พระพายเรือบิณฑบาตยามเช้าที่เกาเทโพ
ที่นี่คือรอยต่อของภาคเหนือ ภาคกลาง และ ผืนป่าตะวันตก อุทัยธานีจึงมีวัฒนธรรมหลากหลาย นับร้อยเรื่องราวรอให้ไปเรียนรู้ ความโดดเด่นของ จังหวัดเล็กๆ แสนน่ารักนี้ก็คือความเงียบสงบและความเนิบช้า เป็น Slow Town ที่ยังไม่มีตึกสูง ไม่มีห้างสรรพสินค้า ไม่มีธุรกิจข้ามชาติขนาดใหญ่ไปเปิดขายแข่งกับร้านแบบชาวบ้านเดิมๆ คนอุทัยธานีจึงยังยิ้มได้ ใจเย็น เปี่ยมด้วยมิตรไมตรี เช่นเดียวกับสายน้ำสะแกกรังที่ยังหลากไหลผ่านใจกลางเมือง เติมเต็มความชุ่มฉ่ำแก่ วิถีประมง และวิถีเกษตร ที่คนอุทัยใช้เลี้ยงชีวิตเป็นหลัก ตอบง่ายๆว่า คุณจะได้เห็นชุมชนเรือนแพในน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ซึ่งยังเหลืออยู่ในทุกวันนี้ มีแพประมาณ 300 หลัง ลอยอยู่ริมตลิ่งสองฝั่งกระจายกันไปตลอดลำน้ำ ส่วนใหญ่เลี้ยงปลาในกระชัง ทั้งปลาเทโพ ปลาเนื้ออ่อน ปลาสังกะวาด ปลานิล ปลากดคัง ฯลฯ เลี้ยงกันประมาณ 1 ปีเต็ม จึงจับขายได้ และขอบอกวิถีชีวิตเรือนแพแห่งสุดท้าย มีให้ชื่นชมที่เมืองอุทัยฯ เมื่อเข้าถึงใจกลางเมืองแล้ว ภาพที่จะ
ต้องพบแน่นอนคือลำน้ำสายใหญ่ที่ไหลผ่านตัวเมืองไป นี่คือ “แม่น้ำสะแกกรัง” สายนทีแห่งชีวิต ที่หลากไหลหล่อเลี้ยงทุกสรรพชีวิตในอุทัยธานีมาเนิ่นนาน วันนี้สายน้ำยังใสสะอาดมาก ผู้คนยังอาศัยใช้อาบกิน ตักรดพืชผล พืชไร่ และเลี้ยงปลาในกระชังได้อย่างสบาย ริมฝั่งน้ำยังมีทิวไม้ กอไผ่ ต้นยางนาเรี่ยน้ำร่มรื่น เต็มไปด้วยมุมสงบน่าพักผ่อน
เห็นแล้วน่าอิจฉาชาวอุทัยธานีจริงๆ แม่น้ำสะแกกรังมีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาโมโกจูในจังหวัดกำแพงเพชร จากนั้นไหลผ่านตัวเมืองอุทัยธานี ไปบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาทรวมความยาวประมาณ 108 กิโลเมตร นับเป็นเส้นเลือดหลักของคนหลายจังหวัด เช่นเดียวกับพันธุ์ปลานานาชนิดที่ได้อาศัยผู้คนจับกินจับขายกันมาแต่ครั้งโบราณแล้ว
สมัยอยุธยา ลำน้ำสะแกกรังถูกใช้เป็นเส้นทางคมนาคม เพราะอดีตไม่มีถนน คนจึงพายเรือไปมาหาสู่กัน อีกทั้งยังใช้ลำน้ำนี้เป็นเส้นทางขนส่งไม้ซุงและช้างป่าที่จับได้ ไปส่งกรุงศรีอยุธยา ตามที่ข้าราชการสั่งมา ว่าปีหนึ่งๆต้องการปริมาณเท่าใด ลำน้ำสะแกกรังยังเป็นแม่น้ำสายประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง เพราะได้ชื่อว่าเป็น “แม่น้ำของพระชนกจักรี” คือถิ่นกำเนิดของพระปฐมบรมชนกนาถ (นายทองดี)พระราชบิดาในรัชกาลที่ 1 โดยทรงกำเนิดขึ้นบนเรือนแพฝั่งตรงข้ามวัดยาง ปลาแรดทอดกระเทียม, ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน, ปลาลิ้นหมาน้ำจืดทอดกรอบ, แกงป่าปลาลึง รวมถึงน้ำพริกต่างๆ เป็นต้น ล่องเรือไป ชมธรรมชาติชาวแพไป กินอาหารอร่อยๆไปด้วย อยู่ฝั่งเกาะเทโพเลี้ยงปลาเทโพในกระชังชุดหนึ่งนาน 1 ปีเต็มแล้วค่อยจับขาย ราคาดี นักท่องเที่ยวนิยมจอดเรือแวะทักทายลุงนกผู้มีอัธยาศัยไมตรี
ฝั่งตรงข้ามแพกระชังปลาลุงนก คือท่าเรือโรงสีอาจารย์เสถียร ซึ่งมีจักรยานน้ำเรือ และแพให้บริการ พร้อมอาหารเมนูปลาแม่น้ำต่างๆ ครบครัน
Board: Travel
(0)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2583
FOLLOWER

พระพายเรือบิณฑบาตยามเช้าที่เกาเทโพ

1 KEEP
Kullastree
0 LOVES
COMMENT