ฝรั่งมังค่าชอบมานอนอาบแดดบนเกาะพีพีดอน  จากอ่าวมาหยา ถ้าล่องเรือเร็วไปอีกไม่ไกลนักในน่านน้ำจังหวัดกระบี่ ในที่สุดก็จะถึง “หมู่เกาะพีพี” ประกอบด้วย 6 เกาะหลัก เรียงตัวในแนวเหนือ-ใต้ คือ เกาะพีพีเล (ที่ตั้งของอ่าวมาหยา) เกาะพีพีดอน เกาะไผ่ เกาะยูง (หรือเกาะยุง) เกาะบิด๊ะนอก และเกาะบิด๊ะใน ที่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะพีพีเล มีลักษณะเป็นลากูนขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยผาหินปูน ตรงกลางเป็นห้วงน้ำสีคราม มีหมู่ปลาแหวกว่ายมากมาย เราสามารถล่องเรือเข้าไปดำน้ำดูปลา หรือพายเรือคายัคชมป่าชายเลน ใช้ชีวิตอย่างเสรีกลางห้วงน้ำสีครามได้ แต่เมื่อล่องเรือไปถึงเกาะพีพีดอน ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะนี้แล้ว ก็จะพบกับแสงสีความเจริญ สร้างอยู่บนสันทรายขนาดใหญ่งามติดอันดับโลก อ่าวด้านหนึ่งเรียกว่าอ่าวต้นไทร อีกด้านเรียกว่าอ่าวโละดาลัม บนเกาะพีพีดอนนี้มีรีสอร์ต ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านทัวร์ดำน้ำ ร้านอินเตอร์เน็ต ฯลฯ ครบครัน 
กิจกรรมยอดฮิตบนเกาะพีพีดอนคือ การนอนอาบแดด ว่ายน้ำเล่น พายเรือคายัค ออกไปดำน้ำ หรือไม่ก็เดินขึ้นจุดชมวิวบนภูเขาสูง มองกลับลงมาเห็นภูมิทัศน์ของอ่าวต้นไทรและอ่าวโละดาลัม ณ เบื้องล่างได้อย่างเต็มตา นับเป็นเกาะที่เดินทางง่าย เพราะมีเรือจากฝั่งจังหวัดกระบี่แล่นไปกลับทุกวัน วันละหลายเที่ยว ทำให้เกาะพีพีดอนกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจกลางห้วงอันดามันไปโดยปริยาย
“ไปทะเลกันดีกว่า” เราคงได้ยินประโยคนี้กันบ่อยๆ เมื่อย่างเข้าช่วงปลายปีประมาณเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนเมษายน เพราะช่วงนั้นทะเลบ้านเราจะฟ้าใสแจ่มกระจ่าง คลื่นลมสงบ เหมาะจะออกไปล่องเรือโล้คลื่น พาตัวเองไปทักทายหมู่ปลา ปะการัง เกลียวคลื่น ผืนทราย และทิวมะพร้าวโอนเอน ทริปนี้จะพาไปล่องเรือเที่ยว “ทะเลอันดามัน” ทางภาคใต้ ซึ่งใครหลายคนบอกว่าเป็นเสมือนสรวงสวรรค์ในโลกสีคราม เพราะเป็นแหล่งรวมของสรรพชีวิต ทั้งบนบกและใต้ผืนน้ำ ความงามนี้รอคอยเราอยู่ ไปสัมผัสพร้อมๆ กันเลย

NOTE
