นานี้มีความสุขไม่จำกัด ตอนที่ 2 การแบ่งปันคือความสุขไม่จำกัด มาอยู่ใกล้ชิดติดผืนนาคราวนี้ มีหลายเรื่องราวที่ฉันเองก็เพิ่งเข้าใจ อย่างเรื่องของการดำนา เห็นกล้าข้าวที่ถูกปักลงไปเป็นกระจุกกะหร็อมกะแหร็มก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมไม่ลงให้เต็มไปเลย แต่แท้จริงคือ เมื่อกล้าข้าวสร้างระบบรากดีแล้ว มันก็จะเพิ่มปริมาณขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งชาวนาเลือกได้ด้วยว่าจะให้ข้าวแตกกอมากแค่ไหน เมื่อเห็นข้าวแตกกอในปริมาณที่ต้องการก็ใช้ปุ๋ยฉีดทางใบเพื่อบังคับไม่ให้ ข้าวแตกกอเพิ่ม แล้วใช้ระดับน้ำช่วยควบคุมอีกที

“ถ้าอยากทำนาให้ได้ข้าวไร่ละ ๒ ตันเนี่ยก็ทำได้นะครับ การทำนานี่ถือว่าเป็นวิทยาศาสตร์มาก” ชาวนาไฮเทคฯ บอกยิ้มๆ ทว่าความเป็นคนสมัยใหม่ ไม่ได้ทำให้พวกเขาปฏิเสธประเพณีดั้งเดิม เช่น การทำขวัญข้าวก่อนเก็บเกี่ยว เมื่อมองว่าเป็นความเชื่อก็ต้องถือว่าเป็นความเชื่อที่ทำให้คนนบนอบต่อธรรมชาติและอ่อนน้อมต่อสิ่งแวดล้อม เมื่ออยู่ท่ามกลางชาวนาที่มีประสบการณ์การปลูกข้าวมายาวนานแทบทั้งชีวิต กานต์ได้เห็นความเชื่ออีกอย่างของชาวบ้านบางส่วน นั่นคือการทำนาต้องอาศัยยาฆ่าแมลง ใส่ปุ๋ยเคมี ต้องเผาฟาง
“เปลี่ยนความเชื่อนี่ยากมาก ถึงเราจะทำให้เห็น แต่ใช่ว่าทุกคนจะหันมาใช้วิธีปลูกข้าวแบบปลอดสารพิษเหมือนเรา เขามองตอนจบว่าขายข้าวเปลือก ก็ได้ราคาเท่าๆ กัน แต่ลืมนึกถึงต้นทุนที่ใช้จ่ายไปกับปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง“

สิ่งสำคัญกว่านั้น สำหรับผมแล้วการทำนาแบบปลอดสารพิษนี่ไม่ต้องกลัวตาย จะได้มีเวลาอยู่กับลูกหลานนานๆ แล้วก็ไม่ต้องไปจ้างคนอื่นมาตายแทน ไฮไลต์มันอยู่ตรงนี้แหละ

“อย่างผู้ใหญ่หนึ่ง เริ่มจากผมจ้างมาช่วยดำนา จากนั้นเขาก็อยากลองทำแบบเรา โดยเริ่มที่ที่นา ๑๐ ไร่ เริ่มหยุดการใช้ยาฆ่าแมลง ไม่เผาฟาง ก็เห็นว่าไม่เจอปัญหาเพลี้ย ปริมาณข้าวก็ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แล้วเขาทำข้าวราคาแพงขายได้ราคาดี รอบสองเลยเพิ่มเป็น ๒๗ ไร่ ก็ยังได้ผลอยู่ ผู้ใหญ่หนึ่งบอกว่า มันอาจไม่ได้เงินเยอะขึ้นนะพี่ แต่ประเด็นคือ ผมทำเองได้ ผมไม่ตาย ก็คุ้มที่จะทำนะ รอบนี้เลยทำ ๗๐ ไร่” กานต์ ไตรทอง นิศารัตน์ นาครักษ์ กับรักที่ มีฟาร์ม-สุข

