ่งเคยมีสถานะเป็นถึงพระราชวังเก่าของรายา (หมายถึง พระราชา) แห่งเม็งวีมาก่อน สถานที่อันน่าประทับใจแห่งนี้มีนามว่าวัดทามันอายุน หรือปุระทามัน อายุ (Pura Taman Ayun) สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1634 ภายในบริเวณวัดไว้สวยงามอย่างลงตัว ด้วยสวนและน้ำ มีศาลเล็ก ๆ ซึ่งมีหลังคาแบบเมรุ 11 ชั้น ตั้งเรียงรายเป็นแนวยาวไปตามทางเดินตลอดทั่วทั้งบริเวณวัด ให้ภาพที่งดงามเกินคำบรรยายจริง ๆ ผมออกจากวัดปุระทามันอายุนด้วยอารมณ์สบาย ๆ ก่อนจะมุ่งหน้ากลับสู่ที่พักยังอูบุดในตอนบ่าย พร้อมแวะเดินเที่ยวในตัวเมืองอูบุดอย่างละเลียดอีกครั้ง อูบุตเป็นเมืองเล็ก ๆ น่ารัก รถวิ่งได้สองเลน ร้านค้าเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นแกลลอรี่ภาพเขียน ร้านกาแฟเก๋ ๆ ร้านขายของเก่าทุกชนิด (ไม่เก่าจริง ทำเลียนแบบ) เพราะมีกฎหมายห้ามซื้อขายของเก่าที่มีอายุเกิน 50 ปีบนเกาะบาหลีโดยเด็ดขาด ! เดินวนไปมาอยู่หลายรอบไม่เจอคนไทยเลยสักคน มีก็แต่นักท่องเที่ยวแบ็กแพ็คเกอร์ ซึ่งส่วนมากมาจากออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ส่วนยุโรปกับอเมริการองลงมา ทราบมาว่าคนไทยไม่ชอบแถวนี้เท่าไหร่ อาจเป็นเพราะอูบุดเป็นสถานที่ที่คุณต้องรักศิลปะและธรรมชาติอย่างแท้จริง ที่สำคัญต้องรักสงบด้วย เพราะหลังสองทุ่มอาคารร้านค้าบ้านเรือนทุกหลังจะปิดไฟเงียบหมด คนที่นี่ตื่นเช้ามากจนทำให้ผมต้องรีบเข้านอนแต่หัวค่ำ เพื่อเตรียมเก็บเรี่ยวแรงไว้เที่ยวต่อในวันรุ่งขึ้น
Board: Travel
(0)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2581
FOLLOWER

มุมสวย ภูเขาไฟบาตูร์

"ภูเขาไฟบาตูร์ (Batur) คือ จุดหมายปลายทางของผมในเช้าวันนี้ ใช้เวลา 2 ชั่วโมงรถก็มาถึงทางขึ้นเขาตอนตี 4 ... สิ่งแรกที่สัมผัสเมื่อก้าวลงจากรถคืออากาศหนาวมาก มากจนกำลังงงว่าตกลงที่บาหลีมีกี่ฤดูกันแน่ มีแค่ 2 ฤดูครับ คือ ร้อนกับฝน เพียงแต่ตอนนี้ ผมกำลังยืนอยู่กลางป่าทึบบนเชิงเขาตอนเช้ามืดเท่านั้นเอง ก่อนเริ่มเดินขึ้นสู่ยอดปล่องเขาไฟ พวกเราควักเงินจ่ายค่าไกด์นำทางจำนวน 500 บาท ต่อไกด์สองคน เพื่อเป็นค่านำทางอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีบทบรรยาย หรือเสียงในฟิล์มใด ๆ ทั้งสิ้น ถามว่าคุ้มมั้ย ตอบได้เลยว่าคุ้มมาก เหตุเพราะหันไปมองรอบตัว 360 องศาหาอะไรไม่พบเลยนอกจากความมืดสนิท จนแอบนึกไปว่าเขาจะพาเรามาฆ่าหมกเกาะบาหลี รึเปล่าเนี่ย เพราะนักท่องเที่ยวกรุ๊ปอื่นก็ไม่มีให้เห็นเลยสักคน แถมอากาศก็หนาวแบบไม่เกรงใจคนใส่กางเกงขาสั้นอย่างผมและน้องสาวในกลุ่มอีกคน ที่มั่นใจไร้สติมาในชุดเสื้อเกาะอก พร้อมผ้าถุง กับรองเท้าหูคีบสุดแนว ก็พี่เกตุ้ดแกเล่นไม่บอกล่วงหน้าเลยว่าเราต้องมาเดินขึ้นเขา พร้อมสภาพแวดล้อมที่ทรหดขนาดนี้ ทีแรกก็นึกว่าจอดรถเสร็จ เดินขึ้นไปหน่อยเดียว แต่ก็เอาเถอะเป็นไงเป็นกัน ไกด์บอกว่าเหตุที่ต้องมีคนนำทางถึงสองคนก็เพราะต้องมีคนเดินนำหน้ากับปิดท้าย เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวแตกแถวพลัดหลงออกไป มิเช่นนั้นจะอันตรายมากเพราะความมืด เมื่อพระอาทิตย์เริ่มปรากฏแสงสว่างก็เริ่มบรรเจิด บรรยากาศสองข้างทางที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ สวยงามเกินบรรยาย เดินหยุด เดินหยุดได้อีกราวสามถึงสี่รอบ ก็มาถึงยังยอดสูงสุดแห่งภูเขาไฟบาตูร์ตอน 7 โมงเช้า สิริรวมเวลาในการเดินขึ้นเขาทั้งสิ้น 3 ชั่วโมงเต็ม ๆ ถามว่าเหนื่อยมั้ย ตอบได้เลยว่าเหนื่อยโครตตตต (แต่) คุ้มสุด ๆ คุ้มเหลือเกินครับ"
1 KEEP
Kullastree
0 LOVES
COMMENT