เกาะยูงเป็นเกาะหินปูนที่มีถ้ำขนาดใหญ่อยู่ด้วย ชายฝั่งทะเลอันดามันบนคาบสมุทรมลายูของไทย มีความยาวหลายร้อยกิโลเมตร ไล่ตั้งแต่เหนือสุด ไปใต้สุด จากจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล แล้วต่อเนื่องเข้าสู่น่านน้ำของประเทศมาเลเซีย บริเวณที่ว่านี้โดดเด่นด้วยภูมิประเทศอันน่าตื่นตา มีเทือกทิวเขาผาหินริมทะเลตระหง่าน อุดมด้วยเกาะแก่งน้อยใหญ่กระจัดกระจายอยู่ในทะเล ส่วนมากเป็นเกาะหินปูนที่มีรูปทรงแปลกตา พร้อมด้วยโพรงถ้ำลอดในทะเล บ้างก็เป็นลากูนที่เป็นทะเลปิดสีมรกตแลดูลึกลับ บ้างก็เป็นหน้าผาที่เหมาะสำหรับกิจกรรมปีนหน้าผาระดับโลก นอกจากนี้ยังมีแหล่งดำน้ำลึก ดำน้ำตื้น สัมผัสความงามของปะการังและหมู่ปลาหลากสีหลายสายพันธุ์กันอย่างไม่รู้เบื่อ นี่คือเสน่ห์ของอันดามัน ที่ทั่วโลกร่ำลือมานานหลายสิบปี เพราะน่านน้ำบ้านเราอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตรโลก แสงแดดส่องถึง ปริมาณธาตุอาหารและแพลงก์ตอนในน้ำอุดมสมบูรณ์ ยิ่งเป็นฝั่งทะเลอันดามันด้วยแล้ว น้ำเป็นสีฟ้าคราม ใสแจ๋วราวกระจก มองทะลุลงไปได้ลึก เนื่องจากฝั่งอันดามันไม่มีตะกอนจากแม่น้ำสายใหญ่ไหลไปรบกวน เราจึงแหวกว่ายดำน้ำดูปลากันได้อย่างเต็มอิ่ม มาเริ่มต้นกันที่จังหวัดพังงา ดินแดงแห่งป่าชายเลนผืนใหญ่ที่สุดของไทยในปัจจุบัน วันนี้พังงายังมีท้องทะเลสวยใสไม่เคยเปลี่ยน ทั้งหมู่เกาะสุรินทร์ แหล่งปะการังแข็งอุดมสมบูรณ์ที่สุดของไทย และหมู่เกาะสิมิลัน แหล่งปะการังอ่อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย อีกทั้งเป็นแหล่งดำน้ำลึกที่ดีที่สุด 1 ใน 10 ของโลก! มีสรรพชีวิตในห้วงสมุทรสีครามนับไม่ถ้วนให้เราไปเรียนรู้ ถึงขนาดมีนักดำน้ำบางคนกล่าวว่า มนุษย์เรายังรู้จักดวงจันทร์มากกว่ามหาสมุทรของเราเองซะอีก! นั่นแสดงให้เห็นว่า โลกเราที่ประกอบด้วยน้ำ 2 ใน 3 ส่วน แต่เรากลับรู้จักห้วงมหาสมุทรน้อยมากจริงๆ จากท่าเรือบ้านน้ำเค็ม อำเภอตะกั่วป่า ของจังหวัดพังงา ในวันฟ้าใส เราล่องเรือเร็วของบริษัท Love Andaman แล่นฉิวลอยไปเหนือยอดคลื่น มุ่งหน้าไปทางตะวันตกออกห่างจากฝั่งเรื่อยๆ วันนี้เรากำลังมุ่งหน้าสู่ “เกาะตาชัย” แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่ยังคงความบริสุทธิ์ของธรรมชาติไว้อย่างมาก จนได้รับฉายาว่า “Virgin Island” หรือเกาะอันแสนบริสุทธิ์ เกาะตาชัยตั้งอยู่ในจุดกึ่งกลางระหว่างหมู่เกาะสุรินทร์ และหมู่เกาะสิมิลัน