“ผมเริ่มทำนาจริงๆ ๔ ปีกว่าแล้ว ตอนนั้นยังทำงานบริษัททอมสัน รอยเตอร์ ที่สิงคโปร์อยู่ครับ วันนึงคิดขึ้นว่าเราทำงานได้เงินเยอะก็จริง แต่เงินเท่ากับความสุขหรือเปล่า คำตอบคือไม่เท่านี่นา แล้วถ้าเลือกได้เราก็เลือกความสุข งั้นเรากลับบ้านดีกว่า"

พอกลับมาเมืองไทย ผมก็คุยกับฝนว่าจะทำอะไรดีถ้าไม่ทำงานบริษัท เพราะเราอยากได้เวลา เราอยากเที่ยว ฝนคิดอย่างนึงว่าทำอะไรก็ได้ แต่ซื้อที่ดินก่อนแล้วกัน เพราะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราก็ยังเหลือที่ดิน

“เราเริ่มจากไม่รู้อะไรเลย ใช้วิธีหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ได้รู้ว่ารอบทำนาประมาณ ๔ เดือน จะยุ่งก็ช่วงเดือนแรกกับเดือนที่สี่ ช่วงตรงกลางนี่ไปหาคนมาช่วยเราดูเรื่องแมลงบ้างนิดหน่อย แล้วเราจะบินไปเที่ยวไหนก็ได้ พอใกล้ๆ ถึงเวลาเกี่ยวข้าวค่อยกลับมาดูแล” 

“โชคดีอย่าง ตอนที่เราเริ่มตั้งเข็ม ช่วงทำนารอบสอง มีอาจารย์มาสอนเรื่องการทำนาแบบปลอดสารพิษ อาจารย์ยังผสมผสานการใช้ปุ๋ยเคมีบ้าง เพราะการใช้ปุ๋ยเคมีไม่ได้สร้างปัญหาถ้าใช้อย่างมีความรู้ เราก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นทางที่เราโอเค ไม่ต้องอินทรีย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ได้ เราทำนาแบบสบายใจ ตอนนั้นคิดแค่ปลูกข้าวเท่านั้นเอง” “เหตุการณ์ผันแปรคือตอนเอาข้าวไปขาย ตอนแรกเราปลูกข้าวหอมปทุม ไม่รู้ว่าแถว หนองแซง สระบุรี ไม่มีใครซื้อ ถ้าซื้อก็ตีราคาข้าวเจ้า สุดท้ายจากหนองแซงต้องไปขายที่ อ่างทอง บรรทุกข้าวไปเกือบร้อยกิโลเมตร ราคาตอนนั้นตันละประมาณ ๑๒,๐๐๐ บาท แต่เราได้แค่ตันละ ๙,๔๐๐ บาท เราบอกโรงสีว่าข้าวของเราเป็นข้าวอินทรีย์ปลอดสารพิษ เขาบอกว่า ‘ไม่รู้ โน่น! ยังไงก็ต้องเทกองรวมกันอยู่แล้ว’ รู้สึกแย่ตั้งแต่วิ่งตะลอนๆ หาคน ซื้อข้าวแล้วนะ พอไปเจอกดราคาอีกทำให้เข้าใจความรู้สึกของชาวนาที่ไม่มีอำนาจต่อรองเลย” 

“คือมันไม่มีหลักเกณฑ์อะไรเลย แค่เอาเหล็กเสียบกระสอบข้าวแล้วเดาะใส่มือ ไม่วัดความชื้น ทั้งๆ ที่มีตารางบอกว่าค่าความชื้นเท่าไหร่ ราคาเท่าไหร่ เรารู้สึกว่ามันไม่แฟร์นะ ตอนนั้นขายข้าวได้ ๘,๐๐๐ บาท (“หมดค่าถอนหญ้าไปสามหมื่นกว่าบาท” กานต์เสริม) พี่กานต์บอกเลยว่า พอแล้ว เราจะขายข้าวให้กับโรงสีเป็นครั้งสุดท้ายละ”