โดยอยู่ภายใต้การปกป้องรักษาไว้เป็นอย่างดีของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตาชัยเป็นเกาะเล็กๆ นอนค้างคืนไม่ได้ จึงไปเที่ยวได้แบบเช้าไปเย็นกลับ ระยะเวลากว่าหนึ่งชั่วโมงบนเรือเร็ว เร็วสมใจจริงๆ จนในที่สุดเราก็มาถึงเกาะสวรรค์ที่เงียบสงบมาก เป็นเหมือนอาณาจักรส่วนตัวกลางทะเลอันดามันเลยล่ะครับ สัมผัสแรกของเกาะตาชัยที่ทอดตัวอยู่ตรงหน้า ทำให้เราตกตะลึงพรึงเพริดในความงามของสีน้ำทะเล ซึ่งเปล่งประกายสีครามเข้มข้น ไล่เฉดจากสีฟ้าใส ไปสีฟ้าเข้ม และสีคราม งามตาตามความลึกของท้องสมุทร สีนั้นตัดกับทรายสีขาวจั๊วะสะท้อนแดดเจิดจ้าจนต้องหรี่ตาดู เมื่อย่างเท้าลงบนผืนทรายหน้าเกาะ เราก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสทางผิวกายว่า ทรายสีขาวของตาชัยช่างละเอียดเนียนราวปุยแป้ง เวลาเดินย่ำเท้าลงไป จะมีเสียงดังเอี๊ยดๆ เลยทีเดียว อันเกิดจากการที่ทรายเป็นเม็ดเล็กละเอียดอัดตัวกันแน่นมากนั่นเอง 
บนเกาะตาชัยมีเนินเขาลูกย่อมๆ และป่าดิบรกชัฏปกคลุม บรรยากาศจึงเป็นธรรมชาติสุดๆ เหมือนกับเรากำลังติดเกาะ หรือเหมือนกับย้อนไปสู่โลกที่ปราศจากเทคโนโลยีใดๆ มารบกวน เสียงคลื่นอ่อนโยนค่อยๆ ทยอยสาดซัดเข้าคลอเคลียหาดทรายลูกแล้วลูกเล่า ดังซ่าๆๆ ไม่หยุดหย่อน ผสานกับเสียงลม และเสียงของความเงียบอันแสนสงบ เราอดใจไม่ไหวว่ายน้ำเล่นกันหน้าเกาะอย่างสนุกสนาน ไกด์บอกว่า ในวันที่มีคนน้อยๆ ปูมะพร้าวและปูไก่ในป่าจะออกมาเดินเล่นตามชายหาด แต่เสียดายที่เราไม่พบในวันนั้น จากเกาะตาชัย แหล่งท่องเที่ยวต่อไปของจังหวัดพังงาที่อยู่ไม่ไกลกันก็คือ “หมู่เกาะสิมิลัน” ซึ่งลือลั่นในเรื่องการดำน้ำลึก หรือสคูบา (Scuba) มานานหลายสิบปีแล้ว นี่คือแหล่งดำน้ำที่สวยงามติดอันดับโลก แต่ก็น่าเสียดายที่หลายปีก่อนธรรมชาติใต้น้ำเริ่มเสื่อมโทรมไปมาก เพราะนักดำน้ำส่วนหนึ่งเห็นแก่ตัว! ชอบไปจับต้องปะการังจนเสียหาย เช่นเดียวกับเรือที่พาคนไปเที่ยว มักง่ายทิ้งสมอลงไปถูกปะการังพัง ทั้งๆ ที่เขาก็มีทุ่นลอยไว้ให้ผูกเรืออยู่แล้ว เห็นแล้วน่าเศร้า สิมิลันเป็นภาษายาวี แปลว่า 9 เพราะประกอบด้วยเกาะ 9 เกาะเรียงกันในแนวเหนือ-ใต้ โดยเกาะ 1-3 เป็นแหล่งอนุรักษ์เต่าทะเลของราชนาวีไทย ขึ้นไปท่องเที่ยวไม่ได้ ส่วนเกาะ 4-9 เที่ยวได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมิถุนายน นอกนั้นทะเลปั่นป่วนด้วยลมมรสุม สิมิลันเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำและนักท่องเที่ยวทะเลอย่างแท้จริง เพราะสวยงามจับใจทั้งบนบกและใต้น้ำ บนบกของแต่ละเกาะมีป่าชายหาด (Beach Forest) อุดมสมบูรณ์ มีต้นเตยทะเล หูกวาง รักทะเล โพทะเล จิกน้ำ ฯลฯ ขึ้นอยู่หนาแน่น ทว่าจุดเด่นแท้จริง คือโลกใต้น้ำ ซึ่งเป็นสังคมของสิ่งมีชีวิตในแนวปะการังเขตร้อน จุดดำน้ำลึกสำคัญๆ เช่น บริเวณหินสันฉลาม จะพบฉลามครีบเงินและฉลามเสือดาว ที่หินม้วนเดียว มีปะการังและกัลปังหานานาชนิด ที่แฟนตาซีรีฟและคริสต์มาสพอยต์ จะพบปลาไหลริบบิ้นสีดำ ปลาบู่สีเพลิง ที่ลานทรายใต้น้ำเกาะห้ามีปลาไหลทะเลอยู่นับร้อยๆ ตัว เป็นต้น นี่ละ โอเอซิสแห่งอันดามันที่แท้จริง จากพังงา เรามาเที่ยวต่อกันที่จังหวัดกระบี่ เพชรเม็ดงามอีกเม็ดหนึ่งแห่งทะเลอันดามันของไทย ไม่รอช้า รีบลงเรือเร็วพุ่งตัดยอดคลื่นสู่ “อ่าวมาหยา” มายาความงามแห่งห้วงสมุทรสีคราม อ่าวมาหยาตั้งอยู่ที่ด้านตะวันตกของเกาะพีพีเล มีลักษณะที่แปลกคือ เป็นลากูน (Sea Lagoon) ที่ออกทะเลได้ทางเดียว โดยมีเพิงผาหินปูนสูงตระหง่านล้อมรอบด้าน มองๆ ไปคล้ายอ่าวส่วนตัวกลางอันดามัน หรือเกาะที่โจรสลัดแอบมาซ่อนสมบัติล้ำค่าไว้ในภาพยนตร์ยังไงยังงั้น! อ่าวมาหยาเป็นอ่าวโค้งเว้ารูปวงพระจันทร์สวยงามมาก ผืนทรายละเอียดขาวเนียน เกิดจากการสลายตัวของแนวปะการังในทะเล ด้านหน้าอ่าวก็มีปะการังแข็งให้ดำน้ำดูกันอย่างไม่รู้เบื่อ ส่วนกิจกรรมบนหาดน่ะหรอ? นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชอบไปนอนอาบแดด นอนอ่านหนังสือ ว่ายน้ำเล่น ดำผุดดำว่ายกันอย่างสำราญใจ เราได้ไปดำน้ำเล่นกันที่เกาะยูง ซึ่งไกด์เล่าว่าแท้จริงชื่อ เกาะยุง เพราะเมื่อลงไปอยู่บนเกาะแล้ว จะพบว่ามียุงเยอะมาก แถมตัวใหญ่และกัดเจ็บด้วย เพราะป่าบนเกาะยังแน่นทึบ อุดมสมบูรณ์มากนั่นเอง เรือทัวร์ที่จะพานักท่องเที่ยวไปเกาะยูงจริงๆ จึงมีไม่มาก ถ้ามีก็ไม่พาเหยียบเกาะ เช่นเดียวกับเราที่ได้ลงดำน้ำตื่น ที่หน้าเกาะยูง แต่ถึงแม้จะแค่ดำน้ำตื้น ก็ต้องบอกว่าน่าตื่นเต้นมากกับปลาเสือสีเหลืองลายดำนับพันๆ ตัว ที่แหวกว่ายมาเป็นฝูงใหญ่ เข้ามาห้อมล้อมตัวเราไว้ราวกับว่าเรากำลังว่ายน้ำอยู่ในตู้ปลายักษ์ไม่มีผิด เพื่อนๆ บนเรือแอบแกล้งโยนขนมปังลงมาตรงที่เราว่ายน้ำอยู่ ปลาเลยว่ายเข้ามารุม! แต่ก็ไม่เป็นอันตรายครับ เพราะพวกเขาแค่มาตอดๆ ให้รู้สึกจั๊กจี้เฉยๆ น้ำตรงนี้ใสมากมองเห็นทัศนวิสัยใต้น้ำได้กว้างไกล ระดับน้ำก็ลึกไม่เกิน 3-4 เมตร กระแสน้ำไม่แรง เมื่อสวมชูชีพและหน้ากากดำน้ำแล้ว ก็มั่นใจได้ว่ายน้ำเล่นดูปลาสนุก จากนั้นเรือก็พาไปจอดพัก แวะกินข้าวเที่ยงบนเกาะไผ่ ซึ่งมีแนวต้นสนขนาดใหญ่ร่มรื่น ยังไม่หายประทับใจกับทะเลกระบี่ ในที่สุดก็ได้เวลาล่องทะเลตรังกันแล้ว ตรังเป็นบ้านของพะยูนฝูงสุดท้ายในเมืองไทย เพราะเป็นแหล่งหญ้าทะเลผืนใหญ่ผืนสุดท้าย อันเป็นอาหารหลักของพะยูน (Dugong) ซึ่งหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นปลา แต่จริงๆ ไม่ใช่ครับ! เพราะเจ้านี่แท้จริงเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหมือนเราๆ ท่านๆ เพียงแต่เขาลงไปอาศัยอยู่ในท้องทะเลก็แค่นั้นเอง ทริปเที่ยวทะเลตรังทั่วๆ ไป มักขายกันเป็นแพ็กเกจทัวร์ One Day Trip มีทั้งเรือเร็วและเรือช้า (เป็นเรือประมงดัดแปลง) พาไปเที่ยวเกาะม้า เกาะเชือก เกาะแหวน เกาะกระดาน เกาะมุก (ถ้ำมรกต) จากนั้นในช่วงเย็นก็จะพาไปค้างคืนที่ “เกาะไหง” สถานที่ซึ่งหลายคนไปสัมผัสแล้วบอกตรงกันว่าคลาสสิกมาก เหมาะพาคนรักของเราไปฮันนีมูนรอบสองรอบสามกันเลยทีเดียว เกาะไหง (หรือเกาะไห) เป็นเกาะไม่เล็กไม่ใหญ่ บนเกาะมีรีสอร์ตหรูและที่พักแบบเรียบง่ายของชาวบ้านให้เราเลือกค้างแรม หาดทรายหน้าเกาะขาวจั๊วะ มีทิวมะพร้าวโอนเอนร่มรื่น ตอนกลางวันสามารถผูกเปลนอนฟังเสียงใบมะพร้าวถูกลมตีเสียดสีกันดังเกรียวกราวไพเราะ ผมว่าน่าฟังกว่าเสียงรถติดในกรุงเทพฯ เป็นไหนๆ Sea Food บนเกาะก็ราคาไม่แพง สดอร่อยจริงๆ ตอนกลางคืนลมทะเลพัดโชยเข้าฝั่งเย็นชื่นใจมาก สูดโอโซนฟอกปอดได้เต็มที่ ช่วยให้สุขกายสบายใจ รู้สึกอายุจะยืนขึ้นอีกหลายปีทีเดียว ฮาฮาฮา คือไหนที่ฟ้าแจ่มกระจ่างไร้เมฆหมอกปกคลุม เราสามารถนอนบนหาดทรายดูดาวได้เป็นล้านๆ ดวงเลย พอย่ำรุ่งฟ้าเริ่มสว่าง ที่หน้าเกาะจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นจากเส้นขอบฟ้า โดยมีเกาะม้า เกาะเชือก และเกาะแหวน เรียงรายอยู่เบื้องหน้า นับเป็นอีกภาพประทับใจแห่งอันดามันที่ได้เห็นแล้วรู้สึกอิจฉาตัวเองจริงๆ ไปต่อกันที่ “เกาะภูเก็ต” ฉายาไข่มุกแห่งอันดามัน เธอคือราชินีที่งามทั้งบนบกและในทะเล เพราะเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของไทย จึงประกอบด้วยหาดทรายสวยเป็นสิบๆ แห่งเรียงรายอยู่ ไม่ว่าจะเป็นหาดกะรน หาดกะตะ หาดกมลา หาดราไวย์ หาดในหาน หาดในทอน หาดในยาง หาดไม้ขาว หาดบางเทา ฯลฯ สามารถนอนเล่น ว่ายน้ำ เล่นเรือกล้วย เรือลากร่ม เจ็ตสกี พายเรือคายัค หรือออกไปดำน้ำตื้นน้ำลึกที่เกาะราชาใหญ่ เกาะราชาน้อย และเกาะเฮ ได้สบายๆ นอกจากนี้ยังมีแหลมพรหมเทพ ซึ่งถือเป็นจุดชมวิวอาทิตย์อัสดงที่งามที่สุดจุดหนึ่งของอันดามันเลยทีเดียว หรือจะขับรถขึ้นเขาไปยังจุดชมวิวสามอ่าว มองลงมาเห็นอ่าวกะตะ อ่าวกะตะน้อย และอ่าวกะรน เรียงกันเป็นรูปวงพระจันทร์เสี้ยวโค้งๆ 3 เสี้ยว สวยงามไม่เหมือนใคร ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงส่วนใต้สุดของทะเลอันดามันในน่านน้ำไทยกันแล้ว ที่จังหวัดสตูล จากท่าเรือปากบารา เรือเร็วแล่นตรงออกสู่ผืนทะเลกว้าง เป้าหมายคือ หมู่เกาะตะรุเตา ซึ่งมีทั้งเกาะตะรุเตา เกาะกลาง เกาะไข่ เกาะหลีเป๊ะ เกาะอัง เกาะราวี เกาะจาบัง เกาะหินงาม เกาะหินซ้อน ฯลฯ เรือเร็วจอดแวะที่ “เกาะไข่” ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ที่ไม่มีสิ่งก่อสร้าง ไร้คนอาศัย จึงสงบงามด้วยธรรมชาติ หาดทรายทอดยาวขาวจั๊วะ น้ำทะเลรอบเกาะก็เป็นสีครามเข้มข้น ไฮไลท์ของเกาะไข่คือ มีปลายแหลมหินโค้งขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายสะพาน มีโพรงยักษ์ลอดได้ อันเกิดจากการถูกคลื่นลมกัดเซาะนานนับล้านปี! “สะพานหินเกาะไข่” จึงกลายเป็นสัญลักษณ์อันเจนตาของหมู่เกาะตะรุเตาไปโดยปริยาย เกาะสุดท้ายที่อยากพาไปเที่ยวในรอบนี้ก็คือ “เกาะราวี” เกาะเล็กๆ ที่มีหาดทรายสีขาวจั๊วะ ตัดกับน้ำทะเลใสแจ๋วสีครามเข้มงามไม่แพ้เกาะมัลดีฟส์ในมหาสมุทรอินเดียเลย เกาะราวีมีแนวไม้โอนเอนลงเรี่ยน้ำอยู่ด้านหน้าเกาะ เหมาะจะไปนั่งเล่นบนชิงช้าเอาเท้าจุ่มน้ำ ฟังเสียงคลื่นค่อยๆ ซัดเข้าคลอเคลียฝั่งอย่างแผ่วเบา เหมาะจะไปนอนกางเต็นท์ใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติแบบสุดๆ 
ได้เวลากลับบ้านแล้ว แต่ภาพประทับใจทั้งหมดของทะเลอันดามัน ยังคงตรึงตราอยู่ในหัวใจเราเสมอ เมื่อถึงเวลาเราจะกลับไปที่นั่นอีกครั้ง “อันดามัน สวรรค์แห่งโลกสีคราม” Best season : ฤดูท่องเที่ยวทะเลอันดามัน เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน-ต้นเดือนมิถุนายน ฟ้าใส คลื่นลมสงบดี