“ก็เลยเป็นที่มาว่าต้องเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงสี และตั้งใจเอาข้อมูลมาแบ่งปัน เพราะหลายคนมีความฝันเหมือนเรา อยากทำนา สีข้าวขาย เราจะบอกเขาว่าก่อนจะคิดสีข้าวขาย มาคุย มาเห็นก่อน อย่าเพิ่งคิดว่ามันง่าย เพราะผมก็เคยคิดว่าง่าย แล้วมันก็ไหลมาขนาดนี้ (หัวเราะ) เพราะฉะนั้นอย่าคิดด้วยอารมณ์ชั่ววูบ

“การลาออกจากงานบริษัทมาทำนาทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปเยอะ ผมได้สิ่งที่สำคัญที่สุดกลับมา คือเวลา ผมอยากได้เวลาไปเที่ยว พี่สาวหรือเพื่อนร่วมงานจะไปเที่ยวปฏิบัติธรรม เราก็มาจัดเวลากัน 

“ว่ากันตามจริงแล้ว ข้าวไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากจะสื่อหรอก ผมอยากสื่อเรื่องของความสุข มากกว่า เมื่อมีความสุขต้องแบ่งปัน อย่าเก็บไว้คนเดียว มันไม่มีประโยชน์ครับ”
(0)
Share
osotho
Keep by osotho
3132
FOLLOWER

นานี้มีความสุขไม่จำกัด ตอนที่ 2 การแบ่งปันคือความสุขไม่จำกัด

"มาอยู่ใกล้ชิดติดผืนนาคราวนี้ มีหลายเรื่องราวที่ฉันเองก็เพิ่งเข้าใจ อย่างเรื่องของการดำนา เห็นกล้าข้าวที่ถูกปักลงไปเป็นกระจุกกะหร็อมกะแหร็มก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมไม่ลงให้เต็มไปเลย แต่แท้จริงคือ เมื่อกล้าข้าวสร้างระบบรากดีแล้ว มันก็จะเพิ่มปริมาณขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งชาวนาเลือกได้ด้วยว่าจะให้ข้าวแตกกอมากแค่ไหน เมื่อเห็นข้าวแตกกอในปริมาณที่ต้องการก็ใช้ปุ๋ยฉีดทางใบเพื่อบังคับไม่ให้ ข้าวแตกกอเพิ่ม แล้วใช้ระดับน้ำช่วยควบคุมอีกที
“ถ้าอยากทำนาให้ได้ข้าวไร่ละ ๒ ตันเนี่ยก็ทำได้นะครับ การทำนานี่ถือว่าเป็นวิทยาศาสตร์มาก” ชาวนาไฮเทคฯ บอกยิ้มๆ ทว่าความเป็นคนสมัยใหม่ ไม่ได้ทำให้พวกเขาปฏิเสธประเพณีดั้งเดิม เช่น การทำขวัญข้าวก่อนเก็บเกี่ยว เมื่อมองว่าเป็นความเชื่อก็ต้องถือว่าเป็นความเชื่อที่ทำให้คนนบนอบต่อธรรมชาติและอ่อนน้อมต่อสิ่งแวดล้อม เมื่ออยู่ท่ามกลางชาวนาที่มีประสบการณ์การปลูกข้าวมายาวนานแทบทั้งชีวิต กานต์ได้เห็นความเชื่ออีกอย่างของชาวบ้านบางส่วน นั่นคือการทำนาต้องอาศัยยาฆ่าแมลง ใส่ปุ๋ยเคมี ต้องเผาฟาง"
1 KEEP
osotho
0 LOVES
COMMENT