How to go : สนใจเดินทางท่องเที่ยวเกาะตาชัย-หมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา ติดต่อ บริษัท Love Andaman โทร. 08-7000-3344, 08-8765-4678, 0-7648-6095-6, http://loveandaman.com, Facebook.com/LoveAndaman, info@loveandaman.com
Informations : ททท. จังหวัดกระบี่ โทร. 0-7562-2163, 0-7561-2811-2 ททท. จังหวัดตรัง-จังหวัดสตูล โทร. 0-7521-5867, 0-7521-1058, 0-7531-1085 ททท. จังหวัดพังงา-ภูเก็ต โทร. 0-7641-1586, 0-7641-1720
Board: Travel
(0)
Share
Kullastree
Keep by Kullastree
2581
FOLLOWER

ฝรั่งมังค่าชอบมานอนอาบแดดบนเกาะพีพีดอน

"จากอ่าวมาหยา ถ้าล่องเรือเร็วไปอีกไม่ไกลนักในน่านน้ำจังหวัดกระบี่ ในที่สุดก็จะถึง “หมู่เกาะพีพี” ประกอบด้วย 6 เกาะหลัก เรียงตัวในแนวเหนือ-ใต้ คือ เกาะพีพีเล (ที่ตั้งของอ่าวมาหยา) เกาะพีพีดอน เกาะไผ่ เกาะยูง (หรือเกาะยุง) เกาะบิด๊ะนอก และเกาะบิด๊ะใน ที่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะพีพีเล มีลักษณะเป็นลากูนขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยผาหินปูน ตรงกลางเป็นห้วงน้ำสีคราม มีหมู่ปลาแหวกว่ายมากมาย เราสามารถล่องเรือเข้าไปดำน้ำดูปลา หรือพายเรือคายัคชมป่าชายเลน ใช้ชีวิตอย่างเสรีกลางห้วงน้ำสีครามได้ แต่เมื่อล่องเรือไปถึงเกาะพีพีดอน ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะนี้แล้ว ก็จะพบกับแสงสีความเจริญ สร้างอยู่บนสันทรายขนาดใหญ่งามติดอันดับโลก อ่าวด้านหนึ่งเรียกว่าอ่าวต้นไทร อีกด้านเรียกว่าอ่าวโละดาลัม บนเกาะพีพีดอนนี้มีรีสอร์ต ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านทัวร์ดำน้ำ ร้านอินเตอร์เน็ต ฯลฯ ครบครัน
กิจกรรมยอดฮิตบนเกาะพีพีดอนคือ การนอนอาบแดด ว่ายน้ำเล่น พายเรือคายัค ออกไปดำน้ำ หรือไม่ก็เดินขึ้นจุดชมวิวบนภูเขาสูง มองกลับลงมาเห็นภูมิทัศน์ของอ่าวต้นไทรและอ่าวโละดาลัม ณ เบื้องล่างได้อย่างเต็มตา นับเป็นเกาะที่เดินทางง่าย เพราะมีเรือจากฝั่งจังหวัดกระบี่แล่นไปกลับทุกวัน วันละหลายเที่ยว ทำให้เกาะพีพีดอนกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจกลางห้วงอันดามันไปโดยปริยาย"
1 KEEP
Kullastree
0 LOVES
COMMENT